วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

วิเคราะห์ข่าวโดยป้าแปะ ประจำวันที่ 3พย.51


โพสต์โดย : ป้าแปะ
ID # 739940 - โพสต์เมื่อ : 2008-11-03 09:11:48 _ ปิดข้อความ ex-link


เดอะมอลล์-ยักษ์อสังหาฯ บริจาค "ปชป." ลุ้นนายกฯมาร์ค

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อและยืนยันมาตลอดว่า ทางออกจากวิกฤตการเมืองไทยที่ดีที่สุดขณะนี้คือ การยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่

" ข้อเสนอยุบสภาจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อสถานการณ์ขณะนี้ ซึ่งถ้าถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ชอบไหม ตอบได้เลยว่าไม่มีใครชอบ แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้" อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์มติชน

แล้วมารกไม่รู้จริงๆหรือว่าทำไมรัฐบาลจึงดูเหมือนแก้ไขปัญหาไม่ได้
ก็เพราะเรามีไอ้พวกกบฎมันคอยกวนน้ำให้ขุ่นไง นอกจากนั้นยังมีสวะที่ลากกันเข้ามาคอยจ้องจับผิด
ดูกันทุกเม็ดว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะโค่นรัฐบาล แล้วยังมีฝ่ายค้านอย่างพวกแกที่ไม่รู้จักหน้าที่ไง
ทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ก็อย่างว่าแหละนะ เรียนจบแค่ม.7 จะคิดอะไรออก


แต่อย่างไรก็ตาม มีเสียงค่อนขอดว่า "อภิสิทธิ์" เสนอยุบสภาเพราะอยากเป็นนายกฯ
โดยมีแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหนุนหลัง

ทว่าคำตอบของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อประเด็นนี้ คือ...ถ้าผมอยากเป็น คงเสนอให้
เปลี่ยนขั้วไปตั้งนานแล้ว ไม่เสนอให้ยุบสภาหรอก


โธ่มารกหนอมารก เกิดมา รก แผ่นดินจริงๆ ใครเขาก็รู้ว่า
ที่ มารกไม่เสนอให้เปลี่ยนขั้วน่ะ เพราะมันดูโจ่งแจ้งเกินไป เพราะมารกไม่เคยชนะเลือกตั้งจนได้เสียงพอจะจัดรัฐบาลไง ถ้าเสนอไปอย่างนั้น ก็คงไม่มีใครเขาเอาด้วย ขนาดพรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้
เขายังไม่เอาด้วยเลย ถ้าเขาจะเอามารกเป็นนายกจริงๆน้า เขาไม่ต้องรอมารกเสนอหรอก เขาออกมาอุ้มไปเป็นแล้วล่ะ


เอา เข้าจริงแล้ว อภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ยังเชื่อมั่นลึกๆ ว่า หากมีการล้างไพ่เลือกตั้งใหม่ ความคึกคักจะกลับมาเยือนพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง และหลังการเลือกตั้งอาจได้นายกฯคนที่ 27 ที่ชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

โอ้มาก้อด เลือกตั้งกี่ครั้งมาแล้วที่มารกเชื่อมั่นว่าจะนำแมลงสาบ
เข้าวินมาจัดรัฐบาลฮึ ยังไม่เข็ดอีกหรือ คราวก่อนก็มั่นใจสุดๆแล้ว...จริงป่าว
เพราะมีคนสัญญาว่าจะให้เป็น อิ๊อิ๊ แล้วไงล่ะ โกงก็แล้ว ช่วยกันทุกหมู่เหล่า
ขนาดทหารยังเอาขนมจีนแกงไก่เข้าไปช่วยเลี้ยงในหน่วยเลย จำไม่ได้หรือ
มารกยังกินแห้วจนพุงกางเลยน่ะ ทำเป็นลืม บอกให้เลยนะ คนอย่างมารกน่ะ
หยุดฝันเสียเถอะ ถ้าอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงนะ เริ่มที่พรรคก่อนเลย
เปลี่ยนไล่ลงมาจากหัวหน้าพรรค ที่ปรึกษา และทุกตำแหน่งที่มีอยู่ตอนนี้นา
คงจะพอมีหวังบ้าง แต่อันที่จริงยุบพรรคตัวเองไปเลย แล้วตั้งจิตตั้งใจ
ทำการเมืองดีๆหน่อย เอาให้ดีกว่านี้นะ อาจพอช่วยได้ แต่แหม
หากให้แนะนำตรงๆ มารกเลิกเถอะ เลิกเล่นการเมืองดีที่สุด


ล่าสุด ความเชื่อมั่นในพรรค ประชาธิปัตย์ ได้รับการยืนยันอีกครั้งจากยอดเงิน
บริจาคพรรคการเมือง (กกต.) ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา



จาก การตรวจสอบของ "ประชาชาติธุรกิจ" พบว่า เงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนกันยายน 2551 ของพรรคประชาธิปัตย์มียอดบริจาคเงินรวมเงินทั้งสิ้น 11,079,200 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินหักจาก ส.ส.พรรค

แต่ที่น่าใจคือ มีกลุ่มทุนหน้าใหม่ลงขันให้ ปชป. คือ บริษัทในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป
บริจาคให้ 2 ล้านบาท แบ่งเป็น บจ.สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ 5 แสนบาท
บจ.สยามพารากอน รีเทล 5 แสนบาท และ บจ.เดอะมอลล์ กรุ๊ป 1 ล้านบาท

นอก จากนี้ยังมี 2 ยักษ์ใหญ่ ดีเวลอปเปอร์ อย่าง บมจ.แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเม้นท์
บริจาค 1 ล้านบาท และ บมจ.เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ 1 ล้านบาท
ขณะที่ บจ.อุตสาหกรรรมไฟฟ้า บริจาค 2 แสนบาท

ส่วนผู้บริจาคมากที่สุดคือ ดร.ประกอบ จิรกิติ ส.ส.สัดส่วน จำนวน 3 ล้านบาท เนี่ยๆคนเนี้ย ยังดูดีกว่ามารกเยอะเลย รวยกว่า หล่ออาจไม่มากกว่า แต่อย่างว่าเนอะ เขาไม่อยู่ในคาถา ขณะที่ นางสาวศุภรางค์ กานตพิชาน บริจาค 150,000 บาท

ส่วน พรรคพลังประชาชนที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะตัดสินยุบพรรค มียอดบริจาคแค่ 4.5 ล้านบาท
ผู้บริจาคคือ นายองอาจ เอื้ออภิญญกุล 2 ล้านบาท นายทรงศักดิ์ วิสุทธิพิทักษ์กุล 2 ล้านบาท และ นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา 5 แสนบาท

ผิดกับยอดบริจาคครึ่งปีแรก หลังชนะการเลือกตั้ง (23 ธ.ค. 2550) พบว่า พรรคพลังประชาชน มียอดการบริจาคสูงที่สุด 34,620,000 บาท

ข้อสังเกตคือ อาจเพราะยิ่งใกล้วันตัดสินคดียุบพรรค นอกจากพรรคจะแตกออกเป็นเสี่ยง
ยอดบริจาคก็ค่อยๆ หดหายลงไปตามลำดับ เสมือนจะรู้ ชะตากรรม ?

ด้าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา มียอดบริจาคทั้งสิ้น 8.740 ล้านบาท โดยนายประสงค์ ภัทรประสิทธิ์ น้องชายนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง บริจาค 440,000 บาท นายประพนธ์ ภัทรประสิทธิ์ น้องชายนายประดิษฐ์ บริจาค 150,000 บาท และนางลักขณา นะวิโรจน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป พี่สาวนายประดิษฐ์ บริจาค 4 ล้านบาท

ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินมียอดบริจาค 1,471,962 บาท ผู้บริจาคหนึ่งเดียวคือ นายวัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรค

กล่าว สำหรับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เงิน 10 กว่าล้านบาทย่อมน้อยนิด แต่หากมองในแง่บวกอาจ
เป็นสัญญาณที่ดีอีกครั้ง ก่อนมีการเปิดโต๊ระดมทุนเข้าพรรค ณ อิมแพค เมืองทองธานี
ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ เพราะหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคพลังประชาชน เงินบริจาค
พรรคของประชาธิปัตย์ก็ลดวูบลงไปด้วย

ย้อนกลับไปดู \"ยอดเงินบริจาค\" ครึ่งปี 2551 ของประชาธิปัตย์ พบว่าอยู่ที่ 9,831,227 บาท
ส่วนใหญ่เป็นหักเงิน จาก ส.ส.ของพรรคทุกคน ขณะที่พลังประชาชน มียอดการบริจาคครึ่งปีสูงกว่าประชาธิปัตย์หลายเท่า

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ดูเหมือน อะไรๆ ก็เริ่มจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ครั้ง สุดท้ายที่พรรคประชาธิปัตย์จัดงานระดมทุนเข้าพรรค คือ เดือนกรกฎาคม 2550
ณ อาคารไบเทค บางนา ปรากฏว่าเงินทะลักเข้าพรรคกว่า 427 ล้านบาท

ขณะ เดียวกัน ยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองของประชาธิปัตย์ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็มีการส่งสัญญาณที่ดีจากกลุ่มทุน โดยเฉพาะการลงขันของกลุ่มทุนในเครือซีพี นับจากคณะตุลาการรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทยแต่ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ (30 พ.ค. 2550)

แต่เมื่อถึงการเลือกตั้ง พรรค ประชาธิปัตย์กลับพ่ายแพ้ กลุ่มทุนใหญ่ก็ดูเหมือนจะถอดใจไปพักใหญ่

คำถามคือ หากมีการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เร็วๆ วันนี้ ทุนจะหลั่งไหลมา สนับสนุน อุ้มมาร์ค สู่ทำเนียบรัฐบาล หรือไม่ ?


เอาก็เอา อ่านเสร็จนึกถึงคำคมของนักธุรกิจใหญ่ของเมืองไทย
ที่เสียชีวิตไปแล้วท่านหนึ่งเลย ท่านว่า "คนโง่เกิดทุกวัน" น่ะนะ คนที่พร้อมจะฝันไป
กับมารก กับแมลงสาบก็ยังมีอยู่เสมอ



เพิ่มเติมข่าวจากไทยรัฐค่ะ

การแสดงพลังของ คนเสื้อแดง นอกจากจะเป็นการ ประกาศจุดยืน ที่ชัดเจนแล้ว.....สะท้อนให้เห็นถึง สถานะของคนในสังคมไทย และ สภาพความแตกแยก ของสังคม..... ระหว่าง เสื้อแดงกับเสื้อเหลือง ไม่ใช่แค่การบ่งบอกถึงความแตกแยกทางความคิด.....แต่มีนัยที่สำคัญกว่านั้น ............

"อินทรีเหล็ก" ไม่มองว่า จะมีวิถีทางที่สามารถแก้ไขปัญหา ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ลงไปได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวทาง สานเสวนา หรือแนวความคิดการเจรจาโดยสันติ หรือมี ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มาไกล่เกลี่ย.....เพราะวันนี้ไม่ใช่ วิกฤติการเมืองธรรมดา แต่เป็น สงครามแย่งชิงประชาชน และอำนาจ............

ในอดีตเราเคยมีปัญหาแตกแยกความคิด เรื่องของอุดมการณ์ ฝ่ายหนึ่งต้อง
หนี เข้าป่า และกลายเป็นสงครามประชาชน.....วันนี้เรามีเรื่องของอุดมการณ์เข้ามาเกี่ยว ข้อง แต่ บนพื้นฐานของผลประโยชน์ ไม่ใช่หลักการ และ เปลี่ยนสมรภูมิ ดึงคนออกจากป่ามารบในเมือง......ความสูญเสียจะรุนแรงกว่าในอดีต............

"อินทรีเหล็ก" อยากจะย้ำถึงวิกฤติว่า ยามนี้ ทหารอย่าคิดปฏิวัติ เด็ดขาด
ถ้าคิดปฏิวัติเมื่อไหร่ ประเทศไทยจะเข้าสู่ กับดักกลียุค ทันที บ้านเมือง

จะเกิด สงครามกลางเมือง ระหว่างกองทัพกับกลุ่มต่อต้านเผด็จการ ......ประเทศไทยจะถูก กดดันและกีดกัน จากนานาอารยประเทศ ประชาธิปไตย
ถอยหลังตกต่ำกว่าประเทศพม่า............

เอ้า จะเป็นไปตามข่าวว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.กำลังถูกเพ่งเล็งเตรียมปลดออกจากตำแหน่งหรือเปล่าก็ไม่รู้.....แต่ที่ รู้ๆทำงานไม่ค่อยจะ เข้าตากรรมการ เว็บไซต์ หมิ่นสถาบัน หรือทำลายความมั่นคงของชาติมีมาตั้งนานเพิ่งจะมาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ความรู้สึกช้าจริงๆพับผ่า............

เช่นเดียวกับ ผบ.ทบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ปล่อยให้ ความมั่นคงของประเทศถูกทำลายจนย่อยยับ ปล่อยให้ กฎหมาย ถูกย่ำยี ยัง ทำเป็นทอง ไม่รู้ร้อน.... ด้วยข้ออ้างที่ว่าเป็น ทหารของประชาชน ดู จะกว้างไปนิด.....ทหารทำหน้าที่รักษาความสงบของประเทศ ไม่ได้แปลว่า จะต้องปฏิวัติ กฎหมู่ เลยอยู่เหนือกฎหมาย ประเทศไร้ขื่อแป อยู่ทุกวันนี้เพราะหน่วยงานความมั่นคงเป็นง่อย............

ก็ ต้องจับตา การประชุม ครม. ในสัปดาห์นี้ว่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์หรือไม่ .....โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับงาน ทางด้านความมั่นคง......กำลังอยู่ในการตัดสินใจของ นายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม รับรองไม่ธรรมดาจะบอกให้............

" อินทรีเหล็ก" ชูจั๊กแร้เชียร์ นพ. วันชัย วัฒนศัพท์ หัวหน้าเครือข่ายสานเสวนาสันติธรรมหยุดความรุนแรง ที่พยายามเดินหน้าเพื่อให้การแก้ไขปัญหา วิกฤติประเทศ เป็นรูปธรรมขึ้นมา.....ล่าสุดไปหารือกับ นายกฯสมชาย แต่จะเชียร์มากกว่านี้ถ้ามีการเจรจากับ แกนนำพันธมิตร ได้สำเร็จ ............

ถ้าพูดถึง ประชาธิปไตย พูดถึงการต่อต้านปฏิวัติรัฐประหารก็ต้องยกให้ ชายขับแท็กซี่ที่ชื่อ นวมทอง ไพรวัลย์.....ต่อมใต้สำนึกยังทำงานดีกว่า ผู้ทรงคุณวุฒิและวัยวุฒิ อีกหลายๆคน ที่ชอบประกาศตัวว่าเป็น กูรูประชาธิปไตย ลับหลังแอบไปรับใช้ เผด็จการฉิบ............



ไม่มีความคิดเห็น: