วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

วิเคราะห์ข่าวโดยป้าแปะ ประจำวันที่ 4 พย.51


โพสต์โดย : ป้าแปะ



กองทัพเชื่อการเมืองแก้การเมืองได้ ย้ำอย่าก้าวล่วงสถาบัน ผบ.เหล่าทัพถกรับมือ"แม้ว"
ขอพึ่งพระบารมี


กองทัพเชื่อการเมืองแก้การเมืองได้ ย้ำ อย่าก้าวล่วงสถาบัน ผบ.เหล่าทัพนัดกินข้าวประเมินสถานการณ์ "ทักษิณ" โฟนอิน ขอพึ่ง"พระเจ้าอยู่หัว"กลับประเทศไทย ปลัดกระทรวงกลาโหมห่วงวุ่นวาย มองว่าเป็นการสร้างความอึดอัดให้ "ในหลวง"

ถามจริ๊ง... คิดว่าแค่นี้อึดอัดงั้นหรือ แล้วที่พูดกรอกหูอยู่ทุกวันเนี่ย
ชิลล์ๆสิท่า อย่างรายล่าสุดที่พูดว่าสังกัดพรรคในหลวงนี่ สบายเลยหรือไง ก็ไหนไม่ว่ารธน.
ฉบับไหนๆ ทั้งฉบับที่เขียนโดยประชาชน หรือคณะปฏิวัติ ต่างก็บอกว่า ในหลวงทรงเป็น
ประมุข อยู่เหนือการเมืองไง แล้วนี่อ้างถึงขั้นเป็นหัวหน้าพรรคเนี่ย ไม่ทรงระคายเคือง
สักนิดเลยใช่ไหม


กองทัพเชื่อการเมืองแก้การเมืองได้ ย้ำอย่าก้าวล่วงสถาบัน



พล. ต.วิษณุ ศรียะพันธ์ โฆษกกองทัพไทย กล่าวเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาในรายการ "ความจริงวันนี้สัญจร" ว่า เรื่องนี้เป็นความห่วงใยของผู้บัญชาการเหล่าทัพมากกว่าความไม่พอใจ สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นตอนนี้ ต้องมีการยอมกันบ้าง แต่ จะยอมมากน้อยแค่ไหน ต้องมาคุยกัน

โห มาอีกราย ห่วงไยอะนักหนา พูดแค่ไม่กี่นาที ถามหน่อยเถอะ
ที่เห่ากันปาวๆในทำเนียบน่ะ เดี๋ยวจะจัดการกับคนนั้นเดี๋ยวจะจัดการกับคนนี้ ไม่เคย
ได้ยินบ้างหรือไง หรือว่าหัวหน้ากบฎพูดได้ไม่มีปัญหา ส่วน อดีตนายกฯ พูดมันน่าห่วงไย



พล. ต.วิษณุ กล่าวว่า กองทัพจะอยู่ในที่ที่เหมาะสม และไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกัน สถานการณ์นี้เป็นเรื่องการเมือง กลไกการเมืองจึงน่าจะแก้กันได้ ที่ ผู้บัญชาการเหล่าทัพห่วงใยในแง่ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและออกมาสนับ สนุนกันในวงกว้าง ทั้งนี้ คิดว่าการเทิดพระเกียรติที่ดีที่สุด
คือการไม่กล่าวอ้างพาดพิงหรือก้าวล่วงไปถึงพระองค์ท่าน


เจ้าข้าเอ๊ย พูดออกมาได้ไม่อายปาก โน่นแน่ะ ไอ้พวกที่ก้าวล่วงทุกวันน่ะ
นอกจากส่งกำลังไปอารักขาพวกมันแล้ว ทำอะไรได้บ้าง


ผบ.เหล่าทัพถกรับมือ"แม้ว"ดิ้นขอพึ่งพระบารมีกลับไทย

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์
ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ได้นัดพบปะรับประทานอาหาร รวมถึงการประเมินสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะประเด็น
การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะขอพึ่งพระบารมีพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย ที่กองบัญชาการกองทัพบก
โดยใช้เวลาพบปะพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

พล. อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การพบปะกันของ ผบ.เหล่าทัพเป็นการพูดคุยถึงสถานการณ์ทั่วไป ต้องติดตามสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เพราะห่วงความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะหมิ่นสถาบันเบื้องสูง
พล.อ.อภิชาตกล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพมองว่าเป็นการสร้างความอึดอัดให้กับพระองค์มากกว่า
พ.ต.ท.ทักษิณไม่ควรจะออกมาลักษณะที่จะไปดึงพระองค์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อถามว่า แสดงว่า ผบ.เหล่าทัพเป็นห่วงว่าจะไป กดดันพระองค์ พล.อ.อภิชาตกล่าวว่า
ผบ.เหล่าทัพไม่ได้พูดกันถึงขนาดนั้น เพียงแต่การที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาในลักษณะนี้
เหมือนกับว่าต้องการให้พระองค์เข้ามา ดูแลอะไรต่างๆ จะกลายเป็นปัญหาว่าสมควรหรือยังที่
จะดำเนินการในลักษณะนี้ เพราะความจริง พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ได้รับการลงโทษอะไรเลย
ยังไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลยุติธรรมเลย ภาระหน้าที่ของกองทัพกำหนดบทบาทค่อนข้าง
ชัดเจนคือไม่ต้องการให้ใครมาทำลาย สถาบันกษัตริย์ ไม่ต้องการให้ก้าวล่วงอะไรทั้งสิ้น


รายงานข่าวจากที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพแจ้งว่า ในที่ประชุมแสดงความเป็นห่วงกรณี
พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าจะขอพึ่งพระบารมี และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ
การแห่งชาติ (นปช.) โดยเฉพาะประชาชนที่สวมเสื้อแดงที่ พ.ต.ท.ทักษิณอ้อนขอกลับ
เข้าประเทศไทย เพราะการพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณเกรงว่าจะเป็นการปลุกระดมมวลชน
ให้ต่อต้านการพิจารณาคำตัดสินของ ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ที่พิจารณาคำตัดสินให้ พ.ต.ท.ทักษิณจำคุก 2 ปี เกี่ยวกับที่ดินรัชดาภิเษก ยิ่งเรื่องที่
พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาในรายการ โดยเฉพาะการนำพระองค์ลงมาเกี่ยวข้องทาง
ด้านการเมือง ถือว่าคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณหนักเกินไป การจะมาพูดว่าพึ่งพระบารมี
ทั้งที่ศาลพิจารณากระทำความผิดอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณต้องว่าไปตาม
กระบวนการยุติธรรม

"ตอนนี้ ผบ.เหล่าทัพพยายามหาทางออกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทำให้เกิดผลกระทบกับสถาบัน
และประเทศชาติ เพราะการกระทำดังกล่าวเหมือนเป็นการไปกดดันพระองค์ท่าน คนลักษณะ
ของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่น่าที่จะพูดแบบนี้ออกมา ผบ.ทหารสูงสุดได้ดูเทปโฟนอินจากเจ้าหน้าที่แล้ว
เห็นว่าไม่ค่อยเหมาะสม " รายงานข่าวระบุ

แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงเปิดเผยว่า ขณะนี้กองทัพเตรียมประสานงานกับฝ่ายกฎหมาย
และสภาทนายความ เพื่อถอดข้อความการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ที่ประชุมยังวิเคราะห์
ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินในครั้งต่อไปอีกเพื่อเป็นการกดดันสถาบันเบื้องสูง ซึ่งขณะนี้กองทัพ
ทำ อะไรไม่ได้ เพราะเลยจุดเงื่อนไขที่จะปฏิวัติรัฐประหาร ทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์หรือได้เปรียบอะไร ในทางตรงข้าม การโฟนอินเข้ามาทำให้ดูเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณจะได้เปรียบทางด้านการเมือง
โดยเฉพาะการพิจารณาคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณต่างๆ จะต้องยืดระยะเวลาออกไป
และจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถต่อรองทางการเมืองได้


ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือของ ผบ.เหล่าทัพ พล.อ.อนุพงษ์เป็นประธานประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ประจำเดือนพฤศจิกายน โดย พล.อ.อนุพงษ์ได้ระบายความรู้สึกกับ
ผู้บังคับ นขต.ตอนหนึ่งว่า "ตอนนี้ผมเอง โดยเฉพาะกองทัพบกได้รับแรงกดดันจากหลายฝ่ายมาก เกี่ยวกับการแสดงบทบาทในท่าทีของการเมือง ข่าวการปฏิวัติ เรียกร้องให้ทหารอยู่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้
หรือการนำกำลังทหารออกมาปฏิบัติ ภายนอกกรม กอง ซึ่งเราไม่สามารถอยู่ฝ่ายไหนได้ เพราะกองทัพจะต้องเป็นหลัก และจะต้องไม่ทำให้กองทัพเสื่อมศรัทธา ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายพยายามดึงสถาบันเข้าเกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ของตัวเอง เรายอมไม่ได้ ในฐานะที่ ทบ.มีกำลังพลมาก ขอให้กำลังพลไปชี้แจงกับครอบครัวว่าสถาบันได้ทำอะไรมาบ้างและทรงคุณค่าอย่าง ไร"


เวลา 17.00 น. ที่สำนักเลขานุการกองทัพบก พ.อ.ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุม นขต.ทบ.ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงเอกภาพของกองทัพจะช่วยแก้ไขสถานการณ์บ้านเมือง ผบ.ทบ.แสดงทรรศนะว่าความแตกต่างทางความคิดทำได้ แต่ต้องเคารพความเห็นของแต่ละบุคคล ไม่นำไปสู่ความบาดหมางและใช้กำลัง และกำชับกำลังพลทุกคนกระทำตนเป็นตัวอย่างเรื่องความสามัคคี ให้เป็นสถาบันหลักประคับประคองประเทศพัฒนาไปข้างหน้า และผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไปอย่างเรียบร้อย


ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีกระแสที่เรียกร้องให้ทหารออกมาปฏิวัติรัฐประหาร พ.อ.ศิริจันทร์กล่าวว่า ผบ.ทบ.บอกว่าสิ่งหนึ่งที่ ผบ.หน่วยต้องยึดถือ คือ สิ่งที่ทำนั้นต้องเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม หากยึดถือประโยชน์ส่วนรวมจะทำให้สามารถตัดสินใจได้ ที่ผ่านมามีข้อมูลถ้อยคำกดดันที่ส่งเข้ามามีอยู่จริง แต่ พล.อ.อนุพงษ์ขอให้ทุกคนยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง[/quote]

ข่าวย่อหน้าต่อๆมา ไม่วิเคราะห์แล้วนะคะ อ่านแล้วความดันมันขึ้น
อดีตนายกฯโฟนอิน ดิ้นกันเหมือนเจ้าเข้า ส่วนกบฎพูดทุกวันไม่เป็นอะไร ไม่แสดงความคิดเห็น
ไม่กล้าตำหนิ ทั้งๆที่ผิดกฎหมาย ไม่กล้าว่ากล่าว ไม่เคยเรียกประชุมถกเถียงกันว่าจะถวาย
พระเกียรติกันอย่างไร ทั้งๆที่มันยังปิดถนนกันอยู่ มันยึดครองทำเนียบรัฐบาลมากว่าสองเดือนแล้ว
ปิดถนนมาจะสองร้อยวันอยู่รอมร่อ ไม่เคยมีสักครั้งที่จะประชุมกันแก้ไขสถานการณ์สักครั้ง

อดีตนายกฯโทร. เข้ามารีบเข้าไปสุมหัวกันใหญ่ มันจะบ้ากันไปถึงไหน ทหารไทย น่าสมเพช

ไม่มีความคิดเห็น: