วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เมื่อมีการถวายฎีกา

ID # 793726 - โพสต์เมื่อ : 2009-04-13 17:46:10 _ ปิดข้อความ ex-link


ตามข่าว
วันนี้ (13 เม.ย.) นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยนายคำนวณ ชโลปถัมภ์ อดีต ส.ว.สิงห์บุรี ได้ยื่นหนังสือต่อราชเลขาธิการ เรื่อง ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่สำนักพระราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีนายอินทร์จันทร์ บุราพันธ์ รองเลขาสำนักราชเลขาธิการ เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยหนังสือระบุว่า เนื่อง จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ประชาชนเกิดความแตกแยก ออกเป็น 2 ฝ่าย อย่างชัดเจน เพราะประชาชนรู้สึกว่า เกิดความไม่ยุติธรรม ในการใช้อำนาจตุลาการ และอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน จนทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เกิดความไม่พอใจอย่างยิ่ง จนต้องออกมาชุมนุมเรียกร้องขอความยุติธรรม และความเป็นธรรม กลับคืนสู่สังคมไทย ตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อขจัดความเป็น 2 มาตรฐาน ในกระบวนการยุติธรรม และในการบริหารราชการแผ่นดิน

จากการชุมนุมของ ประชาชนจำนวนหลายแสนคน จนรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง นำทหารมาปะทะปราบปรามประชาชน ที่เข้าร่วมชุมนุมอย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ และเสียเลือดเนื้อจำนวนมาก และมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงต่อประชาชน อย่างต่อเนื่อง หากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตประชาชนที่บริสุทธิ์ กระทบต่อความมั่นคงของสถาบันหลักของประเทศ และทำลายภาพลักษณ์ประเทศ

ข้า พระพุทธเจ้าและเหล่าอาณาประชาราษฎร์ทั้งหลาย ขอถวายความจงรักภักดี ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ต่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า มาโดยตลอด ทั้งขอถวายความจงรักภักดี และเทิดทูนพระมหากษัตริย์ตลอดไปด้วยชีวิต เพื่อการดังกล่าว จึงกราบเรียนมายังราชเลขาธิการ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ทั้งนี้ การควรมิควรประการใด สุดแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม


สำหรับ รายชื่อผู้ร่วมลงนาม ประกอบด้วย นายสุชน นพ.รัศมี วรรณิสสร ประธานองค์กรพิทักษ์ ศาสน์ กษัตริย์ พล.อ.สมคิด จงพยุห ประธานชมรมธรรมะชนบท พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ประธานชมรมนายตำรวจบำเหน็จบำนาญ คุณหญิงสมปอง วรรณิสสร รองประธานชาวพุทธแห่งประเทศไทย เป็นต้น

นาย สุชน กล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่า ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับรองเลขาสำนักราชเลขาธิการ เพราะอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข มีประชาธิปไตยคืนมา ไม่อยากให้สูญเสียเลือดเนื้อ ซึ่งแนวทางแก้ไข ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ควรทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ควรทำเพื่อพรรค หรือฝ่ายใด ส่วนนายกฯ จะตัดสินใจลาออก หรือยุบสภา ตนไม่อยากก้าวก่าย


สิ่งที่ควรกระทำคือหยุดยิงก่อนไม่ใช่หรือคะ รอให้ทรงมีพระราชวินิจฉัย
ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะมีออกมาเมื่อไหร่ และจะออกมาเป็นอย่างไร

การที่แกนนำเรียกประชาชนกลับเข้าที่มั่นแล้วนั่งกันอย่างสงบก็ถูกต้องแล้ว
ทหารก็สมควรหยุดยิง เพื่อรอ พระราชวินิจฉัยเช่นกัน

เกิดทรงมีพระราชวินิจฉัยให้หยุดยิง ยุติการปราบปรามประชาชนมือเปล่า
ข้าราชบริพารในพระองค์ ชีวิตที่สูญไป จะเรียกกลับคืนมาได้หรือคะ

หากมีพระราชวินิจฉัยให้ปราบเพื่อให้ประเทศเข้าสู่สถานการณ์เงียบสงบ
ไม่มีประชาชนมาเรียกร้องอะไรอีก ถึงตอนนั้น จะยิงหรือระเบิดก็ยังไม่สายไม่ใช่หรือคะ
ฝากให้พิจารณาด้วย

ไม่มีความคิดเห็น: