สืบเนื่องมาจากกระทู้เมื่อสองสามวันก่อน ที่ด่าคอลลัมน์"ดวงวันนี้"
อาจทำให้หลายท่าน เข้าใจว่านสพ.โลกวันนี้เป็นหนังสือพิมพ์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
เหมือนสื่อต่างๆในทุกวันนี้ ไม่ใช่นะคะ นสพ.นี้เสนอข่าวและบทความที่ดีมากๆ
เว้นไว้เพียงคอลัมน์เดียวเท่านั้นที่ใช้ไม่ได้เลย
ไม่เชื่อก็ลองอ่านดูบทความวันนี้ดูก็ได้
คอลัมน์
เป็นประชารัฐ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 10 ฉบับที่ 2521 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2009
โดย อัคนี คคนัมพร
นายกฯกับข้อเรียกร้อง
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบปฏิเสธข้อเรียกร้องของ “มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดง” ผ่านสื่อตามแบบฉบับของผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดิน
ข้อเรียกร้องของมวลชนคนเสื้อแดงในครั้งนี้มีสาระ 3 ประการคือ
1.ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี
2.ให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
3.คน เสื้อแดงยืนยันการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ซึ่งหมายความถึงระบบรัฐสภาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่มีข้อแม้ว่าการปฏิรูปการเมืองหรือการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้คนที่ เป็นนักประชาธิปไตยเท่านั้น
จะใช้นักประชาธิปไตยปลอมไม่ได้
ข้อเรียกร้องข้อ 1 นั้นนายอภิสิทธิ์ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว จึงไม่ต้องตอบ แต่ข้อ 2 และข้อ 3 เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ตอบข้อ 2 ว่าจะไม่ลาออกตามคำเรียกร้อง เพราะยังต้องทำงานแก้ปัญหาประเทศชาติต่อไป
เรื่อง นี้ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะเหตุว่านายอภิสิทธิ์มองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประเทศไทยเหมือนเด็กมองของ เล่นที่แสนปรารถนา ครั้นได้มาแล้วก็ย่อมหวงแหน ไม่ยอมยกให้ใคร และจะไม่ยอมให้ใครยื้อแย่งเอาไปได้เป็นอันขาด
ความข้อนี้ยืนยันได้ จากการที่นายอภิสิทธิ์ไม่สนใจคำว่า “ความชอบธรรม” ของการเข้าสู่อำนาจ เช่นเดียวกับนายชวน หลีกภัย ก็ไม่เคยสนใจคำนี้ในวันที่เข้าสู่อำนาจในปี พ.ศ. 2540 นั่นเอง
ดัง นั้น เมื่อไม่สนใจวิธีการเข้าสู่อำนาจแล้วก็ย่อมไม่สนใจเสียงขับไล่ของประชาชน เพราะถือว่าคนส่วนใหญ่ซึ่งยังเงียบอยู่ย่อมมีจำนวนมากกว่า
ตรรกะข้อนี้ของชาวประชาธิปัตย์เพิ่งเกิดขึ้นประมาณ 20 ปีนี้เอง
ข้อ เรียกร้องข้อที่ 2 นี้นายอภิสิทธิ์แสยะยิ้มอย่างเย้ยหยันตอบว่าเป็นข้อเรียกร้องที่สับสน เพราะก่อนหน้านี้คนเสื้อแดงเคยเรียกร้องให้ยุบสภา (ข้อเรียกร้องจากการชุมนุมครั้ง 24 ก.พ. 52) แต่มาครั้งนี้กลับเรียกร้องให้ลาออก แสดงว่าผู้เรียกร้องเองยังสับสนทางความคิด
ผู้เขียนติดตามการชุมนุม ของคนเสื้อแดงมาโดยตลอดดังที่เคยบอกกับท่านผู้อ่าน ไว้แล้ว จึงสามารถอธิบายได้ว่าถูกต้องแล้วที่การชุมนุมครั้งก่อนมีการเรียกร้องให้ ยุบสภา แต่ครั้งนั้นนายกฯปฏิเสธ ดังนั้น การกลับมาคราวนี้จึงเรียกร้องให้นายกฯลาออก ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ไม่มีอะไรสับสน สงสัยว่านายอภิสิทธิ์นั้นเองจะมีความสับสน เพราะพูดเหมือนกับว่าต้องการให้คนเสื้อแดงเรียกร้องซ้ำซาก
ข้อเรียก ร้องในข้อ 3 มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ข้อหนึ่ง เพราะคนเสื้อแดงยืนยันการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข และย้ำว่าหากจะมีการปรับปรุงกลไกภายในระบอบต้องปรึกษาหารือกันในระหว่างนัก ประชาธิปไตยผู้มีประวัติและพฤติกรรมเชิดชูประชาธิปไตยเป็นที่ประจักษ์
ความข้อนี้นายอภิสิทธิ์ตอบว่าการปฏิรูปการเมืองนั้นเปิดกว้างอยู่แล้ว ถ้าอยากเข้าร่วมก็มาร่วมได้
เช่น เดียวกับข้อ 2 ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์สับสนมาก เพราะคนเสื้อแดงเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมือง ซึ่งรวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะต้องใช้บุคลากรที่เป็นนักประชาธิปไตยที่ แท้จริงเท่านั้น
ไม่ใช่เอานักประชาธิปไตยปลอมไปทำ!
เฉพาะ อย่างยิ่งนักวิชาการ นักการเมืองที่เคยรับใช้เผด็จการ คมช. ย่อมไม่ใช่นักประชาธิปไตยแท้จริง หากเอาคนพวกนี้มาใช้แบบเปิดกว้างย่อมทำให้ได้ประชาธิปไตยปลอมมาอีก
ข้อ 3 นี้นายอภิสิทธิ์ไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจ เลยทำให้ตัวเองสับสนหนักขึ้นไปอีก
คนดวงกำลังตกก็จะมีลักษณะเช่นนี้แหละครับ คือพุทธิ ปัญญามันจะดับไปก่อน
เป็นประชารัฐ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 10 ฉบับที่ 2521 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2009
โดย อัคนี คคนัมพร
นายกฯกับข้อเรียกร้อง
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบปฏิเสธข้อเรียกร้องของ “มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดง” ผ่านสื่อตามแบบฉบับของผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดิน
ข้อเรียกร้องของมวลชนคนเสื้อแดงในครั้งนี้มีสาระ 3 ประการคือ
1.ให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี
2.ให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
3.คน เสื้อแดงยืนยันการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ซึ่งหมายความถึงระบบรัฐสภาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่มีข้อแม้ว่าการปฏิรูปการเมืองหรือการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องใช้คนที่ เป็นนักประชาธิปไตยเท่านั้น
จะใช้นักประชาธิปไตยปลอมไม่ได้
ข้อเรียกร้องข้อ 1 นั้นนายอภิสิทธิ์ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว จึงไม่ต้องตอบ แต่ข้อ 2 และข้อ 3 เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ตอบข้อ 2 ว่าจะไม่ลาออกตามคำเรียกร้อง เพราะยังต้องทำงานแก้ปัญหาประเทศชาติต่อไป
เรื่อง นี้ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะเหตุว่านายอภิสิทธิ์มองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประเทศไทยเหมือนเด็กมองของ เล่นที่แสนปรารถนา ครั้นได้มาแล้วก็ย่อมหวงแหน ไม่ยอมยกให้ใคร และจะไม่ยอมให้ใครยื้อแย่งเอาไปได้เป็นอันขาด
ความข้อนี้ยืนยันได้ จากการที่นายอภิสิทธิ์ไม่สนใจคำว่า “ความชอบธรรม” ของการเข้าสู่อำนาจ เช่นเดียวกับนายชวน หลีกภัย ก็ไม่เคยสนใจคำนี้ในวันที่เข้าสู่อำนาจในปี พ.ศ. 2540 นั่นเอง
ดัง นั้น เมื่อไม่สนใจวิธีการเข้าสู่อำนาจแล้วก็ย่อมไม่สนใจเสียงขับไล่ของประชาชน เพราะถือว่าคนส่วนใหญ่ซึ่งยังเงียบอยู่ย่อมมีจำนวนมากกว่า
ตรรกะข้อนี้ของชาวประชาธิปัตย์เพิ่งเกิดขึ้นประมาณ 20 ปีนี้เอง
ข้อ เรียกร้องข้อที่ 2 นี้นายอภิสิทธิ์แสยะยิ้มอย่างเย้ยหยันตอบว่าเป็นข้อเรียกร้องที่สับสน เพราะก่อนหน้านี้คนเสื้อแดงเคยเรียกร้องให้ยุบสภา (ข้อเรียกร้องจากการชุมนุมครั้ง 24 ก.พ. 52) แต่มาครั้งนี้กลับเรียกร้องให้ลาออก แสดงว่าผู้เรียกร้องเองยังสับสนทางความคิด
ผู้เขียนติดตามการชุมนุม ของคนเสื้อแดงมาโดยตลอดดังที่เคยบอกกับท่านผู้อ่าน ไว้แล้ว จึงสามารถอธิบายได้ว่าถูกต้องแล้วที่การชุมนุมครั้งก่อนมีการเรียกร้องให้ ยุบสภา แต่ครั้งนั้นนายกฯปฏิเสธ ดังนั้น การกลับมาคราวนี้จึงเรียกร้องให้นายกฯลาออก ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ไม่มีอะไรสับสน สงสัยว่านายอภิสิทธิ์นั้นเองจะมีความสับสน เพราะพูดเหมือนกับว่าต้องการให้คนเสื้อแดงเรียกร้องซ้ำซาก
ข้อเรียก ร้องในข้อ 3 มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ข้อหนึ่ง เพราะคนเสื้อแดงยืนยันการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข และย้ำว่าหากจะมีการปรับปรุงกลไกภายในระบอบต้องปรึกษาหารือกันในระหว่างนัก ประชาธิปไตยผู้มีประวัติและพฤติกรรมเชิดชูประชาธิปไตยเป็นที่ประจักษ์
ความข้อนี้นายอภิสิทธิ์ตอบว่าการปฏิรูปการเมืองนั้นเปิดกว้างอยู่แล้ว ถ้าอยากเข้าร่วมก็มาร่วมได้
เช่น เดียวกับข้อ 2 ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์สับสนมาก เพราะคนเสื้อแดงเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมือง ซึ่งรวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะต้องใช้บุคลากรที่เป็นนักประชาธิปไตยที่ แท้จริงเท่านั้น
ไม่ใช่เอานักประชาธิปไตยปลอมไปทำ!
เฉพาะ อย่างยิ่งนักวิชาการ นักการเมืองที่เคยรับใช้เผด็จการ คมช. ย่อมไม่ใช่นักประชาธิปไตยแท้จริง หากเอาคนพวกนี้มาใช้แบบเปิดกว้างย่อมทำให้ได้ประชาธิปไตยปลอมมาอีก
ข้อ 3 นี้นายอภิสิทธิ์ไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจ เลยทำให้ตัวเองสับสนหนักขึ้นไปอีก
คนดวงกำลังตกก็จะมีลักษณะเช่นนี้แหละครับ คือพุทธิ ปัญญามันจะดับไปก่อน
แต่อย่างที่บอกแหละค่ะ คอลลัมน์"ดวงวันนี้"ก็ยังหลับหูหลับตาเชียร์
รัฐบาลโจร อย่างไม่อับไม่อาย ดู อย่างเมื่อวานสิคะ ยังเชียร์เปรม
อย่างน่าละอายอยู่ได้นายอรรถวิโรจน์ ศรีตุลา เขียนเสียเกือบอ้วก
มิหนำซ้ำยังจบว่า " เสริมดาวทุกดวงให้มีพลังได้ จึงได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ"
ไม่ยักจะบอกว่าดวงดีซะขนาดนั้น ขนาดตั้งชื่อคอลลัมน์ว่า"ดวงพระราชทาน"
ทำไมคนจึงมาขับไล่เป็นแสนๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น