วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

จดหมายของคนหน้าด้าน






ดร. ทักษิณครับ


เรา ไม่ได้พูดคุยกันมานานแล้ว แต่ผมรู้สึกจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงท่าน หลังจากที่ได้เห็น "จดหมายเปิดผนึก" ที่ท่านเขียนถึง "เพื่อน" ของท่านผ่านสื่อมวลชนนานาชาติ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2551


ผมพอ เข้าใจได้ว่า เนื่องจากท่านเลือกที่จะไม่เผชิญหน้ากับคดีทั้งหลายที่ท่านโดนกล่าวหาใน ประเทศไทย อีกทั้งท่านกำลังดำเนินการขอลี้ภัยในประเทศ
สหราชอาณาจักร ท่านจึงเขียนจดหมายในลักษณะนั้น ถึง แม้ว่ามันเป็นเรื่องน่าละอายที่ท่านจะเลือกอีกแล้วที่จะทำร้ายประเทศบ้าน เกิดเมืองนอนของท่านเอง เพียงเพื่อจะปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ส่วนตัวของท่าน

คุณกรณ์ อายที่คนเขาพูดความจริงเกี่ยวกับประเทศไทย
แต่คุณกรณ์ กลับไม่อายที่ เขาไปเขียนถึงกันทั่วโลกว่าพรรคประชาธิปัตย์
เป็นผู้สนับสนุนผู้ก่อการร้าย ทำร้ายทำลายประเทศ ด้วยการทำลายระบอบประชาธิปไตย คุณกรณ์ไม่เคยอายที่ หัวหน้าพรรคเป็นคนที่ไม่รู้จักว่า
ระบอบประชาธิปไตยคืออะไร (เห็นได้จากการ บอยคอต การเลือกตั้ง
การขอพระราชทานนายกฯตามม.7) คุณกรณ์ไม่เคยอายที่สมาชิกพรรค
ไปยืนสั่งการการล้อมรัฐสภา และคุณกรณ์ ก็ไม่เคยอายที่จะมีสมาชิกพรรค
กระทำการเยี่ยงกบฎ บุกรุกยึดทำเนียบรัฐบาล



มัน คงจะ ดีกว่านี้มากนัก ถ้าท่านซื่อตรงต่อการประเมินสถานการณ์ของท่านเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่ เกี่ยวข้องกับคดีซื้อขายที่ดิน ซึ่งท่านถูกตัดสินให้มีความผิดในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน



มันคงจะน่าสนใจอย่างยิ่งที่จะรับฟังว่า ทำไมทีมกฎหมายของท่านจึงถูกจับและพิสูจน์ว่า พยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาล



ยิ่ง ไปกว่านั้น ท่านก็ตระหนักอยู่เต็มอกว่า กฎหมายที่ท่านฝ่าฝืน นั้นเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน เพราะเป็นการฝ่าฝืนมาตราหลักในรัฐธรรมนูญ ซึ่งลงโทษ
การกระทำที่ถือว่าเป็นอาชญากรรมของผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง


อันที่จริงกฎหมายนั้นได้ห้ามนักการเมือง ทำการที่น่าจะเป็นการเกิดประโยชน์ทับซ้อน เกิดปัญหาระหว่างประโยชน์ส่วนตน และประโยชน์
ส่วนรวม ก็ในเมื่อ ศาลเองก็พิเคราะห์แล้วว่าคุณทักษิณไม่ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่
ไปเอื้อประโยชน์ในการประมูลซื้อที่ดินของภรรยา แต่กลับมีความผิด
เพราะไปทำตามกฎหมายอีกข้อ ที่น่าจะต่ำชั้นกว่า คือ สามีต้องเซ็นยินยอม
ในการทำนิติกรรมของภรรยา ซึ่งคุณกรณ์ก็คงจะรู้อยู่เต็มอก แต่เลือกจะ
เบี่ยงเบน ตีขลุมว่าคุณทักษิณ ทำผิดกฎหมายอาญา อ้างถึงรัฐธรรมนูญ
อย่างปราศจากความอับอาย

อันที่จริงแล้ว มันเป็นการ ฝ่าฝืนทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 ที่ท่านรัก และฉบับปัจจุบันปี พ.ศ. 2550 ที่ได้รับการยอมรับ จากการลงคะแนนประชามติทั่วประเทศ


ท่านอ้างถึงการตัดสินโทษคุณ สมัคร ทายาทที่ท่านเลือก โดยมองคดีว่า เป็นการตัดสินโทษ ต่อข้อ เท็จจริงที่ว่า คุณสมัครได้ "ทำอาหารทางโทรทัศน์" ทั้งที่
ท่านรู้อยู่เต็มอกว่า มันเป็นการกระทำที่มี ความผิดทางอาญาเนื่องจากการ
ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญที่ห้ามมิให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองทำงานเป็นลูกจ้างรับค่าตอบแทน


วานคุณกรณ์ ไปถามคุณจรัญที่นั่งเป็นหนึ่งในองค์คณะ
ศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่า ได้ใช้วิจารณญาณของศาล หรือนักกฎหมายอย่างดี
แล้วหรือไม่ แล้ว ทำไม กฎหมายจึงถูกเลือกใช้ สำหรับคนบางคน บางกลุ่ม
และละคนบางคนบางกลุ่ม ทั้งๆที่ เราทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน




คำนิยามของท่าน ต่อ "ข้อเท็จจริง" ทั้งมวลยังขาดตกบกพร่อง ซึ่งความจริง
ที่ควรได้รับการกล่าวถึงอีกมาก และผมเริ่มเป็นห่วงว่า ท่านมีความเชื่อในสิ่งที่ท่านกำลังพูดจริงๆ หรือ


ดร. ทักษิณครับ ข้อเท็จจริงก็คือ ทั่วโลกมีปัญหาเดียวกันว่าจะ สามารถจับผิด
คาหนังคาเขาแบบ \"มีใบเสร็จ\" นักการเมืองที่ชาญฉลาดที่ทุจริต คอร์รัปชั่น
จึงทำให้เราต้องมีกฎหมายต่อต้าน พฤติกรรม ประเภทที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
ซึ่งก็ถือเป็นการสะท้อนความปรารถนาของสังคม ในเรื่องธรรมาภิบาล ที่ไม่มี
ความแตกต่างต่อ มาตรฐาน ของบริษัทชั้นนำในภาคเอกชนแต่อย่างใด


แต่ฉันกลับเห็นว่าการเซ็นยินยอมให้ภรรยาโอนชื่อ่ในที่ดิน
ที่ ได้มาจากการประมูลโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ มันเป็นการขาดคุณธรรม บกพร่องจริยธรรมตรงไหน หากว่าภรรยานักการเมืองจะต้องไปขอใช้ไฟ โดยสามีต้องยินยอม จะเป็นขาดจริยธรรมอย่างนั้นหรือ



อาจจะเป็นเรื่องจริงที่ว่า มีกลุ่มที่ได้ชื่อว่า เป็นกลุ่มชนชั้นนำ ซึ่งไม่ชอบท่าน แต่สิ่งที่ผมสามารถรับประกันท่านได้เลยก็คือว่า ยังมีคนไทยระดับรากหญ้าอีกจำนวนมาก ที่ไม่ปรารถนาจะมีผู้นำที่โกงกิน

สงสัยยังไม่เห็นผลโพลของเอแบค และฉันก็ยังไม่เห็นว่า
คุณทักษิณโกงกินอย่างไร ประเทศถึงได้เจริญก้าวหน้า มีเงินคงคลัง
มาก มาย มากกว่าสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นรัฐบาล และต้องพ้นไป ด้วยข้อหาโกงที่ดินสปก.4-01 คุณกรณ์ลืมไปหรือเปล่า หรือพยายามที่จะเอ่ยถึงว่า การโกงครั้งนั้นเป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์




ท่าน รอดพ้นจากการถูกกล่าวหา ในช่วงแรกของอาชีพทางการเมืองของท่านด้วย "ความบกพร่องโดยสุจริต" เมื่อท่านไม่เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของท่านอย่างตรงไปตรงมา แต่ท่านคิดว่า จะมีความบกพร่อง "อันสุจริต" อีกกี่ครั้งที่คนไทยควรจะยอมท่านได้?



ขณะ นี้ ท่านกำลังถูกกล่าวโทษว่ามีการปกปิด ทรัพย์สินของท่าน ซึ่งก็น่าจะ
รวมถึงเงินที่ท่านใช้ซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชนเตอร์ ซิตี้ด้วย เพราะท่านก็ดู
เหมือนจะเลิกพยายามปฏิเสธอีกต่อไปว่า มันไม่ใช่เงินของท่าน ที่ใช้ซื้อสโมสรฟุตบอล และท่านก็ปกปิดมาตลอดว่าท่านมีเงินฝากในต่างประเทศ


ผม จะไม่ลงในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ภริยาของท่านที่ถูกตัดสินว่าโกงภาษี
หรือ เรื่องที่รัฐบาล ที่ท่านสนับสนุนยังคงทำทุกวิถีทางเพื่อจะบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมของไทย หากกล่าวกันอย่าง ตรงไปตรงมาแล้ว ถ้าท่านต้องการที่จะนำเสนอข้อเท็จจริง ท่านก็ควรจะให้รายละเอียดต่างๆในเรื่อง เหล่านี้ ด้วยตัวของท่านเอง


ท่าน พูดถูกที่ว่า คนไทยทั้งมวลล้วนแต่เป็นกังวลว่า ประเทศชาติกำลังจะเดินหน้าไปทิศทางใด แต่ ผมเชื่อเหลือเกินว่า สถานการณ์จะดีขึ้นอย่างมาก หากท่านปล่อยให้พวกเราจัดการสะสาง เรื่องยุ่งเหยิงที่ท่านทิ้งไว้ด้วยตัวของพวกเราเอง

ด้วยการที่ปล่อยให้ไอ้พวกกบฎที่พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน อย่างนั้นหรือ หรืออันที่จริงพรรคประชาธิปัตย์อาจเป็นหัวโจกเองละกระมัง


กรณ์ จาติกวณิช
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร


น่าละอายเหลือเกินที่พรรคเก่าแก่ ทำจดหมายเปิดผนึก
ออกมาด่าว่าคนอื่น โดยที่มีเรื่องที่พรรคตัวเองทำหน้าอับอายกว่าตั้งมากมาย
โทษผิดของคนอื่น เห็นไปหมด แต่ความผิดของตัวเองมองไม่เห็น
ฝากเอาไปให้คุณกรณ์ และพลพรรคประชาวิบัติ ได้ลองอ่านดูบ้าง
ฉันรู้สึกโชคดีจริงๆ ที่พรรคนี้ไม่ได้เป็นรัฐบาล
นิสัยอย่างนี้ คงได้เป็นฝ่ายค้านอีกตลอดไป

ไม่มีความคิดเห็น: