'อภิรักษ์' สังเวยคมดาบ [13 พ.ย. 51 - 04:38]
"มหาอุด" ยังเอาไม่อยู่ กับบทเฮี้ยนก่อนคืนวันเพ็ญของคณะกรรมการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติด้วยคะแนนเอกฉันท์ 9 ต่อ 0
ฟัน "หล่อเล็ก" นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ชี้มูลความผิดอาญาในคดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง กทม.
ตกตะลึง ตั้งตัวไม่ติดไปตามๆกัน
ก่อนอื่นเลยถือเป็นการทำลายความขมังของ "หลวงพ่อรอด" ที่ร่ำลือกันว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์
พกของดี แคล้วคลาดคดีสำคัญจนคนในสังคมเลิกสงสัยในความเหนียว
ไม่เสียว ไม่ลุ้นกันแล้ว
มันจึงเป็นอะไรที่ฉุดอารมณ์กันอย่างแรง งานนี้ ป.ป.ช.กระตุกสังคมให้กลับมาอยู่ในจุดที่
เชื่อมั่นได้ในเรื่องของความไม่เข้าใครออกใคร
มีสิทธิโดนเท่าเทียมกันหมด
และแน่นอน โดยคิวของ "อภิรักษ์" น่าจะเป็นตราประทับมาตรฐานความชอบธรรม
คำสั่งของ ป.ป.ช.ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพรรคพลังประชาชน ทั้งที่ได้ลงดาบไปแล้ว
และคดีที่กำลังจ่อคิวเชือดอยู่บนเขียง
ข้ออ้างลำเอียง เถียงไม่ขึ้น
"อภิรักษ์" สังเวยดาบ ป.ป.ช.ให้คมกริบขึ้นทันตา
แต่ในขณะที่ ป.ป.ช.ดึงความศักดิ์สิทธิ์กลับมา ในทางตรงกันข้ามก็ก่อให้เกิดข้อกังขา
ในมาตรฐานของอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการ กระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
(คตส.) โดยเฉพาะกับคนชื่อ "นาม ยิ้มแย้ม"
เทียบสำนวนคดีเดียวกันเลย
กับบทสรุปของคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีรถดับเพลิงฯชุดที่นายนาม ในฐานะประธาน
คตส.ชุดใหญ่ ลงทุนโดดลงมารับหน้าเสื่อเป็นประธานคณะสอบชุดเล็ก และสรุปออกมา
ในรายงานของอนุกรรมการไต่สวนฯหน้า 220 ตั้งแท่นเสนอ คตส.ชุดใหญ่
"ภายหลังจากที่ทราบข้อมูลว่ามีการทุจริต ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายอภิรักษ์) ก็ได้ขอให้
กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณในการจัดซื้อครั้งนี้ พิจารณาทบทวนการซื้อ
ตลอดมา แต่ก็ได้รับคำชี้แจงยืนยันว่า การจัดซื้อครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์
ทุกประการ อีกทั้งยังเร่งรัดให้ กทม.รีบเปิดแอล/ซี ให้แก่บริษัทสไตเออร์ อยู่เสมอ
จนในที่สุดเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2548 กทม.ก็ได้เปิดแอล/ซี ให้แก่บริษัท สไตเออร์
ดังนั้น การกระทำดังกล่าวของผู้ถูกร้องที่ 1 จึงถือเป็นการปฏิบัติตามสมควรแห่งฐานะ
แห่งตนอย่างเหมาะสมแล้ว"
ลบชื่อ "อภิรักษ์" หลุดโผนาทีสุดท้าย ก่อนที่ คตส.จะหมดวาระไม่กี่อึดใจ
ใน ขณะที่ผลสอบล่าสุดของ ป.ป.ช.ที่ฟันธงกันออกมา โดยการแถลงของนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ระบุไปอีกทางว่า หลังนายอภิรักษ์เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2547 ได้ทราบข้อมูลว่า มีการทุจริตโครงการดังกล่าว
และมีการร้องเรียนเรื่องมาที่สำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งมีการหารือในพรรคประชาธิปัตย์
ที่สำคัญยังพบว่าเอ็มโอยูไม่ได้ส่งให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ ซึ่งเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้อง
แต่ นายอภิรักษ์กลับไม่ดำเนินการตามสัญญา เพียงแค่แต่งตั้งคณะ กรรมการขึ้นมาพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดการจัดซื้อเท่านั้น อีกทั้งการที่นายอภิรักษ์ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาทบทวน
การจัดซื้อตาม โครงการนี้มาตลอด ย่อมแสดงให้เห็นว่า นายอภิรักษ์ทราบข้อเท็จจริงว่ามีข้อบกพร่อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลับอ้างว่าไม่มีอำนาจในการดำเนินการ รวมทั้งอ้างว่าถูกเร่งให้เปิดแอล/ซี
ซึ่งคำกล่าวอ้างทั้งหมดไม่สามารถฟังได้
แม้นาทีนี้จะยังไม่ชัดว่าสำนวนของใครถูก บทสรุปของใครผิด เพราะคำตอบสุดท้ายอยู่ที่
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
แต่โดยผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความลักลั่น ที่แน่ๆ นายอภิรักษ์ได้ประกาศลาออกจาก
ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.แล้ว โดยขอให้ มีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน เป็นต้นไป
ต้องจัดเลือกตั้งกันใหม่ ต้องเสียงบประมาณแผ่นดินนับเป็นหลักร้อยๆล้านบาท
เบื้องต้นต้องมีคนโดนด่า
สำหรับนายนาม ที่ชิงเอามาตรฐานตัวเองการันตีความบริสุทธิ์ให้ "อภิรักษ์" อย่างออกหน้าออกตา
แต่ที่ต้องสะกิดกันแรงๆก็คือพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่ตั้งมาตรฐาน ทางการเมืองของตัวเอง
ไว้สูงลิ่ว คิวนี้รู้อยู่เต็มอกว่า "อภิรักษ์" มีชนักปักหลัง ยังส่งลงสนาม แล้วก็เกิดปัญหาจนได้
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
สงสัยว่าที่ถูลู่ถูกัง ส่งอภิรักษ์ลงทั้งๆที่ก็รู้ว่าจะโดนสอยคงเป็นเพราะ
1. เชื่อว่าคงหลุดตามที่นายนามสัญญาไว้ เลยหวังกันทั้งพรรค
ถึงได้หลุดคำพูดว่าผิดหวังออกมาไงคะ
2. อยากให้อภิรักษ์ อยู่ต่อ เพื่อไถเงินให้พรรคอีกสักครั้ง
เพราะในพรรคไม่เห็นจะมีหน้าไหนหาเงินเก่งเท่าอภิรักษ์เลย
นั่นคือเหตุผลที่อยู่ดีๆ พรรคแมลงสาบก็จัดงานหาเงินอย่างไม่มีปี่
มีขลุ่ย ทั้งๆที่ยังไม่มีวี่แววการเลือกตั้งเลย แต่ต้องให้อภิรักษ์
ทำการรีดไถเป็นครั้งสุดท้าย
เดี๋ยวจะมาบอกต่อว่า อภิรักษ์ ทำอะไรที่เป็นการรีดไถบ้างนะคะ
ที่เห็นชัดๆนะคะ ก็รถติดป้ายโฆษณาไงคะ เสียดายที่วันนี้ยังไม่มีรูปปลากรอบ
ใครผ่านไปเห็นวานถ่ายมาโชว์กันด้วยนะคะ มีหลายแห่งเลยค่ะ
ที่ป้าเห็นก็ข้างทางด่วนทางลงเพลินจิตไงคะ มีพื้นที่ของรถไฟอยู่ไม่กว้างนัก
เมื่อก่อนก็มีร้านคาราโอเกะคนยากเช่าเปิดร้านอยู่ ไม่ทันได้สังเกตว่ายังมีอยู่ไหม
เพราะมัวไปสะดุดตากับรถประมาณหกล้อ มีโครงเหล็กต่อขึ้นไป เสียสูง
รถที่ว่านี่ก็ยกกระบะได้ด้วยนะคะ ทำให้ป้ายสูงขึ้นไปอีก การเอารถมาจอด
ให้เช่าป้ายโฆษณานี่นะคะ ไม่สะอาดแน่นอน เพราะที่บริเวณดังกล่าว
ทำการก่อสร้างโครงเหล็กติดป้ายโฆษณาไม่ได้แน่ จึงเอารถเข้าไปจอดไว้
แต่ภาพที่เห็นเขาไม่ได้จอดชั่วคราวนะคะ เพราะมีเหล็กสลิงดึงไว้อย่างแน่นหนา
ในทุกๆด้านกะจะจอดกึ่งถาวรเลยเชียว
แล้วจำรถที่ว่านี่ได้ไหมคะ เมื่อก่อนก็มีเรื่องทีหนึ่งแล้ว ที่เอารถใหญ่กว่ารถกระบะ
นิดหน่อยไปจอดไว้ตามที่ชุมชน เช่นบนถนนอังรีดูนังค์ ที่ไปต่อกับถนนพระรามหนึ่งน่ะค่ะ แล้วถูกร้องเรียนว่าเอามาจอดได้ไง เลยหายไป
แต่ก็มาเช่าที่จอดตามที่ก่อสร้างไม่ได้ อย่างนี้น่ะค่ะ ต้องเป็นการเลี่ยงกม. แน่ๆ
แล้ว กทม. ทำอะไร รับผิดชอบอะไร ถ้าไม่รู้เห็นเป็นใจ งาบสินบนเขามาจะปล่อยให้โฆษณาได้ด้วยหรือคะ แล้วค่าภาษีป้าย มีจัดการเก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือเปล่า หรือถือว่าเป็นป้ายชั่วคราว เลยได้รับการยกเว้น
เนี่ยนะคะ เป็นตัวอย่างเบาะๆที่ผู้ว่าคนนี้ทำ อย่างไม่น่าจะถูกต้องและโปร่งใส
ไว้นึกอย่างอื่นออก จะมาบอกใหม่นะคะ ใครมีอะไร ก็เอามาช่วยแจมกัน
ผู้คนจะได้ตาสว่างเสียที
"มหาอุด" ยังเอาไม่อยู่ กับบทเฮี้ยนก่อนคืนวันเพ็ญของคณะกรรมการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติด้วยคะแนนเอกฉันท์ 9 ต่อ 0
ฟัน "หล่อเล็ก" นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ชี้มูลความผิดอาญาในคดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง กทม.
ตกตะลึง ตั้งตัวไม่ติดไปตามๆกัน
ก่อนอื่นเลยถือเป็นการทำลายความขมังของ "หลวงพ่อรอด" ที่ร่ำลือกันว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์
พกของดี แคล้วคลาดคดีสำคัญจนคนในสังคมเลิกสงสัยในความเหนียว
ไม่เสียว ไม่ลุ้นกันแล้ว
มันจึงเป็นอะไรที่ฉุดอารมณ์กันอย่างแรง งานนี้ ป.ป.ช.กระตุกสังคมให้กลับมาอยู่ในจุดที่
เชื่อมั่นได้ในเรื่องของความไม่เข้าใครออกใคร
มีสิทธิโดนเท่าเทียมกันหมด
และแน่นอน โดยคิวของ "อภิรักษ์" น่าจะเป็นตราประทับมาตรฐานความชอบธรรม
คำสั่งของ ป.ป.ช.ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพรรคพลังประชาชน ทั้งที่ได้ลงดาบไปแล้ว
และคดีที่กำลังจ่อคิวเชือดอยู่บนเขียง
ข้ออ้างลำเอียง เถียงไม่ขึ้น
"อภิรักษ์" สังเวยดาบ ป.ป.ช.ให้คมกริบขึ้นทันตา
แต่ในขณะที่ ป.ป.ช.ดึงความศักดิ์สิทธิ์กลับมา ในทางตรงกันข้ามก็ก่อให้เกิดข้อกังขา
ในมาตรฐานของอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการ กระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
(คตส.) โดยเฉพาะกับคนชื่อ "นาม ยิ้มแย้ม"
เทียบสำนวนคดีเดียวกันเลย
กับบทสรุปของคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีรถดับเพลิงฯชุดที่นายนาม ในฐานะประธาน
คตส.ชุดใหญ่ ลงทุนโดดลงมารับหน้าเสื่อเป็นประธานคณะสอบชุดเล็ก และสรุปออกมา
ในรายงานของอนุกรรมการไต่สวนฯหน้า 220 ตั้งแท่นเสนอ คตส.ชุดใหญ่
"ภายหลังจากที่ทราบข้อมูลว่ามีการทุจริต ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายอภิรักษ์) ก็ได้ขอให้
กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณในการจัดซื้อครั้งนี้ พิจารณาทบทวนการซื้อ
ตลอดมา แต่ก็ได้รับคำชี้แจงยืนยันว่า การจัดซื้อครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์
ทุกประการ อีกทั้งยังเร่งรัดให้ กทม.รีบเปิดแอล/ซี ให้แก่บริษัทสไตเออร์ อยู่เสมอ
จนในที่สุดเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2548 กทม.ก็ได้เปิดแอล/ซี ให้แก่บริษัท สไตเออร์
ดังนั้น การกระทำดังกล่าวของผู้ถูกร้องที่ 1 จึงถือเป็นการปฏิบัติตามสมควรแห่งฐานะ
แห่งตนอย่างเหมาะสมแล้ว"
ลบชื่อ "อภิรักษ์" หลุดโผนาทีสุดท้าย ก่อนที่ คตส.จะหมดวาระไม่กี่อึดใจ
ใน ขณะที่ผลสอบล่าสุดของ ป.ป.ช.ที่ฟันธงกันออกมา โดยการแถลงของนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ระบุไปอีกทางว่า หลังนายอภิรักษ์เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2547 ได้ทราบข้อมูลว่า มีการทุจริตโครงการดังกล่าว
และมีการร้องเรียนเรื่องมาที่สำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งมีการหารือในพรรคประชาธิปัตย์
ที่สำคัญยังพบว่าเอ็มโอยูไม่ได้ส่งให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ ซึ่งเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้อง
แต่ นายอภิรักษ์กลับไม่ดำเนินการตามสัญญา เพียงแค่แต่งตั้งคณะ กรรมการขึ้นมาพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดการจัดซื้อเท่านั้น อีกทั้งการที่นายอภิรักษ์ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาทบทวน
การจัดซื้อตาม โครงการนี้มาตลอด ย่อมแสดงให้เห็นว่า นายอภิรักษ์ทราบข้อเท็จจริงว่ามีข้อบกพร่อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลับอ้างว่าไม่มีอำนาจในการดำเนินการ รวมทั้งอ้างว่าถูกเร่งให้เปิดแอล/ซี
ซึ่งคำกล่าวอ้างทั้งหมดไม่สามารถฟังได้
ป.ป.ช.กับ คตส. ขบเหลี่ยมกันจังๆเลย
แม้นาทีนี้จะยังไม่ชัดว่าสำนวนของใครถูก บทสรุปของใครผิด เพราะคำตอบสุดท้ายอยู่ที่
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
แต่โดยผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความลักลั่น ที่แน่ๆ นายอภิรักษ์ได้ประกาศลาออกจาก
ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.แล้ว โดยขอให้ มีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน เป็นต้นไป
ต้องจัดเลือกตั้งกันใหม่ ต้องเสียงบประมาณแผ่นดินนับเป็นหลักร้อยๆล้านบาท
เบื้องต้นต้องมีคนโดนด่า
สำหรับนายนาม ที่ชิงเอามาตรฐานตัวเองการันตีความบริสุทธิ์ให้ "อภิรักษ์" อย่างออกหน้าออกตา
คงหวังอะไรไม่ได้มากไปกว่าอาการเขิน
แต่ที่ต้องสะกิดกันแรงๆก็คือพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่ตั้งมาตรฐาน ทางการเมืองของตัวเอง
ไว้สูงลิ่ว คิวนี้รู้อยู่เต็มอกว่า "อภิรักษ์" มีชนักปักหลัง ยังส่งลงสนาม แล้วก็เกิดปัญหาจนได้
จะสารภาพ ไถ่บาปกันยังไงดี.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
สงสัยว่าที่ถูลู่ถูกัง ส่งอภิรักษ์ลงทั้งๆที่ก็รู้ว่าจะโดนสอยคงเป็นเพราะ
1. เชื่อว่าคงหลุดตามที่นายนามสัญญาไว้ เลยหวังกันทั้งพรรค
ถึงได้หลุดคำพูดว่าผิดหวังออกมาไงคะ
2. อยากให้อภิรักษ์ อยู่ต่อ เพื่อไถเงินให้พรรคอีกสักครั้ง
เพราะในพรรคไม่เห็นจะมีหน้าไหนหาเงินเก่งเท่าอภิรักษ์เลย
นั่นคือเหตุผลที่อยู่ดีๆ พรรคแมลงสาบก็จัดงานหาเงินอย่างไม่มีปี่
มีขลุ่ย ทั้งๆที่ยังไม่มีวี่แววการเลือกตั้งเลย แต่ต้องให้อภิรักษ์
ทำการรีดไถเป็นครั้งสุดท้าย
เดี๋ยวจะมาบอกต่อว่า อภิรักษ์ ทำอะไรที่เป็นการรีดไถบ้างนะคะ
ที่เห็นชัดๆนะคะ ก็รถติดป้ายโฆษณาไงคะ เสียดายที่วันนี้ยังไม่มีรูปปลากรอบ
ใครผ่านไปเห็นวานถ่ายมาโชว์กันด้วยนะคะ มีหลายแห่งเลยค่ะ
ที่ป้าเห็นก็ข้างทางด่วนทางลงเพลินจิตไงคะ มีพื้นที่ของรถไฟอยู่ไม่กว้างนัก
เมื่อก่อนก็มีร้านคาราโอเกะคนยากเช่าเปิดร้านอยู่ ไม่ทันได้สังเกตว่ายังมีอยู่ไหม
เพราะมัวไปสะดุดตากับรถประมาณหกล้อ มีโครงเหล็กต่อขึ้นไป เสียสูง
รถที่ว่านี่ก็ยกกระบะได้ด้วยนะคะ ทำให้ป้ายสูงขึ้นไปอีก การเอารถมาจอด
ให้เช่าป้ายโฆษณานี่นะคะ ไม่สะอาดแน่นอน เพราะที่บริเวณดังกล่าว
ทำการก่อสร้างโครงเหล็กติดป้ายโฆษณาไม่ได้แน่ จึงเอารถเข้าไปจอดไว้
แต่ภาพที่เห็นเขาไม่ได้จอดชั่วคราวนะคะ เพราะมีเหล็กสลิงดึงไว้อย่างแน่นหนา
ในทุกๆด้านกะจะจอดกึ่งถาวรเลยเชียว
แล้วจำรถที่ว่านี่ได้ไหมคะ เมื่อก่อนก็มีเรื่องทีหนึ่งแล้ว ที่เอารถใหญ่กว่ารถกระบะ
นิดหน่อยไปจอดไว้ตามที่ชุมชน เช่นบนถนนอังรีดูนังค์ ที่ไปต่อกับถนนพระรามหนึ่งน่ะค่ะ แล้วถูกร้องเรียนว่าเอามาจอดได้ไง เลยหายไป
แต่ก็มาเช่าที่จอดตามที่ก่อสร้างไม่ได้ อย่างนี้น่ะค่ะ ต้องเป็นการเลี่ยงกม. แน่ๆ
แล้ว กทม. ทำอะไร รับผิดชอบอะไร ถ้าไม่รู้เห็นเป็นใจ งาบสินบนเขามาจะปล่อยให้โฆษณาได้ด้วยหรือคะ แล้วค่าภาษีป้าย มีจัดการเก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือเปล่า หรือถือว่าเป็นป้ายชั่วคราว เลยได้รับการยกเว้น
เนี่ยนะคะ เป็นตัวอย่างเบาะๆที่ผู้ว่าคนนี้ทำ อย่างไม่น่าจะถูกต้องและโปร่งใส
ไว้นึกอย่างอื่นออก จะมาบอกใหม่นะคะ ใครมีอะไร ก็เอามาช่วยแจมกัน
ผู้คนจะได้ตาสว่างเสียที
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น