วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

น้ำตาจตุพร

[ภาพ: e36cfrfe.jpg]

ลูกผู้ชายหมายว่าน้ำตาร่วง
ไม่กี่ช่วงในชีวิตคิดเถิดหนา
พ่อแม่ตายรายรื้นคือน้ำตา
อย่าหวังว่าจะเห็นกันทั่วไป

น้ำที่เห็นจากตาลงมาแก้ม
มันคงแซมความเจ็บช้ำเกินคำไข
เพื่อนต่อสู้ร่วมชีวิตและจิตใจ
ถูกขังไว้หมดเสรีที่เคยมี

เป็นน้ำตาแห่งความซึ้งซึ่งมอบให้
เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในศักดิ์ศรี
แม้ว่าตัวถูกขังขาดเสรี
แต่ไมตรีที่มอบให้ไม่จืดจาง

ขอน้ำตาวันนี้ที่มองเห็น
จงได้เป็นพลังใจไม่อางขนาง
ถึงวันนี้ไม่ชนะจะหาทาง
แสงสว่างจะต้องมีไม่เสื่อมคลาย

เมื่อถึงวันเวลาประชาชาติ
จะบังอาจยิ่งใหญ่ไม่หนีหาย
ร้องเถิดร้องเพื่อล้างตาให้ผ่อนคลาย
รอวันฉายความสุขลุกเต็มทรวง

น้ำที่เห็นเป็นน้ำตาของความกล้า
ใช่ความล้ายอมแพ้...แต่ใหญ่หลวง
ขอมอบใจให้คืนไปทั้งดวง
แล้วพร้อมทวงสิทธิ์ของตนคนแผ่นดิน

[ภาพ: co124.jpg]

ตกลงใครอยู่หลังกรงขังนั่น
เธอหรือฉันมันไม่ชัดดูขัดเขิน
พวกเราอยู่ด้านหน้าพากันเดิน
จึงขอเชิญติดกรงหลงวกวน

ประเทศนี้ประชาชนคนยิ่งใหญ่
หาใช่ใครที่อ้างอย่างสับสน
คือพวกคุณที่ติดกับประชาชน
ต้องทุกข์ทนต่อสู้อยู่เดียวดาย

มองออกมาเบื้องหน้ามากันมาก
เพียงเพื่ออยากจะบอกไว้ไม่เสียหาย
คนที่คุณกักขังได้เพียงกาย
แต่อย่าหมายขังใจไว้กับตัว

ทั้งคนแก่คนเฒ่าเจ้าอาวาส
ก็ไม่อาจห้ามใจไม่ปวดหัว
ต้องไปหาไปแสดงว่าไม่กลัว
คุ้มคนชั่วมัวเมาไม่เข้าที

คนที่คุณขังไว้ไม่เห็นหรือ
มันก็คือคนสั่งฆ่าน่าบัดสี
ระวังภัยให้คนชั่วตัวกาลี
ต้องเป็นผีสักวันแฉันมั่นใจ

ยังไม่สายคิดใหม่ให้ถี่ถ้วน
ว่าคุณควรเลือกข้างอยู่ฝั่งไหน
ประชาชนหรือผีบ้าอย่าเกรงใจ
เผื่อจะได้ออกมาดูฟ้างาม



ตามสัญญา


ที่คุณพาลีตรีเพชรออกตัวว่าเป็นแค่เด็กส่งเอกสาร นำเรื่องที่เขียนโดยใบมีดสีแดงhttp://www.internetfreedom.us/showthread.php?tid=8711
มาลงไว้ พร้อมเปิดโอกาสให้วิพากษ์วิจารย์กันได้เต็มที่ ครั้งแรกก็อ่านผ่านๆ
แต่ต้องกลับมาอ่านอีกครั้งเพื่อวิพากษ์ให้เต็มที่ จะไปตอบในกระทู้ปักหมุดนั้น
ก็เห็นว่าไหลไปตั้งหน้าสองแล้ว บางท่าน ก็ไม่ค่อยไปเปิดอ่าน เพราะคิดว่า
อ่านแล้ว เลยขอนำเสนอเป็นกระทู้ใหม่ดังนี้

เริ่มจากชื่อคนเขียนก่อนนะคะ "ใบมีดสีแดง" ก็เห็นว่าน่าสนใจและต้องชม
ที่เลือกใช้ชื่อได้ดี เพราะคำว่าใบมีด มันทำได้หลายอย่าง โดยเฉพาะข้อเขียนนี้
ก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ คือบาดลึก และฟาดฟันไปในตัว คงมีหลายท่าน
อ่านแล้วอาจรู้สึกแสบๆคันๆ บ้างก็เจ็บปวดจาการถูกใบมีดทำร้ายเอา

แต่ช้าก่อน เสื้อแดง ก็คือเสื้อแดง สำหรับคนอื่นป้าไม่ทราบ แต่สำหรับป้า
เป็นเสื้อแดง เพราะเห็นว่าเสื้องแดง เป็นเพียงสัญญลักษณ์ของการต่อสู้
เป็นการประกาศให้รู้โดยทั่วกันว่าเราพวกเดียวกัน คิดอ่านเหมือนกัน ต้องการ
เหมือนกัน มากบ้าง น้อยบ้างตามแต่สภาพของแต่ละบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่
เหมือนกันโดยแน่แท้คือ พวกเราต้องการประชาธิปไตย พวกเราไม่ต้องการถูกกดขี่
พวกเราไม่ต้องการระบบสองมาตรฐาน เราภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย โดยไม่ต้อง
สังกัดพรรคภูมิใจไทย เราเป็นพลังประชาชนแม้ชื่อพรรคจะถูกยุบไปแล้ว
แต่พลังประชาชนที่รักไทย ก็พร้อมจะทำทุกอย่าง"เพื่อไทย"

จากข้อเขียน อ่านดูเหมือนการตัดพ้อต่อว่า แต่เมื่ออ่านแล้วพิจารณาดู พบว่า
การเขียนแบบนี้มีออกมาบ่อยๆ และมักจะมีออกมาในห้วงเวลาที่คนเสื้อแดง
กำลังฮึกเหิม จำได้ว่าครั้งหนึ่งมีจดหมายเวียนประเภทฟอเวิร์ดเมล์ ร่อนไปทั่ว
ว่าเป็นคนเสื้อแดง แต่เพราะบลาบลา..ก็จะไม่เป็นคนเสื้อแดงแล้ว ซึ่ง ไม่นานนัก
ก็ถูกฉีกหน้ากากคนเขียนออกมาว่าที่แท้ก็ไม่ใช่คนเสื้อแดง ที่แท้ก็เป็นแค่พวกเสื้อ
สีอื่นที่ต้องการส่งสารออกมาชักชวนกลายๆว่าเสื้อแดงไม่ดีหรอก เลิกเป็นกันดีกว่า
แต่ก็ล้มเหลว ไม่เข้าท่า คนเขาจับได้ จำได้ว่าครั้งนั้นก็ออกมาในช่วงที่จะมีการ
ชุมนุมใหญ่ปีนี้แหละค่ะ เสียดายไม่ได้เซฟเก็บไว้ เพราะไม่ได้ใส่ใจ

มาครั้งนี้ก็มาอีกแล้ว การเขียนต่อว่าต่อขานคุณทักษิณ เริ่มด้วยประโยคที่ว่า
การที่คุณทักษิณ โฟนอินว่าหากกระสุนนัดแรกดังขึ้นจะกลับมานำ เรื่องนี้
อาจทำให้หลายคนเสียความรู้สึก แต่ลึกๆในใจ ในการต่อสู้ เมื่อรู้กันอยู่แล้วว่า
เรากำลังต่อสู้อยู่กับใคร คุณทักษิณก็เป็นหมากตัวหนึ่งในกระดาน จะมีศักยภาพ
เท่าไหร่เชียว มีกองทัพหนุนอยู่หรือก็เปล่า เดินเท้าเข้ามาให้เขาฆ่าทิ้งเล่นเหมือน
เสธ.แดงอย่างนั้นหรือ ถึงจะพอใจกัน หากคนที่รักทักษิณจริง เขาก็ก้าวข้าม
คำพูดนี้ไปตั้งนานแล้ว คนเขียนพยายามขุดคุ้ยมาเพื่อตอกย้ำว่าคุณทักษิณ
ไม่จริงใจ ไม่รักษาสัญญา ถามหน่อยเถิดว่าคุณทักษิณเป็นซุปเปอร์แมนหรือ
เป็นเจ้าชีวิตหรือก็เปล่า ไม่มีสิทธิ์แม้แต่ในเงินของตัวเอง แล้วจะให้มาชี้เป็น
ชี้ตาย บอกให้คนออกไปตายแทนได้อย่างไรกัน

จริงอยู่แรกเริ่มเดิมที เราก็สู้ไปหวังไปว่า สักวันคุณทักษิณจะได้กลับมานำพาประเทศ
อีกสักครั้ง แต่นานๆไป ความหวังก็ริบหรี่ แต่การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยไม่ได้
หยุดลง เราสู้เพื่อความยุติธรรมหากวันที่ได้มา แม้ไม่มีคุณทักษิณ ประเทศก็ต้อง
อยู่รอดปลอดภัย ไม่เห็นต้องยื้อยุด ไม่เห็นต้องคงไว้ ไม่เห็นต้องตำหนิติเตียนไม่ได้

โดยส่วนตัวชื่นชมคุณทักษิณมาก แต่ก็มากในฐานะที่เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์
มีความสามารถนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ หากไม่มีคุณทักษิณ แต่มี
ประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นใหญ่สมชื่อจริง ใครก็เป็นนายกฯได้ไม่ว่ากัน

การกล่าวหาว่าคุณทักษิณไม่ใส่ใจ มัวไปเดินช้อปปิ้งกับลูกสาว ก็ไม่เห็นจะ
เดือดร้อนอะไร กลับชื่นชมอวยชัยเสียด้วยซ้ำว่าโธ่โถ มีความสุขแม้เพียงเล็กน้อย
ก็ยังดีนะ ดีกว่าจมปลักอยู่กับความทุกข์ที่โดนกระทำย่ำยีจนแทบไม่มีที่ยืน

การที่คุณทักษิณทวีตข้อความมาก็อ่านบ้างไม่ได้อ่านบ้าง ก็เข้าใจว่า คนเราบางครั้ง
ก็ต้อง"คิดก่อนพูด" จะให้พูดตามใจนั้น ใครทำได้ เคยบอกหลายครั้งแล้วว่า
คนฉลาด เขา"คิดทุกคำที่พูด แต่ต้องไม่พูดทุกคำที่คิด" จะให้เอามันแบบคุยกันเอง
อย่างไรได้ คนติดตามคุณทักษิณในทวิตเตอร์มีตั้งเท่าไหร่ จะให้ทวีตถูกใจทุกคน
กระไรได้

เสื้อแดงบอกก้าวพ้นคุณทักษิณมาแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าพ้นจริงๆ เราไม่สนใจอีกต่อไปว่า
คุณทักษิณจะไปเกี้ยเซี้ยกับใคร ยอมลงให้ใคร เพราะเดี๋ยวนี้สิ่งที่ต้องการคือประชาธิปไตย
ที่ประชาชนเป็นใหญ่ ไม่มีคุณทักษิณเป็นนายกฯก็ไม่เห็นแปลก เราเข้าใจและรู้อยู่แล้วว่า
คงเป็นเรื่องยากที่จะเอาคุณทักษิณกลับมา แต่ก็ไม่เป็นไร เราก็ต้องสู้ต่อไป

มีแต่พวกตรงกันข้ามเท่านั้นเองที่ยังก้าวไม่พ้นคุณทักษิณ พยายามโยงทุกเรื่อง
ทำทุกทางที่จะดิสเครดิตท่าน ซึ่งขอบอกไว้เลยว่ามันไม่ได้ผลหรอกค่ะ หนทาง
เดียวที่คุณทักษิณจะถูกทอดทิ้ง คือคุณทักษิณได้กลับมาเพราะอำนาจบางอย่าง
และคุณทักษิณยอมเป็นทาสรับใช้ ยอมเป็นหุ่นเชิด เหมือนไอ้ฆาตกร หากเป็นอย่างนั้น
รับรอง จะไม่เหลือคนเชียร์

การตั้งคำถามตอนจบว่า ต่อแต่นี้ไปนายกทักษิณจะอยู่อย่างไรได้
หากคนเสื้อแดงเขาไม่เอาและไม่ยืนเคียงข้างนายกทักษิณอีกต่อไป.........


ก็ขอตอบไว้ตรงนี้เลยว่าท่านก็อยู่อย่างที่ท่านอยู่อย่างทุกวันนี้ล่ะค่ะ ลงทุนทำการค้าไปใน
ต่างประเทศ ว่างๆก็ไปเดินจูงมือลูกสาวช้อปปิ้ง บางทีก็มีภาพไปเยี่ยมคารวะท่านโน้นท่านนี้
บางคราวก็มีภาพที่คนจากเมืองไทยไปเยี่ยมคารวะ ท่านก็คงอยู่อย่างนี้ และอาจจะอยู่อย่างนี้
ไปจนชั่วชีวิตของท่าน คนเสื้อแดงก็ไม่เดือดร้อน ไม่ได้ดิ้นทุรนทุราย คุณ"ใบมีดสีแดง"
ไม่ต้องเป็นห่วงท่านหรอกนะคะ แล้วก็ยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราชาวเสื้อแดงด้วย

มีหรือไม่มีคุณทักษิณไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญในการต่อสู้สักหน่อย คุณหาวิธีใหม่เถิดนะคะ
งวดนี้ทำได้ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ดีพอ พยายามอีกหน่อย สักวันคงได้ผลแน่

แต่สำหรับป้า รักและเคารพคุณทักษิณเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ประเภท"รักแล้วรักเลย"น่ะค่ะ

ตกลงมันเป็นอย่างไรแน่คะ? ใครพูดจริงใครตอแหล


จากข่าวนี้ สมคิดแถลงไม่รับตำแหน่ง เขาพูดว่า

“ผมปรึกษากับผู้บังคับบัญชาก่อนแล้ว เพื่อความ รอบคอบว่าสามารถสละสิทธิได้หรือไม่ มีกฎหมายรองรับการสละสิทธิหรือไม่ หลังจากนี้เมื่อสละสิทธิแล้วจะให้ผมไปทำอะไรที่ไหนก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชา จะเห็นสมควร เพราะการสละสิทธิครั้งนี้ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร ไม่ว่าจะให้ไปอยู่ตรงไหนก็พร้อมทำงานเต็มที่"

แต่ไหงคนนี้เขาตอบนักข่าวอีกอย่างล่ะคะ


ผู้สื่อข่าวถามว่าตำแหน่งใหม่ของ พล.ต.ท.สมคิดจะต้องอยู่ในระดับเดียวกันคือระดับผู้บัญชาการหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ใช่ เขาแสดงเจตนารมณ์อย่างนั้น


บ้านนี้เมืองนี้ จะพูดความจริงกันไม่ได้หรือไง เพราะถ้าพูดความจริง
พูดกี่ครั้ง ไม่ว่าใครพูด มันก็ต้องตรงกันไม่ใช่หรือ

อุ้มฆ่าไม่เป็นไร.......


แต่อย่าอุ้มไปทำอย่างอื่นแล้วกัน เพราะเมื่อต้องคดีล่วงละเมิดทางเพศ
ตำรวจนายหนึ่งถูกเด้งทันที แม้เจ้าตัวจะไม่ยอมรับ

ส่วนอีกรายโดนคดีจนส่งฟ้องจะขึ้นศาลในเดือนพย.นี้ (ไม่ยอมรับเหมือนกัน)
กลับได้รับแต่งตั้งแม้จะออกมาแสดงความเป็นพระเอก ถอยฉากออกมา
ก็คงไม่ได้ทำอะไรดีขึ้น

ดังนั้นจึงสรุปว่า อุ้มฆ่าไม่เป็นไร อย่าอุ้มไปทำอย่างอื่นแล้วกัน
ประเทศนี้เขาถือ เอ้า ฮา

สมควรปิดวัด

จากกระทู้ของคุณNNAANN เรื่องศอฉ.ค้นเจออาวุธตามข่าวนี้

พล.ต.ท. ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีว่า ในพื้นที่การชุมนุมวัดปทุมวนาราม มีการนำอาวุธซุกซ่อนอยู่ในวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบหลังการชุมนุมพบอาวุธที่ซุกซ่อนใต้ฐานพระ พบอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนอีก 212 นัด ระเบิดมือแบบเอ็ม 26 จำนวน 2 ลูก ระเบิดแบบเอ็ม 61 จำนวน 1 ลูก แบบ เค 75 จำนวน 1 ลูก กระสุนเอ็ม 79 จำนวน 4 ลูก ซึ่งขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบอาวุธ และเครื่องยิงกระสุนว่ามาจากที่ใด

อ่านแล้วให้รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา อยู่ภายใต้พรก.ฉกฉวย การขนถ่ายอาวุธ
มากมากขนาดเจ้าหน้าที่ ผงะตรวจใต้ฐานพระวัดปทุมฯพบอาวุธอื้อซ่า
มันจะเป็นไปได้อย่างไร จะว่ามีอยู่ก่อน ก็ค้นไปหลายรอบแล้ว หรือเพิ่งเจอ
ก็ยังประหลาดอยู่ดี ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายทั้งศอฉ. และประชาชน
ขอเสนอมาตรการเร่งด่วนดังนี้

1.ให้ปลดหน่วยงานที่เข้าไปตรวจครั้งแรกออกให้หมด(ฐาน
ทำงานชุ่ยมาก หาครั้งก่อนก็ว่าทำอย่างละเอียดแล้ว พบไปตั้งบานแล้ว)

2.สึกพระทั้งวัด (ฐานชี้ช่องให้คนร้ายเอาอาวุธไปซุกซ่อน เพราะหากไม่รู้เห็นเป็นใจ
จะทำได้อย่างไรอาวุธขนาดนั้น จะพกพากันเข้าวัดได้ง่ายไหรือไร แสดงว่าต้องมีมาก
กว่าหนึ่งคน แล้วตอนเอาไปซุก พระทำอะไรอยู่ ดูต้นทางหรือไง คงต้องใช้คนจำนวน
พอสมควร จึงจะยกพระได้ เรื่องนี้ทางวัดจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้)

3.ตบปากคนที่ให้ข่าว(แหม เพิ่งมาออกข่าว เขาชุมนุมไปแล้ว วันที่19กย. ถ้าเขา
มีอาวุธซุกซ่อนจริง เขาจะเก็บเอาไว้ให้เจอเรอะ เขาก็เอาออกไปยิงเล่นแล้วล่ะสิ
ออกข่าวมาเพื่ออะไร จะกล่าวหาว่าเขาจะมาสร้างสถานการณ์หรือก็ไม่มีสงบเรียบร้อยดี
จะออกข่าวว่าเพิ่งไปเจอ ก็ต้องย้อนไปทำตามข้อหนึ่ง ตกลงหาทางไปได้ยัง)

4. ปิดวัดเสียเถอะ เพราะไม่เหมาะกับการประกอบศาสนกิจ เป็นทุ่งสังหารไม่พอ ยังไม่
ยินดีให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปทำบุญ แล้วยังซ่องสุมอาวุธอีก(ถ้าเจอในบ้าน เจ้าบ้าน
ต้องรับโทษ เจอในวัดก็โน่นเลยเจ้าอาวาสรับไปเต็มๆ จะบอกไม่รู้ไม่เห็นได้ไง อย่าปฏิเสธ
เสียให้ยากเลย สึกก่อน เอามาดำเนินคดี สอบถามเสียให้รู้เรื่อง)

5.ปลดเจ้าอาวาส(ฐานให้ที่พักพิงแก่คนร้าย เพราะหากกล่าวหาว่าคนที่ไปชุมนุม
แล้วหนีไปหลบในวัดเป็นผู้ก่อการร้าย เจ้าอาวาสหนีไม่พ้นข้อหาให้ที่พักพิงคนร้าย
ต้องจับเอาไปลงโทษด้วย นี่ยังค้นเจออาวุธในวัดอีก ชักสงสัยแล้วสิว่า วัดนี้มันเป็น
อย่างไร แปลกๆพิกล หลังเหตุการณ์ก็รีบราดยางใหม่ปิดบังหลักฐาน ร่องรอยกระสุน
ปืนที่มีเกลื่อนพื้นหรือไง)

สรุปว่าน่าจะปิดวัดก่อน สึกพระที่จำวัดออกให้หมด ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสด้วย
เอวังก็มีด้วยประการะฉะนี้ บัดนี้เชิด

ขอขัดใจคุณ sakurabito


อิอิ เห็นขอร้องให้หยุดนำเสนอภาพงานที่ราชประสงค์ บอกว่าทนไม่ได้
แต่ต้องขอขัดใจสักครั้ง ก็แหมน่ะนะ คนไปมาน่ะ มันทนไม่ไหว

แต่ละคนก็ต้องเล่าและส่งภาพมาลง เป็นธรรมดา ดูจากภาพของมืออาชีพ
สวยสดงดงาม ลองดูภาพจากชาวบ้าน ที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือกันบ้างนะคะ

ป้าถ่ายภาพด้วยมือถือ ด้วยโปรแกรมของpgจากเวปนี้ http://www.pg.in.th/home/นะคะ
ข้อดีคือ"ถ่ายภาพเด็ด ขึ้นเน็ตทันที"

แล้วก็ผูกไว้กับทวิตเตอร์ด้วย หมายความว่าถ่ายปุ๊บไปปรากฎที่เวปของpg ปั๊บ
แค่นั้นไม่พอนอกจาจะบอเวลาสถานที่ที่ถ่ายได้ ยังไปปรากฎในทวิตเตอร์ให้
คนที่ติดตามได้เห็นสดๆไปพร้อมๆกับคนถ่าย

แม้ภาพที่ออกมาจากดูไม่เป็นมืออาชีพ แต่ข้อดีคือมันสดน่ะค่ะ แต่แม้ไม่สดแล้ว
ในเช้าวันนี้ ก็ยังอยากจะนำมาเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศนะคะ

ใจจริงแล้วกะว่าจะไปร่วมงานแค่ปล่อยลูกโป่งที่ไทยคมนนทบุรี เพราะใกล้บ้านดี
แต่พอสายๆ เห็นรูปโพสท์กันในทวิตเตอร์ เห็นคนเริ่มหนาแน่นแล้ว ใจชักแกว่ง

ที่ไหนได้ไม่นานนักเพื่อนร่วมอุดมการณ์โทร.มาชวนไป เขาว่าไปทำไมแค่เมืองนนท์
ไปโน่นเลยราชประสงค์ โหมีเพื่อนไป ไม่ไปได้ไง ตอบตกลงทันที แล้วโทร.ไป
ชวนเพื่อที่ไม่เคยขาดอีกหนึ่งคน นัดเจอกันที่ลาดพร้าว เรียกแท็กซี่แล้วไปลง
เกือบถึงแยกราชประสงค์เลยค่ะ ที่ไม่ถึง เพราะรถมันติดมาก เลยบอกแท็กซี่ว่า
ขอลงที่เซ็นทรัลชิดลมแล้วกัน แล้วเดินเท้าเข้าไป

ระหว่างทางก็เจอคนกำลังเดินไปอยู่บ้าง มีหนุ่มคนหนึ่งตะโกนทักว่า"เพิ่งมาถึงหรือ
ครับ" แหะๆ ใช่ค่ะดูสิคะ แค่ใส่เสื้อสีแดง ก็พูดคุยทักทายกันได้แล้ว เหมือนกลับไป
เจอเพื่อนเก่า ไปถึงก็พอดีเขาปล่อยลูกโป่งลอยเต็มฟ้าล่ะค่ะ เก็บรูปมาได้ 1รูป

[ภาพ: p8XIEUIbkg.jpg]

พอใกล้แยก คนก็เริ่มแน่นตามภาพค่ะ

[ภาพ: Aryoh9GmHI.jpg]

แต่ความที่ตัวเตี้ย ลงเดินบนพื้นถนนก็มองไม่ค่อยเห็นอะไร เลยขึ้นไปเดินบน
ทางเดินลอยฟ้า เพื่อที่จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น เลยได้ภาพแรกมาค่ะ

[ภาพ: KnFzVeEVJz.jpg]

ต่อมาก็เป็นภาพคล้ายๆกับทุกๆท่านที่ถ่ายมาแหละค่ะ อีกฝั่งดูเวลาไปเสนอรายงาน
ก็คงรายงานว่าเป็นการใช้โปรแกรมแต่งภาพ ทำให้ดูเหมือนมาก จริงๆมีแค่ไม่กี่พัน
เท่านั้นเอง เพียงแต่โปรแกรมนี้ มีใช้กันทุกเสื้อแดง แม้แต่นักข่าวไทยรัฐหรือต่างประเทศ
เพราะภาพออกมาแน่นอย่างกับหนอน คริคริ

[ภาพ: knidGqnrrf.jpg]

มุมนี้ ใช้โปรแกรมแต่งแน่นอนค่ะ เพราะเท่าที่เช็คดู เหมือนกันทุกท่านเลยค่ะ

[ภาพ: d6NvpJFV7t.jpg]

แล้วก็ถึงเวลาบก.ลายจุด ขึ้นไปบนรถตำรวจ ประกาศจุดเทียนแล้วแยกย้ายกันกลับ
เหอๆ เพื่อนบอกว่าบก.เป็นใคร หน้าก็ไม่เห็นเหมือนพ่อ สั่งให้กลับแล้วต้องกลับ
คนก็เลยไม่กลับ คุณตำหนวดก็ไม่รู้ว่าจะจับใคร เพราะแกนนำแกนนอนก็ไม่มีแล้ว

ภาพยังมีอีกเล็กน้อย แต่เกรงใจ ถ่ายไม่ค่อยสวย เลยเอาเป็นรูปสุดท้ายแล้วกันค่ะ

[ภาพ: mlF64OfhIj.jpg]

คุณsakurabito อย่าน้อยใจไปเลยนะคะ แค่เสื้อแดงเห็นกันเองยังหนาว
แล้วอีกฝั่งจะบอกว่าไม่รู้สึกรู้สาก็คงไม่เชื่อ หรือเมื่อคืนสุมหัวกันวิจารณ์ หาทาง
แก้กันจนไม่ได้นอนล่ะม้าง ไม่ก็เฝ้าปลอบใจกันว่า มันแค่ภาพลวงตา จำนวนคน
แค่นี้ไม่พอที่จะทำอะไรได้หรอก อิอิ พูดไปก็ขาสั่นไป

สะใจโว้ย คุยกันกับคนบนsky walk เห็นตรงกันว่าที่คิดว่าจับแกนนำแล้ว
การชุมนุมจะไม่เกิด เมิงคิดผิดโว้ย (ขออภัย หยาบไปหน่อย แต่ไม่รู้จะใช้คำไหน
ถึงจะบอกความฮึกเหิมในใจ คริคริ)

ชักตื้น.. ติดกึก.. ชักลึก.. ติดกัก.


หัวข้อกระทู้วันนี้ล่ะค่ะ ก็จะอะไรเสียอีก ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ทางซาอุฯ
ออกมาแสดงความไม่สบายใจในการตั้ง พลตำรวจโทที่มีคดี
ขึ้นเป็นผช.ผบตร.

แล้วทีนี้จะทำอย่างไรต่อ หากรัฐ ยินดีพิจารณาระงับการแต่งตั้ง
ตามที่ทางซาอุฯตั้งข้อสังเกต เรามิเสียเกียรติภูมิประเทศไปหรือคะ
เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในจริงๆของประเทศเรา การแต่งตั้งโยกย้าย
ข้าราชการตำรวจเป็นเอกสิทธิ์ ของแต่ละประเทศ อันเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจล่วงล้ำมาขัดแย้งได้

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะเผอิญเป็นเรื่องที่ทางประเทศซาอุฯให้
ความสำคัญอย่างยิ่งยวด แถลงการณ์ที่ออกมาก็ระบุว่า ได้เฝ้าติดตาม
คดีนี้มานานนับ 20ปี จนเกือบจะหมดอายุความอยู่แล้ว

ทางซาอุฯมีเงินพอที่จะส่งสายสืบเข้ามาสืบจนได้ข้อเท็จจริงว่าการแจ้ง
ความดำเนินคดีพลตำรวจโทคนนี้มีมูล แม้ไทยจะไม่ดำเนินการอะไร
เขาก็สืบทราบจนรู้และแน่ใจว่าน่าจะเอาผิดได้

เรื่องก็ยังคาอยู่ในศาล จะพิจารณานัดแรกกันในวันที่ 25 พย. ปีนี้แหละค่ะ
โดยปกติ คนที่ต้องคดีฟ้องร้อง จริงอยู่ทุกคนที่ถูกฟ้อง ยังไม่อาจตัดสิน
กันเองได้ว่าผิดหรือถูก จนกว่ากระบวนการพิจารณาในศาลจะจบสิ้น และมี
คำพิพากษาออกมา แต่ส่วนใหญ่ เขาก็จะต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน
เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินคดี ยิ่งคนที่ต้องคดีเป็นตำรวจ
โอกาสเข้าถึงข้อมูล หลักฐาน ก็น่าจะมีมากกว่าคนปกติ ดังนั้นเพื่อความ
สบายใจของผุ้ฟ้อง อย่างน้อยการแสดงความจริงใจด้วยการให้ออกจาก
ราชการเอาไว้ก่อน จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

แต่เอาเถอะ ขั้นตอนนั้นมันผ่านไปแล้ว ไม่พักราชการก็ไม่ว่า(ทั้งๆที่ไม่ได้
ปลดออก แค่พักไว้ก่อน หากตัดสินว่าไม่ผิดก็กลับเข้ารับราชการใหม่ก็ย่อม
ได้ และก็เห็นทำกันออกบ่อยไป เงินเดือนเบี้ยหวัดก็เบิกย้อนหลังได้ไม่มีปัญหา)

แต่การตั้งขึ้นมาในตำแหน่งที่สูงขึ้น แม้จะอ้างว่าไม่มีอำนาจพิเศษในการที่จะ
ไปทำให้คดีเปลี่ยนแปลง แต่ผุ้ฟ้องและผู้เสียหายก็คงไม่สบายใจนัก ก็เมื่อยังไม่รู้
ว่าผิดหรือถูก จะไปอวยยศอวยศักดิ์กันอย่างไรได้ จึงเกิดอาการที่ทางซาอุฯแถลง
การณ์ความไม่สบายใจออกมาหลายครั้ง จนจะกลายเป็นการกระทบความสัมพันธ์
ระหว่างประเทศไปใหญ่โตแล้ว

จะให้ระงับคำสั่งแต่งตั้งก็ดูจะเป็นการยอมซาอุฯมากไป ครั้นจะไม่ยอม(ด้่วยอ้างเหตุ
กฎหมายอะไรก็แล้วแต่) ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องที่รับฟังกันง่ายๆ

มันก็เลยเกิดอาการ ชักตื้น.. ติดกึก.. ชักลึก.. ติดกัก ตามหัวข้อกระทู้แหละค่ะ
ทีนี้จะหาทางออกกันอย่างไร ไม่ว่าจะออกทางไหนก็ดูจะเสียไปทุกทาง
ยิ่งการที่จะให้พลตำรวจนายนั้นลาออกยิ่งจะไปกันใหญ่

เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากผุ้บริหาร ในที่นี้ก้หนีไม่พ้นไอ้ฆาตกรเด็ก
แม้จะอ้างว่าเรื่องนี้อยู่ในความดูแลของรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ทีดูแล
ตำรวจอยู่ก็ไม่ได้ แต่มันสะท้อนให้เห็นความอับปัญญของไทย ที่คิดไม่เป็น
สมองน้อย มองปัญหาไม่ลึกซึ้ง ไม่เข้าใจธรรมชาติของปัญหา เหมือนทุกเรื่อง
ที่ทำมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง เรื่องนี้หากคิดเป็น ต้องจัดการได้อย่างเงียบๆ
ไปตั้งนานแล้ว เช่นการแอบกระซิบกันว่าให้มันรอสักหน่อย รอการตัดสินที่ดู
เหมือนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อายุราชการหรือก็ยังมี ใช่ว่าจะเกษียณปีนี้ปีหน้า
เสียเมื่อไหร่ จะตอบแทนกันเมื่อไหร่ก็ไม่น่าเป็นปัญหา เว้นแต่ว่าดีไม่พอที่จะ
ได้เป็นหากรัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจกระมัง

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดเป็นที่สุด ผูกกันเองก็แก้กันเองก็แล้วกันนะเด็กปัญญาอ่อน