วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เมื่อคืนดูรายการความจริงวันนี้

โพสต์เมื่อ : 2008-08-22 13:29:12

เลยรู้ว่าประเทศเราเป็นเมืองพุทธจริงๆ
เพราะดำเนินชีวิตด้วยการถือพรหมวิหารสี่
โดยแท้ คนทั้งบ้านทั้งเมือง ถือพรหมวิหารสี่เป็นสรณะ
คือ เมตตา กรุณา มุฒิตา

อิจฉา


ว้ายอันสุดท้ายถูกไหมคะเนี่ย
แต่ป้าได้ยินคุณวีระเธอพูดอย่างนี่จริงๆนะคะ
แล้วก็เห็นด้วยจริงๆ ไอ้อิจฉานี่แหละเลยทำให้
เราทนเห็นคนอื่นได้ดีกว่าเราไม่ได้ ไม่เคยยกย่องคนดี
อิจฉาคนรวย คิดไว้เสมอว่าเขารวยเพราะโกง
แทนที่จะไปศึกษาดูไว้เป็นตัวอย่างเพื่อจะได้รวยบ้าง
กลับไปอิจฉาและด่าทอเขาเสียนี่

ป้าจะบอกให้นะคะ ทำอะไรก็ไม่ดีเท่ากับมีที่ดินหรอกค่ะ
เชื่อเถอะ ปล่อยให้เขาเช่าเฉยๆนี่แหละ พอเศรษฐกิจดี
เราก็ขึ้นค่าเช่า ถ้าคนเช่าไม่มีจ่าย เราก็ไล่ออกไป
หาคนมาเช่าใหม่ ได้ทั้งค่าหน้าดิน แล้วยังขึ้นค่าเช่าได้อีก
ไม่เชื่อไปถาม การรถไฟดูได้ เข้าใจผิดกันใช้ม้า
นึกว่าป้าจะให้ไปถามหน่วยงานอื่นละซี้ ท่องไว้ เมตตา
กรุณา มุฒิตา อิจฉา อุ๊บส์ผิด อุเบกขา แต่อย่าทำเฉยมากไปล่ะ
สนใจศึกษาที่มาที่ไปบ้างก็ดี เหอๆ

นิทานเรื่องผะอบของนางโมรา

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เมืองแห่งหนึ่งในป่าใหญ่
ในป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่
ทั้งเสือ สิงห์ กระทิง แรด เหี้ยห่า และสารพัดสัตว์
แต่ชาวบ้านชาวเมืองก็ดำรงชีวิตอยู่กันด้วยดี
แม้จะลำบากยากแค้นบ้างแต่ก็ภูมิใจที่ได้เกิดมา
ในหมู่บ้านนี้

ในทุกๆบ้านของหมู่บ้านนี้จะมีผะอบวางไว้ในที่สูง
เอาไว้กราบไหว้ บูชา ด้วยความเคารพสูงสุด
และเจ้าผะอบนี้เอง จึงกลายเป็นเหมือนมรดกตก
ทอดของคนในหมู่บ้านนี้มาช้านาน เรียกว่าปู่ย่าตายาย
ต้องส่งต่อให้ลูกหลาน เพื่อให้ลูกหลานส่งต่อไปอีก
รุ่นแล้วรุ่นเล่า

เมื่อมีเด็กเกิดมาใหม่ในหมู่บ้าน ก็จะได้รับการอบรมกล่อมเกลา
สั่งสอนให้รู้ว่า ผะอบนี้ดีอย่างไร สมควรกราบไหว้อย่างไร
มาโดยตลอด มาระยะหลัง เด็กๆในหมู่บ้าน ก็เริ่มสงสัย
ว่าผะอบมันดีอย่างไรนักหนา จึงอยากจะเอาออกมาเปิดดู
แต่ก็ถูกพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ห้ามไว้อย่างแข็งขัน ว่าผะอบนี้
เป็นของสูง อย่าเที่ยวได้เอามาพูดเล่น หรือเกิดความสงสัย
ในความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันขาด

เมื่อรุ่นพ่อรุ่นแม่ ชาวบ้านก็เชื่อถือเป็นอันดี มีปาฏิหารย์
อันเกิดจากผะอบมากมาย ไว้ให้ยกเป็นตัวอย่าง เล่าให้
กันฟังได้ว่าเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ ของผะอบนี่แหละ ที่ทำให้
ชาวบ้านรอดปลอดภัยมาได้ทุกครั้ง

แต่พอตกมาถึงรุ่นหลาน เด็กรุ่นหลังนี่มันก็ไม่ค่อยเชื่อ
นิทานปรำปราเท่าไหร่ มันคิดว่าเรื่องที่เล่ามานั้นเป็น
เพียงนิทานหลอกเด็กเท่านั้นเอง แต่ก็ยังเกรงใจพ่อแม่
ปู่ย่า ตายาย ครั้นปู่ย่า ตายาย ทยอยกันล้มตายไป
ตามธรรมชาติ แม้จะกราบไหว้ผะอบแล้วเท่าไหร่ ก็ไม่
สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ การกราบไหว้บูชาก็เริ่มเสื่อมความนิยม
ไปบ้างตามกาลเวลา จนมีหัวหน้าหมู่บ้านคนหนึ่งเกิดความคิด
ว่าเราน่าจะฟื้นฟูการเคารพนบไหว้ผะอบให้เกรียงไกรอีกครั้ง
เพราะเห็นว่าเราก็กราบไหว้มานานแล้ว ถือเป็นโอกาสดีที่
จะฉลองอีกครั้ง จึงจัดให้มีงานใหญ่เฉลิมฉลองกัน ทำให้
คนในหมู่บ้านกลับมานิยมการกราบไหว้ผะอบอีกครั้ง

ต่างก็นำผะอบของตนของมาทำความสะอาด จัดหาที่ตั้ง
ให้ใหม่ให้ดูสง่างามสมกับเป็นผะอบที่มีทุกบ้าน
จนกระทั่งวันหนึ่ง นักเลงหัวไม้ประจำหมู่บ้าน
กลุ่มหนึ่งก็เอ่ยอ้างว่าผะอบของตัวศักดิ์สิทธิ์กว่า
มีอิทธิฤทธิ์มากกว่า ดีกว่าด้วยประการทั้งปวง
ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างก็บอกว่า ผะอบก็คือผะอบ
ข้างในมีอะไรไม่ไม่รู้ ไม่เคยมีใครเปิดออกดู
เลยสักครั้ง แล้วจะมาอวดอ้างว่าผะอบของตัวดี
กว่าของชาวบ้านได้ไง

ทีนี้ก็เกิดการทุ่มเถียงกันว่าผะอบของใครจะมีฤทธิ์
มีเดชมากกว่ากัน เถียงกันไปมา จากการเถียง
ด้วยวาจาก็ยังหาที่ยุติไม่ได้ จนในที่สุด เกิดการ
ใช้กำลังกัน ต่อสู้แย่งชิงผะอบของแต่ละฝ่าย เพื่อ
ที่จะเอามาเปิดดูว่าในผะอบของแต่ละคนมันมีอะไรต่าง
กันอย่างไร ทำไม ของบางคนจึงดูศักดิ์สิทธิ์กว่า
ใช้เป็นเครื่องรางของขลังได้ดีกว่า เผลอๆใช้เป็นไม้
ตีหมาก็ยังได้

เมื่อทุ่มเถียงกันจนอารมณ์พลุ่งถึงขีดสุด ก็ลงไม้ลงมือกัน
เกิดการตะลุมบอนกันเพื่องแย่งชิงผะอบ ของแต่ละฝ่าย
จนในที่สุด ผะอบก็ร่วงตกมือจากมือ กระแทกพื้นอย่าง
แรงจนแตกออก ผู้คนถึงได้หยุดต่อสู้กัน ต่างพากันก้ม
ไปดูว่าในผะอบมีอะไร แล้วต่างก็ตะลึงกับความจริงที่ว่า
อันที่จริงในผะอบนั้นหาได้มีอะไรไม่ มีแต่ความว่างเปล่า

ที่หลงกราบไหว้บูชา นับถือกันก็เป็แต่เพียงเปลือก
คือผะอบเท่านั้น ต่อสู้แย่งชิงกันจนเกือบตายหมดหมู่บ้าน
เพื่อผะอบที่ไม่มีอะไรเลย นับแต่วันนั้นชาวบ้านจึงต่าง
กลับไปเอาผะอบที่บ้านของตนมาทุบทำลาย แล้วเลิกกราบไหว้
ตั้งใจทำมาหากินสร้างตัว โดยไม่ต้องมาบูชาผะอบว่างเปล่าอีกต่อไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..........เติมกันเอาเองนะคะ
(นอนหลับผันไป เลยตื่นมาเล่านิทานเรื่องนี้ค่ะ)

โถ....น่าสงสาร

โพสต์เมื่อ : 2008-08-21 19:28:13

ล ิ้ม ขยายรูปหมายจับคุณทักษิณและคุณหญิงติดไปทั่วท้องถนน
ด้วยมุ่งหวังจะทำให้ท่านอับอายและเสียชื่อเสียง 555555
แต่หารู้ไม่ว่า กลับเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ท่านได้รับการ
อนุมัติการลี้ภัยทางการเมืองได้ง่ายขึ้นไปอีก

เพราะ การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ซึ่งอังกฤษถือว่าสำคัญยิ่ง ตามหลักใหม่เอี่ยมของการขอลี้ภัย
ในอังกฤษ ปี2003 นี่แหละหนา เขาว่าคนที่ทำอะไรด้วยโทสะ
และโมหะ ก็เกิดผลเสียอย่างนี้นี่เอง

น้อมรับพระราชดำรัส

น้อมรับพระราชดำรัส

โพสต์โดย : ป้าปากเกร็ด
icon
ID # 710177 - โพสต์เมื่อ : 2008-08-21 19:13:15 _ ปิดข้อความ แก้ไข


จึงควรงดการใช้จ่ายเงินที่มากมาย เช่นการเปลี่ยนรถ
ให้ประธานองคมนตรี และองคมนตรีที่เป็นเงินเกือบร้อยล้าน
รถเพิ่งมีอายุ หกปีเอง

ต้องดูแลการระมัดระวังการใช้จ่าย
การใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทำให้เกิดการใช้จ่ายในเฉพาะที่จะสร้างรายได้
เกิดผลผลิตกับชาติมากกว่า จริงหรือเปล่า?



โพสต์โดย : ป้าปากเกร็ด
icon
ID # 1004858 - โพสต์เมื่อ : 2008-08-21 19:33:29 _ ปิดข้อความ แก้ไข


แต่ขอร้องล่ะ ว่าอย่าตีความว่าการทำเมกกะโปรเจค
เป็นการที่ใช้จ่ายเกินตัว เพราะฟังข่าวแล้ว อยากจะบ้า
มีอย่างที่ไหน สร้างรถไฟฟ้าน่ะ มันดีแค่ไหน ทำให้ประหยัด
พลังงานไปอีกเท่าไหร่ การลงทุนทำให้เงินไหลเวียน
คนมีงานทำ รถก็ไม่ต้องไปติดกันเผาผลาญน้ำมัน
อย่าบ้าจี้ไปตีความล่ะว่าควรงด

จากทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ

จากทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ

โพสต์โดย : ป้าแปะ
icon
ID # 710092 - โพสต์เมื่อ : 2008-08-21 11:18:09 _ ปิดข้อความ


แค่ให้รู้ฤทธิ์ "เลือดแท้" [21 ส.ค. 51 - 03:33]



ภายใต้ภาวการณ์ขาดแคลน "ข่าวดี" ของ "ลุงหมัก" นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชาชน



สัญญาณด้านบวกแทบหาไม่เจอ



มันจึงนับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ "ลุงหมัก" ได้ยินข่าวดี 3 คิวติดๆในวันเดียวกันเลย



เริ่มจากคิวของคณะกรรมการกฤษฎีกาแจ้งผลการวินิจฉัยกรณีของ 3 รัฐมนตรีที่ตกเป็นจำเลยในคดีหวยบนดินที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา
ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งประทับรับฟ้อง



ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจาก ครม.ชุดปัจจุบันกับ ครม.ชุดที่อนุมัติโครงการหวยบนดินเป็นคนละชุดกัน
ถือว่าต่างกรรมต่างวาระ



ต่อเนื่องกันกับข่าวดีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำร้อง
ของทีมทนายม็อบพันธมิตรฯให้เพิกถอนมติ ครม.ที่ 3 รัฐมนตรีคดีหวยบนดินเข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งขอให้ศาล
ห้าม3รัฐมนตรีกระทำการใดๆอันเป็นการใช้อำนาจหน้าที่
และสถานะความเป็นรัฐมนตรีจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา



เนื่องจากไม่เข้าลักษณะคดีที่จะอยู่ในอำนาจของศาลปกครองสูงสุด



เกมไล่บล็อก 3 รัฐมนตรีฟาวล์



เท่ากับว่า "หมอเลี้ยบ" นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและ รมว.คลัง
"เจ๊อุ" นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน
"เสี่ยแกละ" นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม
ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้ต่อไป ไม่ต้องโดนแขวนตีนลอย



ครม.ยังไม่สะดุดหัวทิ่มตอ



นอกจากเรื่อง 3 รัฐมนตรีคิวหวยบนดิน ยังมีข่าวดีจากคิวที่
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลื่อนการลงมติยุบพรรคพลังประชาชน ออกไปเป็นวันที่ 2 กันยายน 2551



โดยรูปการณ์ไหลไปตามกระแส กกต.เสียงแตก



ที่แน่ๆมันเป็นอะไรที่ "ลุงหมัก" ต้องรีบส่งซิกกับลูกข่าย
ในที่ประชุมพรรคพลังประชาชน



"ก็ได้มาทำนองว่า เขาจะยุบแต่เขาจะไม่ฆ่า
ถ้าเขาไม่ฆ่าไอ้ 37 คนนั่น เราก็พอ อยู่ต่อกันได้
เราก็ย้ายกันไปอยู่ที่ใหม่ เปลี่ยนชื่อพรรคใหม่
ทุกอย่างก็จะเดินต่อไปได้"



ใจชื้นกับความหวังอยู่รอด



อย่างไรก็ตาม ท่ามกลาง "ข่าวดี" สัญญาณด้านบวก
แรงเสียดทานด้านนอกลดดีกรีลง ตรงกันข้ามกับอุณหภูมิ
ระอุภายในพรรคพลังประชาชน กับรายการที่ "ลุงหมัก"
ต้องเคลียร์คิวลูกข่าย "เลือดแท้" ล่ารายชื่อบี้ให้แจงคิว
ตำรวจประจานหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา



เล่นบทถอดใจพูดกันแบบเปิดอก



"ผมจะไม่ยอมให้เอาหัวหน้าพรรคมากระทืบกันให้ตายตรงนี้
ผมยอมไม่ได้ จะมาหาว่าคนอย่างผมหักหลังนายกฯทักษิณ ปล่อยให้ตำรวจมาเหยียบย่ำอย่างนี้ไม่ได้ ไปไหนมาไหนผมก็อายเขา"



"หัวอกผมกับหัวอกท่านอดีตนายกฯนั้นไม่แตกต่างกัน
ท่านมีภรรยาเป็นคุณหญิง ผมก็มีภรรยาเป็นคุณหญิง
หัวอกผม คุณหญิงผม กับหัวอกคุณหญิงท่านนายกฯ
ก็ไม่ได้แตกต่างกัน"



"ลุงหมัก" ตีบท "จริงใจ" แตกเลย



ปล่อยประโยคกินใจแล้ว "ลุงหมัก" ก็ทิ้งทุ่น
"ไปคิดดูให้ดีก็แล้วกันว่าจะจบอย่างไร
พูดกันเสียให้จบตรงนี้ ถ้าพูดกัน
รู้เรื่องตรงนี้ผมก็จะได้ทำงานต่อ ถ้ามีเสียงอะไร
ออกมาอีกนิดหน่อยผมก็จะพิจารณาตัวเอง
ผมก็จะยุติและจบกันด้วยดี"




งัดไม้ตาย พร้อมถอนสมอ



และก็วูบลงทันใด โดยท่าทีที่สะท้อนผ่านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ น้องเขยอดีตนายกฯทักษิณ
เคลียร์คิวแทนเมีย ยืนยัน "เจ๊แดง" นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ในพรรค
เพื่อกดดันนายกรัฐมนตรี



การันตีปัญหาภายในพรรคได้จบลงแล้ว



เพราะทุกคนเชื่อในสิ่งที่นายสมัครพูด และยังปรบมือให้อย่างเสียงดัง



โดยรูปการณ์เหมือนคำขู่ถอนสมอของ "ลุงหมัก" จะสยบแรงกระเพื่อมลงได้ แต่โดยเป้าหมายของเกมเพาเวอร์เพลย์ที่เล่นกัน คิวนี้ถือว่า สายตรง "นายใหญ่" ได้สำแดงพลัง "เลือดแท้" อวดของจริง



เตือน "หมัก-โป๋-เลี้ยบ-ห้อย" อย่าได้คิดทำอะไรตามอำเภอใจ



"แก๊งออฟโฟร์" จะกินรวบแบบเก่าอีกไม่ได้.





ทีมข่าวการเมือง รายงาน

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2008-08-21 11:19:03



โพสต์โดย : ป้าปากเกร็ด
icon
ID # 1003911 - โพสต์เมื่อ : 2008-08-21 11:28:11 _ ปิดข้อความ แก้ไข


แต่พูดก็พูดเถอะนะคะ ป้าว่าครั้งนี้คุณสมัคร
ยังเข้าใจหัวอกคุณทักษิณน้อยไปหน่อย
โดยเฉพาะเรื่องการกระจายหมายจับ

ที่จริงเรื่องนี้เขารู้กันมาตั้งแต่ตอนเย็นแล้วว่า
ตำรวจออกหมายจับ คนจัดรายการในวิทยุ
ช่วงตอนเย็นห้าหกโมง เขายังเอามาพูดเลยว่า
รับรองพรุ่งนี้หนังสือพิมพ์ต้องเอามาลง

ในฐานะนายกฯ ให้ลูกน้องโทร.ไปตามสำนักพิมพ์
แล้วขอร้องว่า เห็นแก่หน้าประเทศหน่อย ท่านเป็น
อดีตนายกฯที่เคยทำคุณความดี เป็นที่ประจักษ์
เขาอาจไม่เชื่อทั้งหมดทุกฉบับ แต่อย่างน้อยก็ได้
แสดงว่าคุณสมัครท่านใส่ใจ ไม่ใช่ปล่อยเลยตามเลย
จริงไหมคะ

ฝากดู เวลาการทำงานของนายสมเกียรติ หน่อยค่ะ

ไปค้นหาอะไรเล่นๆ เลยไปเจอ รัฐธรรมนูญ ปี50
ระบุไว้ถึงเรื่องการหมดสมาชิกภาพของผู้แทนราษฎร
ไปพบข้อนี้เข้าน่ะค่ะ เห็นสามเกลอแห่งรายการ"ความจริง
วันนี้" เคยว่าเดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันเป็นระบบดิจิตอลหมด
การค้นหาการเข้าปฏิบัติงานของสส.ทำได้ไม่ยาก เลย
น่าจะลองดูสักหน่อย เพราะสภาก็ผ่านไปสมัยหนึ่งแล้ว
นี่ก็สมัยที่สองแล้ว(ยังไม่นับรวมสมัยวิสามัญที่เพิ่งปิดไปอีก)
อยากทราบว่าคนบางคนได้โผล่มาทำงานกันบ้างไหม
เพราะเห็นไปสิงสถิตย์อยู่ที่แถวสะพาน ทุกวัน กินเงิน
เดือนที่มาจากภาษีราษฎร ไม่ทราบว่าจะทำงานคุ้มเงินเดือน
ไหม ถ้าขาดคุณสมบัติก็น่าปลดออกไปเสียที ไม่เปลืองดี

(๑๐) ขาดประชุมเกินจำนวนหนึ่งในสี่ของจำนวนวัน
ประชุมในสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลา
ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันโดยไม่ได้
รับอนุญาตจากประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทักษิณจะใช้ความเป็นนักลงทุนอยู่อังกฤษ

ID # 1000222 - โพสต์เมื่อ : 2008-08-19 17:19:53 _ ปิดข้อความ


เมื่อเช้าฟังคุณวิชิต ปลั่งศรีสกุล ให้สัมภาษณ์
ฟังว่า เผลอๆคุณทักษิณไม่ขอลี้ภัยหรอกค่ะ
เดี๋ยวจะติดเป็นประวัติ ได้ยินว่าท่านคงไม่กลับ
แต่ขออยู่ในฐานะนักลงทุน เพราะท่านน่าจะศึกษา
ลู่ทางมาเรียบร้อยแล้ว ว่าหากเป็นนักลงทุน คงอยู่ี
ได้สบายๆ เพราะต่างประเทศเขาต้องมีกฎเกณฑ์
อยู่แล้ว เผลอๆดีกว่าขอลี้ภัยทางการเมืองอีก
เพราะเท่าที่เคยได้ยิน หากเป็การขอลี้ภัย จะขอได้
ทีละ 5ปีเท่านั้นเอง ส่วนหากจะอยู่ในฐานะนักลงทุน
ก็จะอยู่ได้อย่างสบายใจ นานเท่าไหร่ก็ได้ ตราบที่ยัง
มีการลงทุนอยู่

ที่สำคัญท่านคงรู้ว่าทางการไทยไม่สามารถทำเรื่อง
ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ เพราะอังกฤษไม่มีฐาน
ความผิดที่คุณทักษิณจะโดน (ที่ไหนๆในโลกก็คงไม่มีหรอกค่ะ
บ้าออกอย่างนั้น มีอย่างที่ไหน มัดมือมัดเท้าผู้นำไว้ไม่ให้
ทำมาหากินอะไรได้เลย เลยต้องกลายเป็นขอทานไง้ ว้าย
ผิดหัวข้อ)

อีกอย่าง คดีอื่นๆ ก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เพราะไม่มีตัว
ผู้ต้องหา จึงต้องจำหน่ายคดีไว้ก่อน รอจนตายกันให้หมดๆประเทศค่อยกลับมาสู้ก็ยังไม่สาย
เป็นไงคะ พี่ป้าน้าอา พอจะสบายใจได้บ้างหรือยัง
ประวัติก็ไม่เสีย เพราะจะมาลี้ภัยตอนนี้ก็ดูแปลกๆ เพราะ
ประเทศเราผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ถือว่าเป็นประชาธิปไตย
ไปแล้ว จะมาลี้ภัยอะไรอีก สู้อยู่อย่างนักลงทุน เก๋กว่าตั้งเยอะ
ผู้ดีจนกรอบ ก็อยากได้การลงทุนของชาวบ้านเหมือนกันแหละน่า

ไม่เหมือนผู้ดีบ้านเรา ทำหยิ่ง บอกไม่ต้องการ เราเจริญมาก่อน
ไม่ต้องพึ่งพาใคร กินน้อยใช้น้อย ชาวบ้านก็พออยู่ได้
ส่วนเรามีเงินบ้าง ก็ใช้ไปตามอัธยาสัย ตระหนี่ตามสมควร แล้วแต่คนเขาจะจัดมาให้ อยากได้อะไรก็ไม่ต้องซื้อ แม้มันดีจริงๆ
ชะแว้บ...ไปก่อนดีกว่า ตาไม่ค่อยเห็น(ไปขยายม่านตามาค่ะ)