วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

ชักตื้น.. ติดกึก.. ชักลึก.. ติดกัก.


หัวข้อกระทู้วันนี้ล่ะค่ะ ก็จะอะไรเสียอีก ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ทางซาอุฯ
ออกมาแสดงความไม่สบายใจในการตั้ง พลตำรวจโทที่มีคดี
ขึ้นเป็นผช.ผบตร.

แล้วทีนี้จะทำอย่างไรต่อ หากรัฐ ยินดีพิจารณาระงับการแต่งตั้ง
ตามที่ทางซาอุฯตั้งข้อสังเกต เรามิเสียเกียรติภูมิประเทศไปหรือคะ
เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในจริงๆของประเทศเรา การแต่งตั้งโยกย้าย
ข้าราชการตำรวจเป็นเอกสิทธิ์ ของแต่ละประเทศ อันเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจล่วงล้ำมาขัดแย้งได้

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะเผอิญเป็นเรื่องที่ทางประเทศซาอุฯให้
ความสำคัญอย่างยิ่งยวด แถลงการณ์ที่ออกมาก็ระบุว่า ได้เฝ้าติดตาม
คดีนี้มานานนับ 20ปี จนเกือบจะหมดอายุความอยู่แล้ว

ทางซาอุฯมีเงินพอที่จะส่งสายสืบเข้ามาสืบจนได้ข้อเท็จจริงว่าการแจ้ง
ความดำเนินคดีพลตำรวจโทคนนี้มีมูล แม้ไทยจะไม่ดำเนินการอะไร
เขาก็สืบทราบจนรู้และแน่ใจว่าน่าจะเอาผิดได้

เรื่องก็ยังคาอยู่ในศาล จะพิจารณานัดแรกกันในวันที่ 25 พย. ปีนี้แหละค่ะ
โดยปกติ คนที่ต้องคดีฟ้องร้อง จริงอยู่ทุกคนที่ถูกฟ้อง ยังไม่อาจตัดสิน
กันเองได้ว่าผิดหรือถูก จนกว่ากระบวนการพิจารณาในศาลจะจบสิ้น และมี
คำพิพากษาออกมา แต่ส่วนใหญ่ เขาก็จะต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน
เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินคดี ยิ่งคนที่ต้องคดีเป็นตำรวจ
โอกาสเข้าถึงข้อมูล หลักฐาน ก็น่าจะมีมากกว่าคนปกติ ดังนั้นเพื่อความ
สบายใจของผุ้ฟ้อง อย่างน้อยการแสดงความจริงใจด้วยการให้ออกจาก
ราชการเอาไว้ก่อน จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

แต่เอาเถอะ ขั้นตอนนั้นมันผ่านไปแล้ว ไม่พักราชการก็ไม่ว่า(ทั้งๆที่ไม่ได้
ปลดออก แค่พักไว้ก่อน หากตัดสินว่าไม่ผิดก็กลับเข้ารับราชการใหม่ก็ย่อม
ได้ และก็เห็นทำกันออกบ่อยไป เงินเดือนเบี้ยหวัดก็เบิกย้อนหลังได้ไม่มีปัญหา)

แต่การตั้งขึ้นมาในตำแหน่งที่สูงขึ้น แม้จะอ้างว่าไม่มีอำนาจพิเศษในการที่จะ
ไปทำให้คดีเปลี่ยนแปลง แต่ผุ้ฟ้องและผู้เสียหายก็คงไม่สบายใจนัก ก็เมื่อยังไม่รู้
ว่าผิดหรือถูก จะไปอวยยศอวยศักดิ์กันอย่างไรได้ จึงเกิดอาการที่ทางซาอุฯแถลง
การณ์ความไม่สบายใจออกมาหลายครั้ง จนจะกลายเป็นการกระทบความสัมพันธ์
ระหว่างประเทศไปใหญ่โตแล้ว

จะให้ระงับคำสั่งแต่งตั้งก็ดูจะเป็นการยอมซาอุฯมากไป ครั้นจะไม่ยอม(ด้่วยอ้างเหตุ
กฎหมายอะไรก็แล้วแต่) ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องที่รับฟังกันง่ายๆ

มันก็เลยเกิดอาการ ชักตื้น.. ติดกึก.. ชักลึก.. ติดกัก ตามหัวข้อกระทู้แหละค่ะ
ทีนี้จะหาทางออกกันอย่างไร ไม่ว่าจะออกทางไหนก็ดูจะเสียไปทุกทาง
ยิ่งการที่จะให้พลตำรวจนายนั้นลาออกยิ่งจะไปกันใหญ่

เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากผุ้บริหาร ในที่นี้ก้หนีไม่พ้นไอ้ฆาตกรเด็ก
แม้จะอ้างว่าเรื่องนี้อยู่ในความดูแลของรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ทีดูแล
ตำรวจอยู่ก็ไม่ได้ แต่มันสะท้อนให้เห็นความอับปัญญของไทย ที่คิดไม่เป็น
สมองน้อย มองปัญหาไม่ลึกซึ้ง ไม่เข้าใจธรรมชาติของปัญหา เหมือนทุกเรื่อง
ที่ทำมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง เรื่องนี้หากคิดเป็น ต้องจัดการได้อย่างเงียบๆ
ไปตั้งนานแล้ว เช่นการแอบกระซิบกันว่าให้มันรอสักหน่อย รอการตัดสินที่ดู
เหมือนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อายุราชการหรือก็ยังมี ใช่ว่าจะเกษียณปีนี้ปีหน้า
เสียเมื่อไหร่ จะตอบแทนกันเมื่อไหร่ก็ไม่น่าเป็นปัญหา เว้นแต่ว่าดีไม่พอที่จะ
ได้เป็นหากรัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจกระมัง

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดเป็นที่สุด ผูกกันเองก็แก้กันเองก็แล้วกันนะเด็กปัญญาอ่อน

ว่าด้วยเรื่องผลประโยชน์


ต่างคนต่างอ้างผลประโยชน์ บ้างก็ว่าเพื่อผลประโยชน์ชาติ
บ้างก็ว่าเพื่อผลประโยชน์ขององค์กร

แล้วจริงๆผลประโยชน์ควรต้องเป็นของใคร หากเป็นประเทศประชาธิปไตย
ผลประโยชน์ของประชาชนต้องเป็นใหญ่ที่สุด เหมือนที่อเมริกา เขาว่า
"เพื่อประชาน โดยประชาชน" เพราะประชาชนใหญ่สุด ทุกอย่างต้องทำ
เพื่อประชาชน

แต่ในประเทศด้อยพัฒนา ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในมือของคนเพียงกลุ่มเดียว
แม้จะอ้างต่างๆนานา แต่ก็เพื่อตนเองและพวกพ้อง

ดูแค่การประมูลระบบ 3G ยังถูกเตะตัดขาโดยอีกหน่วยงาน โร่ไปฟ้องศาลให้คุ้มครองชั่วคราว
โดยอ้างเหตุข้อกฎหมาย ถึงกับขู่ว่าหากประมูลไปแล้วพบว่าผิดกฏหมาย ใครจะรับผิดชอบ
มีการยื่นฟ้องศาลให้คุ้มครองก่อนการประมูล 2-3วัน ทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาจะประมูลกัน
แทนที่จะจับเข่าคุยกันก่อนให้เรียบร้อย กลับไม่ทำ กลับรอมาหักหน้าเอาวันใกล้ประมูล

ศาลก็ดีใจหายรับเรื่องแล้วก็น่าจะเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ ฮือฮากันมาทีหนึ่งแล้ว
แต่ก็เป็นแค่ข่าวว่าแค่รับไว้พิจารณา แต่ยังไม่มีคำสั่ง โอ้โอ๋ เกิดอะไรขึ้น อีกองค์กร
เขาก็เลยจัดการประมูลต่อ ทุกอย่างเตรียมการเรียบร้อย เป็นการจัดการประมูลที่โปร่งใส
ว่ากันว่ามีการถ่ายทอดสดด้วยซ้ำ

ทะแล้น....แล้วคำสั่งศาลก็มา ในขณะที่สื่อ และผู้ติดตามกำลังรับประทานอาหาร
ฟ้าผ่าโครมลงมา งานที่จัดเตรียมไว้ก็ล้มครืน เขาทวีตบอกมาตั้งแต่วินาทีที่รับทราบ
คำสั่งสาล ทีนี้โลกก็แตกสิคะ

เกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ นี่เราปกครองกันด้วยศาลหรืออย่างไร กี่ครั้งแล้วที่ศาล
มีคำสั่งอันเป็นผลให้เกิดการชะงักงันของความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
ไม่อยากจะว่าหรอก เดี๋ยวจะหาว่าเป็นการดูหมิ่นศาล แต่ประเทศนี้ก็เหลือเกิน

ถามจริงๆ ศาลเนี่ยท่านเรียนกฎหมายมาไม่ใช่หรือ แล้วท่านมีความรู้เรื่องที่ท่านตัดสินหรือ
มีคำสั่งมากน้อยเพียงใด ในต่างประเทศเขาถึงใช้ระบบอนุญาโตตุลาการ เพราะบาง
ครั้ง ตัดสินด้วยข้อกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ เขาต้องมีคณะกรรมการที่เชี่ยวชาญ
ในเรื่องต่างๆเหล่านั้นเข้าร่วมพิจารณาตัดสินด้วย เช่นข้อขัดแย้งในการก่อสร้าง
ก็ต้องมีทั้งผุ้ที่เป็นผุ้รับเหมา ผู้เป็นวิศวกรที่ปรึกษา มาร่วมพิจารณาด้วย

อีกอย่างเรื่องนี้จะไม่ต้องไปถึงศาลเลย หากประเทศนี้พูดภาษาเดียวกันทั้ง กสท.
และกทช. แต่นี่เป็นเพราะเราพูดคุยกันเองไม่ได้ ต่างอ้างแต่ผลประโยชน์ขององค์กร
ที่ตนสังกัดอยู่ เลยงัดข้อกันเสียอย่างนั้น ทำกิจการเดียวกัน แต่อยู่ด้วยกันไม่ได้
ต้องแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย แล้วก็อ้างโน่นอ้างนี่ จนชาติเสียประโยชน์

คนที่รับกรรมก็คือประชาชน ไอ้รัฐบาลเฮ็งซวยก็จัดการอะไรไม่ได้ ได้แต่มองตาปริบๆ
แล้วพล่ามว่าต้องเคารพศาล เจ้าข้าเอ๊ย ถ้าทำได้แค่นี้ ก็ไสหัวไปเสียเถอะ ใครๆก็พูดได้
ไม่ต้องมาเป็นผู้บริหารหรอก

ผลประโยชน์ของใครจะยิ่งใหญ่ไปกว่าผลประโยชน์ของประชาชน ฟังชาวบ้านบ้างโว้ย

ไม่ลา ไม่ไป

ไม่ไปไหนทั้งนั้นจะอยู่ตั้งกระทู้กวนตีน อยู่แถวนี้แหละค่ะ
ไม่รู้อะไรกันนักหนา เหนื่อยนักพักก่อนก็ได้ค่ะ

เดี๋ยวนี้ป้าก็เข้าบ้างไม่ได้เข้าบ้าง เพราะมีภาระกิจติดพัน
ไหนจะต้องออกไปช้อบปิ้ง ดูซีรี่ย์เกาหลี โอ๊ยสาระพัดงานยุ่ง

เมื่อวานหนูมะแขว่น(ยังจำเธอกันได้หรือเปล่า) โทร.มาหา
บอกว่าช่วงนี้มากทม. ปกติอยู่ชายแดนภาคใต้ ฝากความคิดถึงมา
ยังทุกท่าน โดยเฉพาะคุณยะลา เห็นว่าเคยส่งแมวไปหาก็ไม่ได้รับการตอบรับ

เธอว่าสบายดี แต่ไม่มีเวลาเข้าบอร์ด ได้รู้ข่าวก็มีความสุข ที่เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ยังอยู่
ดีมีสุข อุมดมการณ์ยังเหมือนเดิม คิดถึงสำบัดสำนวนกวนๆของเธอขึ้นมาติดหมัด

อยู่ร่วมกันก็กระทบกระทั่งกันบ้าง (ก็พื้นที่มันคับแคบ ถูกกระชับพื้นที่ เหลือแค่นี้เอง)
ลิ้นกับฟันอยู่ใกล้กันก็กระทบกันพอเจ็บๆแสบๆ อย่าถือสาหาความกันเลยนะคะ
ฝ่ายตรงข้ามรู้เข้่าจะหัวเราะเยาะเอาเปล่าๆ

อย่างไรเสีย ก็ร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเหมือนๆกัน ตั้งธงชัยเอาไว้ข้างหน้า
แล้วสักวันหนึ่งเมื่อได้ชัยชนะ จะมาหัวร่อกับเรื่องหยุมหยิมเหล่านี้ไปได้
รักและหวังดีกับทุกๆท่นค่ะ ฝุ่นเวลาตรลบ ต้องถอยออกมา อย่าให้ฝุ่นเข้าตา
มันจะมองอะไรไม่เห็น เผลอๆก็จะฟาดเอาพวกกันเองไปได้ ขอบคุณค่ะ

ขอบอกรักพลเอกชวลิตอีกสักครั้ง

เมื่อวานเขาประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ซึ่งได้
คุณยงยุทธกลับมาอีกครั้ง ในการนี้พลเอกชวลิตได้กล่าวว่า

เขามีทุกอย่าง อำนาจ เงิน ปืน

แต่สิ่งที่ขาดคือ มหาชน

ทราบแล้วก็แช่มชื่น พ่อจิ๋วที่คนหลายคนมองว่าพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง มาพักหลังๆ
จะสังเกตได้ว่าพูดชัดเจนขึ้น ฟังเข้าใจง่ายขึ้น และตรงเป้ามากที่สุด

พลเอกชวลิตบอกว่า ภารกิจของพวกเราวันนี้ต้องช่วยกันฟื้นฟูมวลชนของเราคือ
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน
หรือคนเสื้อแดง ที่คอยให้การสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด พวกเราต้องไม่ทอดทิ้ง
พวกเขา แต่ต้องช่วยกันสนับสนุนคนเสื้อแดงเพราะพวกเขารอพวกเราอยู่
เพราะมวลชนคือหัวใจของประชาธิปไตย นอกจากการที่เราต้องรักษามวลชน
ของเราเอาไว้แล้วก็ต้องมีการขยายมวลชนออกไป เพิ่มเติม เหมือนอย่างเช่น
ภาคใต้วันนี้มีการเปลี่ยนแปลง พรรคมีการตั้งศูนย์ประสานงานของพรรค
และได้รับการตอบรับอย่างดี


เมื่อประธานพรรคเพื่อไทยพูดเช่นนี้ ก็ขอเรียกร้องให้คนที่เริ่มจะมีความรู้สึกที่ไม่ดี
ต่อพรรคเพื่อไทย ถึงขนาดจะไปตั้งพรรคเสื้อแดงออกมาต่อสู้เอง ระงับไว้เถิดค่ะ
การทำพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าแยกกันตีเลย เพราะคะแนนจะกลายเป็น
เบี้ยหัวแตก โอกาสเป็นรัฐบาลมันยาก ถ้าชนะมาแม้จะเป็นเสียงข้างมาก แต่หาก
ต้องอาศัยพรรคร่วมเหมือนสมัยพลังประชาชน มันก็ต้องเกิดปัญหา

แต่หากเราได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยมีพลังมวลชนสนับสนุน โอกาสพ่ายแพ้
ก็คงยากแล้ว สมัยก่อน เราไม่รู้ว่ามวลชนมีพลังมหาศาล แต่เดี๋ยวนี้รู้แล้ว ก็ต้องใช้
ให้เป็นประโยชน์

พ่อจิ๋วก็บอกแล้วว่าไม่ได้ทิ้งเรา ระบอบประชาธิปไตย อย่างไรเสียก็ต้องอาศัย
นักการเมือง นักการเมืองจะดีบ้างเลวบ้างก็ต้องใช้ ให้รู้แต่เพียงว่าเราประชาชน
ต่างหาก ที่เป็นคนใช้นักการเมือง ไม่ใช่นักการเมืองมาใช้เราซึ่งเป็นพลังอันยิ่งใหญ่

ใครจะพูดอะไรขัดหูขัดตาไปบ้าง ก็ต้องดูให้ชัดว่าในใจเขาคิดอะไร จะให้เขาคิด
และพูดออกมาตรงๆเหมือนกับพวกเราที่แอบนินทาอยู่ได้ไง เพราะถามจริงๆ พวกที่
ปากเก่งๆในเวป หรือในหมู่เพื่อนฝูง ให้ออกไปพูดในที่สาธารณะ อย่างที่ใจคิดได้ไหม

ไม่ว่าคุณทักษิณ หรือพ่อจิ๋ว หรือนักการเมืองบางคน เขายืนอยู่กลางแจ้ง แสงไฟ
สป็อตไลท์จับจ้องหน้าอยู่ จะให้เขาพูดเหมือนพวกที่หลบอยู่ในหลืบ พวกที่หลบอยู่
ต่างประเทศอย่างไรได้

ยอมรับเถอะค่ะว่าวันนี้ยังไม่ใช่วันของเรา ไม่ใช่วันที่จะวิ่งเอาหัวชนกำแพง
ทางที่ถูก ช่วยกันทำให้พลังประชาชนเข้มเข็งและมีอำนาจเสียก่อนจะดีกว่า
โบราณว่า "เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง" ก็เขาแกงปลาไหล สับจนละเอียด
จะเขี่ยทิ้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หิวก็ต้องเสาะหากินใส่ท้องให้มีแรงไปก่อน ถ้าทุกคน
ฝืนกลืนกินเนื้อปลาเข้าไปให้หมด สักวันหนึ่งมันก็ต้องหมด ถึงตอนนั้นค่อย
ขับมันออกมาพร้อมกับอุจจาระตอนเช้าก็แล้วกัน

รายงานด้วยภาพถ่าย

เมื่อวานไปงานที่13เหรียญมาค่ะ รวมพลกันที่ปากเกร็ด ไม่น่าเชื่อนั่งอัดกันไป8คน
ดีที่ว่าไม่ไกลมาก เพราะแต่ละคนไม่รู้จักทางกันเลย เลยตัดสินใจไปคันเดียวดีกว่า
เพื่อป้องกันการพลัดหลง อีกอย่างขากลับ หากมืดแล้ว ป้าๆลุงๆคงหาทางกลับไม่เจอ

ไปถึงงานเกือบหกโมง ครั้งแรกเห็นว่าจัดห้าโมงนี่นา นางเอกเลยกะไปสายหน่อย
ที่ไหนได้หน้างานเขาเขียนว่า18.00น. โห นางเอกเลยต้องโชว์ตัวอยู่หน้างาน
นานเลยค่ะ คนเยอะมากๆ เข้าคิวรอเข้างานกันเต็มไปหมด

[ภาพ: zRAxVPn0Wm.jpg]

ป้ายหน้่างานค่ะ เป็นที่โพสท์ท่าถ่ายรูป แบบงานไฮโซทั่วๆไปที่ต้องมีมุมไว้ถ่ายภาพ
คนดังๆที่มาร่วมงาน เวลาเอาไปลงสื่อจะได้รู้ว่ามางานอะไร อีกทั้งจุดนี้ยังเป็นจุด
ดักสัมภาษณ์คนดัง โดยThailandmirror อีกด้วย แน่นอน ดาราเก่า"ป้าปากเกร็ด"
ก็ไปยืนให้สัมภาษณ์มาด้วยนะเออ อิ๊อิ๊

[ภาพ: io0wkYm9si.jpg]

อันนี้สงสัยไปยืมมาจากวัดบัวขวัญ แกนั่งโบกมือตลอดงาน สยดสยองพอสมควร
สังเกตได้ว่าภาพสั่นไหว เพราะคนถ่ายไม่กล้าเข้าใกล้ แล้วมือไม่ก็สั่นอย่างสมจริง ฮา

[ภาพ: UHF8ncMfl0.jpg]

รูปนี้เป็นคิวการรอเข้างานค่ะ มีที่ไหนกัน เงินก็เสีย แล้วยังต้องรอเวลาเข้างาน
เพราะเขามีทริ้กในการเข้างานเล็กน้อย ไม่สามารถแจ้งผ่านหน้าจอได้ อันตรายเล็กน้อย
ยิ่งในยุคคนบ้าครองเมือง มันขวัญอ่อนและก็คิดมาก เดี๋ยวจะพาลหาเรื่องเอาได้

[ภาพ: Nb2oVvwW1g.jpg]

งานนี้มีทั้งชายชุดดำ และลายพราง จึงเป้นข้อพิสูขน์ว่ามันเป้นพวกเดียวกันค่ะ
ก็ดูสิคะ เดินไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ไอ้ลายพรางก็ไม่ยักจะจับไอ้ชุดดำ

[ภาพ: v9OEaMPQ0H.jpg]
รูปนี้เป็นผีที่มากันเป็นกลุ่ม น่ารักดีเลยแอบถ่ายเอามาอวด

[ภาพ: CiQBv5IepB.jpg]

หน้างานชัดๆอีกที

[ภาพ: 9qKB4EZdUy.jpg]

ต่อไปเป็นบรรยากาศการเข้างาน ตั้งใจทำให้เบลอ เพื่อหลีกเลี่ยงพวกคลั่ง
แต่สังเกตดูคนเข้างานร่าเริงกันมาก อิ๊อิ๊

[ภาพ: USzsLg6jCr.jpg]
อันนี้เพื่อนเห็นมีเขาแว้บๆเหมือนกันเลยขอเข้าไปแจมด้วย

[ภาพ: BAXLdrK3Uw.jpg]
ปรากฎตัวบนเวทีคนแรกค่ะ น.อง อนุดิษฐ์ นาครธรรพ

[ภาพ: AoaH22wJoq.jpg]

รายต่อมาก็จ่าประสิทธิืค่ะ รูปไม่ค่อยชัดนะคะ คนถ่ายมือสั่นอีกแล้ว

[ภาพ: zaOdeCtpt9.jpg]

พี่เปีย (รองประธานสภา ลืมยศเสียแล้ว คุณอภิวันท์ น่ะค่ะ)

[ภาพ: e3a1wBRO6S.jpg]
ดูไอ้ลายพรางสิคะ มันทำกะน้องหนูได้ เลวมากๆ น้องหนูคนนี้มีแผลถูกยิง
เต็มตัวเลยค่ะ อิ๊อิ๊

[ภาพ: TaopbKGK6W.jpg]

รูปสุดท้าย มาทายกันว่ารูปใคร รู้จักกันไหมคะ

[ภาพ: EKV7WtDodw.jpg]

ไม่ได้อยู่ร่วมงานจนจบ เพราะพอเขาเอาวงดนตรีมาบรรเลง ก้เกิดอาการคับข้องใจ
เลยชวนกันกลับ มาเมาท์ต่อที่บ้านน่ะค่ะ ก็แหมวงดนตรี เล่นเพลงป๊อบ เก๊าเก่า
ก็ไม่ว่าหรอก ดั๊นไปเอาเพลงของเจเหลืองอ๋อยมาร้องอีก ทนไม่ไหวเลยชวนกันกลับ
น่าจะเล่นเพลงของเสื้อแดงสักหน่อย มีตั้งหลายเพลง กลับไม่ทำ คณะจัดงานรับไป
พิจารณาด้วยนะคะ งวดหน้าถามเขาก่อนว่าเล่นได้ไหม หากไม่ได้ไม่ต้องจ้างมาให้
เสียสตางค์หรอกค่ะ เปิดแผ่นเอายังมันกว่าเยอะ จบการเสนอข่าว

แผนปรองดองของป้าปากเกร็ด

ประเทศมีปัญหา ใครๆก็รู้ ทุกคนอยากให้ประเทศสงบ กลับมาเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม
เป็นสยามเมืองยิ้ม ร่มเย็นเป็นสุขอีกครั้ง หลายฝ่ายหลายเหล่าพยายามที่จะเสนอแผน
คาดหวังว่าหากทำได้ ปัญหาจะหมดไป

ช้าก่อน ปัญหาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก และไม่ใช่เพิ่งจะเกิด มันเกิดมานานแสนนาน
เป็นเหมือนไฟสุมขอน ในประเทศที่ชอบเอาปัญหาซุกไว้ใต้พรม เก็บกวาดแต่
ภายนอก แล้วหลอกตัวเองว่า ไม่มีปัญหาแล้ว เพราะมองไม่เห็นปัญหา ดังนั้น
ก็เลยคิดว่าปัญหามันหมดไปแล้ว

แต่ในความจริงแม้จะมองไม่เห็นปัญหา แต่ทุกคนก็รู้ว่าปัญหายังมีอยู่ มันยังซุก
อยู่ใต้พรมนั่นไง แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานสักเพียงใด สิ่งที่อยู่ใต้พรมก็ไม่อาจ
จางหายไป เหมือนคำที่พูดกันว่าสสารไม่มีวันหายไปจากโลกนี้ มันอาจแปรเปลี่ยน
สภาพกลายไปเป็นรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม แต่มันยังคงอยู่ ตราบใดที่เราไม่กำจัด
ปัญหานั้น มันก็คงอยู่กับเราตลอดไป รอเพียงเวลาที่จะมีใครไปเขยิบพรม
ให้มันฟุ้งขึ้นมาอีก

เมื่อรู้และเข้าใจว่าปัญหายังมีอยู่ วิธีที่จะแก้ปัญหา จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ป้าจึงขอนำ
เสนอแผนปรองดองฉบับประชาชน ประชาชนคนธรรมดาที่เห็นและรับรู้ว่าประเทศ
กำลังมีปัญหา เป็นแผนปรองดองที่ไม่ใช่มาจากนักการเมืองที่หวังเพียงผลการเลือกตั้ง
ไม่ใช่แผนปรองดองที่มาจากคนกุมอำนาจ ที่หวังเพียงเพื่อจะรักษาอำนาจให้คงอยู่
ไม่ใช่แผนปรองดองที่มาจากแกนนำ หรือแกนนอน ที่หวังผลเลิศ

แต่เป็นแผนของชาวบ้านธรรมดา แผนปรองดองของประชาชนมีดังนี้ค่ะ

1. ทุกคนต้องยอมรับความจริง ข้อนี้สำคัญที่สุด หากยังปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง
ทำเป็นมองไม่เห็นความเป็นจริงที่เป็นอยู่ โอกาสที่จะแก้ไข ก็คงทำไมได้

ความจริงคืออะไรคะ?....ความจริงคือ มีการชุมนุมจริง มีคนตายจริง มีคนเจ็บจริง
ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น พักเอาไว้ก่อน ต้องยอมรับในความจริงข้อนี้ก่อน
การทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ไม่เห็น ทำเหมือนคนที่เจ็บ คนที่ตาย ไม่มีตัวตนไม่ได้
หรือคิดเพียงว่าคนเหล่านั้นสมควรที่ต้องเจ็บและตายไม่ได้ เพราะหากทำอย่างนั้น
การแก้ไขยิ่งจะทำได้ยากขึ้น

2.เมื่อรับรู้ความเป็นจริง ก็ต้องจัดการทำความจริงให้ปรากฎ โดยผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ต้องหยุดการกระทำที่จะเป็นการยั่วยุ ใส่ร้าย และปกปิด ข้อมูลอันจะนำมาซึ่งความกระจ่าง

เริ่มที่รัฐบาล อันเป็นตัวหลักในปัญหาครั้งนี้ ต้องลาออก ยุบสภา เพื่อให้เกิดความสบายใจ
แก่ฝ่ายที่ถูกกระทำ เพื่อให้ความมั่นใจว่าการสืบค้นความจริงให้ปรากฎจะไม่ถูกชักนำโดย
ผู้กระทำความผิด แม้จะอ้างว่าไม่ได้สั่ง ไม่ได้ทำร้ายประชาชน แต่ผลที่ออกมาเป็นรูปธรรม
คือมีคนถูกทำร้ายจริง การอยู่ในตำแหน่งจึงทำให้เกิดความไม่สบายใจต่อผุ้สูญเสีย

3.ทำการสอบสวนอย่างเป็นธรรม รับฟังข้อมูลจากอีกฝ่าย ศึกษาข้อมูลจากภาพถ่าย
คลิ้ปวิดีโอที่มากลาดเกลื่อน แล้วทำความจริงให้ปรากฎ ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้น
เกิดจากอะไร ไม่ว่าจะเป็นความจงใจ หรือผิดพลาด (ตามที่หมอที่สถาบันพระปกเกล้า
ออกมาบอก) ก็ต้องเปิดเผยออกมาให้หมด

แม้ผลจะออกมาว่าการฆ่าและทำร้ายประชาชน ทำไปโดยมีความเชื่อมั่นว่าคนเหล่านั้น
สมควรตาย เพราะเป็นอริราชศัตรู เป็นตัวอันตรายต่อประเทศชาติ ก็ยังจะดีกว่าที่ปฏิเสธ
ว่าไม่มีการฆ่า เพราะเมื่อรู้แน่ชัดแล้วจะได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริงต่อไป

4.หากยอมรับว่าจำเป็นต้องฆ่า ต้องมีเหตุผลอธิบายได้ จะได้รู้ว่าทำไมต้องฆ่า เพราะ
ปัจจุบัน คนยังค้างคาใจว่า แค่ออกมาเรียกร้องให้ยุบสภา ทำไมต้องฆ่า การออกมา
พูดความจริงว่าที่ฆ่าเพราะ ไปคาดเดากันเอาเอง ไปหวาดกลัวกันเอาเองว่าเขาจะ
ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขาคิดกันอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ถูกต้อง เปิดกันออกมาให้หมดว่า
แต่ละคนทำไปเพราะอะไร แล้วจึงจะแก้ปัญหาได้ที่ต้นเหตุ

5.หากกล่าวว่าพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ก็ต้องทำให้เป็นจริง
อย่าได้นำมาเป็นข้อกล่าวอ้างในการทำร้าย ทำลายผู้อื่น ให้ยุติการเอ่ยถึง
ไม่ว่าจะเป็นทางดีหรือทางไม่ดี จากทุกฝ่าย ไม่ควรดึงเอามาเป็นข้อขดแย้ง
ไม่ควรดึงเอามาเป็นเครื่องต่อรอง ว่าต้องแสดงว่าจงรักภักดีก่อนถึงจะคุยด้วย
ต้องไม่กล่าวอ้างเสียก่อน จึงเป็นการกระทำที่ดีที่สุด

ความจงรักภักดีไม่เกี่ยวกับัญหา ไม่สมควรเอามาเป็นข้อขัดแย้ง เพราะการ
แสดงออกของแต่ละคนในความจงรักภักดีไม่เหมือนกัน การพูดว่าจงรักกักดี
ก็ไม่ได้หมายความว่าผุ้กล่าวจะเป็นคนดีกว่าคนอื่นๆ

หากคิดว่าเรื่องนี้เป็ของความขัดแย้งของคนในชาติ พระมหากษัตริย์ที่ทรงอยู่
เหนือการเมือง ก็ไม่สมควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ พระองค์ท่านทรงวางเฉย
ในปัญหาของความขัดแย้งในเรื่องนี้แล้ว จึงไม่สมควรที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะ
นำมาเอ่ยอ้างให้อีกฝ่ายประกาศความชัดเจนอะไรอีก

6.สุดท้ายปัญหาจะยุติลงได้ เกิดความปรองดองได้ ทุกคนต้องยุติบทบาท ต้องยุบสภา
ทันที ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ต้องมีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลใหม่ และทำการสืบค้นความจริง
อย่างเที่ยงธรรม คดีทางการเมืองต้องยุติด้วยวิถีทางการเมือง อย่าใช้ศาลเป็นเครื่องมือ
ในการอวยประโยชน์ หรือให้โทษแก่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ดังนี้จึงขอเสนอเป็นแผนปรองดองในภาคประชาชน

อนุพงษ์...อยู่ไหน

ไม่ทราบว่าลูกน้องได้ไปรายงานให้ฟังหรือยัง ว่าตั้งแต่ออกมาพูดว่า
ทหารไม่เคยทำร้ายประชาชนน่ะ เขาเอาไปตั้งกระทู้กันเต็มไปหมดเลยนะ
แทบทุกเวปการเมืองเลยล่ะ แล้วแต่ละกระทู้น่ะ เขาสรรเสริญเยินยอ
จนคิดว่าถ้าได้มาอ่าน คงต้องแดรกข้าวไม่ลงไปอีกหลายวัน

ท้องคงอืดคงเฟ้อน่าดู อยู่ดีไม่ว่าดี เฉือกออกมาเห่าให้ชาวบ้านเขาด่า
ดีจริงๆน้อ ลองให้ลูกน้องก๊อบไปให้อ่านบ้างสิ จะได้รู้ว่าคนเขารู้สึก
กันยังไงเวลาที่ได้ยินว่าไม่เคยมีคำสั่งเป็นรายลักษ์อักษร ไม่มีคำสั่ง
เป็นวาจา

แค่ทหารเอี้ยๆยิงประชาชนมือเปล่า ก็นับว่าแย่แล้ว ดั๊นออกมาบอกว่า
ไม่มีคำสั่ง งั้นก็แสดงว่าทหารมันเอี้ยจริงๆน่ะสิ ตะลุยยิงชาวบ้านชาวช่อง
จนบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ ถึงขนาดเอาป้ายไปติดว่า"กรูจะยิงจริงๆน้า"
เป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ(ที่ก็ผิด) ไอ้ทหารใต้บังคับบัญชา
ของเมิงเนี่ยเอี้ยจริงๆด้วย ไม่มีคำสั่งยังไปทำ

แต่ไม่ว่าเมิงจะสั่งหรือไม่ได้สั่ง ลูกน้องทำผิดร้ายแรงขนาดนี้ เบิกอาวุธ
หนักไปถล่มขนาดนี้ เบิกงบกันสนุกมือขนาดนี้ ในฐานะหัวหน้า เมิงก็
ต้องรับผิดอยู่ดีไม่ใช่หรือ เพราะไอ้เอี้ยพวกนั้นมันอยู่ใต้อานัติของเมิง

การออกมาแก้ตัวหน้าด้านๆ นอกจากไม่มีใครเขาเชื่อแล้ว เขายังด่าเมิง
และลูกน้องจนเละไม่เหลือซากอีกด้วย สมองมีน้อย แต่ก็น่าจะพอมีบ้าง
ลองคิดทบทวนดูสิว่าเวลาผ่านไปตั้ง4เดือนแล้ว ภาพข่าวก็ออกไปแล้วทั่วโลก
การแก้ปัญหาด้วยวิธีแก้ตัวมันไม่ช่วยอะไรจริงๆ

เพิ่งนึกขึ้นมาได้ ว่าไอ้นี่เป็นอะไรก็ไม่เคยดีสักอย่าง สมัยเป็นลูกน้อง
(ผบ.ทบ. เป็นลูกน้องโดยตรงของนายกรัฐมนตรี) สมัยคุณสมัคร,
คุณสมชาย ก็พาพวกมาออกทีวีไล่เจ้านายให้ลาออก(สมัยนั้นเคย
โทร.ไปด่ามันกับหน้าห้องเลยด้วยซ้ำ)

พอเป็นหัวหน้า ทุกหน่วยที่มันออกมายิงประชาชน กลับออกมาปฏิเสธ
ว่าไม่เคยสั่ง ก็แล้วไอ้ที่ลูกน้องมันทำ(ฆ่าคนตายโครมๆ)นี่มันทำตามคำสั่ง
หมาหรืออย่างไร

ก็อย่างว่าน่ะเนอะ เป็นลูกน้องที่เลว จะเป็นเจ้านายที่ดีได้อย่างไร