น่าเบื่อเหลือใจกับอาการ"ขี้แพ้ชวนตี" บ่นกันจั๊งกับรัฐบาลปัจจุบัน
บ้างก็ว่า เป็น"พวกมากลากไป" บ้างก็อุตส่าห์ประดิษฐ์คิดคำใหม่
หาว่าเป็น"เผด็จการรัฐสภา" มาล่าสุดมีไอ้หัวกลวงบอกว่าเป็น
"เผด็จการจากการเลือกตั้ง"
การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย มีผู้เสนอตัว(ตามรัฐธรรมนูญ
ฉบับปัจจุบัน) คุณก็ต้องสังกัดพรรค ดังมีสโลแกนของพรรคยอดนิยม
ว่า "พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค" ดังนั้นหากพรรคใดได้รับความนิยม
แม้โดยส่วนตนอาจไม่โด่งดังนัก แต่ได้สังกัดพรรคที่คนชอบ
โอกาสที่จะเป็นสส.ก็จะมากขึ้น
ผลการเลือกตั้ง ถ้าพรรคใดได้รับเสียงสนับสนุน ประชาชนเลือกเข้ามามาก
ก็จะได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล บริหารประเทศไปตามนโยบายที่หาเสียงไว้
เป็นเรื่องปกติที่เข้าใจง่ายๆ เพราะประชาชนเลือกเข้ามา เพราะชอบนโยบาย
หากไม่ทำตามที่หาเสียงไว้สิ จะเป็นเรื่อง
เหมือนพรรคการเมืองบางพรรค ติดป้ายหาเสียงไปทั่วบ้านทั่วเมือง
ว่า"99 วัน ทำได้จริง" แต่ก็ไม่ชนะเลือกตั้ง กลับไปใช้วิธีสกปรกโสมม
(ที่ใครๆก็รู้ แอบเข้ามาบริหารประเทศตั้ง2ปีกว่า หากไม่นับรวมความชั่ว
ที่สั่งปราบ ฆ่าประชาชนกลางกรุง ไอ้ที่บอก99วันก็ไม่เห็นจะทำอะไรได้สำเร็จ)
มิหนำซ้ำ ตอนแอบไปแถลงนโยบายที่กระทรวงต่างประเทศ
ยังออกคำสัญญาเรื่องกฎเด็ก เอ๊ยกดเหล็ก เอ๊ย กฎเหล็ก
ว่าจะฟันคนที่โกงกิน แต่พอเข้ามาบริหาร ก็มีเรื่องฉาวโฉ่
โกงกินสารพัด ทั้งนมบูด ปลากระป๋องเน่า เสาธงแพง แหล่งกดน้ำพิลึก
ต่างๆนาๆสาธยายไม่หมด ไอ้กฎบ้าๆก็ไม่เห็นจะได้ควักออกมาใช้
ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ขนาดกุมอำนาจรัฐไว้ในมือ ยังแพ้เลือกตั้งหลุดลุ่ย
โดยปกติเมื่อแพ้เลือกตั้งก็ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน บร๊ะนี่อะไร ยังหลงไหลได้ปลื้ม
กับตำแหน่งรัฐบาลกำมะลอที่ไปฉกชิงเขามา ดั๊นไม่ยอมเป็นฝ่ายค้านแต่โดยดี
กลับไปซุ่มตั้งรัฐบาลเงา แล้วทำหน้าที่ฝ่ายแค้น เต็มรูปแบบ
รู้ทั้งรู้บ้านเมืองกำลังมีปัญหา จำเป็นต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนที่จะช่วยกัน
ประคับประคอง ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปให้ได้ นี่อะไรกลับจ้องทุกเม็ด กะจะเด็ดทุกมุม
เผลอไม่ได้ ยื่นโน่นยื่นนี่ หาพวกป่วนเขาไปทั่ว เพราะรู้ดีว่า ด้วยเสียงที่ได้มา
น้อยนิด ทำอะไรในสภาก็แพ้เขาเรื่อยไป เลยหาช่องหารูที่จะขัดแข้งขัดขา
หาพวกหาพ้องที่จะช่วยกันสกัดการทำงานของรัฐบาล ซึ่งได้ผลบ้าง
ไม่ได้ผลบ้าง บางหน่วยก็รับลูก ออกมาช่วยปัดแข้งปัดขา แต่ก็ทำได้แค่นั้น
เพราะพวกนั้นก็ไม่มีอำนาจอยู่ในมือ จะเล่นงานรัฐบาลก็ทำไม่ได้
เลยได้แต่ตอมหึ่งๆดังแมลงหวี่ ที่แม้แต่จะกัด จะต่อยก็ไม่มีปัญญา
ทำได้แค่เพียงให้เกิดความรำคาญ
นอกเหนือจากองค์กรต่างๆนาๆที่ฝ่ายแค้น พยายามจะไปยืมไม่ยืมมือมาจัดการ
ก็ยังไม่สำเร็จ เลยต้องมีพวก"เสมอนอก" ออกมาช่วยประโคม
บ้างก็ว่า อย่ามาใช้เสียงข้างมากในสภาจัดการอะไรไปตามใจนะ
ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้ ฉันไม่เห็นด้วย ฉันไม่ได้เลือกคุณมา ฉันเป็นเสียงที่
ดังกว่า
โธ่ถังกาละมังแตก การกล่าวอ้างเช่นนั้นก็ถูก มีผิดอยู่นิดเดียว
นิดเดียวจริงๆตรงที่ว่า "พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาอ้างว่า คุณไม่ได้เลือก
พรรคเพื่อไทย" คุณได้สิทธิ์ไปเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ของพวกนี้
ก็มักไม่ค่อยออกไปเลือกตั้ง แล้วยังมาอ้างว่าเป็นพลังเงียบ
คงไม่รู้ว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เขาเอาเสียงข้างมาก
เลือกพรรคเข้ามาบริหารประเทศ ไอ้ประเภท "พลังเงียบ" น่ะหาได้มีความหมายใดๆไม่
หรือหากคุณได้ออกไปเลือกตั้งแล้ว ก็ต้องทำใจว่า คุณได้เลือกแล้ว
เพียงแต่พรรคที่คุณเลือก แพ้การเลือกตั้งไง ทีหลังก็อย่ามาพูดอีกว่า
พรรคที่บริหารงานอยู่นี้ เป็นพรรคที่คุณไม่ได้เลือก กลับไปทำการบ้าน
หาทางช่วยให้พรรคที่คุณเลือกได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะดีกว่า
แม้มันอาจจะนานหน่อย แต่ก็ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว แพ้อีก 20-30ปี
ก็อาจพลิกกลับมาชนะได้นา อย่าประมาท ทางที่ดีก็ต้องเลิกเห่าหอน
ใส่ร้ายพรรคที่เขาชนะเลือกตั้งเสียด้วยล่ะ เพราะยิ่งทำ พรรคที่พวกคุณ
เลือก ที่คอยเชียร์ ยิ่งตกต่ำไปเรื่อยๆ เผลอๆ แค่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านก็อาจชวดด้วยซ้ำ
บ้างก็ว่า เป็น"พวกมากลากไป" บ้างก็อุตส่าห์ประดิษฐ์คิดคำใหม่
หาว่าเป็น"เผด็จการรัฐสภา" มาล่าสุดมีไอ้หัวกลวงบอกว่าเป็น
"เผด็จการจากการเลือกตั้ง"
การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย มีผู้เสนอตัว(ตามรัฐธรรมนูญ
ฉบับปัจจุบัน) คุณก็ต้องสังกัดพรรค ดังมีสโลแกนของพรรคยอดนิยม
ว่า "พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค" ดังนั้นหากพรรคใดได้รับความนิยม
แม้โดยส่วนตนอาจไม่โด่งดังนัก แต่ได้สังกัดพรรคที่คนชอบ
โอกาสที่จะเป็นสส.ก็จะมากขึ้น
ผลการเลือกตั้ง ถ้าพรรคใดได้รับเสียงสนับสนุน ประชาชนเลือกเข้ามามาก
ก็จะได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล บริหารประเทศไปตามนโยบายที่หาเสียงไว้
เป็นเรื่องปกติที่เข้าใจง่ายๆ เพราะประชาชนเลือกเข้ามา เพราะชอบนโยบาย
หากไม่ทำตามที่หาเสียงไว้สิ จะเป็นเรื่อง
เหมือนพรรคการเมืองบางพรรค ติดป้ายหาเสียงไปทั่วบ้านทั่วเมือง
ว่า"99 วัน ทำได้จริง" แต่ก็ไม่ชนะเลือกตั้ง กลับไปใช้วิธีสกปรกโสมม
(ที่ใครๆก็รู้ แอบเข้ามาบริหารประเทศตั้ง2ปีกว่า หากไม่นับรวมความชั่ว
ที่สั่งปราบ ฆ่าประชาชนกลางกรุง ไอ้ที่บอก99วันก็ไม่เห็นจะทำอะไรได้สำเร็จ)
มิหนำซ้ำ ตอนแอบไปแถลงนโยบายที่กระทรวงต่างประเทศ
ยังออกคำสัญญาเรื่องกฎเด็ก เอ๊ยกดเหล็ก เอ๊ย กฎเหล็ก
ว่าจะฟันคนที่โกงกิน แต่พอเข้ามาบริหาร ก็มีเรื่องฉาวโฉ่
โกงกินสารพัด ทั้งนมบูด ปลากระป๋องเน่า เสาธงแพง แหล่งกดน้ำพิลึก
ต่างๆนาๆสาธยายไม่หมด ไอ้กฎบ้าๆก็ไม่เห็นจะได้ควักออกมาใช้
ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ขนาดกุมอำนาจรัฐไว้ในมือ ยังแพ้เลือกตั้งหลุดลุ่ย
โดยปกติเมื่อแพ้เลือกตั้งก็ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน บร๊ะนี่อะไร ยังหลงไหลได้ปลื้ม
กับตำแหน่งรัฐบาลกำมะลอที่ไปฉกชิงเขามา ดั๊นไม่ยอมเป็นฝ่ายค้านแต่โดยดี
กลับไปซุ่มตั้งรัฐบาลเงา แล้วทำหน้าที่ฝ่ายแค้น เต็มรูปแบบ
รู้ทั้งรู้บ้านเมืองกำลังมีปัญหา จำเป็นต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนที่จะช่วยกัน
ประคับประคอง ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปให้ได้ นี่อะไรกลับจ้องทุกเม็ด กะจะเด็ดทุกมุม
เผลอไม่ได้ ยื่นโน่นยื่นนี่ หาพวกป่วนเขาไปทั่ว เพราะรู้ดีว่า ด้วยเสียงที่ได้มา
น้อยนิด ทำอะไรในสภาก็แพ้เขาเรื่อยไป เลยหาช่องหารูที่จะขัดแข้งขัดขา
หาพวกหาพ้องที่จะช่วยกันสกัดการทำงานของรัฐบาล ซึ่งได้ผลบ้าง
ไม่ได้ผลบ้าง บางหน่วยก็รับลูก ออกมาช่วยปัดแข้งปัดขา แต่ก็ทำได้แค่นั้น
เพราะพวกนั้นก็ไม่มีอำนาจอยู่ในมือ จะเล่นงานรัฐบาลก็ทำไม่ได้
เลยได้แต่ตอมหึ่งๆดังแมลงหวี่ ที่แม้แต่จะกัด จะต่อยก็ไม่มีปัญญา
ทำได้แค่เพียงให้เกิดความรำคาญ
นอกเหนือจากองค์กรต่างๆนาๆที่ฝ่ายแค้น พยายามจะไปยืมไม่ยืมมือมาจัดการ
ก็ยังไม่สำเร็จ เลยต้องมีพวก"เสมอนอก" ออกมาช่วยประโคม
บ้างก็ว่า อย่ามาใช้เสียงข้างมากในสภาจัดการอะไรไปตามใจนะ
ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้ ฉันไม่เห็นด้วย ฉันไม่ได้เลือกคุณมา ฉันเป็นเสียงที่
ดังกว่า
โธ่ถังกาละมังแตก การกล่าวอ้างเช่นนั้นก็ถูก มีผิดอยู่นิดเดียว
นิดเดียวจริงๆตรงที่ว่า "พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาอ้างว่า คุณไม่ได้เลือก
พรรคเพื่อไทย" คุณได้สิทธิ์ไปเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ของพวกนี้
ก็มักไม่ค่อยออกไปเลือกตั้ง แล้วยังมาอ้างว่าเป็นพลังเงียบ
คงไม่รู้ว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เขาเอาเสียงข้างมาก
เลือกพรรคเข้ามาบริหารประเทศ ไอ้ประเภท "พลังเงียบ" น่ะหาได้มีความหมายใดๆไม่
หรือหากคุณได้ออกไปเลือกตั้งแล้ว ก็ต้องทำใจว่า คุณได้เลือกแล้ว
เพียงแต่พรรคที่คุณเลือก แพ้การเลือกตั้งไง ทีหลังก็อย่ามาพูดอีกว่า
พรรคที่บริหารงานอยู่นี้ เป็นพรรคที่คุณไม่ได้เลือก กลับไปทำการบ้าน
หาทางช่วยให้พรรคที่คุณเลือกได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะดีกว่า
แม้มันอาจจะนานหน่อย แต่ก็ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว แพ้อีก 20-30ปี
ก็อาจพลิกกลับมาชนะได้นา อย่าประมาท ทางที่ดีก็ต้องเลิกเห่าหอน
ใส่ร้ายพรรคที่เขาชนะเลือกตั้งเสียด้วยล่ะ เพราะยิ่งทำ พรรคที่พวกคุณ
เลือก ที่คอยเชียร์ ยิ่งตกต่ำไปเรื่อยๆ เผลอๆ แค่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านก็อาจชวดด้วยซ้ำ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น