พ. อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าววันนี้ (12 เม.ย.) ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ประกาศพ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า การประกาศครั้งนี้ คล้ายกับการประกาศในพื้นที่ จ.ชลบุรี เพียงแต่เปลี่ยนแปลงพื้นที่เท่านั้น เมื่อถามว่าแนวทางของกองทัพ จะรองรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และจะสามารถยุติเหตุการณ์ได้หรือไม่ พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว เห็นว่า ไม่น่าจะยุติใดๆ ได้ เพราะเท่าที่ดูในระดับการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่อาจค่อนข้างสับสน เนื่องจากไม่แน่ใจในการบังคับใช้ พ.ร.ก. ตั้งแต่ประกาศที่ จ.ชลบุรีแล้ว โดยเจ้าหน้าที่สับสน ไม่มีความมั่นใจว่า อำนาจหน้าที่มีมากน้อยเพียงใด และอย่างไรบ้าง
ส่วน เมื่อถามว่าเกี่ยวกับกฎหมาย ที่รองรับการปฏิบัติด้วยหรือไม่ เพราะตำรวจเคยมีบทเรียน เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2550 พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า ทำนองนั้น ถ้าบอกว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องพิจารณาระดับในการปฏิบัติ เพราะเมื่อรัฐบาลบอกว่า จะปฏิบัติอย่างนุ่มนวล ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ และยุทธวิธีการในการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเหมือนเดิม ไม่สามารถทำอะไรได้
"รัฐบาล ต้องมีมาตรการเป็นขั้นเป็นตอนว่า จากเบาไปหาหนักในระดับของความรุนแรงเท่าที่ทำได้ขณะนี้ก็แค่นี้ มันไม่สอดคล้องกับแผนการปฏิบัติ ซึ่งผมมองว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเพียงภาพกว้างๆไม่มีรายละเอียดในการปฏิบัติ ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดมาตรการออกมา ทั้งนี้ สังเกตได้จากนายทหารระดับผู้ใหญ่เกิดความอึดอัดเพียงแต่ไม่พูดเท่านั้นเอง" พ.อ.จิตตสักก์ กล่าว
พ.อ.จิตต สักก์ กล่าวอีกว่า ดูจากการที่มีการนำรถสายพานลำเลียงพล ออกมาจากหน่วยของกองพันทหารม้าที่ 1 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ วิ่งไปที่ย่านศูนย์การค้าพารากอน แสดงถึงความสับสน ในคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องนำรถเกราะ ออกมาในลักษณะนี้ เพราะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ถ้าไม่มีทหารคุ้มกัน [size=1อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว ต้องมีคนที่เสียสละตำแหน่ง เพื่อเห็นแก่ชาติบ้านเมือง เพราะการปฏิบัติอื่นๆ ดูแล้วไม่มีผลอะไร[/size]
ส่วน เมื่อถามว่าเกี่ยวกับกฎหมาย ที่รองรับการปฏิบัติด้วยหรือไม่ เพราะตำรวจเคยมีบทเรียน เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2550 พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า ทำนองนั้น ถ้าบอกว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องพิจารณาระดับในการปฏิบัติ เพราะเมื่อรัฐบาลบอกว่า จะปฏิบัติอย่างนุ่มนวล ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ และยุทธวิธีการในการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเหมือนเดิม ไม่สามารถทำอะไรได้
"รัฐบาล ต้องมีมาตรการเป็นขั้นเป็นตอนว่า จากเบาไปหาหนักในระดับของความรุนแรงเท่าที่ทำได้ขณะนี้ก็แค่นี้ มันไม่สอดคล้องกับแผนการปฏิบัติ ซึ่งผมมองว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเพียงภาพกว้างๆไม่มีรายละเอียดในการปฏิบัติ ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดมาตรการออกมา ทั้งนี้ สังเกตได้จากนายทหารระดับผู้ใหญ่เกิดความอึดอัดเพียงแต่ไม่พูดเท่านั้นเอง" พ.อ.จิตตสักก์ กล่าว
พ.อ.จิตต สักก์ กล่าวอีกว่า ดูจากการที่มีการนำรถสายพานลำเลียงพล ออกมาจากหน่วยของกองพันทหารม้าที่ 1 กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ วิ่งไปที่ย่านศูนย์การค้าพารากอน แสดงถึงความสับสน ในคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องนำรถเกราะ ออกมาในลักษณะนี้ เพราะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ถ้าไม่มีทหารคุ้มกัน [size=1อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว ต้องมีคนที่เสียสละตำแหน่ง เพื่อเห็นแก่ชาติบ้านเมือง เพราะการปฏิบัติอื่นๆ ดูแล้วไม่มีผลอะไร[/size]
อ่านแล้วช่วยกันแปลหน่อยเถอะค่ะ ว่ามันแปลว่าอะไร แล้วไอ้ลูกกรอกของเราจะฟังรู้เรื่องไหมเนี่ย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น