วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

จะไปอธิบายว่าอะไร

ป้าปากเกร็ด's picture

อ่านข่าวนี้ แล้วก็งงน่ะค่ะ ลองอ่านดูนะคะ

"

ส่งทหารลุยทั่วอีสาน9,660คนมุ่ง สลายแนวร่วมคนเสื้อแดง

วันที่ 13 ก.ค. 2553 ที่โรงแรมราชพฤกษ์แกรนด์โฮเทล จังหวัดนครราชสีมา กองทัพภาคที่ 2
จัดฝึกอบรมขยายผลชุดวิทยากรกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการสู้วิกฤตเศรษฐกิจด้วย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2553 ครั้งที่ 9 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากพื้นที่ 10 จังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานที่เป็นพลเรือน ทหาร ตำรวจ จำนวน 350 คน

วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมก็เพื่อให้ชุดวิทยากรที่ขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2
ได้รับทราบสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่และแนวทางการปฏิบัติ งาน
องค์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทักษะการเป็นวิทยากรการเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 (กอ.รมน. ภาค 2)
กล่าวว่า การฝึกอบรมครั้งนี้แบ่งเป็น 2 รุ่น รวม 700 คน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นพลเรือน ทหาร ตำรวจ
ในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคอีสานทั้งหมด โดยจะเสร็จสิ้นการฝึกอบรมรุ่นที่ 2 ในวันที่ 17 ก.ค.
และจะเริ่มลงพื้นที่ปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. เป็นต้นไป จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 ก.ย.

สำหรับจุดประสงค์ในการส่งวิทยากรลงพื้นที่มี 5 เรื่อง ประกอบด้วย
1.ช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ตามวิถี ไทย
บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2.เสริมสร้างความเข้าใจ ความรักสามัคคี ความปรองดองตามนโยบายรัฐบาล
รวมทั้งร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีด้วยการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระ มหากษัตริย์

3.รณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยมีความศรัทธาและยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

4.รณรงค์เสริมสร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการสร้างความ ปรองดองของคนในชาติ
และส่งเสริมให้สังคมไทยเกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน
บนพื้นฐานของความหลากหลายทางความคิดตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

และ

5.สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของทหารใน
การรักษาความสงบเรียบร้อยต่อกรณีการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา

"อีสานมี 322 อำเภอ วิทยากรของเราจะไปในทุกอำเภอ ใช้วิทยากร 30 คนต่อ 1 อำเภอ
แบ่งการทำงานออกเป็น 5 ชุด ชุดละ 6 คน กระจายไปตามตำบลต่างๆ ซึ่งการดำเนินงาน
ตามโครงการครั้งนี้จะใช้วิทยากรทั้งหมดประมาณ 9,660 คน" แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามโครงการสู้วิกฤตเศรษฐกิจด้วยปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังการรัฐประหาร เมื่อเดือน ก.ย. 2549
โดยใช้งบประมาณในแต่ละปีกว่า 1,000 ล้านบาท เน้นหนักในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ
และภาคกลาง ซึ่งเป็นโครงการที่ถูกมองว่าทำเพื่อสลายแนวร่วมคนเสื้อแดง"

จากข้อ4 อ่านแล้วอยากจะร้องกรี๊ดๆ ใครไปใช้กำลังกับพวกแก หนังสะติ๊กยิงไป
ยังไม่เคยโดยแม้แต่หัว แต่แกยิงเอาๆ เอาสไนเปอร์ส่องหัวทีละคน แล้วยังส่งคน
ไปกล่อมว่าอย่าใช้ความรุนแรงต่อกัน อายน่ะรู้จักไหม หน้าด้าน นึกว่ามีแต่นายกฯ
ที่หน้าด้าน ไอ้ทหารมันก็หน้าด้านพอกัน

ยิ่งมาเจอข้อ5 ฉันน่ะบ้าไปเลย กระสุนก็กระสุนจริง คนตายคนเจ็บก็คนจริงๆ
แต่หาคนจริงรับไม่ได้ว่าตัวทำ ดันจะส่งคนเข้าไปชี้แจง จะต้องชี้แจงว่าอะไรกันอีก
จะไปบอกว่าอะไร ที่พี่น้องเพื่อนฝูงเขาถูกยิงเกลื่อนถนน จะไปบอกว่าเกิด
เพราะอะไร จะบอกว่าพวกนั้นดันเดินไปเจอกระสุนเองรึไง

แหมไม่อยากคิด เสียเงินเสียทองไปมากมาย เพียงเพื่อออกไปโกหกประชาชน
เกิด เขาไม่อยากฟัง ฟังไม่รู้เรื่อง เกิดเหตุการณ์เหมือนสามจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ จะเกิดอะไรขึ้น ที่ภาคใต้ก็ทำอย่างนี้ไม่ใช่หรือ ส่งคนเข้าไปพล่าม
เรื่องที่มันไม่จริง เรื่องที่เขาไม่อยากฟัง ออกแนวข่มขู่ แล้วเป็นไงล่ะ ถูกกุดหัวไปเท่าไหร่แล้ว

ในขณะนี้ สิ่งที่ทำได้ เยียวยาได้ดีที่สุดคือ ไอ้รัฐบาลมือเปื้อนเลือดต้องยุบสภา
ให้สิทธิ์ประชาชนเขาเลือกใหม่ ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำไปไม่ผิดกลัวอะไร หากคน
เขาเห็นด้วยกับการฆ่าคนเป็นผักปลา ก็ลองดู ไม่เสียหาย ประหยัดกว่าการตั้งคระกรรมการ
5-6 (คำสุภาพของคำว่าห่า-เหว)ขึ้นมาศึกษาแน่นอน

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทำอย่างไรให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก

ใครๆก็รู้พระอาทิตย์ไม่เคยขึ้นทางทิศตะวันตก
ไม่อย่างนั้นเราจะเรียกทิศที่พระอาทิตย์ขึ้นมา
ว่า"ทิศตะวันออก" คือ เป็นทิศที่ตะวัน(พระอาทิตย์)
โผล่เหนือขอบฟ้าขึ้นมา

แล้วทำอย่างไร จึงจะทำให้พระอาทิตย์เปลี่ยนทิศ
ในการขึ้น ไม่ต้องทางทิศตะวันตกก็ได้ เอาเป็นว่าทิศ
อื่นๆที่ไม่ใช่ทิศตะวันออกก็แล้วกัน

บางท่านอาจบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง ไม่ว่าจะใช้
วิธีทางวิทยาศาสตร์ ที่เก่งกาจเพียงใดก็ไม่มีทาง
พระอาทิตย์อย่างไรก็ต้องขึ้นทางทิศตะวันออก

แต่มันเป็นไปได้ค่ะ แล้วง่ายดายอย่างกับพลิกฝ่ามือ
กล่าวคือ แค่เปลี่ยนชื่อทิศ ก็เท่านั้นเอง คนอ่านมาถึงตรงนี้
เริ่มส่งเสียงขึ้นมาว่า"บ้า" ไม่บ้าหรอกค่ะ

อะไรในโลกนี้ก็เป็นการสมมุติทั้งสิ้น เราไปสมมุติ หรือ
เรียกชื่อทิศนั้นๆว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนกับชื่ออื่นๆนั่นแหละ
หากเปลี่ยนความคิดเสีย ทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่าย

ไม่ว่าความเชื่ออะไร เรียกอย่างไร ก็เปลี่ยนแปลงได้ทั้งสิ้น
หากพร้อมจะเปลี่ยน อย่าไปยึดติด อย่าไปคิดว่าเพราะ
มันเคยเป็นอย่างนี้ เขาเชื่อกันอย่างนี้ ก็ต้องเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้หมด หากพร้อมจะเปลี่ยน

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ถามจริงๆ เห็นรูปนี้แล้วนึกถึงใคร

เผอิญได้อ่านคอลัมน์"นี่สิโดนใจ" ในนสพ.โลกวันนี้วันสุขฉบับล่าสุด
เลยไปค้นภาพข่าวเอามาโชว์ เพราะโดยส่วนตัวพอเห็นภาพปุ๊บมันวาบ
นึกถึงใครบางคนในเมืองตอแหลแลนด์จริงๆ

จากข่าวนี้น่ะค่ะhttp://www.dailymail.co.uk/news/article-1291062/Sorry-think-Im-rubbish--meet-busker-plays-BIN.html

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แฟ้บ

FAB เข้ามาเมืองไทยตั้งแต่ปี 2493นะคะเป็นยี่ห้องผงซักฟอก
ที่แปลกใหม่และดูทันสมัยมากๆ คาดว่าสมัยก่อนแต่โบราณกาล
เราคงใช้แต่น้ำด่างซักผ้า แล้วคงไม่สะอาดนัก คงต้องเตรียมน้ำด่างกันเอง

ต่อมาคงใช้สบู่ซันไลต์ ซักมังคะ แต่มันก็คือสบู่ มันเป็นก้อน ซักยาก
จนพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย ก็คือหมอนี่ล่ะค่ะ FAB ย่อมาจาก faster and better

การที่เป็นผงก็ง่ายแก่การใช้ เอาใส่กาละมังตีฟอง แล้วเอาผ้าใส่
แหมมันมีฟองขึ้นมามากมายน่าตื่นเต้น ส่วนจะซักได้สะอาดกว่า
จริงหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ฟองที่เกิดก็ทำให้หลงเชื่อไปแล้วว่าวิเศษ

ตั้งแต่นั้นมา ถึงจะมีผงซักฟอกยี่ห้ออื่นเข้ามา โด่งดังแล้วก็สูญหายไปจากตลาด
คนก็ยังเรียกขานผงซักฟอกว่า"แฟ้บ"อยู่ดี แม้ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่จะเลือนไป
ชักไม่ค่อยรู้จักแฟ้บ แต่ก็คิดดูว่าใช้เวลานับ60ปี ที่คนจะลืม แฟ้บ
แล้วหันมาเรียกผงซักฟอก

เกริ่นมาเสียยาว ก็เพียงเพื่อ จะบอกไอ้คนโง่ๆที่บริหารบ้านเมือง
ว่าคนเขาไม่ลืมคนแรกหรอก ต่อให้ใช้ความพยายาม ใช้เงินทอง
ทุ่มลงไปมากมายสักเพียงใด ชื่อ"ทักษิณ ชิณวัตร"ก็ยังอยู่ใน
ความทรงจำของชาวบ้านตลอดไป

การคิดตื้นๆง่ายๆว่าคนรักทักษิณเพราะประชานิยม เลยทุ่มเงิน
เข้าไปสุดฤิทธิ์ ทุ่มเข้าไปมากกว่า เพื่อจะให้เขาลืม คนที่นำมา
มอบให้เป็นคนแรก มันยาก อาจทำได้ แต่ต้องใช้เวลา จากตัวอย่าง
ของคำว่าแฟ้บ ก็คงใช้เวลาอีกประมาณนั้น 60ปี จะอยู่กันถึงไหมล่ะ

ประชานิยมของคุณทักษิณไม่ใช่สักแต่ว่าผุดโครงการขึ้นมาร้อยแปด
ไม่ใช่สักแต่ว่าทุ่มเงินลงไปมหาศาล แต่จะเพราะอะไร ทำอย่างไร
คนถึงยังรักยังศรัทธา ก็ ไม่ลองคลานเข้าไปขอโทษและขอคำ
ปรึกษาดูหน่อยหรือ คุณทักษิณ คงไม่ใจจืดใจดำปิดละมั้ง

การทำตามเหมือนตาบอดคลำช้าง (เพราะเมื่อเขาทำ ก็ปิดหู
ปิดตา ตัวเอง ไม่ศึกษา ดูวิธี เอาแต่ก่นด่า เพราะนึกว่าเป็น
หน้าที่ของฝ่ายค้าน) พอมาเป็นรัฐบาลเองมันเลยยาก
สู้อุตส่าห์กวาดต้อนคนที่เคยอยู่ร่วมรัฐบาลเดิมไปอยู่ด้วย
เพียงหวังว่าเขาจะรู้ทริ้ก เหอๆ ดั๊นไปเอาไอ้คนไม่เอาไหน
(ก็อย่างว่าแหละนะ คนดี มีอุดมการณ์ ใครเขาจะไปเข้าร่วมขบวนการปล้นอำนาจ)

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ แฟ้บก็ยังเป็นคำเรียกผงซักฟอกต่อไป
นายกฯที่ดีที่สุดก็ยังเป็นของคุณทักษิณไปอีกนาน

วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ขออำลาประชาไท

เมื่อเพื่อนรักบอกลาจะไปแล้ว
ใจก็แป้วเหวโหวโอ้ความหลัง
เคยอยู่เคียงเรียงถ้อยให้พลัง
เป็นเหมือนดังเพื่อนรักคอยทักทาย

ได้พบเพื่อนต่างมากันต่างถิ่น
เคยได้รินน้ำใจไม่ขาดสาย
บางครั้งโกรธบางครั้งด่ากันประปราย
แต่ก็หมายมุ่งมาประชาไท

นับแต่นี้ที่ห่างไปไม่เห็นหน้า
จะเหว่ว้าหากันนั่นไฉน
โอ้เพื่อนรักมาจากพรากไปไกล
อีกเมื่อใดจะได้พบประสบกัน

คำขอโทษ ขอบคุณหนุนท่วมปาก
อยากจะฝากให้หนามาปลอบขวัญ
คุณนุชนั้นคงเหนื่อยทุกวารวัน
เป็นเพื่อนกันที่ฉันรักสมัครปอง

หากทำผิดพลั้งไปอภัยด้วย
ไม่อาจช่วยคลายทุกข์ให้หายหมอง
ขออวยพรให้หัวใจเป็นดั่งทอง
ภัยไม่ต้องสุขนั้นทั้งใจากาย

พุทธองค์ทรงตรัสสั่งสอนว่า
ทุกสิ่งหนา"ไตรลักษณ์"ประจักษ์หมาย
"มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมคลาย
จึงเขียนลายลักษณ์ลิขิตคิดบอกลา

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ย่ามใจ

ลองคิดย้อนนอนนึกระลึกชาติ
โอ้อุบาทว์ชาติหมาน่าฉงน
ออกอาวุธเข่นฆ่าประชาชน
แต่รับผลที่ทำไปไม่เท่ากัน

เริ่มยุคแรกจัดส่งตรงไปโน่น
จนไกลโพ้นแผ่นดินสารขันธ์
ใช้ชีวิตหดหู่อยู่นานวัน
กว่าจะผันคืนถิ่นแผ่นดินทอง

แต่ไม่นานคนใหม่ให้ลาออก
ไม่ต้องบอกมาจากพรรคสยอง
อยู่เคียงคู่เมืองไทยในทำนอง
เห็นว่าต้องมีเป็นยันต์ไว้กันภัย

ผ่านมาอีกนานโขโอ้ซ้ำซาก
สั่งทหารมาพรากชีพตักษัย
คราวนี้หรือก็เพียงลาออกไป
แต่ว่าไม่เอาผิดติดตามตัว

แม้นเข่นฆ่ามากมายไม่ลำบาก
อยู่บนซากชีวิตจิตใจชั่ว
จึงทำผิดซ้ำแล้วไม่เกรงกลัว
รูกันทั่วแต่ทำไงไทยครื้นเครง

ครั้งล่าสุดหยุดยั้งยังไม่ได้
พรากชีพไปใกล้ร้อยคอยข่มเหง
ครั้งนี้ดีกว่าเก่าเขาร้องเพลง
แล้วกระเตงอุ้มต่อหล่อไม่ลง

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ร้องหากรรมSat, 07/03/2010 - 11:41 | by ป้าปากเกร็ด | Vote to close topic มีชีวิตจิตใจใช่ผักหญ้า ที่จะฆ่าทิ้งไปไม่แลเหลียว มีพ่อแม่พี่น้องฟ้องกันเกลีย

มีชีวิตจิตใจใช่ผักหญ้า
ที่จะฆ่าทิ้งไปไม่แลเหลียว
มีพ่อแม่พี่น้องฟ้องกันเกลียว
จะมาเที่ยวยิงทิ้งกลิ้งเกลื่อนเมือง

มีหัวใจได้นึกรู้สึกเจ็บ
และจะเก็บความแค้นแน่นเอาเรื่อง
ที่ทำไปมีหรือใจไม่ขัดเคือง
คิดฟุ้งเฟื่องเรื่องให้เลือนแล้วลืมไป

ต่อให้ผ่านพ้นวันอันขื่นขม
ก็ยังจมถมน้ำตาหาลืมได้
ไม่เห็นคนรับผิดคิดอะไร
แล้วมาให้จบเสียทีที่ระยำ

ลองคิดดูผุ้สูญเสียเมียและลูก
จะไม่ผูกใจเจ็บเก็บความช้ำ
ลองใส่ใจได้คิดลิขิตกรรม
ที่ได้ทำกับเขาเอามาตรอง

ใช่ร้องเพลงเครงครื้นแล้วยืนยิ้ม
นึกกระหยิ่มว่าพ้นภัยไม่เศร้าหมอง
ถึงกฎหมายยกให้ในทำนอง
ก็จะร้องเรียกกรรมมาทำงาน

มีชิตจิตใจใช่ผักหญ้า
ถึงชาตินี้ชาติหน้าหาหลักฐาน
เอาผิดคนที่ระยำทำตำนาน
เข่นฆ่าผลาญชีพวายต้องตายตาม