ให้สื่อใช้วิจารณญาณในการเสนอข่าวและความคิด
นี่เป็นหนึ่งในสื่อที่ใช้วิจารณญาณแล้ว
กฎหมายกับความสงบสุข [23 มิ.ย. 51 - 15:12]
วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับกลุ่มคนเสียงข้างน้อยที่เอาแต่ใจตัวเอง ชอบใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ไม่คิดถึงใจเขาใจเรา เอาแต่อ้างสิทธิเสรีภาพของตัวเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงว่าจะไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นหรือไม่
คนเหล่านี้ รับมือได้ง่ายมาก เพียงแค่ปล่อยให้พวกเขากระทำการละเมิดสิทธิผู้อื่นในสังคมต่อไปเรื่อยๆ โดยภาครัฐไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเข้าไปปราบปรามให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แต่รวบรวมพฤติกรรมการกระทำผิดทั้งหมดส่งฟ้องศาลโดยเร็วที่สุด
เพราะถึงเวลาแล้วที่กระบวนการยุติธรรมจะต้องมีบทบาทตัดสินชี้ขาดเสียที
การกระทำของกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างไปจากรัฐบาล ซึ่งได้อ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญชุมนุมปักหลักปิดถนน ล้อมทำเนียบฯ รวมถึงปราศรัยด่าทอหมิ่นประมาทผู้อื่นฝ่ายเดียวอย่างไร้ความเป็นธรรมนั้น
เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วใช่หรือไม่
หากพฤติกรรมทั้งหมดเป็นสิ่งถูกต้อง สามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย ประชาชนกลุ่มอื่นๆก็จะได้เลียนแบบบ้าง โดยเฉพาะประชาชนเสียงส่วนใหญ่ที่มีความเห็นตรงข้ามกับม็อบต่อต้านรัฐบาล อาจจะรวมตัวกันทุกจังหวัดเพื่อปักหลักปิดถนน ล้อมม็อบพันธมิตรฯที่ชุมนุมอยู่ในจังหวัดนั้นๆ เพื่อเรียกร้องให้แกนนำม็อบพันธมิตรฯกลับบ้านไป
แล้วก็มีการขึ้นเวทีปราศรัยด่าทอ หมิ่นประมาทฝ่ายตรงข้ามอย่างโจ่งแจ้ง
แถมยังให้สื่อถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศและทั่วโลก โดยอ้างว่า เป็นการกอบกู้ชาติบ้านเมืองให้พ้นจากพวกกฎหมู่ ถ่วงความเจริญชาติ และเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติให้รอดพ้นจากกลุ่มคน ที่ชอบเอาไปแอบอ้างเพื่อทำลายล้างกันทางการเมือง
และนี่ก็คือ หลักคิดง่ายๆที่ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองกับบุคคล ที่ไปปลุกกระดมผู้คนให้มาร่วมชุมนุมปักหลักปิดถนน ล้อมทำเนียบฯ ล้อมสถานที่ราชการได้จริงๆน่ะหรือ
เนื่องจากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญไม่ได้มีเอาไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของคนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องการให้ความคุ้มครองแก่คนทุกกลุ่มในบ้านเมืองอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้มีการละเมิดสิทธิกันเอง
เมื่อทุกคนในบ้านเมืองเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้น
ผมว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายในเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจน แต่ การชี้ขาดว่า ฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูกคงตัดสินกันเองไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมใคร ต้องปล่อยให้เป็นอำนาจของฝ่ายตุลาการตัดสินข้อพิพาทที่เกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด
ตอนนี้บ้านเมืองก็เละเทะไร้ขื่อแป ไร้ระเบียบ ไร้ความสงบสุข เพราะคนเพียงกลุ่มเดียวมามากพอแล้ว ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า การปลดรัฐบาลต้องกระทำกันในรัฐสภาหรือคูหาเลือกตั้งเท่านั้น
แต่ก็ยังดันทุรังจะใช้กฎหมู่เสียงข้างน้อยปลดรัฐบาลให้ได้ ที่ผ่านมา ก็เป็นแบบนี้ ชุมนุมประท้วงปลดรัฐบาล จากนั้นก็กลับไปเลือกตั้งกันใหม่ ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ก็เลือกรัฐบาลชุดนี้กลับมาอีก เพราะรัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับไหนๆก็ต้องกำหนดให้ปกครองด้วยเสียงข้างมากอยู่ดี
ผมถึงไม่เห็นด้วยกับวิธีการของม็อบมาโดยตลอด
เพราะการพายเรือวนในอ่างหรือเดินในเขาวงกตนั้น นอกจากจะเสียเวลาแล้ว กิจกรรมประเภทนี้ ยังน่าเบื่ออีกต่างหาก.
สายล่อฟ้า
วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับกลุ่มคนเสียงข้างน้อยที่เอาแต่ใจตัวเอง ชอบใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ไม่คิดถึงใจเขาใจเรา เอาแต่อ้างสิทธิเสรีภาพของตัวเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงว่าจะไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นหรือไม่
คนเหล่านี้ รับมือได้ง่ายมาก เพียงแค่ปล่อยให้พวกเขากระทำการละเมิดสิทธิผู้อื่นในสังคมต่อไปเรื่อยๆ โดยภาครัฐไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเข้าไปปราบปรามให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แต่รวบรวมพฤติกรรมการกระทำผิดทั้งหมดส่งฟ้องศาลโดยเร็วที่สุด
เพราะถึงเวลาแล้วที่กระบวนการยุติธรรมจะต้องมีบทบาทตัดสินชี้ขาดเสียที
การกระทำของกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างไปจากรัฐบาล ซึ่งได้อ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญชุมนุมปักหลักปิดถนน ล้อมทำเนียบฯ รวมถึงปราศรัยด่าทอหมิ่นประมาทผู้อื่นฝ่ายเดียวอย่างไร้ความเป็นธรรมนั้น
เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วใช่หรือไม่
หากพฤติกรรมทั้งหมดเป็นสิ่งถูกต้อง สามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย ประชาชนกลุ่มอื่นๆก็จะได้เลียนแบบบ้าง โดยเฉพาะประชาชนเสียงส่วนใหญ่ที่มีความเห็นตรงข้ามกับม็อบต่อต้านรัฐบาล อาจจะรวมตัวกันทุกจังหวัดเพื่อปักหลักปิดถนน ล้อมม็อบพันธมิตรฯที่ชุมนุมอยู่ในจังหวัดนั้นๆ เพื่อเรียกร้องให้แกนนำม็อบพันธมิตรฯกลับบ้านไป
แล้วก็มีการขึ้นเวทีปราศรัยด่าทอ หมิ่นประมาทฝ่ายตรงข้ามอย่างโจ่งแจ้ง
แถมยังให้สื่อถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศและทั่วโลก โดยอ้างว่า เป็นการกอบกู้ชาติบ้านเมืองให้พ้นจากพวกกฎหมู่ ถ่วงความเจริญชาติ และเพื่อปกป้องสถาบันหลักของชาติให้รอดพ้นจากกลุ่มคน ที่ชอบเอาไปแอบอ้างเพื่อทำลายล้างกันทางการเมือง
และนี่ก็คือ หลักคิดง่ายๆที่ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองกับบุคคล ที่ไปปลุกกระดมผู้คนให้มาร่วมชุมนุมปักหลักปิดถนน ล้อมทำเนียบฯ ล้อมสถานที่ราชการได้จริงๆน่ะหรือ
เนื่องจากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญไม่ได้มีเอาไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของคนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องการให้ความคุ้มครองแก่คนทุกกลุ่มในบ้านเมืองอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้มีการละเมิดสิทธิกันเอง
เมื่อทุกคนในบ้านเมืองเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้น
ผมว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายในเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจน แต่ การชี้ขาดว่า ฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูกคงตัดสินกันเองไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมใคร ต้องปล่อยให้เป็นอำนาจของฝ่ายตุลาการตัดสินข้อพิพาทที่เกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด
ตอนนี้บ้านเมืองก็เละเทะไร้ขื่อแป ไร้ระเบียบ ไร้ความสงบสุข เพราะคนเพียงกลุ่มเดียวมามากพอแล้ว ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า การปลดรัฐบาลต้องกระทำกันในรัฐสภาหรือคูหาเลือกตั้งเท่านั้น
แต่ก็ยังดันทุรังจะใช้กฎหมู่เสียงข้างน้อยปลดรัฐบาลให้ได้ ที่ผ่านมา ก็เป็นแบบนี้ ชุมนุมประท้วงปลดรัฐบาล จากนั้นก็กลับไปเลือกตั้งกันใหม่ ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ก็เลือกรัฐบาลชุดนี้กลับมาอีก เพราะรัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับไหนๆก็ต้องกำหนดให้ปกครองด้วยเสียงข้างมากอยู่ดี
ผมถึงไม่เห็นด้วยกับวิธีการของม็อบมาโดยตลอด
เพราะการพายเรือวนในอ่างหรือเดินในเขาวงกตนั้น นอกจากจะเสียเวลาแล้ว กิจกรรมประเภทนี้ ยังน่าเบื่ออีกต่างหาก.
สายล่อฟ้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น