"คงจะได้กลับมาสักวันหนึ่ง"
โดยความหวังลึกๆที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกกับคณะก๊วนคนสนิท
ที่ล่าสุดบินไปเยี่ยมถึงฮ่องกงเมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา และก็มีคนถามกันตรงๆเลย
คิดว่าจะได้กลับเมืองไทยอีกหรือไม่
"ทักษิณ" ยังไม่ได้ปลงอนิจจังเสียทีเดียว
แม้โดยอารมณ์ที่คนเห็นแล้วอดสะท้อนใจไม่ได้ อดีตนายกฯทักษิณกลายเป็นคนติดเมีย
เดินกอดคลอเคลียคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ดูแลกันไม่ห่าง
เหมือนใฝ่หาความอบอุ่น คอยเป็นกำลังใจให้กันและกัน
และสิ่งที่เปลี่ยนไปจนคนใกล้ชิดสังเกตได้ อดีตนายกฯทักษิณนิ่งและสุขุมขึ้นเยอะ
ไม่ได้มีอาการก้าวร้าวอหังการเหมือนเศรษฐีขี้โมโหคนเก่า
แค่บ่นเบาๆ ประเทศอื่นแย่งกันส่งเทียบเชิญไปเป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
แต่เสียดายที่ในภาวะวิกฤติการเงินโลกแบบนี้ กลับไม่มีโอกาสได้ช่วยบ้านเกิด
ในขณะที่คุณหญิงพจมานที่แม้จะยังแสดงความเป็นหญิงแกร่ง ภายนอกดูนิ่งเข้มแข็ง
แต่ก็ ซ่อนอารมณ์เหงาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงที่โบกมือบ๊ายบายแขกที่ไปเยี่ยม
เหลียวมองจนลับตา
เท่าที่จับอารมณ์กันแบบละเอียดยิบทุกช็อต ก็พอจะประเมินได้
ต่อให้ยิ่งใหญ่ เก่งกล้าสามารถ รวยล้นฟ้า อหังการสักแค่ไหน แต่ในเบื้องลึกของหัวใจ
ที่ทำด้วยเนื้อ มนุษย์ทุกผู้นามย่อมมีอารมณ์อ่อนไหว
ใครก็อยากกลับบ้านเกิดเมืองนอน
"ทักษิณ" เฝ้ารอวันนั้นด้วยใจจดจ่อ อย่างไรเสียก็ต้องพยายามทุกวิถีทาง
และก็เป็นอะไรที่ "ปล่อยของ" ยังไม่หมดด้วยซ้ำ เบื้องหลังคิว "โฟนอิน" เข้ารายการ
"ความจริงวันนี้" มีคนที่บินไปหาแกล้งกระเซ้าว่า ทำไมพูดน้อยจัง อดีตนายกฯทักษิณ
ตอบแบบชัดถ้อยชัดคำเลยว่า
"เค้ากลัวผมหลุดเลยไม่ให้พูดมาก"
พี่เลี้ยงคุมเกมละเอียดทุกช็อต กลัวพลาดเป้าหมายใหญ่
ก็ขนาดกั๊กๆไว้แล้ว ยังเล่นเอาฮือฮา ถึงขนาดที่ผู้บัญชาการ 4 เหล่าทัพ
ตบเท้าเข้าร่วมประชุมด่วน ถกลับคิว "ทักษิณ' โฟนอิน ฟันธงเข้าข่าย
"หมิ่นเหม่"
ตีปาก "ทักษิณ" พูดหนักเกินไป
ที่แน่ๆในหมู่ขุนทหารวิเคราะห์สถานการณ์ภายหลังจากคิวโฟนอินเมื่อคืนวัน ที่ 1 พฤศจิกายน
ที่ผ่านมา ทำให้ดูเหมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะได้เปรียบทางด้านการเมือง โดยเฉพาะการ
พิจารณาคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องยืดระยะเวลา ออกไป
และจะทำให้อดีตนายกฯทักษิณสามารถต่อรองทางการเมืองได้
ซึ่งก็ไม่ได้ผิดจากที่บิ๊กเหล่าทัพอ่านเกมกัน
เพราะในวงสนทนาระหว่าง "ทักษิณ" กับก๊วนคนสนิทที่ฮ่องกง ก็พูดกันแบบปลื้มๆ
กับคิวรวมพลคนเสื้อแดงที่แห่มากันแน่นสนามราชมังคลากีฬา สถาน ล้นความจุเกือบแสนคน
จริงเท็จแค่ไหนไม่แน่ใจ แต่คิวนี้วงในคุยกันฟุ้งเลยว่า "นายใหญ่' ไม่ได้ปล่อยหัวจ่าย
เพราะอยากวัดใจกองเชียร์เหมือนกัน
ถ้าไม่มีเรื่องของเงินๆทองๆ ยังจะรักกันอยู่หรือไม่
วัดกันให้เห็นๆไปเลยทั้งฝ่ายเขาฝ่ายเรา ต้นทุน "ทักษิณ" ของจริงหรือปลอม
แล้วเป็นไงคะ เห็นหรือยังว่ามีคนรักอยู่เท่าไหร่
ถึงเวลา "แฟนคลับ" มากันล้นสนาม หัวใจมันเลยพองโต
แต่ถึงแม้จะจุดพลุรวมพลคนเสื้อแดง เครือข่าย "นายใหญ่" ลากกระแสมาอยู่
ในจุดที่เป็นต่อทางการเมืองได้ โดยเกมรุกก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามเสียทีเดียว
กับคิวแหลมๆเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ออกตัวนิ่มๆ พรรคพลังประชาชนไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
เรื่องการล่ารายชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นการแสดงออก เป็นความคิดของแต่ละคน
จะทำได้หรือไม่ได้
สุดท้ายแล้วก็เป็นไปตามกฎหมาย
ขณะที่ "ขุนค้อน" นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รมว.ยุติธรรม ออกลีลาติ๊ดชึ่ง
เรื่องนี้ต้องศึกษารายละเอียดของกฎหมายว่า การยื่นขอพระราชทานอภัยโทษนั้น
ผู้ต้องคำพิพากษาจะต้องมารับโทษก่อนหรือไม่
แต่ไฮไลต์มันอยู่ตรงปมติดติ่งห้อยท้าย นายสมศักดิ์แย้มไต๋ หากช่องทางกฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
ก็ต้องทำตาม และไม่หนักใจถ้ากระทรวงยุติธรรมจะต้องตัดสินใจเรื่องการขออภัยโทษให้อดีต
นายกฯทักษิณ
เอาเป็นว่า "ขุนค้อน" เป็นรัฐมนตรีวีไอพีหนึ่งในไม่กี่คนที่ พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์ข้ามทวีปมาแสดงความยินดีเมื่อวันประกาศชื่อ ครม.
เขาต่อสายตรงคุยกันอยู่แล้ว.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น