วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

รักชาติ รักภาษาไทย

ก็จะอะไรเสียอีกล่ะคะ ก็คนไทยโบร่ำโบราณท่านเก่งฉกาจ คิดค้นสำนวนต่างๆ
ได้ถูกต้อง ยิ่งขณะนี้ก็ตรงกับสถานการณ์อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วจะไม่ให้ยกย่องอย่างไรได้
ผ่านมากี่ร้อยปีก็ยังทันสมัยอยู่เสมอ สำนวนที่ว่าตรงกับสถานการณ์ตอนนี้คือ

คบเด็กสร้างบ้าน คบหัวล้านสร้างเมือง

เออหนอ อะไรมันจะไปตรงขนาดนั้น ดูเอาเถิดค่ะ เด็กที่ว่าน่ะไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าใคร
ยังนับรวมไปถึงไอ้ผู้ใหญ่หัวใจเด็กที่ในสมองหาได้มีก้อนสมองไม่ คงมีแต่ขี้เลื่อย
แทนที่จะช่วยประคับประคองตะล่อมไอ้เด็กให้คิดแบบผู้ใหญ่ ไม่หุนหันพลันแล่น
นี่อะไร กลับช่วยโหมเติมเชื้อไฟให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนบ้าบอหนักเข้าไปทุกที

เฮ้อ หากหยุดคิดสักนิด ใช้สติตรองสักหน่อย เรื่องคงไม่บานปลายไปกันใหญ่โต
คงลืมไปว่าเพื่อนบ้านเป็นรั้วที่ดี กลับไปสร้างศัตรูเสียนี่ ลำพังตัวเองไม่มีผลงาน
นอกจากการโกงกินก็นับว่าแย่เกินจะทนแล้ว นี่อะไร ก่อศัตรูกับเขาไปทั่ว

ไม่ได้ฉุกคิดสักนิดว่าตัวเองนั้นก็เป็นนักการเมือง มาอยู่ในตำแหน่งแล้ว ก็ไม่ได้
หมายความว่าจะอยู่คงทนไปตลอดกาลเสียเมื่อไหร่ วันหนึ่งก็ต้องพ้นตำแหน่งไป
ไม่เพราะถูกเขาไล่ ก็ต้องพ้นไปเมื่อครบวาระอยู่ดี แต่ชาติสิที่ยังคงต้องอยู่
จะยกย้ายหนีไปทางไหนก็ไม่ได้ แต่การไปสร้างศัตรูกับเขาไปทั่วนั้น มันเกิดผลดี
กับชาติตรงไหน เมื่อหนีกันไม่พ้นการเป็นมิตรที่ดี จะไม่เป็นผลดีกว่าหรือ

หากหนักแน่นไม่เป็นเด็กเจ้าอารมณ์ ชาติคงไม่ตกอยู่ในฐานะลำบากขนาดนี้
ความผิดครั้งนี้ จะรับผิดชอบไหวหรือ จะแก้ไขปัญหาอย่างไรต่อไป จะหัน
ไปปรึกษาไอ้หัวล้านหรือไง(สังเกตดูเถิดค่ะ ว่าไอ้ตัวชั่วๆที่คอยบงการอยู่
หรือช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง มันหัวไม่ล้านก็หัวเถิกกันทั้งนั้น)

สมกับสำนวนไทยที่ว่าจริงๆ

เปลี่ยนข้อหาก่อนดีไหม

ออกข่าวกันครึกโครมว่าจะจับเอาตัวนายกฯทักษิณมาลงโทษให้ได้
ตอนนี้อยู่ที่กัมพูชา ตัดสัมพันธ์ทางการฑูตแล้ว (เรียนเอกอัครราชาฑูตกลับ)
เหลือแต่อุปฑูตก็เอาดี ส่งหนังสือไป ทั้งๆที่รู้ว่าเขาต้องปฏิเสธ แต่เอาเถอะ
เพื่อไม่ให้เสียหน้า ก็ว่าจะส่งไปอีกรอบ คราวนี้คงต้องส่งผ่านไปทางตรีฑูต ฮา!

รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มทางส่งมาให้ สมเด็จฮุนเซ็นประกาศชัดเจนว่าไม่ส่ง ด้วยเหตุผล
หนักแน่นว่า เรื่องนี้เป็นคดีการเมือง ก็แหมน่ะนะ แค่เซ็นชื่อยินยอมให้เมียโอนที่
ที่ประมูลมาโดยถูกต้อง คนซื้อไม่ผิด คนขายก็ไม่ผิด แต่คนเซ็นดันผิด มันผิดเพราะ
ชื่อ ทักษิณ ชินวัตรละมั้ง

เอาล่ะจะว่าก็มันผิดรัฐธรรมนูญชัดเจน อย่างไรก็ตามที แต่ทั่วโลก เขาก็คงไม่เห็นว่า
มันผิดร้ายแรงขนาดนั้น ข้อหาโกงกินเสียอีกที่แรงกว่า แต่ก็ยังหาเหตุเอาผิดเขาไม่ได้อยู่ดี
ได้มันข้อเดียวนี่แหละ ที่ดิ้นกันจนเป็นเจ้าเข้า นี่ก็ได้ยินออกข่าวไปแล้วว่า

Quote:"กษิต" รุกขอความร่วมมือชาติอาเซียน

"ทั้ง หมดขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาลกัมพูชา หากไม่ร่วมมือจะทำให้กระบวนการล่าช้า แต่ตามหลักสากลแล้วรัฐบาลกัมพูชาไม่สามารถแทรกแซงศาลได้ หากแทรกแซงจะทำให้กัมพูชาขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ" นายปณิธานกล่าวและว่า ขณะนี้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับทูตานุทูตหลายประเทศเพื่อขอความร่วมมือนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอาเซียน มั่นใจว่าถ้าจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณในกัมพูชาไม่ได้เชื่อว่าต้องจับกุมได้ในประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะเครื่องบินจะต้องไปเติมน้ำมันหลายแห่ง พ.ต.ท.ทักษิณต้องพักผ่อนในประเทศต่างๆ หวังว่าประเทศอื่นๆที่มีความเข้าใจจะร่วมมือกับเรา

หวังใช้นานาชาติบีบกัมพูชาส่งตัว

"หลัง จากรัฐบาลส่งข้อมูลความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณให้กับนานาประเทศแล้ว มั่นใจว่าหลายประเทศจะส่งสัญญาณให้กับกัมพูชาว่าควรเคารพกฎเกณฑ์ระหว่าง ประเทศ" โฆษกรัฐบาลกล่าว

เอ่อ...เอ่อ อิชั้นว่าเปลี่ยนข้อหาดีกว่านะ เพราะข้อหาที่ชี้แจงไปกับนานานประเทศ มันห่วยแตกน่ะ
ใครฟังแล้วมีสมองคิด เขาคงคิดได้มันท่าจะบ้า พวกแกไม่อายเขา แต่พวกฉัน(ประชาชน)อายว่ะ
เปลี่ยนข้อหาให้มันรุนแรงกว่านี้ได้ไหม เช่นว่า เป็นอาชญากรสงคราม ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ หรืออย่างน้อย
ก็ต้องโกงกินชาติอย่างมหาศ่ลบานเบิก แต่เอ ความผิดเหล่านี้มันไม่มี แล้วจะไปตั้งข้อหาเขาลอยๆได้หรือ

เพราะหากทำได้พวกแกคงทำเสียตั้งแต่ยังครองอำนาจตอนปฏิวัติใหม่ๆแล้วน่ะสิ ตอนนั้นน่ะ เห็นคุยว่า
เป็นรัฐาธิปัตย์ (คงเป็นญาติกับประชาธิปัตย์ มั้ง) ขนาดตั้งคนโดยไม่ได้รับราชโองการยังทำได้
ยังไม่มีปัญญาเอาผิดเขาเลย ตั้งได้แต่ข้อหากระจอกงอกง่อย ใครเขาจะไปให้ความร่วมมือ

อ้อ นี่ก็ว่าจะเอาข้อข้าจากม.112ได้อีกแล้ว แต่เอ ยิ่งข้อหานี้ ทั่วโลกเขายังไม่ค่อยพอใจ
อยู่น่ะนา ทำไงดีล่ะ สู้เราหลอกให้คุณทักษิณ ยกทัพมาจากกัมพูชาก่อนดีกว่าไหม
ถึงตอนนั้น รับรองอย่าว่าแต่ทั่วโลกเลย คนไทยเองนี่แหละจะช่วยกันไปจับมาขึงพืดที่สนามหลวงเลย
รอหน่อยได้ไหมล่ะ ข้อหานี้น่ะ เจ๋งเลยนิ

ไม่เห็นมีข่าวการขอตัวคุณทักษิณในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนเลย

นี่ก็จะครบวันแล้วนะคะ ที่คุณทักษิณอยู่ในประเทศกัมพูชา ไหนว่าจะต้องมีหนังสือไปขอให้
ส่งตัวกลับมาติดคุกไทยไง แล้วนี่อะไร ผ่านไปจะ 24 ชม.แล้ว ทำงานกันอืดอาดแท้ๆ

หรือเห่าเก่งอย่างเดียว หรือว่าไม่มีฑูตประจำแล้ว จะส่งหนังสือผ่านทางไหนล่ะเนี่ย
นี่แหละน้า โบราณเขาถึงได้ว่า "ช้าๆได้พร้าเล่มงาม" นี่อะไร้ พอได้ยินปุ๊บ ควันออกหู
สั่งการปั๊บ เสียไหมละเนี่ย หากคิดช้าไปอีกไม่กี่วันคงไม่ทำชาติล่มจม เพราะทางกัมพูชา
เองก็เรียกฑูตกลับทันที เฮ้อทีนี้ จะส่งสาส์นกันอย่างไรล่ะ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ จะโทร.หาใครล่ะทีนี้ เขาไม่รับสายหรอก เรื่องอย่างนี้น่ะ มันต้องมีเป็น
หนังสืออย่างเป็นทางการ เขาก็ต้องพิจารณาอีก ฑูตก็ไม่มีรับหนังสือแล้ว เหอๆ

ลองคิดดูเล่นๆ หากงานนี้เป็นแผนที่วางไว้อย่างดีแล้ว ทางสมเด็จฮุนเซนท่านเพียง
หย่อนเหยื่อลงมา ไอ้ทางนี้ก็ปากไวกระโดดงับทันที เลยต้องมานั่งปวดหัวอยู่นี่ไง
เขาคงรู้สันดานพวกนี้เป็นอย่างดี หากเป็นนายกฯที่มีวุฒิภาวะมากกว่านี้ รู้ทำเนียมฑูตมากกว่านี้
ก็คงเพียงส่งหนังสือไปเป็นหนังสือช่วยจำ(หรือไงเนี่ย เรียกไม่ถูกซะแล้ว) แค่นั้นก็สุดๆแล้ว
นี่อะไร เรียกฑูตกลับ ประกาศสงครามซะนี่ เป็นไงล่ะ ทีนี้ กินแห้วกันจนพุงอืดละสิท่า

จริงๆแล้วอยากให้มันไม่โง่เท่านี้จังเลย อย่างน้อยก็ยังคงฑูตไว้ แล้วส่งหนังสือไปขอตัว
จังเลย จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป ในทั่วโลก เพราะทางกัมพูชาเขาก็ประกาศแล้ว
ว่าไม่ส่งเพราะอะไร แต่ตอนนั้นเหตุมันยังไม่เกิด แต่นี่เกิดแล้วชัดๆ คุณทักษิณ ก็มาปรากฎกายแล้วชัดๆ
ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ ออกข่าวไปทั่ว ทีอย่างนี้ละไม่ทำหนังสือไป

ทำเข้าซี้ เร็วๆหน่อย ไม่มีทางส่งเหรอ เอ ทำไงดี ไปยืมจมูกพี่กัน นายใหญ่ดูคงได้มั้ง
ถ้าเขายอมน่ะนะ แล้วทำอย่างเป็นทางการไปเล้ย เขาจะได้ตอบกลับมาอย่างเป็นทางการเช่นกัน
ว่าไม่ส่งเพราะอะไร ต่อไปภายภาคหน้า ชาติอื่นๆที่ยังเหนียมๆอยู่ก็จะได้ยืมเหตุผลเอาไปใช้ปฏิเสธบ้าง

ว่าด้วยเรื่องของเขมร

เกิดเรื่องราวใหญ่โต เพียงเพราะเรามีคนที่สมองน้อย มีความเป็นเด็กมากมานำรัฐ
ความคิด การกระทำมันเลยสะท้อนวุฒิภาวะออกมาว่าอ่อนด้อยเพียงใด

การตอบโต้เขมรอย่างรุนแรงด้วยการเรียกฑูตกลับนับเป็นการตอบโต้ที่รุนแรง
มากๆในทางการฑูต มันเหมือนเป็นการประกาศท้ารบโดยไม่ได้ยกทัพไปเท่านั้นเอง

แล้วมาดูว่าประเทศไทยเคยเรียกฑูตกลับไหม เคยค่ะ เมื่อสมัยนายกฯทักษิณหากยังจำกันได้
แล้วคงไม่ลืมว่าเหตุที่เรียกฑูตกลับคือการเผาสถานฑูต
ไม่ใช่แค่เรียกฑูตกลับแต่เรายังได้ส่งเสียงคำรามตามไปด้วยว่าถ้าไม่เรียบร้อยภายใน
24 ชั่วโมง เราจะจัดการขั้นรุนแรง

ดูเอาเถิดค่ะ เหตุผลในครั้งกระนั้นเทียบกับครั้งนี้มันเป็นอย่างไร การตอบโต้เขมรในทันที
เพียงเพราะเขาทำไม่ถูกใจ มันเป็นภาวะวิสัยของผู้ใหญ่หรือคะ ผู้ใหญ่น่ะต่างจากเด็ก
ตรงที่มีความคิด รู้จักควบคุมอารมณ์ โกรธน่ะ โกรธได้ค่ะ ยังเป็นมนุษย์ปุถุชน โกรธได้
แต่หากมีวุฒิภาวะพอ ต้องยั้งคิด คิดทบทวนก่อนถึงผลได้ผลเสีย ไม่ใช่พอได้ยินปั๊บลมออกหู
จัดการตัดความสัมพันธ์ในทันที

มันดูอ่อนด้อย ที่สำคัญมันไม่ใช่เด็กคนเดียว แม้แต่ไอ้แก่ๆที่อยู่รอบข้างก็ดันมีนิสัยเป็นเด็ก
เรื่องมันก็เลยกลายเป็นขนมผสมน้ำยา พาชาติตกอยู่ในอันตราย

วิถีทางการฑูตไม่มีไม่รู้จัก นึกว่าตัวเองเป็นพี่เบิ้ม อยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่ได้หรอกค่ะ
เพราะถ้าเป็นพี่เบิ้มจริง ใจก็ต้องเป็นพี่เบิ้มด้วย คนที่คนอื่นเขาจะนับหน้าถือตานั้นต้อง
มีครบ ริจะเป็นนักเลง ใจต้องกว้าง ต้องไม่ใช่คนหูเบา หวั่นไหวไปซะทุกเรื่อง

แล้วที่สำคัญ ได้หยุดคิดไหมคะ ว่าที่ทำไปน่ะทำไปเพราะอะไร เบื้องต้นแถลงว่าไม่พอใจ
ที่เขาตั้งนักโทษของตนเป็นที่ปรึกษา แล้วมาไถว่าเคืองที่เขายืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า
ถึงจะขอตัวไปในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เขาก็จะไม่ส่งตัวกลับมาให้ เพราะเชื่อว่าการตัดสิน
คุณทักษิณเป็นคดีการเมืองที่ไม่ยุติธรรม

เท่านั้นแหละผู้นำไทยตบะแตก ข้อแรกคือเสียหน้า ที่เราด่าว่าคุณทักษิณมากว่าสามปี
มันไม่เชื่อในประเทศไม่พอ เขมรยังไม่เชื่ออีก มีอย่างที่ไหน คนล้มเหลวทางชื่อเสียงอย่างนี้
ตั้งเป็นที่ปรึกษาได้ไง เราเกลียดต้องเกลียดด้วยสิ (แล้วอย่างนี้ไม่เรียกว่าเด็ หรือคะ)

แต่ที่น่าสงสัยคือข้อหลังมากกว่าที่เหมือนตีขนดหางเอาเลยทีเดียว เต้นกันเป็นเจ้าเข้า
เพียงเพราะเขากล่าวหาว่าระบบการตัดสินของไทยมันไม่ยุติธรรม (อ๊าว ชาวบ้านชาวช่ิอง
เขาก็เห็นกันทั่ว) นั่งทับขี้เอาไว้ แล้วแสร้งทำเป็นไม่เห็น ถึงตัวเองนั่งทับไว้ แล้วบอกว่า
มองไม่เห็นแต่กลิ่นน่ะมันตรลบอบอวล เหม็นคลุ้งไปทั่ว ปิดไม่มิดหรอก

แล้วมาลองคิดดูว่าถ้าเป็นผู้ใหญ่พอ มีวุฒิภาวะพอ ต้องหยุดคิด แล้วนับหนึ่งไปยันสิบหลักร้อย
ค่อยพูดจา(ฮัมเป็นเพลงด้วยก็ได้ค่ะ) ไม่ใช่ว่าคิดอะไรปุ๊บ พูดปั๊บ ปฏิบัติการซ้ำ มันก็พลาด
อย่างนี้แล แล้วทีนี้จะกล้าถอนหรือ ก็คงได้แต่ทำพลาดซ้ำลงไปอีก

ซึ่งอันที่จริงการที่เขมรเขาแต่งตั้ง หากทำใจเป็นอุเบกขา ย่อมต้องชื่นชมยินดี ตามคำพระ
ที่ว่ายินดีที่เห็นคนอื่นได้ดี นี่อะไรทำตัวเป็นนางอิจฉาร้องกรี๊ดๆ ดิ้นเร่าๆ โกรธเคืองเขาแทบ
เป็นบ้า เขาจะรู้สึกสังเวชไหมล่ะเนี่ย

ส่วนเรื่องส่งตัวกลับยิ่งต้องนิ่งให้มากกว่าอีก เพราะ หนึ่งคุณทักษิณยังไม่ได้ไปอยู่ที่เขมร
สองเราเลยยังไม่ได้ขอตัวไปอย่างเป็นทางการ สามหากขอไปจริง เราเองก็ยังไม่รู้ไม่ใช่หรือ
ว่าเขาจะไม่ส่งจริงไหม ทำไมไปตีนตนไปก่อนไข้ แล้วเกิดรีแอกชั่นเร็วนักล่ะ พระท่านว่า
อย่าไปคิดถึงแต่เรื่องในอดีต กังวลในเรื่องของอนาคต ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะสิ่งที่
เกิดแล้วแก้ไขไม่ได้ สิ่งที่ยังไม่เกิด ก็อย่ามัวไปกังวล เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะเกิด
จริงหรือเปล่า

ปัญหาปัจจุบันก็สุมรุมอยู่บนหัวมากมายไม่มีปัญญาแก้ ปากท้องของประชาชนเป็นอย่างไร
ไม่เคยสนใจ ไปตัดสัมพันธ์ทางการฑูต ชาวบ้านบริเวณชายแดน คนที่ไปทำมาค้าขายในเขมร
จะเป็นอย่างไรจากการหุนหันพลันแล่นในครั้งนี้ เคยห่วงไหม เคยคิดรับมือไว้ก่อนหรือเปล่า
หรือพอโกรธปุ๊บ มันหน้ามืดตามัว คิดอะไรไม่ทัน

ขอจบเรื่องนี้ว่า เพื่อนโทร.มาหา เล่าให้ฟังว่าไปประชุมกรรมการที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง
เมื่อเลิกประชุม คณะกรรมการคนหนึ่ง(ท่าทางคงเป็นอำมาตย์)ได้หันมาบอกเพื่อนว่า
"อย่าไปเข้าข้างเขมรนะ" คำพูดนี้บอกอะไรคะ มันบอกเหมือนอย่างกับที่โพลล์ออกมา
หรือเปล่า ที่ว่าประชาชนสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลในครั้งนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง
คำพูดนี้ก็ไม่น่าจำเป็นสิคะ ก็คนเขาเห็นด้วยแล้วนี่ แต่การที่ยังต้องมากล่อม มาสั่ง
มันแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็รู้ ว่าที่ทำไปไม่ถูก เลยกลัวชาวบ้านไปเข้าข้างเขมร ใช่ไหม?
มีอย่างที่ไหน มันเกิดอะไรขึนในประเทศนี้ ดันมีคนไปเห็นอกเห็นใจ และเข้าข้างประเทศอื่น
มากกว่าประเทศตัวเอง บริหารประเทศกันอย่างไรเนี่ย คนไม่รักกันไม่พอ ยังไม่รักชาติกันอีก

น่ากลัว น่ากลัว

กรูไม่เอาเมิง...ชัดยัง

ให้บังเอิญได้ดูข่าว"สามมิติ"แว่บหนึ่งเมื่อคืนนี้ เหตุเพราะลูกสาวเขาดูละครช่องสามจบ
ยังไม่ทันปิดทีวี ข่าวมันก็โผล่มา ได้เห็นหน้าตา รมต.กต. และไอ้ใครหนอของกต.ที่ออก
มาแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ของกต. ก็โอ้โห สุดยอด สมเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวจริงๆ ขึงขัง จริงจังมั้กมาก ดูแล้วน่ากลัวมาก ออกมาแถลงข่าวอ่าน 5ข้อ
ที่ตอบโต้เขมร แล้วก็ลุกไป ไม่ทันให้นักข่าวถาม

เมื่อหัว มันเป็นเสียอย่างนี้ (รมต. กต.) จะให้ลูกน้อง(โดยตำแหน่ง) ของกระทรวงทำอย่างไรได้
เป็นที่น่าสังเวชใจยิ่งนัก พวกนี้เรียนจบอะไรมานะ รัฐศาสตร์การฑูตหรือเปล่า แล้วเขาไม่สอนเรื่อง
มารยาทการฑูตกันบ้างหรือไร เวลาแถลงข่าวไม่ต้องอินหรอก ทำตามหน้าที่ก็พอแล้ว วางหน้าเฉยๆ
แบบนักการฑูตก็พอแล้ว เพราะเนื้อหามันก็รุนแรงพออยู่แล้ว นี่อะไร ทำสีหน้าแววตา โกรธแค้น
แทนไอ้กะสัตว์ไปได้ ไม่สมเป็นนักการฑูตสักนิด

แว้ปภาพข่าวตัดมาที่ไอ้เจ้ากระทรวง กำลังจะบินไปเจรจาความเมืองที่ญี่ปุ่น เจอนักข่าวถาม
หันมาส่อนิสัยดั้งเดิมตอบนักข่าว ด้วยข้อความที่แสนจะนึกว่าเก๋สุด ว่า "ให้เขมรเลือกเอา
ว่าจะเอาประเทศไทย หรือคุณทักษิณ" โอ้แม่เจ้าข้าวนึ่งบูด ขนาดลูกสาวเห็นยังถามว่าคนนี้
ใคร พอรู้เท่านั้น เขาถามว่าเป็นรมต.กต. พูดจาอย่างนี้ได้อย่างไร (คงลืมตัวไปว่า ขณะนี้
เป็นตัวแทนประเทศชาติ หาได้ยืนอยู่บนเวทีเสื้อเหลืองที่บุกไปยึดสนามบินไม่)

ฮั่นแน่ ปากเห่าว่าผมขอพูดแค่นี้แหละ แต่ไม่ได้ยินว่านักข่าวถามว่าอะไร แม่งอุตส่าห์เดินกลับ
มาทำหน้ายียวนกวนบาทาประชาชีอีกว่า "ต้นเรื่องทั้งหมด อยู่ที่ทางกัมพูชา เขาเป็นคนตั้งที่ปรึกษา
เอง ให้ไปคิดทบทวน..(แอ่นแอ๊น..แล้วก็ย้ำอีกครั้งว่า) ให้ทางกัมพูชาเลือกเอาว่าจะเลือกคุณทักษิณ
หรือประเทศไทย"

อาย อ๊าย อาย ทำไมเราถึงได้เอาผู้ก่อการร้ายสากลมาเป็นรมต.กต. แค่นั้นยังอายไม่พอ
ดั๊นเป็นผู้ร้ายที่ไม่กลับใจ ยังนึกว่าตัวเองเป็นพันธมิตรอยู่ตลอดเวลา(อ๊าว ก็ไอ้พวกนั้น มัน
ยึดเอาคุณทักษิณเป็นศูนย์กลาง เป็นศัตรูตัวฉกาจไม่ใช่หรือ)

แล้วเราจะตอบชาวโลกเขาได้อย่างไร ว่าเราทำครั้งนี้เพราะอะไร(เรียกฑูตกลับ) เพราะเราโกรธ
ที่เขาเห็นคุณค่าของคุณทักษิณ ในขณะที่พวกมันกำลังทำลายล้าง อย่างนั้นหรือ คนน่ะ เป็นผู้ใหญ่
อายุก็เกษียณแล้ว อย่างน้อยมันต้องมีสมองหยุดคิดบ้างว่าอะไรเป็นอะไร คุณทักษิณ เขาผิดข้อหาอะไร
แค่เซ็นชื่อยินยอมให้เมียโอนที่เนี่ยนะ มันต้องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเลยหรือ

แล้วเอาความแค้นส่วนตัว เอาความเกลียดที่รุมเร้าจิตใจไปกระทำการอันน่าอับอายอย่างนี้ได้อย่างไร
อันที่จริงตัวแกน่ะ เลวยิ่งกว่าเขาเป็นร้อยเท่า ยังมีคนให้อภัย เอามายกย่องให้เป็นถึงเจ้ากระทรวง
หัดคิดอย่างใช้สมองเสียบ้าง ความผิดของแกน่ะนะ ถ้าได้ถูกดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม แกรับรอง
ได้ติดคุกหัวโตแน่ แล้วเกิดหนีไปไหนนะ เราแจ้งข่าวไป รับรองเขาจะช่วยกันจับตัวแกส่งมาลงโทษ
กันทุกประเทศนั่นแหละ มีอย่างที่ไหน เป็นตัวอันตรายแท้ๆ ยังไม่รู้สึกตัวอีก

ฮุนเซนเขาพบ เขาพูดจาด้วยน่ะ เป็นเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่พอ เขารู้กาละเทศะ เขาห่วงหน้าตา
ของประเทศเขามากกว่า เพราะเขาก็รู้ว่าแกไปด่าว่า พูดถึงเขาว่าอย่างไร คิดดู ถ้าเขามีสมอง
เท่าหางอึ่งแบบแก เขามิบอยคอตแกไม่คบหาไม่พูดจาไปแล้วหรอกหรือ แต่เขามองภาพใหญ่
คิดแต่เพียงว่า เออหนอประเทศนี้ คิดได้เท่านี้เอง เอาคนอย่างนี้มาเป็นรมต. เขาสู้อุตส่าห์กลืน
ความแค้น(ส่วนตัว) แล้วรับรองแก ในฐานะเป็นรมต.กต. ของมิตรประเทศ แกยังไม่รู้สึกตัวกันอีก

เรื่องนี้น่ะ ไม่ต้องให้เขาเลือกหรอก เพราะเขาเลือกแล้ว อยู่ที่แกเท่านั้นแหละที่จะเลือกใช้สมอง
หรือหัวแม่เท้าตรองดูว่าการกระทำครั้งนี้มันสมควรไหม ลองกลับไปคิดทบทวนดู ถ้าคิดไม่ออก
ด้วยว่าด้อยปัญญา ก็จะบอกให้เอาบุญว่า "เลวไม่มีที่ติ เปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรูแท้ๆเลย ไร้เหตุผล
ขาดสติ น่าละอาย"

ไอ้รัฐบาลเฮงซวยนี่ก็จริงๆ แม่งคงไม่ได้พูดคุย ปรึกษาหารือกัน งานนี้จะว่าไป ไอ้เทือก เป็นผู้ใหญ่
กว่าเพื่อน เพราะข่าวออกมาตอนเช้าว่า "ไม่ว่าอะไร กัมพูชามีสิทธิ์จะตั้งใครเป็นที่ปรึกษาก็ได้
กัมพูชาก็เคยตั้งฝรั่งออกบ่อยไป" เนี่ยอย่างนี้ถึงจะเรียกว่ามีวุฒิภาวะ รู้จักแยกแยะ นี่อะไร พอบ่าย
เกิดบ้าระห่ำกันไม่เลิก ออกมากัดเขาไม่หยุด แกไม่อายแต่ฉันอายว่ะ

กรูจะบ้าตาย

Quote:ด้าน www.manager.co.th รายงานว่าในส่วนของ น.ส.ธีรนันต์ นั้น ทางสำนักข่าวกรองแห่งชาติได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เพราะพบข้อมูลว่า น.ส.ธีรนันต์ เป็นสมาชิกเว็บไซต์ประชาไท มานานแล้ว โดยใช้นามแฝงว่า “บีบีบี” มีการโพสต์ข้อความที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง และมีกลุ่มสมาชิกเว็บไซต์จำนวนมาก ต่างเชื่อว่า น.ส.ธีรนันต์ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขบวนการปล่อยข่าวทุบหุ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่อาจมีกลุ่มสมาชิกรายอื่นที่ติดต่อกันทางเว็บไซต์นำข้อมูลไปเผยแพร่ เพื่อหวังให้เกิดผลกระทบทั้งในตลาดหลักทรัพย์ไทย และต่างประเทศ นอกจากนี้ การสอบปากคำ น.ส.ธีรนันต์ ได้ให้การว่า มีการแปลข้อความที่เป็นบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ซึ่งเป็นสำนักข่าววิเคราะห์หุ้นรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

โอ้แม่เจ้าข้าวเหนียวปิ้ง ออกข่าวไม่อายปากเลยนะ พูดออกมาได้
มีการโพสต์ข้อความที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
คุณbbb เธอ แปลข่าวมาลงเนี่ยนะ เป็นการกระทบความมั่นคง
ทำไมเมิงไม่ไปจัดการไอ้สำนักข่าวที่ลงข่าวละวะ จะปิดหูปิดตา
คนทั้งประเทศได้อย่างนั้นหรือ ถึงไม่อ่านที่เขาแปล ชาวบ้านเขาก็ไปอ่านต้นฉบับ
ภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว ไอ้ที่ไปแบนหนังสือเขาบ่อยๆ(The Economist)น่ะ
นึกว่าชาวบ้านเขาไม่รู้เรื่องกันเลยสิ

นี่มันพ.ศ.ไหนแล้ว แน่จริงเมิงปิดอินเตอร์เน็ตด้วยสิวะ ป้าดโธ่
อย่ามาปิดแต่หนังสือกับบอร์ดการเมือง ยิ่งปิดคนเขายิ่งอยากรู้
ทำใจสบายๆ คนเขามีวิจารณญาณ เขาเห็นแล้วก็คิดได้ ไม่ได้
หลงเชื่องมงายเหมือนที่พวกเมิงคอยโฆษณาชวนเชื่ออยู่หรอกโว้ย

แต่อาจมีกลุ่มสมาชิกรายอื่นที่ติดต่อกันทางเว็บไซต์นำข้อมูลไปเผยแพร่
เพื่อหวังให้เกิดผลกระทบทั้งในตลาดหลักทรัพย์ไทย และต่างประเทศ
ต้องอุทานอีกทีไหมนี่ ก็เขาโพสท์ตอนหกโมงเย็นหลักฐานชัดๆ
มันจะไปกระทบอย่างไรหือ คนเล่นหุ้นนะโว้ย ไม่ใช่ควายอย่างพวกแก
ที่จะต้องมาคอยอ่านข่าวแปล แล้วไอ้ฝรั่งที่เทขายหุ้นนี่ แม่งตามอ่าน
การแปลข่าวของคุณ3บี อยู่ล่ะสิท่า จะใส่ไคล้ ใส่ความเขา ก็น่าจะทำให้
เนียนๆหน่อย อย่ามาจับแพะชนแกะอยู่ มันทุเรศ

อ่านข่าวแล้วเหมือนอ่านนิทานอิสปเรื่อง"หมาป่ากะลูกแกะ"เลย
เมิงไม่ได้ทำ ไม่พ่อก็ปู่เมิงนั่นแหละทำ เหลิงอำนาจบ่อยๆเถอะ
สักวันจะรู้สึก "วันพระไม่ได้มีหนเดียว"ร้อก

ความกลัว..ทำให้เสื่อม จริงๆนะ

1.หากชีวิตอบอวลด้วยความรัก
มันก็จักรื่มรมย์อมความหวาน
มองทางไหนแช่มชื่น รื่น เบิกบาน
มีสายธารความสุขปลุกปลอบใจ

2.หากชีวิตหมกมุ่นกับความเกลียด
มันจะเบียดความสุข..ทุกข์ไฉน
โลกสีคล้ำดำมัวทั่วถิ่นไทย
ทำอย่างไรก็ไม่พ้นมันวนเวียน

3.หากชีวิตคิดระแวงจนเกือบบ้า
คอยจับตาพาจ้องมองข้อเขียน
เกิดระแวงแข่งความคิดไม่คิดเรียน
ไม่เกิดเทียนแห่งปัญญาพาอับจน

4.หากชีวิตคิดกลัวมันชั่วช้า
เหมือนคนบ้าพาจิตคิดสับสน
ใครเขาพูดเขาเขียนก็สุดทน
คิดว่าคนไม่รักชักงอแง

5.หากชีวิตคิดสับสนคงจนยาก
มันลำบากจะหลุดพ้นจนต้องแถ
อ้างรักชาติศาสน์กษัตรย์อัดดวงแด
แล้วก็แพ้ปัญญาประชาชี

6.หากชีวิตคิดอภัยใจมีสุข
ปราศจากทุกข์รุมใจไม่หมองศรี
อยู่กันได้ด้วยความรักความภักดี
ย่อมจะมีความสุขกันทุกคน