วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ก๊อบมาให้อ่านค่ะ

ID # 796970 - โพสต์เมื่อ : 2009-04-19 23:49:09 _ ปิดข้อความ ex-link


จากกระทู้คุณพาลีฯ ลองอ่านกันดู แล้วจะได้ทราบซึ้ง
ว่ารัฐบาลนี้มันหน้าด้านขนาดไหน ทำผิดรัฐธรรมนูญ
ตลอด รับรองไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะขนาดไปแถลงนโยบาย
นอกสภาผิดเห็นๆ ยังถูลู่ถูกังหน้าด้าน ทำงานกันอยู่ได้


วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32
ฉบับที่ 11361 มติชนรายวัน


พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "กทม.- 5จว." การใช้อำนาจที่ขัดกฎหมาย?




นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ที่ทำเนียบเมื่อวันที่ 17 เมษายน ว่า รัฐบาลยังไม่ยกเลิกการประกาศใช้
พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
ที่ได้ประกาศให้กรุงเทพฯและอีก 5 จังหวัดปริมณฑลเป็นพื้นที่ประกาศ
สถานการณ์ฉุกเฉินที่ร้ายแรง

นั่นหมายความว่ากรุงเทพฯและ 5 จังหวัดปริมณฑล
ยังเป็นพื้นที่ที่ไม่น่าไว้วางใจ จำเป็นต้องมีตำรวจ ทหารคอยควบคุมดูแล
และรัฐบาลมีอำนาจพิเศษหลายประการ

แต่ข้อที่น่าพิจารณาก็คือการใช้อำนาจพิเศษของรัฐบาล
โดยอาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉินกระทำได้หรือไม่ ?

ในเมื่อนายอภิสิทธิ์แถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทย
เมื่อเวลาประมาณบ่ายสองของวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน
เรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ร้ายแรงในกรุงเทพฯและ
5 จังหวัดปริมณฑลได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม พระนครศรีอยุธยาและ
สมุทรปราการ จนมาถึงบ่ายสองของวันพุธที่ 15 เมษายน ซึ่งครบ 3 วันพอดี
ครม.ยังไม่มีการประชุมเพื่อให้ความเห็นชอบกับการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ของนายกฯ ซึ่งน่าจะขัดต่อกฎหมายในมาตรา 5

มาตรา 5 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บัญญัติว่า

"เมื่อปรากฏว่ามีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น และนายกรัฐมนตรี
เห็นสมควรใช้กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารร่วมกันป้องกัน
แก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั้ง ฟื้นฟูหรือช่วยเหลือประชาชน
ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศ
สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อบังคับใช้ทั่วราชอาณาจักร หรือในบางเขตบางท้องที่ได้
ตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ ในกรณีที่ไม่อาจขอความเห็นชอบจาก ครม.
ได้ทันท่วงที นายกรัฐมนตรีอาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปก่อน
แล้ว ดำเนินการให้ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.ภายในสามวัน หากมิได้ดำเนินการขอความเห็นชอบจาก ครม.ภายในเวลาที่กำหนด หรือ ครม.ไม่ให้ความเห็นชอบ
ให้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุดลง"

ตีความจากมาตรา 5 อย่างง่ายๆ ได้ว่า ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพื้นที่ใด
เป็นหน้าที่ของ ครม.ที่ต้องประชุมกันแล้วให้ความเห็นชอบ โดยนายกฯเป็นผู้เสนอ
แต่ถ้าทำไม่ทัน (ไม่สามารถเรียกประชุม ครม.เพื่อให้ความเห็นชอบ)
นายกฯอาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปก่อน แล้วค่อยมาให้ ครม.
เห็นชอบภายหลัง แต่ทั้งนี้ต้องภายในสามวัน

ข้อเท็จจริงคือ หลังจากนายอภิสิทธิ์ถูกคนเสื้อแดงรุมล้อม ทุบรถ
ขว้างปาไม้ เก้าอี้ ฯลฯ ในกระทรวงมหาดไทยในวันแถลงข่าวจนมาถึง
บ่ายสองของวันที่ 15 เมษายน ไม่ปรากฏว่ามีการประชุมคณะรัฐมนตรี
ทำให้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.

ดังนั้น กรุงเทพฯและ 5 จังหวัดปริมณฑลจะกลับสู่การเป็นพื้นที่ปกติ
เหมือนจังหวัดอื่นทั่วประเทศตั้งแต่บ่ายสองวันที่ 15 เมษายน นายกฯ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและข้าราชการพลเรือนไม่มีอำนาจใดๆ
ที่จะกระทำการ หากได้กระทำการใดลงไปก็เท่ากับฝ่าฝืนกฎหมาย

สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการ อาทิ การจับกุมดำเนินคดี
การควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมเกิน 48 ชั่วโมง การเข้าตรวจค้นและ
การปิดโทรทัศน์ดาวเทียมดี สเตชั่น การสั่งให้ทหารไปประจำตามจุดต่างๆ
ของกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นต้น

หากเป็นเช่นนี้ ผู้ใช้อำนาจโดยที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและ
ขัดต่อกฎหมายอาจถูกยื่นเรื่องให้มีการถอดถอนจากตำแหน่ง
และผู้เสียหายอาจฟ้องร้องดำเนินคดีหรือค่าเสียหายได้

เมื่อประเด็นอันเป็นที่ข้องใจสงสัยของหลายฝ่ายว่า ภายใน 3 วัน
ครม.ไม่ได้ให้ความเห็นชอบการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
นับแต่บ่ายสองของวันที่ 15 เมษายนมาถึงวันนี้ รัฐบาลไม่มีอำนาจตามกฎหมาย
รวมไปถึง การที่ ครม.ประชุมเป็นครั้งแรกในทำเนียบเมื่อวันที่ 17 เมษายน
ให้ขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปย่อมเป็นการมิชอบด้วย

ดังนั้นรัฐบาลจึงควรชี้แจงเพื่อความกระจ่างต่อสาธารณชนและ
ต่อผู้ที่เสียสิทธิจากการที่รัฐบาลใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้...
ว่าใช้ อำนาจไปตามมาตรา 5 อย่างถูกต้องอย่างไร


ที่มา:http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pol01180452&sectionid=0133&day=2009-04-18


คิกๆๆเจี๊ยกๆๆ

ไม่มีความคิดเห็น: