วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ป้าแปะขอแปะข่าวก่อนออกเดินทาง

ID # 741928 - โพสต์เมื่อ : 2008-11-07 12:32:30 _ ปิดข้อความ ex-link







งานสิริมงคล-วันนี้! บวงสรวง พระบรมรูปทรงม้า

ก่อนจัดพิธีใหญ่ ครบรอบ100ปี ราชานุสาวรีย์ฯ ตั้งแต่ 12-16พย. พระบรมฯเสด็จ




รำลึก 100 ปี- ภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเปิดผ้าคลุมพระบรมรูปทรงม้ารัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2451 โดยจะมีพิธีบวงสรวงพระบรมรูปทรงม้าในวโรกาสครบรอบ 100 ปีและเป็นสิริมงคลของประเทศในวันที่ 7 พ.ย.นี้

มูลนิธิ โทรทัศน์เฉลิมพระ เกียรติผ่านดาวเทียม จัดพิธีใหญ่วันนี้ บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ถือฤกษ์

เวลา 17.29 น. ก่อนเตรียมจัดงานรำลึก 100 ปี พระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 12-16 พ.ย. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จฯทรงเป็นประธานเปิดงาน เพื่อถวายสักการะ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิ คุณ มีนิทรรศการภาพเคลื่อนไหว ถ่ายทอดพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ผ่าน "ม่านน้ำ" รวมทั้งจัดแสดงตลาดย้อนยุค ทั้งตลาดบกและตลาดน้ำ เมื่อยุค 100 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ ประธานมูลนิธิโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติผ่านดาวเทียม กล่าวถึงการจัดงานรำลึกครบ 100 ปี พระบรมรูปทรงม้า ว่า เนื่องด้วยในวันที่ 11 พ.ย. จะเป็นวันครบรอบ 100 ปี พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทางมูลนิธิโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติผ่านดาวเทียม จึงจัดงานรำลึกครบ 100 ปี พระบรมรูปทรงม้า โดย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนดวันจัดงานในวันที่ 12-16 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ที่สวนอัมพร และลานพระบรมรูปทรงม้า และเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานในเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พ.ย. โดยคณะทำงานกำหนดพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในเวลา 17.29 น. วันที่ 7 พ.ย.

ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ กล่าวว่า พสกนิกรทั่วไปคงรับรู้ถึงความพิเศษของพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ นี้ เนื่องจากเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์ต้นแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ เสด็จฯ เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ด้วยพระองค์เอง ต่างจากพระบรมราชานุสาวรีย์พระองค์อื่น เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2451 ในวาระครบรอบ 100 ปี มูลนิธิโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติผ่านดาวเทียม เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีเพื่อจัดงานรำลึกในวาระดังกล่าว เพื่อถวายสักการะ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานต่อปวงชนชาวไทย

ประธานมูลนิธิโทรทัศน์เฉลิมพระ เเกียรติผ่านดาวเทียม กล่าวต่อว่า การจัดงานครั้งนี้ จะจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจัดทำเป็นนิทรรศการภาพเคลื่อนไหว ถ่ายทอดพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ผ่านม่านน้ำ นอกจากนี้ ยังจัดนิทรรศการ "ตามเสด็จประพาสสมานไมตรี" เนื้อหาเกี่ยวกับการเสด็จประพาสต้น และเสด็จประพาสยุโรป รวมถึงอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ มาจัดแสดงเป็นจำนวนมากที่สุด แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงที่ไม่สมควรจัดกิจกรรมรื่นเริง กิจกรรมอื่นๆ ที่จัดในงาน จะเป็นการแสดงย้อนยุค จัดแสดงตลาดบก ตลาดน้ำ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ว่า ตลาดในสมัยนั้นเป็นอย่างไร อาหารคาวหวาน การละเล่นในสมัยดังกล่าวมีอะไรบ้าง

ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังจัดประกวดภาพถ่าย ในหัวข้อ "รำลึกครบ 100 ปี พระบรมรูปทรงม้า" เชิญชวนให้ช่างภาพอาชีพ ช่างภาพสมัครเล่น และประชาชนทั่วไป ภ่ายภาพบรรยากาศในการจัดงานดังกล่าวเข้าประกวด โดยผู้เข้าร่วมประกวดสามารถลงทะเบียนเข้าแข่งขัน และส่งภาพเข้าประกวดได้ภายในวันที่ 13 พ.ย. ที่สวนอัมพร ตัดสินผู้ชนะเพื่อรับเหรียญทองคำที่ระลึกพระบรมรูปทรงม้า ครบ 100 ปี รวมเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท ในวันที่ 14 พ.ย. และนำมาจัดแสดงที่บอร์ดนิทรรศการในวันที่ 15-16 พ.ย. พร้อมทั้งเชิญชวนพสกนิกรแต่งกายย้อนยุคเข้าร่วมงาน โดยทุกคนที่เข้าร่วมงานจะได้รับโปสการ์ดภาพแห่งประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก งานรำลึกครบ 100 ปี พระบรมรูปทรงม้า แจกฟรี วันละ 1 แบบ 5 วัน 5 แบบ

สำหรับ รายละเอียดกิจกรรมและนิทรรศการมีดังนี้ กิจกรรมส่วนที่ 1.พระบารมีเกริกหล้า นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใต้แนวคิด "ปิยมหาราช..กษัตราในดวงใจ" พระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงปกป้องคุ้มครองแผ่นดินและพัฒนาบ้านเมือง เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในการนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศชาติ ประกอบด้วย 4 ส่วนนิทรรศการหลัก ได้แก่ 1.พระราชประวัติ 2.เบิกฟ้า วัฒนาสยามประเทศ ประกอบด้วย พระราชกรณียกิจด้านการคมนาคม การสื่อสาร ด้านสังคม การเลิกทาส ด้านสาธารณูปโภค ด้านการเมืองการปกครอง สาธารณสุข เศรษฐกิจ การคลัง ยุติธรรม การศึกษา กฎหมาย และศาล ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวด้วยการฉายภาพผ่านม่านน้ำ

3.ตามรอยพระบาท เสด็จประพาสสมานไมตรี ทั้งการเสด็จประพาสต่างประเทศ และเสด็จประพาสต้น 4.พระบรมรูปทรงม้า พระบรมราชานุสรณ์แห่งความภักดี โดยร่วมย้อนภาพความทรงจำในอดีตกว่า 1 ศตวรรษ ในนิทรรศการที่จะได้สัมผัสภาพประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 100 ปี ครั้งเมื่ออัญเชิญพระบรมรูปทรงม้าขึ้นประดิษฐาน บนแท่นรองหน้าพระราชวังดุสิต โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ ไปทรงทำพิธีเปิดด้วยพระองค์เองนั้น คนไทยในยุคปัจจุบันอาจไม่เคยมีโอกาสได้เห็น แต่วันนี้ภาพประวัติศาสตร์เมื่อครั้งนั้น จะย้อนกลับมาอีกครั้ง

กิจกรรม ที่ 2.ปวงประชาเกษมศานต์ ย้อนอดีตชื่นชมตลาดขายของวิถีไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องในงานนิวัติพระนคร ด้วยการเนรมิตตลาดพระนครย้อนยุคกว่า 100 ปี มาอยู่บริเวณโดยรอบสวนอัมพร ทั้งตลาดบกและตลาดน้ำ บริเวณสระน้ำหน้าอาคารใหม่สวนอัมพร ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้สัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุค และสร้างสีสันด้วยการแต่งชุดไทยของแม่ค้าร้านตลาดในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้ได้จับจ่ายกันอย่างเพลิดเพลิน พร้อมด้วยบริการรถลากชมตลาด ชิม และเลือกซื้ออาหาร ขนมไทยกว่า 100 ชนิดที่มีในอดีตที่มีมาจนถึงปัจจุบัน ให้คนไทยได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศการเดินทางในสมัยนั้นด้วย การแสดงละเล่นและการแสดงพื้นเมืองต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 จัดกิจกรรมบริเวณภายในอาคารสวนอัมพร

อีกทั้งยังมีการแสดงต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยใช้บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 อาทิ การแสดงเรื่อง "ลิลิตนิทราชาคริต" การแสดงเรื่อง "เงาะป่า" เป็นต้น แกลลอรี่จัดแสดงภาพประทับใจของศิลปินดาราที่มีต่อเสด็จพ่อ รัชกาลที่ 5 จัดฉายภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความยาว 10 นาที ที่ไม่เคยจัดฉายที่ใดมาก่อน หาชมได้ยากยิ่งในรูปแบบพาโนราม่า โดยจัดฉายระหว่างการพักการแสดงบนเวทีกลาง อาคารใหม่ สวนอัมพร กิจกรรมถ่ายภาพย้อนยุค พร้อมจัดทำเป็นโปสการ์ดและการจัดแสดงจำลองของใช้สมัยรัชกาลที่ 5 ร่วมบันทึกภาพแห่งความประทับใจในบรรยากาศย้อนยุคกว่า 100 ปี ด้วยการถ่ายภาพของคุณ จัดทำเป็นถ่ายภาพคุณ เป็นโป๊ด-สะ-กาด ย้อนยุค แล้วจ่าหน้าส่งถึงตัวคุณเอง ในราคาเพียง 20 บาท ฯลฯ

สุดท้ายเป็น กิจกรรมที่ 3.หทัยกานต์ องค์ราชัน ประชาชนร่วมแสดงความจงรักภักดีโดยการวางดอกกุหลาบสีชมพู ที่เกิดจากความภักดีของพสกนิกรชาวสยามนำมาถวายแด่สมเด็จพระปิยมหาราช ถูกจัดเรียงร้อยเป็นอักษรดอกไม้เป็นเลข 100 ขนาดใหญ่ แทนใจชาวไทย 63 ล้านดวง ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า


แถมด้วยคำพูดของผบ.ทบ.
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์
เมื่อ ถามถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำผ้าอนามัย (โกเต๊ก) ที่ใช้แล้วนำไปถูที่ฐานพระบรมรูปทรงม้า (ร.5) เพื่อแก้ไสยศาสตร์ของฝ่ายตรงข้าม
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า

"ขออนุญาตไม่พูดในเรื่องนี้"



เมื่อถามย้ำอีกว่า ถือว่าเหมาะสมหรือไม่กับการกระทำดังกล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า "ไม่ขออนุญาตพูด"

แถมอีกข่าวนะคะ ดูเอาเถิดว่าบ้านนี้เมืองนี้เป็นไปได้ถึงเพียงนี้



วันที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เวลา 11:52 น. ข่าวสดออนไลน์


อัยการเลื่อนนัดสั่งคดีหลานวิชา 16ธ.ค.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด รัชดาภิเษก นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 นัดสั่งคดีที่บริษัท แคนนอน แปซิฟิค จำกัด และนายเอกชัย มหาคุณ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ซึ่งเป็นหลานนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)จำกัด ผู้ต้องหาที่ 1-2 กระทำผิด พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 และ 99 ข้อหาสำแดงภาษีเท็จต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร นำเข้าไวน์จากต่างประเทศ จำนวน 312,214,873 บาท ตั้งแต่ปี 2546-2549 รวม 84 ครั้ง
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ ผู้ต้องหามารายงานตัวพร้อมยื่นคำร้องขอเลื่อนการสั่งคดีออกไปอีก 30 วัน เนื่องจากกำลังขอคำยืนยันเอกสารการซื้อขายไวน์ จากบริษัทไวน์ในต่างประเทศ อัยการจึงอนุญาตให้เลื่อนการสั่งคดีออกไปเป็นวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.
อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เปิดเผยว่า ตนได้เสนอคำร้องขอเลื่อนสั่งคดีของผู้ต้องหา ให้นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณา โดยในคำร้องบุว่าการเลื่อนสั่งคดีนัดที่ผ่านมาระยะเวลายังไม่เพียงพอในการ ติดตามขอเอกสารการสั่งซื้อไวน์จากบริษัทในต่างประเทศประมาณ 10 บริษัท ซึ่งผู้ต้องหาติดตามเอกสารมาได้แล้วส่วนหนึ่งจึงขอให้อัยการเลื่อนสั่งคดี อีกครั้ง โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหามีเหตุจำเป็นจึง สมควรที่จะให้โอกาส จึงอนุญาตให้เลื่อนนัด ส่วนที่การให้ประกันตัวผู้ต้องหาจะครบกำหนดระยะเวลา 6 เดือนตามกฎหมาย ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ซึ่งหากอัยการยังไม่มีความเห็นสั่งคดีก็จะต้องยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาต่อ ศาลนั้น ตนเห็นว่าที่ผ่านมาระหว่างรอฟังคำสั่งคดีผู้ต้องหามารายงานตัวตามกำหนดทุก นัดเชื่อว่าจะไม่มีพฤติการณ์หลบหนีจึงได้ขออนุญาตอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ที่จะไม่ต้องยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาโดย อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษอนุญาต
นายเอกชัย กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบว่าจะติดตามเอกสารจากต่างประเทศได้ครบและยื่นให้อัยการได้ ทันภายในวันที่ 16 ธ.ค.ที่อัยการนัดสั่งคดีหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากถึงกำหนดแล้วอัยการจะไม่พิจารณาให้เลื่อนนัดอีก และจะมีความเห็นสั่งคดีตนก็ยอมรับ



ไม่มีความคิดเห็น: