ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 16.00 น. นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่พรรคต้องสูญเสียบุคคลากรทางการเมืองอย่างนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม. ทั้งนี้พรรคมีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของนายอภิรักษ์มาโดยตลอด และอดคิดไม่ได้ว่าถ้านายอภิรักษ์ไม่ตัดสินใจเปิดแอลซีวันนี้อาจทำให้ประเทศ ชาติเกิดความเสียหายมากขึ้นกว่านี้ก็ได้ แต่เมื่อป.ป.ช.ได้มีคำวินิจฉัยออกมาแล้วพรรคก็เคารพ และจากนี้พรรคประชาธิปัตย์จะช่วยเหลือนายอภิรักษ์อย่างเต็มที่ในการพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ของตัวเองในชั้นศาล และเชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรม ซึ่งถ้าศาลพิพากษาให้นายอภิรักษ์บริสุทธิ์ นายอภิรักษ์ก็จะกลับมามีบทบาทในเวทีระดับชาติอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า นายอภิรักษ์ถูกกดดันจากการหารือกับพรรคหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า นายอภิรักษ์เข้ารับฟังความคิดเห็นจากหลายๆคนในพรรค ซึ่งก็มีความเห็นที่หลากหลายแต่การตัดสินใจอยู่ที่นายอภิรักษ์ แต่ที่ชัดเจนเมื่อวานนี้คือเรื่องการเคารพต่อกฎหมาย ซึ่งมีหลายคนเสนอว่าให้มีการตีความก่อนหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน อดีตมีผลต่อการทำงานในฐานผู้ว่ากทม.ในปัจจุบันหรือไม่ แต่เราบอกว่าไม่จำเป็นต้องตีความเพราะกฎหมายมีความชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องการปฎิบัติตามกฎหมายจึงไม่เป็นประเด็นที่มีการพูดคุยกันในวันนี้ แต่ได้มีการปรึกษากันในเรื่องการตัดสินใจว่าจะลาออกจาตำแหน่งหรือไม่
"พรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะคุณอภิรักษ์รับผิดชอบในวิธีที่คิดว่าเป็นการ พัฒนาการเมือง จากนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็จะนำเสอนผู้สมัครที่พรรคคิดว่าเหมาะสมที่สุด" นายกรณ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคขอให้นายกรณ์ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.จะยอมลงสมัครหรือไม่นายกรณ์ กล่าวว่า ต้องรอให้มีการพูดคุยกันดีกว่าว่าพรรคจะนำเสนอใคร คาดว่าพรรคงมีการคุยกันในเร็วๆนี้ ซึ่งถ้าได้ข้อสรุปว่าจะเสนอใครพรรคก็จะประกาศต่อประชาชนต่อไป อย่างไรก็ตามตนพร้อมทำตามมติพรรคเสมอ
เมื่อถามว่า นายอภิรักษ์ถูกกดดันจากการหารือกับพรรคหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า นายอภิรักษ์เข้ารับฟังความคิดเห็นจากหลายๆคนในพรรค ซึ่งก็มีความเห็นที่หลากหลายแต่การตัดสินใจอยู่ที่นายอภิรักษ์ แต่ที่ชัดเจนเมื่อวานนี้คือเรื่องการเคารพต่อกฎหมาย ซึ่งมีหลายคนเสนอว่าให้มีการตีความก่อนหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน อดีตมีผลต่อการทำงานในฐานผู้ว่ากทม.ในปัจจุบันหรือไม่ แต่เราบอกว่าไม่จำเป็นต้องตีความเพราะกฎหมายมีความชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องการปฎิบัติตามกฎหมายจึงไม่เป็นประเด็นที่มีการพูดคุยกันในวันนี้ แต่ได้มีการปรึกษากันในเรื่องการตัดสินใจว่าจะลาออกจาตำแหน่งหรือไม่
"พรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะคุณอภิรักษ์รับผิดชอบในวิธีที่คิดว่าเป็นการ พัฒนาการเมือง จากนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็จะนำเสอนผู้สมัครที่พรรคคิดว่าเหมาะสมที่สุด" นายกรณ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคขอให้นายกรณ์ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.จะยอมลงสมัครหรือไม่นายกรณ์ กล่าวว่า ต้องรอให้มีการพูดคุยกันดีกว่าว่าพรรคจะนำเสนอใคร คาดว่าพรรคงมีการคุยกันในเร็วๆนี้ ซึ่งถ้าได้ข้อสรุปว่าจะเสนอใครพรรคก็จะประกาศต่อประชาชนต่อไป อย่างไรก็ตามตนพร้อมทำตามมติพรรคเสมอ
เหอๆ มิน่า คงรู้ตัวมาก่อนสิท่า ถึงได้ซ่าเขียนจดหมายโชว์โง่ขึ้นมาในคราวก่อน
พรรคนี้ก็อย่างนี้แหละ ถ้าไม่ซ่า ไม่ห่าม ปากไม่หมา มักจะไม่ได้รับการเหลียวแล
อยากเด่นอยากดังต้องหาโอกาสออกสื่อบ่อยๆ ด่าให้เก่งๆเอาไว้ แล้วนึกว่าคนคงชอบ
ลืมไปว่า คนที่ชอบน่ะ มีแต่คนในพรรคด้วยกันนั่นแหละ ส่วนชาวบ้านเขาเซ็งจะแย่
การ ที่นายกรณ์ลาออกจาก สส. มานั้น ซึ่งเป็น สส. ระบบเขต ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณที่จะใช้ในการเลือกตั้งอีก เท่ากับเสีย 2 ต่อเลย
จริงด้วยค่ะ กรณ์ เป็นสส.เขต2 เรื่องอย่างนี้แมลงสาบทำเป็นไม่พูด
แต่ถ้าเป็นพรรคอื่นทำ ถึงจะออกมาขย่ม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น