วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

ทำเพื่อคนคนเดียว

อนุสนธิ จากข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ที่ออกมาเสนอให้ การทำรัฐประหารเมื่อปี49 เสียเปล่า
ซึ่งหมายความ(ตามความเข้าใจส่วนตัว) ว่า รัฐประหารครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้น เมื่อไม่มีการรัฐประหาร
องค์กรต่างๆที่ตั้งขึ้น หรือกฎระเบียบทั้งหลาย แม้แต่การตัดสิน ย่อมไม่มีอยู่เลย

หากมองจากประชาชนคนธรรมดา ก็ต้องเห็นว่า ไม่มีข้อเสียหาย เพราะหากคิดว่าการทำรัฐประหารผิด
การกระทำใดๆ อันเป็นผลพวงของการกระทำนั้น ย่อมผิด ยกเลิกเสียก็ดีแล้ว

แต่กลับมีคนออกมาดิ้นกันทุรนทุราย ยอมไม่ได้ ทำไม่ได้ ไล่เรียงมาตั้งแต่หัวจรดหาง
แปลกจริงๆ ซึ่งแต่ละคนก็มองไม่ชัดว่าได้ผลประโยชน์อะไรจากการรัฐประหารนี้
แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ คนพวกนี้ เกลียดคุณทักษิณ กลัวว่าหากล้มล้างการทำรัฐประหาร
คุณทักษิณ จะพ้นผิด จะได้เงินที่ถูกยึดคืนไป (อันนี้ งานใหญ่ เพราะเอาของเขามาใช้ไปหมดแล้ว)

สรุปได้ความว่า คนเหล่านี้ ยอมรับแล้วว่า การทำรัฐประหารเมื่อ 19 กันยา 2549 เป็นการทำเพื่อ
ล้มล้างคุณทักษิณ โดยตรง เป็นการทำเพื่อล้มล้างคนคนเดียว ยอมทุกอย่าง ยอมให้ประเทศ
เสียหาย ลากทุกภาคส่วนมาทำลายจนย่อยยับ เพื่อจะทำลายคนคนเดียว โดยไม่นึกถึงประเทศชาติ

5ปีผ่านไป คุณทักษิณก็ยังอยู่ อยู่ในใจของคนส่วนใหญ่ในประเทศที่ เห็นผิดเป็นชอบ
ประเทศที่จนตรอก เพียงแค่จะล้มนายกฯที่ประชาชนรัก เขาทำกันทุกวิถีทาง แม้จะเสียหาย
ในสายตาใครก็ไม่แคร์ คุณจ้องทำลายคนเพียงคนเดียว ทำการรัฐประหาร เพียงเพราะ
อยากล้มคนคนเดียว ลองไปคิดกันดูมันคุ้มกันไหม

มาวันนี้ ประชาชนนี่แหละจะทำเพื่อคนคนเดียว เพื่อยืนหยัดให้โลกได้รู้ว่าว่า ประเทศนี้ พยายามแก้ไขในสิ่งผิด
ประชาชนจะไม่ยอมให้ มีการทำลายคนเพียงคนเดียว โดยลากลงมาพังกันทั้งระบบ

ไอ้-อี ตัวไหน ค้านคณะนิติราษฎร์ ก็ขอให้รู้ไว้เถอะว่า พวกเมิงกำลังสู้อยู่กับใคร
แค่คนคนเดียวยังเอาชนะเขาไม่ได้ แล้วนี่ ประชาชนค่อนประเทศ อยากลองสู้ดูสักตั้งก็ลองดู!

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

วัฒธรรมการดูมวย

"ตี ตี ตี....." โห ครั้งหนึ่งเคยได้เข้าไปในสนามมวย ไปดูมวยการกุศล
จำไม่ได้แล้วว่าใครชกกับใคร ก่อนมวยคู่เอก เขามีมวยไทยให้ดูหลายคู่
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าไปในสนามมวย เสียงอื้ออึง ฟังแล้วสะท้านเข้าไปในอก
คือคำว่า ตี ซึ่งคงหมายถึงให้ตีเข่า ไม่ก็ศอก เขาเชียร์กันสนั่น ดังไปทั้งสนาม
ฟังดูน่าระทึกใจ ตื่นเต้น แต่ก็ไม่แน่ใจว่า เขาเชียร์ ฝ่ายไหน อาจจะมีกองเชียร์
ทั้งสอง ต่างก็ร้องให้ฝ่ายที่ตัวเชียร์ รุกโรมคู่ต่อสู้

ส่วนนักมวยอยู่บนเวที ไม่รู้ว่าจะได้ยินเสียงหรือเปล่า แต่ถ้าได้ยิน จะรู้บ้างไหมว่า
เขากำลังร้องเชียร์ใคร คงได้แต่บุกตะลุยเข้าไปตีคู่ต่อสู่กระมัง แต่หาก เป็นมวยไม่มีชั้นเชิง
ดีแต่เดินเข้าไปตี ไม่ดูท่าทีคู่ต่อสู้ เอาแต่บุกเข้าไปตามแรงเชียร์ เผลอๆเดินเข้าไปเอาคางให้เขา
เสยเอาได้ง่ายๆ ผลคืออาจถูกน้อคล้มคว่ำอยู่กลางเวที

คนต่อยมวย ก็คงต้องมีมาดนักมวยบ้าง มีลีลา รู้จังหวะ ไอ้ครั้นจะฟังแต่กองเชียร์คงไม่ได้
การดูมวย แล้วเฝ้าแต่เชียร์ให้นักมวยที่ตนถือหาง บุกเข้าไปน้อคคู่ต่อสู้ มันก็สนุกคนเชียร์ดีนะคะ
แต่คงต้องรู้ว่า การเชียร์ กับการที่ยืนซดกับคู่ต่อสู้มันไม่เหมือนกัน เรายืนดู ไม่ก็นั่งดู
ก็จะเห็นมุมมองที่ต่างออกไปจากคนที่ยืนอยู่บนเวที คนนั่งคนละฝั่งยังมองภาพออกมา
ไม่เหมือนกันเลย ฝั่งหนึ่งเห็นว่าน่าจะลุยเข้าไปทางซ้าย แต่คนที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม
ของเวที ก็จะเห็นว่า ที่จริงมันคือฝั่งขวาต่างหาก แต่ต่างก็ร้องตะโกนบอกทิศทางที่ตัวมองเห็น
หากคนต่อยเอาแต่ฟังกองเชียร์ เห็นท่าว่าจะสับสน ไปไม่ถูกว่าจะซ้ายหรือขวาดี

เอาอย่างนี้ดีไหม ตกลงกันก่อน ว่านักมวยที่เราเชียร์ นั้น เป็นคนที่เราไว้ใจ เชื่อในฝีไม่ลายมือ
เมื่อมั่นใจ เลือกให้ขึ้นไปชกกับคู่ต่อสู้ ก็ต้องมั่นในว่าจะชนะได้ ไม่น้อคก็เอาแค่ชนะคะแนน
เราอยู่ข้างล่าง อยู่รอบๆเวที ก็เชียร์ได้ เชียร์แต่พองาม อย่าตะโกนเชียร์จนนักชกสับสน

อะไรก็ไม่ร้ายเท่า เชียร์อย่างเดียวไม่พอ ยังตะโกนด่าทอ นักชกที่เราเลือกมาให้ขึ้นไปชก
จนเสียงดังขรมถมเถ เพราะชกไม่เหมือนกับใจ ชกไม่ดุเดือด เผลอๆ นักชกได้ยินจะเสียกำลังใจ
พาลเข่าอ่อน เปิดทางให้คู่ต่อสู้น้อคหลับกลางอากาศเอาได้ง่ายๆ

การด่าทอเสียๆหาย เพราะนักชก ชกไม่ดุเดือดเท่าที่ใจนึก อาจไม่ช่วยทำให้การชกดีขึ้น หรือดุเดือดขึ้น
แต่กลับทำให้สัสน งุนงง อยากแนะกลเม็ด เคล็ดลับ เอาไว้ไปพูดกันตอนพักยก แอบกระซิบกันเงียบๆ
ที่มุมจะดีกว่าไหมคะ ฝ่ายเราก็จะได้ยินชัดขึ้น ไม่ต้องไม่ชกสะเปะสะปะ ให้ฝ่ายโน้นจับทางได้

คนเชียร์ เก่งทุกคนแหละค่ะ มองเห็นมุมที่กว้างขวางกว่า แต่ต่อให้เชียร์เก่งอย่างไร ถ้านักชกไม่มีความสามารถ
ไม่รู้จักเอาตัวรอด เชียร์อย่าไงก็แพ้ มิหนำซ้ำ ยังมาโดนคนเชียร์ด่าทอให้เสียกำลังใจอีก ครั้งหน้าก็ขึ้นชกไม่ไหวล่ะค่ะ
เขาเรียกว่าเสียมวย

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

ทำไม ไอ้เด็กเอ๋อ ถึงยังไม่เซ็นคำสั่งให้คุณพัชรวาท วงษ์สุวรรณกลับมา

ย้อนไป ในเรื่องการปลดคุณพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ออกจากตำแหน่งผบตร.
เรื่องก็เนื่องมาจากคดีเด็กสาวพกระเบิดปิงปอง แล้วเกิดระเบิดจนเสียชีวิต
ขณะนั้นเด็กเอ๋อยังเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน จึงเห็นว่า นี่เป็นโอกาสที่จะ
ทำงานเอาหน้า (กะใครก็ไม่รู้ ) เพราะในการเกิดเหตุครั้งนั้นตำรวจเป็น
ผู้ควบคุมสถานการณ์ ซึงไม่ใช่ทหาร จึงมีคนตายแค่ 2ราย (แล้วก็ตายเองเสียด้วย)

แต่เด็กเอ๋อ ทนไม่ได้ อาจเพราะเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการด้วย จึงนำเรื่องไปร้องปปช.
ให้ปลดพรชวาท โปรดสังเกต ว่าปปช.จึงมีคำสั่งให้ปลดออกโดยมีความผิด
ซึ่งคุณพชรวาทได้อุทธณณ์คำสั่ง และในที่สุดก็ชนะ ว่าการปลดนั้นไม่ถูกต้อง
แต่จนป่านนี้ ไอ้เด็กเอ๋อ ยังไม่ได้เซ็นในคำสั่งให้กลับมารับราชการดังเดิม
จริงอยู่ คุณพชรวาทเกษียณอายุราชการไปก่อน แต่เรื่องนี้ไม่จบ เพราะ
มันมีผลต่อการรับบำเหน็จบำนาญ

เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว มาดูรายละเอียดกันต่อ เมื่อเด็กเอ๋อเข้ามาเป็นนายกฯ
ปปช.จึงมีคำสั่งปลด(ตอนแรก ย้ายไปประจำสำนักนายกฯก่อน แปลว่าแขวนเอาไว้เฉยๆ
เป็นที่รู้กันว่าข้าราชการไม่ว่าใครหากถูกย้ายไปประจำสำนักนายกฯ แปลว่าตายแล้ว
จากระบบราชการ เปรียบเสมือนนอนรออยู่ในห้องดับจิต รอเวลาที่ญาติจะมาขอรับ
ไปบำเพ็ญกุศล)

แต่ช้าก่อน ท่านทราบกันหรือไม่ว่า ปปช.มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ใดบ้าง ในการรับเรื่อง
มาพิจารณาความผิด อำนาจใหญ่ๆมีอยู่แค่ 4 ข้อคือ

1.ข้าราชการที่ถูกร้องร่ำรวยผิดปกติ (เผอิญเขาไม่ได้ร้องไปในเรื่องนี้)
2.ทุจริตต่อหน้าที่(อันนี้ก็ไม่ได้ร้องไป)
3.ประพฤติมิชอบ (ซึ่งก็ไม่ใช่อีก )
4. ประพฤติผิดต่อหน้าที่ราชการ ....ข้อนี้แหละค่ะที่ร้องไป

เรามาดูกันว่า ท่านพชรวาททำผิดต่อหน้าที่หรือเปล่า โดยตำแหน่ง
ท่านต้องดูแลการชุมนุม พร้อมทั้งพล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว
ซึ่งก็ถูกปลดไปทั้งคู่ เมื่อเป็นหน้าที่ที่ท่านทั้งสองต้องไปดูแล
จึงหาได้มีความผิดฐาน ทำผิดต่อราชการ

ปปช.ชี้ออกมาว่าให้ปลดออก ซึ่งก็จะเห็นว่า ปปช. ไม่มีอำนาจหน้าที่
ที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าว จึงเกิดการอุทธรณ์คำสั่ง กตร. พิจารณาแล้ว
เห็นจริงตามคำร้อง คำสั่งปลดจึงมิชอบ แต่ยังมีการยื้อต่อโดยการส่งเรื่อง
ไปให้กฤษฎีกาตีความ ซึ่งผลก็ออกมาว่าปปช. ไม่มีสิทธิ์จริง

เรื่องจึงกลับเข้ามาในกตร. เห็นควรให้ทั้งสองท่านกลับมารับราชการดังเดิม
แม้แต่นายเมือก ซึ่งไปประชุมกตร. ก็เห็นชอบ แต่เรื่องต้องให้นายกฯเซ็น
แต่เผอิญเด็กเอ๋อยังไม่เซ็น เพราะ การเซ็น เท่ากับเป็นการยอมรับผิด
ผิดมาตั้งแต่ไปร้องปปช. ปปช.ก็ผิดด้วยฐานรับเรื่องและพิจารณาตัดสิน
เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน เรื่องนี้จึงยืดเยื้อ ยึกยักจนเปลี่ยนรบ.

เล่ามายืดยาว เพื่อเปิดแผลให้เห็นกันจะๆ ชัดๆว่า ในสมัยที่เป็นรบ.
ทำผิดต่อหน้าที่อย่างไรกันบ้าง แล้วมาร้องแรกแหกกระเฌอ ว่า
รบ.ใหม่โยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม หากไม่เป็นธรรม เขาก็มี
ช่องทางให้ฟ้องร้องกลับได้อยู่แล้ว ดูคดีอธิบดีกรมการปกครองประกอบด้วย
ก็ได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายค้านจะมาร้องแทน กลับไปแก้ความผิด
ที่ทำไว้ในสมัยรัฐบาลของตัวเถอะ ไอ้บ้า

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กลอนอวยพรวันเกิด

26สิงหาใครมาเกิด
คิดเตลิดเกิดมาคงก่อนหมา
คำโบราณขานกล่าวเขาเล่ามา
ช่างชั่วช้าชิงหมามาเกิดกัน

อันที่จริงเกิดเป็นคนจนวิเศษ
ยังทุเรศ เลวกว่าหมาน่าขบขัน
มี3ร้อยกว่าวันเลือกไม่ทัน
แล้วมาดันชิงหมามาเกิดแทน

อย่างน้อยๆเท่าที่รู้มีอยู่สอง
ดันคล้องจองมาเกิดพร้อมเหมือนเป็นแผน
ด้วยความเลวพอๆกันลั่นดินแดน
คนทั่วแคว้นก่นด่าน่าอับอาย

ในวันเกิดปีนี้ ก็แก่แล้ว
ยังไม่แคล้วตายไป*@=!?
ยังคงอยู่ให้คนแช่ง แม่งไม่ตาย
จึงขอทายว่าคงทุกข์สุขไม่มี

มีคนด่าทุกวันมันไม่สนุก
คงจมทุกข์ท่วมท้นจนหมองศรี
คิดอะไรให้ผิดหวังทั้งตาปี
คิดตายดีก็ไม่สมระทมนาน

อย่าเพิ่งตายไปหนาอย่าเพิ่งลับ
รอคนสับจนหนำ ความทุกข์ผลาญ
ให้วิญญาณ แตกดับจนแหลกราน
ไม่อาจคลานไปแย่งหมามาเกิดเอย

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ป้ามาสารภาพ

หลังจากได้ดู การแถลงนโยบายของรัฐบาลพณฯนายกฯยิ่งลักษณ์จบ ก็ปิดทีวี
เลยไม่ได้ดู ไอ้หัวหน้าฝ่ายค้านต่อ มารู้เอาจากรายการ"จับข่าวเล่าความ"ตอนเย็น

เขาตัดเอาไฮไลต์มาให้ดู นิดๆหน่อยๆ จึงเป็นเรื่องที่มาของหัวข้อกระทู้นี้
ป้ามาสารภาพว่า จริงๆแล้วนึกว่าไอ้มาร์ค"ดีแต่พูด" นั้นไม่จริง เพราะจากคำที่มันพูด
เมื่อวาน แสดงว่ามันไม่ได้ดีแต่พูด แต่ มันได้คิดก่อนพูด มาเป็นอย่างดี
เพียงแต่มัน คิดเลวจึงพูดเลว และทำเลวมาโดยตลอด

มีอย่างที่ไหน ตั้งต้นก็พูดว่า "เพราะนักการเมืองตกเป็นจำเลยของสังคมตลอดมา
และถูกกล่าวหาตลอดมาว่า พูดอะไรก็ได้เพื่อหาคะแนนเสียง แต่เมื่อได้มาเป็นรัฐบาล
แล้วมักจะไม่ลงมือทำ ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อนักการเมือง"
โอ้แม่เจ้า
ช่างกล้าด่าตัวเองอย่างไม่อับไม่อาย นับถือจริงๆ คนอะไร ด่าตัวเองกลางรัฐสภาก็ได้

เพราะผลงานที่ผ่านมา ไม่ว่าใครก็เห็นว่าไอ้ที่มันหาเสียงว่า ทำได้ภายใน 99วัน นั้นทำได้
ขนาดไหน แล้วเมื่อแถลงนโยบาย(แบบไม่มีฝ่ายค้าน เพราะเขาบอยคอตต์ และแอบไป
แถลงกันที่กระทรวงการต่างประเทศ) ถึงกฎเด็ก เอ๊ยกฎเหล็ก 9ข้อ ก็ปรากฎชัดว่าทำไม่ได้
โดยเฉพาะข้อ การฉ้อราษฎณ์ บังหลวง เพราะผลงาน ปลากระป๋องเน่า ชุมชนเข้มแข็ง ฯลฯ

แต่กลับหน้าด้าน มาสั่งสอนรัฐบาลใหม่ โดยลืมไปว่า แม้ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์จะใหม่
ในการเป็นนายกฯ แต่พรรคที่ส่งเธอมาเป็นนายกฯนั้นเป็นพรรคที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
ชาวบ้านประทับใจว่า นโยบายที่ใช้หาเสียง นั้นทำได้จริง และประชาชนได้ประโยชน์
อย่างแท้จริง

ดังจะเห็นได้จากผลการเลือกตั้ง เพราะหากที่มันดาหน้ากันออกมาคุยว่าได้ทำอะไรไปบ้าง
เป็นนโยบายที่ดีเลิศประเสริฐ ยิ่ง คนคงเลือกให้มันกลับมาสานงานต่อ แต่ในความเป็นจริง
กลับไม่มีคนเห็น โธ่โถ เขากลับหันหลังให้ไม่เลือกให้กลับมาทำงานต่อ

ป้าจึงมาสารภาพว่า ป้าคิดผิด ที่คิดว่ามันดีแต่พูด จริงๆแล้ว มัน"คิดเลว พูดเลว และทำเลว"ต่างหาก
จึงเป็นเหตุให้ป้าเสื่อมศรัทธาในพรรคแมลงสาบหนักเข้าไปอีก

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สิทธิและหน้าที่

การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลก
เขากำหนดไว้ชัดเจน ว่าประชาชน ที่อยู่ในการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตย มีสิทธิ์ ที่สำคัญอยู่ประการหนึ่ง นั่นก็คือ การมีสิทธิ์
ที่จะเลือกตัวแทนของเราให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา

ก็เมื่อ เรามีสิทธิ์ เราก็ได้ใช้สิทธิ์นั้นกันแล้วไม่ใช่หรือ เราเสื้อแดง
ออกไปใช้สิทธิ์ อันพึงมี ด้วยการเลือกพรรคที่เราคิดว่าเป็นพรรคที่นิยมประชาธิปไตย เป็นพรรคที่แกนนำเสื้อแดงเข้าไปอยู่ในฐานะสมาชิกพรรค

เป็นอันจบสิทธิและหน้าที่ของเราแล้ว ส่วนการเลือก การตั้งคณะรัฐมนตรี
ไม่ใช่หน้าที่ของเรา การที่ผิดหวังนั้นผิดหวังได้ มันเกิดการผิดหวังก็เพราะ
เราไปคาดหวัง เมื่อไม่ได้ดังหวังก็เลยหงุดหงิด

มีรายชื่อรมต.ที่ไม่ชอบใจอยู่หลายชื่อ ชื่อที่หวังก็ไม่ได้ จึงไม่แปลกที่จะเกิด
อาการหงุดหงิด คับข้องใจ แต่บางครั้งต้องกลืนเลือด บางครั้งต้องนิ่ง
เพื่อสยบความวุ่นวายที่เขาพยายามจะให้เกิดขึ้น เมื่อรู้อย่างนี้ แล้วยังจะ
เดินไปเข้าทางเขาอีกหรือคะ

อะไรเป็นอะไรก็รู้ๆกันอยู่ ไม่มีอะไรทำให้เสื้อแดงแตกกันได้เท่ากับการเสี้ยม
ให้เกิดการไม่ไว้วางใจกันเอง ลองหยุดสักนิดแล้วคิดดู เห็นมีความคิด
มากันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว ยุงยงส่งเสริมให้เสื้อแดงมีพรรคการเมือง
ของตัวเอง แล้วทำไมแกนนำจึงไม่ทำ ถ้าแน่ใจว่า เสื้อแดงมีพลังมากพอ
ที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองได้ แกนนำเสื้อแดงยังต้องมาอาศัยชื่อพรรค
เพื่อไทย ลงสมัครรับเลือกตั้ง

จริงอยู่ เสื้อแดงมีเยอะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเสื้อแดงทุกคน เชื่อว่า
แกนนำเสื้อแดงโดดๆจะดำเนินการทำพรรคการเมืองที่มีคุณภาพได้
ขนาดแกนนำยังไม่กล้าตั้งพรรคเองเลย

เมื่อเราได้ทำหน้าที่ ได้ใช้สิทธิ์อันพึงมีพึงได้ไปเรียบร้อยแล้ว หยุดเถอะค่ะ
อย่าคิดน้อยใจอยู่เลย กำแพงสูงตระหง่านตั้งอยู่กลางเมือง ก็เห็นๆอยู่
จะมีแสนหัวหรือล้านหัว วิ่งเข้าชนกำแพง ร้อยทั้งร้อย ล้านทั้งล้าน ก็แตก
สู้ค่อยๆเซาะมันไปเรื่อยๆไม่ดีกว่าหรือคะ

ใจจริงเชื่อว่าถ้าเป็นแดงจริง มีใจเป็นประชาธิปไตย ต้องเข้าใจ และรับได้
ส่วนที่ออกมาเต้นผางๆ ดิ้นพลาดๆ ชักชวนให้คนอื่นเกิดอาการไปด้วยนั้น
ต่างหากที่น่าสงสัยในพฤติกรรม

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เรื่องวันที่...ไม่ใช่สาระสำคัญ

เมื่อมีเอกสารการสั่งฆ่าคนเกลื่อนบอร์ดจนเป็นข่าวไปยังสื่อ
เกิดอะไรขึ้น ไอ้คนที่เกี่ยวข้องต่างออกมาอึกๆอักๆ

ไอ้ฆาตกรเด็กบอกไม่รู้เรื่อง ซึ่งเป็นการแสดงตัวตนชัดเจนว่า แม่งเป็นแค่
หุ่นเชิด ไม่เคยรับรู้อะไรทั้งนั้น แต่ที่จริงถ้ารับชอบ แม้ไม่ได้ทำเอง
ก็ยังไปล้วงเอามาอ้างว่าเป็นความดีของตน แต่พอเป็นเรื่องต้องรับผิด
กลับโบ้ยให้ไปถามคนอื่น ก็เมิงเป็นนายกฯ ผู้บริหารสูงสุดของประเทศ
ไม่ใช่หรือ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ดันบอกไม่รู้เรื่อง แล้วจริงๆเมิงรู้เรื่องอะไรบ้าง
นั่งหัวโด่(เอ๊ยไม่ใช่ วิ่งรอกปาฐกถา) อยู่ตั้ง 2ปี ครึ่ง งานการไม่ทำ
เกิดเรื่องใหญ่กลางเมืองหลวง เมิงตอบได้ไงว่าไม่รู้เรื่อง(เหมือนพ่อเมิงสิท่า ไม่รู้ห่าอะไรเลย)

ส่วนไอ้โฆษกปากมอม แถได้ทุกเรื่อง ตอบได้ทุกคำถาม ทั้งๆที่บางทีไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
ไม่รู้รายละเอียด ยังมาตั้งโต๊ะแถได้เป็นวักเป็นเวร เช่นเรื่องฮ.ตก
มาเรื่องเอกสาร เมื่อจำนนต่อหลักฐาน ก็ทำได้แต่เพียง แถไปจนสีข้างถลอก(ตามเคย)
อ้างว่า ปืนที่อนุญาตให้ใช้ไม่ใช่อาวุธร้ายแรง โธ่เว้ย จะปืนอะไร ให้ใช่ฆ่าประชาชน
มันก็ผิดทั้งนั้นแหละวะ แต่เท่าที่ดูจากสภาพ ศพวีรชน ไม่มีสักรายที่ตายเพราะปืนลูกซอง
เดี๋ยวมันคงมาอ้างอีกว่าเห็นไหมล่ะ เขาให้ใช้ปืนลูกซอง แต่คนตายตายเพราะปืนชนิดอื่น
ฉะนั้นทะเอี้ยไม่ผิดอีกล่ะสิ แต่อย่างไรก็ตามที่เถียงไม่ออกเลยก็คือว่า เอกสารเป็นของจริง
แล้วก็ตามเคย และแล้วก็มาไล่บี้เอาผิดกะคนที่นำเอกสารมาเผยแพร่อีกตามเคย

แต่ที่เอี้ยที่สุด นับเป็นคำแก้ตัวที่โหลยโท่ยที่สุดก็คือไอ้คนที่ไอ้ฆาตกรเด็กโบ้ยให้มาถาม
พอนักข่าวมาถาม ดูซิมารจะแก้ตัวว่าไง ฮาครับท่าน ฮากันขี้แตกขี้แตนเลยทีเดียว
รับว่าเอกสารเป็นของจริง แต่คาดว่าจะมีการแก้ไขวันที่ โอ้ แม่เจ้า ถามจริงๆเมิงไม่รู้
หรอกหรือว่า เรื่องวันที่มันไม่สำคัญ จะสั่งวันไหน เดือนไหน ปีไหนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่เรื่องของเรื่องคือเมิงอนุญาตให้เขาฆ่าคนกลางเมืองหลวง และคนที่เมิงสั่งให้ฆ่าได้
คือประชาชนคนธรรมดาที่ออกมาเรียกร้องให้เมิงและคณะยุบสภาแค่นั้น จะมาอ้าง
ว่าเป็นคนเสื้อดำ เป็นคนทำร้ายเจ้าหน้าที่ได้ไง เมิงคุยว่า เมิงมีคลิ้ป เห็นชัดเจน
และทะเอี้ยก็มีมาเป็นหมื่น แค่คนชุดดำเพียงไม่กี่คน เมิงกลับยิงไม่ได้แม้แต่คนเดียว
ที่เห็นตำตาคือคนที่ถูกยิงเป็นชาวบ้านที่ไร้อาวุธในมือ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น
คือไม่เห็นมีใครใส่ชุดดำสักคน

การอ้างเรื่องวันที่จึงไม่สามารถเอาตัวรอดได้ อย่างไรก็ต้องโดน หนอยยังมีหน้าจะมาพูดว่า
นี่เป็นการเช็คบิล เออสิวะ เมิงกินแล้วไม่จ่ายได้ไง กะจะเบี้ยวสิท่า ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ
พ่อ-แม่เมิง เขาคงไม่มาจ่ายแทนให้หรอกนะ พวกเมิงนั่นแหละที่ต้องจ่าย เพียงแต่ว่า
จะต้องจ่ายเท่าไหร่แค่นั้นเอง ถ้าแยกฟ้องเป็นรายๆ เห็นถ้าจะโดนหนัก

อ้อ ที่เมิงบอกว่าคำสั่งลงวันที่ 13เม.ย.นั้น และเกิดขึ้นหลังจากชายชุดดำได้ก่อการ
จึงจำเป็นต้องอนุญาตให้ฆ่าได้ เอาเถอะ ถ้าจริงนะ แล้วคำสั่งนี้ เมิงได้ยกเลิกก่อนเดือน
พฤษภาหรือเปล่าล่ะ ถ้ายังนะ แสดงว่าคำสั่งยังคงมีผลใช้อยู่ จึงได้เกิดการตายเริ่มมาตั้งแต่
วันที่13 พค. อีกมากมาย และมีจำนวนคนตายมากกว่าวันที่10เม.ย. อีกด้วย

เห็นได้ว่าคำแก้ตัวของเมิงห่วยแตกจริงๆ กรรมกำลังทำงานแล้ว ปากกล้าว่าจะไม่หนี
ก็ดี เพราะถึงหนีพ้นเงื้อมมือกฎหมาย แต่กฎแห่งกรรมเมิงหนีไม่พ้นแน่