วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ยิ้มไม่ออก

อนุสนธิจากกิจกรรมมากมาย ล่าสุดได้รับSMS จากAIS
เอากะเขาด้วยจัดรายการ Smile@Ratprasong
ไม่ทันได้อ่านรายละเอียด กดลบทิ้งไปก่อน ได้แต่แต่ง
กลอนนี้บอกให้รู้ว่า "ยังยิ้มไม่ออก"

วันที่ยังฟังเพลงไม่เห็นเพราะ
จะหัวเราะก็ยังไม่เต็มเสียง
วันที่ฟ้ามืดคล้ำยังลำเอียง
วันที่ความธรรมเที่ยงยังไม่มี

จะให้ยิ้มอิ่มใจกระไรได้
วันที่ใจยังช้ำย่ำศักดิ์ศรี
จะให้ลืมหรือไรไม่ไยดี
วันที่มีคำลวงให้ลืมกัน

ยังเป็นคนมีหัวใจไม่ใช่หุ่น
ไม่ให้ขุ่นข้องใจให้สุขสันต์
ทำไม่ได้ให้แย้มยิ้มในทันควัน
ขอเวลาให้ฉันได้ทำใจ

ขอเวลาเยียวยารักษาจิต
ยังไม่คิดจะเลือนลืมลงได้
ทั้งคนเจ็บคนหายอกอกเกลื่อนไป
ให้อภัยไม่ลงคงอีกนาน

คนที่ทำความผิดต่อผู้อื่น
ต้องหยิบยื่นคำขอโทษนั่นพื้นฐาน
คนฆ่าคนต้องเอาไปประจาน
ว่าสามานย์ชั่วช้าน่าละอาย

ลองขอโทษโกรธอาจทุเลาบ้าง
และอาจวางความแค้นแน่น อกหาย
หากยิ้มร่าบ้าบอต่อคนตาย
อย่าได้หมายจะยิ้มให้ไม่มีวัน

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ไม่มีทางลืม

เขาบอกว่าอย่าจำ..ลืมให้หมด
อย่าจำจดความตายหายสาบสูญ
มาเริ่มใหม่เถิดหนาอย่าอาดูร
สุขเพิ่มพูน..สูญหาย..ตายช่างมัน

ก็เห็นไหมในที่นี้มีความสุข
ไร้ความทุกข์สุขใจใครเห็นขัน
คนที่ตายตายไปไม่มีวัน
ที่จะผันพลันฟื้นหรือคืนมา

ก็ลูกหลานว่านเครือเขาเบื่อมาก
เขาอดหยากอดช้อบ..ตอบปัญหา
เอาพื้นที่ช้อบปิ้งของประชา
ด้วยการฆ่าหาพื้นที่ที่เลื่องลือ

ช่วยกันล้างช่วยกันเช็ดจนเบ็ดเสร็จ
มันคงเข็ดเด็ดขาดไม่อาจหือ
ประกาศก้องร้องว่า"พวกเราคือ
พวกมังกือมังเกี้ยเอี้ยทุกคน"

แล้วถนนรนแคมแถมด้วยห้าง
ไม่รกร้างอย่างเก่าเราเห็นผล
เอาเลือดคนทาทับไม่อับจน
เป็นถนนช้อบปิ้งยิ่งใหญ่พลัน

เขาบอกเราให้ลืมลืมให้สิ้น
แค่พวกดินรากหญ้าช่างน่าขัน
จะมีค่าแค่ไหนอะไรกัน
มาสร้างสรรค์ดันห้างอย่างที่ควร

จะให้ลืมลืมได้อย่างไรเล่า
ก็มาเอาชีวิตปลิดไม่หวน
เหมือนสายน้ำไหลไปไม่ไหลทวน
ท้องไส้ป่วนมวนมนจนอาเจียร

ไม่ใช่ญาติก็เหมือนเพื่อนร่วมชาติ
จึงไม่อาจตัดใจไม่ขีดเขียน
ความคิดเห็นเป็นอยู่มันวนเวียน
จึงจุดเทียนแห่งปัญญาว่า...ไม่ลืม

สโลแกนสิ้นคิด

เลือกตั้งซ่อมกทม.เขตหก ได้เบอร์กันไปเรียบร้อย
ก็ต้องมีสโลแกนในการหาเสียง แน่นอน แมลงสาบได้เบอร์1
คนสมัครชื่อพนิช คิดอะไรไม่ออก เลยมีคำขวัญว่า

เลือกโดยไม่ต้องคิด เลือกพนิชเบอร์ 1

เชื่อแล้วว่าพรรคนี้มันสิ้นคิดจริงๆ แค่มันสิ้นคิดกันทั้งพรรคไม่พอ
ดันเจือกมาชวนให้คนอื่นเขาไม่ต้องคิดอีกด้วย เลือกผู้แทนโดยไม่คิด
อย่างนี้นี่เล่า ถึงได้เอี้ยมาครองเมือง

แค่นั้นยังไม่พอ เสือกมาตั้งคำขวัญให้คนอื่นอีก

เลือกก่อแก้ว ก่อกวน ก่อการร้าย หมายเลข 4

แค่จ้องจับผิดเขายังไม่พอ ยังแสดงสันดานหยาบ ต่ำช้า ให้ปรากฎ
หากคนอื่นทำบ้างแม่งจะร้องให้แจกใบแดงว่าใส่ความไหมเนี่ย
ก็มันชัดแจ้งแดงแจ๋ว่าใส่ร้าย คนที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิด ต้องถือว่าบริสุทธิ์
แต่นี่อะไรเอามาหาเสียงด่าว่าเขา แต่พวกเมิงตั้งแง่ว่าห้ามเอาเรื่องฆ่าคน
มาหาเสียง ก็มันพิสูจน์แล้วว่าจริงนี่นา ศพคนตายก็เห็นอยู่ ปิดไม่มิด
ตั้ง 90 คน แล้วจะว่าไม่ใช่การดำเนินนโยบายผิดพลาดของพรรคเมิงได้ไง

เลวอย่างนี้กันทั้งพรรค ถ้าไม่คิด ก็ต้องเลือกพวกเมิงล่ะวะ
แต่เดี๋ยวนี้คนเขาไม่ได้โง่เง่าเต่าตุ่น เหมือนพวกเมิง เขาเห็น
เขารู้ เขาคิด เขาจึงไม่เลือกไง้

น่าจะแถมให้ว่า

เลือกอย่างคนสิ้นคิด เลือกพนิชเบอร์1

BBC Doc: Thailand’s Red Rage



แค่อยากรู้

คุณเมธี อมรวุฒิกุล

ข่าวว่าถูกจับไปนานนม เห็นออกข่าวว่าสารภาพว่าใครเป็นไอ้โม่งในช่วงวันที่10เมย.
แต่ไม่เคยเห็นภาพข่าวเจ้าตัวเลยสักครั้ง นี่ก็ผ่านไปนานนม ไม่มีข่าวการยื่นขอฝากขัง
ต่อ จับไปแล้วออกข่าวฮือฮา แล้วหายเงียบไปไหน แปลกจริงๆค่ะ

เมื่อจับใหม่ๆ คาดว่าคงถูกว้อมจนหน้าบวมปูด ออกข่าวไม่ได้ แต่นี่ก็นานจนน่าจะหายดีแล้วนะคะ
หรือจับไม่ได้จริง หรือเสียชีวิตไปแล้ว แล้วเธอไม่มีญาติพี่น้องตามข่าวเลยหรือ แปลกค่ะ

หากคุมตัวตามพรก. ก็จับไว้ได้แค่ 30วัน นี่ก็เลยมานานแล้ว

ไม่เคยได้ข่าวว่าขอยืดเวลาการคุมตัวซึ่งมีสิทธิืคุมได้ครั้งละแค่7วัน

หรือป่านนี้ไปเป็นชายชุดดำที่แคนาดาเสียล่ะมั้ง ที่ประท้วงการประชุมG20น่ะค่ะ

พรก.ฉกฉวย

การอ้างเหตุระเบิด หน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อคงไว้ซึ่งการใช้พรก.
มันดูงี่เง่า ไม่เข้าท่าเอาเลยนะคะ พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง
ให้รัฐและเจ้าหน้าที่มีอำนาจล้นฟ้า ริดรอนสิทธิืเสรีภาพของประชาชนฝ่ายตรงข้าม

การประกาศใช้ และคงไว้โดยอ้างว่าเพื่อดูแลสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อย
มันก็ไม่เห็นจะได้ผลตรงไหน นอกจากถือโอกาสปิดหูปิดตาประชาชน
เพราะหากการอยู่ใต้พรก.นี้ จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยจริง
การเกิดระเบิดในขระที่ยังคงพรก.อยู่หมายความว่าอย่างไร

ทั้งๆที่พรก.นี้ครอบจักรวาล หาเหตุเอาผิดใครก็ได้ง่ายๆ ทำไมยังเกิดเหตุระเบิดอีก
ย้อนกลับไปดูการยิงหัวสนธิ ลิ้ม นั่นก็อยู่ในพรก. ทหารเต็มบ้านเต็มเมือง
จนป่านนี้ก็ยังหาคนผิดไม่ได้ อ้างโน่นอ้างนี่ ว่าบางคนเป็นอุปสรรค ทำให้ค้นหาความจริงไม่ได้
คนที่ว่าเป็นอุปสรรคก็เกษียณไม่ใช่สิ ถูกปลดออกจากตำแหน่งไปก่อนแล้ว
ผ่านมาเนิ่นนานนับปี ยังไม่เห็นได้เบาะแสอะไร

เรื่องที่กระทรวงมหาดไทยก็อีก เกิดในพรก.ไม่ใช่หรือ
ไอ้รัฐบาลเฮ็งซวยนี่ก็ประกาศพรก.พร่ำเพรื่อ ประกาศล่วงหน้า
ก่อนมีเหตุฉุกเฉินทุกทีไป ก็ไม่ว่ากัน แต่เมื่อประกาศแล้ว เหตุมัน
ก็ยังเกิด แสดงว่า ประกาศไปก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
ยังมีการลอบฆ่า มีการวางระเบิดอยู่เนืองๆ

ไม่ต้องดูอะไร การประกาศพรก.นี้ที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้
ต่อกันมาแทบจะประกาศถาวรไปอยู่แล้ว ไม่เห็นจะช่วยให้อะไรมันดีขึ้น
เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็ยังถูกถล่ม ไม่เว้นแต่ละวัน

แล้วจะมาอ้างว่าต้องยืดอายุ คงพรก.ไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยได้ไง
แค่กฎหมายธรรมดาที่มีอยู่ยังเอาไปบังคับใช้กับพวกตัวเองไม่ได้
แล้วจะเอาพรก.เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งฝ่ายตรงกันข้ามมันถูกอยู่หรือ

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ว่าด้วยเรื่องของsauces

อ่านตำราทำกับข้าว เขาว่าซ้อส เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการทำกับข้าว
เจอข้อความนี้"There is no such thing as a good instant
sauce;packaged sauces are meant to cover poor meal"

อ่านแล้วรู้สึกชอบมากๆ และทำให้ย้อนมาถึงการเมืองไทย
ที่เรากำลังถูกบังคับให้บริโภคซ้อส สำเร็จรูป ที่มาในซองที่
สวยหรู ดูดี

เหมือนนักการเมืองที่ไม่ได้ผ่านการบ่มเพาะ ไม่ว่าจากการเมือง
หรือการทำงาน แต่มาอยู่ในซองที่ดูดี แล้วคนเอามายื่นให้
โฆษณาว่าอันนี้เด็ดสุด รสชาติดี ง่าย สะดวก แค่เติมน้ำร้อน
ก็ใช้ได้ทันที ราดลงไปบนอะไรก็อร่อย

ไม่มีหรอกค่ะ ไอ้ซ้อสที่ว่าน่ะ ไม่ว่าจะมาในซองที่ดูดีเพียงใด
แต่เขาก็ทำมาสำหรับคนชุ่ยๆ ที่หวังเอาแต่สะดวกสบาย
คาดหวังว่า ซ้อสเฮ็งซวยจะทำให้อาหารอร่อยล้ำขึ้นมาทันใด

ซ้อสที่ดี ไม่ต้องการแค่ส่วนผสมที่ดี สมบูรณ์(อย่างที่ข้างซอง
โฆษณาชวนเชื่อ) แต่ต้องการเวลาในการเคี่ยวนะคะ
จึงเหมือนกับภาษาอังกฤษข้างบนเขาว่าแหละค่ะ คือ
"ซ้อสสำเร็จรูป เหมาะสำหรับใช้ในการปิดบังรสชาติอันห่วยแตก
ของอาหารเลวๆเท่านั้นเอง"

มันน่าไปจับคนที่ยัดซ้อสสำเร็จรูปมาให้เรา ไปฆ่าทิ้งเสียเหลือเกิน
เตรียมทำอาหารมาอย่างดี ดั๊นเอาซ้อสห่วย(รสชาติระยำหมา)
มาราด แทนที่จะทำให้อาหารอร่อยขึ้น กลับทำให้อาหารดีๆทั้งจาน
เสียไปด้วย จริงไหมคะ