วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เห็นข่าวนี้กันหรือยังคะ

ID # 820656 - โพสต์เมื่อ : 2009-07-23 21:41:51 _ ปิดข้อความ ex-link แก้ไข


วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:28:59 น. มติชนออนไลน์

"วิษณุ เครืองาม"นำทีมชี้แจง คณะนิติ-รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ต้าน"เสื้อแดง"ถวายฎีกาอภัยโทษ"แม้ว"ไม่บังควร

คณาจารย์ นิติศาสตร์ จับมือรัฐศาสตร์ จุฬาฯต้าน กลุ่มเสื้อแดงล่า 1 ล้านชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ"ทักษิณ" เป็นการกดดันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้ถ้อยคำไม่บังควร ให้"วิษณุ เครืองาม"นำทีมผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน

รศ.ธิติ พันธุ์ เชื้อบุญชัย คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า คณะนิติศาสตร์และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯจะจัดการเสวนาเรื่อง "เมื่อราษฎร์ถวายฎีกา: กฎหมายและระเบียบปฏิบัติ" ขึ้น ในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2552 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ห้อง 301 อาคารพินิตประชานาถ จุฬาฯเพื่อชี้แจงกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้องในการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาโดยผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขอ พระราชทานอภัยโทษ เพื่อก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้สาธารณชนได้รับทราบ เนื่องจากขณะนี้สังคมไทยกำลังสนใจกรณีการเข้าชื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นอย่างยิ่ง และมีความเห็นแตกต่างกันออกไปทั้งในเชิงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำ ดังกล่าว อันอาจนำไปสู่ประเด็นทางสังคมต่อไปได้


คณบดีคณะ นิติศาสตร์กล่าวว่า สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมในการเสนาครั้งนี้ประกอบด้วย ศ.กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ( อดีตรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)พูดในเรื่อง "กฎหมาย และระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการถวายฎีกา"


จากนั้นเป็นการอภิปราย เรื่อง"เมื่อราษฎร์ถวายฎีกา" ผู้อภิปรายปได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ปิยะนาถ บุนนาค ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ รศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วีระ สมบูรณ์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ น.ส.เพ็ญจันทร์ โชติบาล เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาฯ ผู้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษของพระมหากษัตริย์ ไทย


แหล่งข่าวกล่าวว่า การจัดเสนาครั้งเกิดขึ้นเนื่องจากมีคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯกลุ่มหนนึ่งเห็นว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยเพื่อต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)หรือกลุ่มเสื้อแดงเพื่อล่ารายชื่อประชาชน 1 ล้านชื่อเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถุกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี นอกจากเป็นการกดดันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว เนื้อหาในหนังสือถวายฎีกาหลายตอนมีเนื้อหาที่ไม่บังควรอย่างยิ่งอีกด้วย จึงมีการหารือกันและเห็นว่า ควรเชิญผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเฉพาะ นายวิษณุ เครืองาม ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องระเบียบกฎหมายและโบราณราชพระเพณีอย่างยิ่ง


แปลกดีไหมคะ ดิ้นกันไม่หยุด ปล่อยเวลาให้ผ่านมาเนิ่นนาน
จนจะครบกำหนดที่เขาจะรวบรวมกันจนจะเสร็จอยู่แล้ว
เพิ่งจะคิดได้หรือคะ แล้วที่ผ่านมา ที่ประชาชนคนทั้งหลาย
ทั้งเสื้อเหลืองเสื้อขาว พากันยื่นถวายฎีกา ทำไมเงียบเป็นเป่าสาก
เผลอๆบางรายยังไปร่วมลงชื่ออีก ที่ผ่านมาการถวายฎีกาขอพระราชทาน
นายกฯม.7 ก็มีคนลงชื่อเพีง90กว่าคน ไม่ถึงร้อยด้วยซ้ำ

หรือว่าครั้งนั้นทำกันเอง มีคนลงชื่อน้อย เลยไม่เป็นการกดดัน
เพราะเห็นก็ไม่ทรงมีพระราชกระแสออกมาว่าอย่างไร รับไปแล้ว
ก็เงียบ มีอยู่ครั้งที่ทรงออกมามีพระราชดำรัสว่า การขอนายกฯม.7
ผิดรัฐธรรมนูย

สมัยนายสนธิ ยืนท้าวสะเอวอ่านฎีกา บนรถปราศรัย ก็อาจมีเซ็นกันอยู่เพียง
สองคนกับนางสโรชา แต่ออกข่าวเอิกเริก ที่สำคัญดั๊นมีหัวหน้ากบฎ (ซึ่งตอนนั้น
ยังไม่ได้ก่อการ) ออกมารับฎีกาเองด้วยซ้ำ ก็ไม่รู้ว่าเสือกอะไรด้วย เป็นผบ.ทบ.
แต่ออกมารับใบฎีกา(ที่เขาจะถวายในหลวง) คงนึกว่าเป็นใบฏีกามาเรี่ยไรเงิน
ไปทอดกฐิน เอาเข้าไปนั่งคุยเป็นนานสองนาน

เซ็นกันน้อยๆไม่เป็นไรหรือไง นี่เขาว่าคนร่วมลงชื่อน่าจะเกินล้านไปแล้ว
เลยกระทบกระเทือนซางกันเป็นอันมากมั้ง คนไทยนี้ก็แปลก ทำอะไร
ที่ดูเหมือนดี แต่ก็ไม่ดี การเอาผู้รู้เรื่องออกมาเล่าแจ้งแถลงไขให้คนรู้
นั้นไม่แปลก แต่มันควรจะทำตั้งแต่ที่รู้เรื่อง หรือคาดไม่ถึงว่าประชาชน
เขาจะเอาด้วยมากขนาดนี้ สำคัญตนผิดคิดว่าคนคงไม่รักคุณทักษิณล่ะสิท่า

พอเห็นจำนวนคนมากขึ้นทุกที ชักหวั่นไหวหรือไง การที่ไปเอาคนดังๆมาพูด
นั้นดี หากแต่ไม่ใช่ตั้งธงเอาไว้ หากตั้งธงไว้แล้ว ว่าการร่วมลงชื่อผิด จะต้องไป
จัดเสวนาบ้าบอทำไม ก็ออกมาจับเลยก็หมดเรื่อง แต่นี่มันไม่มีกฎข้อใดห้ามเอาไว้ล่ะสิ
ถึงได้ต้องใช้วิธีหลอกล่อ ด้วยวิธีอื่นๆ

ถามจริงๆ ก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ ว่าจำนวนคนมันเกินล้านไปแล้ว
อยู่ที่ว่าจะกี่ล้านเท่านั้นเอง จะออกมาพูดตอนนี้(28กค.) มันไม่สาย
ไปหน่อยหรือ หากผิดจริง จะทำอย่างไรกับคนที่เซ็นดีล่ะ
เอาไปตัดสินว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกดีไหม แล้วให้ไอ้ที่
เป็นล้านๆคนนี่ ขอพระราชทานอภัยโทษใหม่

ทางที่ดี แทนที่จะมาจัดเสวนา ฉันว่าพวกแก ช่วยกันค้นดีกว่า
ว่าจะเอาผิดพวกที่เซ็นข้อไหนดี แล้วเตรียมล้างคุกรอไว้เลยนะ
แล้วนี่ต้องกลับไปใช้เกาะตะรุเตากันอีกหรือเปล่า คุกธรรมดาๆ
คงไม่พอขังคนเป็นล้านมั้ง

ไม่เรียกว่าบ้าจะให้เรียกว่าอะไร

ID # 820415 - โพสต์เมื่อ : 2009-07-23 07:56:48 _ ปิดข้อความ ex-link


ไปเจอข่าวนี้ค่ะ เห็นว่าไอ้รัฐบาลนี้ไม่บ้ามันก็ต้องเมา(เมาหมัด)
มีอย่างที่ไหน เรื่องมีร้อยแปด ปัญหามีอีกพันเก้าที่ต้องระดม
สรรพกำลังและความคิดแก้ไข ให้กับประเทศชาติและประชาชน
ก็แล้วดูมันทำ อ่านแล้วก็ได้แต่เศร้าใจ ไม่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ
ไปเสียก็หมดเรื่อง ไม่เชื่อลองอ่านดูสิคะ

มีนบุรี หนองจอก แชมป์ล่ารายชื่ออภัยโทษ

รัฐบาล สั่งการให้ติดตามการล่ารายชื่อประชาชน เพื่อยื่นถวายฎีกาขออภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยพบว่า เขตมีนบุรี หนองจอก มีผู้มาลงชื่อมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากทำเนียบรัฐบาล วานนี้ (22 ก.ค.) ว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหว
ในการล่ารายชื่อประชาชน เพื่อยื่นถวายฎีกาขออภัย โทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มคน
เสื้อแดงดำเนินการอยู่นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย
สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล
ติดตามความเคลื่อนไหวกรณีดังกล่าว

โดยหน่วยงานความ มั่นคงได้รายงานลับ กลับเข้ามา มีข้อมูลระบุว่า
ได้ลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ ของระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม
นปช.ที่เป็นจังหวัดอิทธิพลเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็น จ.อุบลราชธานี อุดรธานี
เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง โดยเฉพาะที่หน่วยงานความมั่นคงได้ไปถ่ายรูป
และบันทึกวีดีโอ ที่มีการขนคนให้ไปร่วมลงชื่อ
ทั้งนี้ เขตที่มีการเคลื่อนไหว
ในการล่ารายชื่อ และได้จำนวนผู้ที่มาลงชื่อมากที่สุด คือ เขตมีนบุรี หนองจอก

ผู้ สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
ยังได้ประเมินยุทธศาสตร์ ของพ.ต.ท. ทักษิณ ที่จะนำมาต่อสู้ทางการเมือง
3 ประเด็น คือ1.พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้การตลาด ในการสร้างสื่อใหม่ เช่น
เรดนิวส์ ทักษิณวอยส์ ทีวีดาวเทียม เพื่อสร้างความสนใจ
2.วิธีทำการตลาดทั้งหมดจะผนวกกับวิทยุชุมชน ที่มีฐานที่มั่นในจังหวัด
ที่เป็น สีแดงเข้ม โดยเฉพาะคลื่นวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่
3.พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้วิธียืมมือสื่อขนาดใหญ่ โดยสร้างสื่อใหม่ๆ
เพื่อให้เผยแพร่ เช่น การโฟนอินจากวิทยุชุมชนอุดรธานี
แล้วสื่อขนาดใหญ่จะนำไปลงเผยแพร่ เป็นข่าวสาร ซึ่งรัฐบาล
จะเร่งปิดสถานีวิทยุชุมชน
ที่ออกอากาศเข้าข่ายล้มล้าง
ระบอบประชาธิไตย หมิ่นเบื้องสูง เพื่อตัดตอนแผน
ตามที่พ.ต.ท.ทักษิณวางไว้


ดูเอาเถิดค่ะ มันบ้าขนาดไหน หน่วยความมั่นคง
หน่วยข่าวกรอง มีหน้าที่ต้องดูและให้เกิดความสงบในประเทศ
ดันเอาไปใช้ให้เกิดความปลอดภัยของรัฐบาลเอง ไม่เห็นต้องทำ
เป็นสืบข่าวลับอะไรเลย การลงชื่อเขาก็ทำกันโดยเปิดเผย ไม่ได้ลักลอบ
ทำกันสักหน่อย ที่สำคัญมันผิดกฎหมายข้อไหนไม่ทราบ ก็เพราะ
มันไม่ผิดกฎหมาย ประชาชนเขาก็เต็มใจทำกันเอง ดันส่งกำลังออกไป
สืบเสาะ ใช้งบประมาณไปอีกเท่าไหร่ ทีไอ้ที่ค้าน้ำมันเถื่อนไม่ไป
สืบดูบ้างว่าใครมันทำกันอยู่

ก็ไหนว่าส่งหน่วยข่าวกรองไปสืบเสาะในทางลับ แล้วเอามาปูดทำไม
หวังให้คนเขากลัวไม่กล้าเซ็นหรือไง ไม่ทันแล้วโว้ย เขาเซ็นกันไปหมดแล้ว
และเขาก็เซ็นกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้แอบแฝง ไม่ได้ลักลอบ หลักฐาน
ก็มีกันอยู่โต้งๆ สำเนาบัตรประชาชนก็มีให้ มันจะบ้ากันไปถีงไหน
ถ้ามันผิดกม.ข้อไหนก็ประกาศมาสิ ไม่ใช่มาทำลับๆล่อๆ ข้อหาเดียวที่แกกล่าวอ้าง
คือก้าวล่วง

ไอ้รัฐบาลเฮงซวย มองเห็นประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับแกเป็นศัตรู
แทนที่จะพยายามทำความดีให้ปรากฎ ให้เขาหันกลับมารัก
กลับผลักดันให้ไปอยู่อีกฟาก แล้วหาทางกำจัด ไม่เคยพบเคยเห็น
สมเป็นรัฐบาลสันขวานจริงๆ

แล้วแกจะอยากรู้ไปทำไมว่า แถวไหนเซ็นมากที่สุด แล้วเขาไปเซ็นกัน
อย่างไร แน่จริงประกาศจับไปเลยสิวะ ลองดูกล้าๆหน่อย อย่าทำตัวเป็นหมาลอบกัด
พออยู่ต่อหน้าก็ได้แต่คำรามขู่

แกปกปิดความผิดของตัวเองได้ แต่อย่ามาปกปิดความรักความศรัทธาของคนที่เขามี
ต่อคุณทักษิณเลย ไม่สำเร็จหรอก หันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเถอะ ทำดีให้มากๆ
เผื่อชาวบ้านเขาจะได้จดจำความดีแทนความชั่วของแกบ้าง

บอกตั้งหลายครั้งแล้วไม่รู้จักจำ โง่ตลอด หนทางเดียวที่จะเอาชนะคุณทักษิณได้คือ
แกต้องดีก่อน แล้วต้องดีให้มากกว่าด้วย จำใส่กระโหลกของแกไว้ ไอ้ฟาย

สร้างภาพแล้วประชาชนได้ประโยชน์..จะทำไม?

ID # 820230 - โพสต์เมื่อ : 2009-07-22 16:44:48 _ ปิดข้อความ ex-link แก้ไข


ออกมาดิ้นกันอีกแล้วค่ะ กับข่าวที่ว่าคุณทักษิณจะจ้างติวเตอร์ชั่วโมงละหมื่น
มาติวออกทีวีให้เด็กๆฟรี แหมมาหาว่าสร้างภาพ

เออสิวะ สร้างภาพว่าเป็นคนดีมีกึ๋นไงโว้ย ทีพวกเอ็งสร้างภาพ เหลวๆ
เปลืองงบประมาณ ชาวบ้านไม่เห็นได้อะไร จ้างคนมาเชียร์ จ้างคนมาคุ้มกัน
แล้วชาวบ้านได้อะไร เงินที่เอามาใช้ก็เงินภาษีชาวบ้านทั้งนั้น

ยังไอ้ประเภท ทำป้ายใหญ่ๆไปทั่วบ้านทั่วเมืองอีกทั้งไอ้ที่เขียนว่า
สงบ สันติ ส้นตีนส้นมือนั่นก็อีก ไม่ได้สร้างภาพล่ะสิ พอคนเขา
สร้างภาพว่าเขามีเงิน เขารู้จักแบ่งปัน ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
ทนกันไม่ไหวล่ะซี้

อยากเอาอย่างก็ไม่มีใครเขาว่าอะไรนี่ แต่ขออย่างนะ หัดควักเงินตัวเอง
หัดควักเงินพรรคบ้าง อย่าเฉือกเอาเงินภาษีที่ประชาชนเขาเสียให้ไป
พัฒนาประเทศมาสร้างภาพล่ะ มันน่าอาย

ไอ้บางคนน่ะรวยล้นฟ้า จ่ายค่าเล่าเรียนให้เด็กทั้งประเทศ ให้เด็ก
เรียนฟรีก็ทำได้นะ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก ยังไม่คิดจะทำกันเลย
นี่เขาก็ใช้เงินเขา สร้างภาพ ทำให้คนได้ประโยชน์ทำให้คนรัก
แล้วมันไปหนักหัวใครวะ แน่จริงแก สั่งปิดทีวีที่เขาจะเอาติวเตอร์
สอนฟรีเลยสิ ชาวบ้านเขาจะได้ชื่นชมแกมากๆหน่อย

กลัวว่าวันที่ 26 จะไม่ว่าง

ID # 820129 - โพสต์เมื่อ : 2009-07-22 12:23:15 _ ปิดข้อความ ex-link แก้ไข


ไหนจะต้องไปทำบุญ ไหนจะต้องต้มน้ำกระดูก เตรียมทำก๋วยเตี๋ยว
เลี้ยงฉลองวันเกิด วันนี้ว่างเลยแต่งกลอนไว้ก่อนค่ะ

ห้องเรากระทู้ไปช้า หวังว่าคงยังอยู่หน้าแรกไปจนถึงวันเกิดท่านนะคะ
หากไหลไปก่อน วันนั้นจะไปยกมาตั้งกระทู้อีกที

*26กรกฎามาบรรจบ
สองมือนบกราบพระระลึกถึง
ท่านนายกฯยิ่งใหญ่ใจคำนึง
หวังเพียงพึ่งคุณพระจะอำนวย

*ให้ท่านอยู่เย็นใจไม่เดือดร้อน
ให้ทุกข์ถอนจากใจได้โชคช่วย
ความสำเร็จที่ผ่านมาจะพาอวย
ให้ร่ำรวยความสุขทุกคืนวัน

*ขอกรรมเก่าเฝ้ารุมสุมใจบ้าง
ได้จืดจางบางไปให้สุขสันต์
ขอกรรมดีที่ทำนำสุขพลัน
เป็นความฝันมั่นใจไทยทุกคน

*ในวันนี้วันดีศรีวันสุข
ให้หมดทุกข์หมดภัยได้เกิดผล
เราสร้างบุญส่งให้คลายกังวล
ประชาชนอวยชัยให้พ้นภัย

*กลับมาเป็นนายกฯที่ยอดเยี่ยม
นำชาติเทียมนานาพาไสว
ทั่วโลกนึกระลึกถึงเมืองไทย
ว่าก้าวไกลเพื่อนบ้านบานบุรี

*ปีที่ผ่านพาลกรุ้มรุมทำร้าย
จงจางหายคลายทุกข์กลับสุขศรี
เป็นนายกฯคนแรกดูแปลกดี
ประชาชีร่วมฉลองร้องอวยพร

ถึงคุณยะลาฯด้วยความคิดถึง

ID # 820057 - โพสต์เมื่อ : 2009-07-22 07:29:09 _ ปิดข้อความ ex-link แก้ไข


ไม่ทราบเปลี่ยนใจเรื่องลงชื่อถวายฎีกาไปหรือยัง ป้ามีเรื่องมาเล่าค่ะ
ไม่ได้หวังว่าจะเกลี้ยกล่อมหรอกนะคะ เพียงแต่เห็นเป็นคนคุ้นเคย
เลยเล่าสู่กันฟัง

ปกติป้าอยู่แต่ในบ้าน วิทยุ โทรทัศน์ก็ไม่ได้เปิด นั่งอยู่หน้าจอ
เพลงก็ฟังตามแต่ใครเขาจะมาเปิด เซ็งๆ ก็ไปเปิดทีวีสีแดง
ไม่ก็ทีวีเสียเงิน(ก็แหมเสียเงินเดือนหนึ่งก็ตั้งหลายตังค์) ไม่ดูก็เสียเปล่า
ดูหนังฟังเพลงไปตามเรื่องตามราว

นานๆออกไปนอกบ้านสักที ก็เป็นอันให้ได้เปิดวิทยุในรถ เปิดไปเรื่อย
แหละค่ะ เจอเพลงก็ฟังเพลง เจอคนจัดรายการน่าสนใจก็ฟังไป ไม่
ได้ติดตามรายการใดเป็นพิเศษจนต้องเปิดฟังทุกวัน

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อวันเสาร์ ออกไปข้างนอกตอนเที่ยงๆ
พอเที่ยงครึ่งปุ๊บ เกือบทุกสถานีเขาจะมีรายการน่ะค่ะ
ของใครก็ฟังไม่ถนัด เข้าใจว่าจะเป็นเครือข่ายวิทยุของทหาร
รายการประมาณว่าชื่อ"รู้รักสามัคคี" อะไรเนี่ยแหละค่ะ

วันเสารที่เจอก็รีบปิดแทบไม่ทัน อย่างที่เคยเล่า เขาเอาคำชี้แจง
ของนายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รมต.ยุติธรรม เรื่องการถวายฎีกา
โดยคนจัดก็พูดว่าเรื่องนี้มีการพูดหลายครั้งแล้ว แต่ก็จำเป็นต้อง
พูดย้ำอีก ว่าการถวายฎีกานั้นทำได้ในกรณีใดบ้าง และการที่ล่ารายชื่อ
ที่ทำกันอยู่นี้ทำไม่ได้ บลาๆๆ แล้วป้าก็ปิดไป

ไม่น่าเชื่อ เมื่อวานออกไปข้างนอกอีก เปิดเจออีก รายการเดิม พูด
เหมือนเดิมเรื่องเดิมๆ (คงไม่ใช่เทปซ้ำ เพราะตอนขึ้นรายการไม่
เหมือนกันทีเดียว) แต่ก็พูดเรื่องฎีกาอีกนั่นแหละ อ้างถึงนายพีรพันธ์
เหมือนเดิม จนป้าสงสัยว่ารายการนี้นายพีรพันธ์ แกซื้อเวลาของแก
ประชาสัมพันธ์ตัวเองหรือเปล่า เพราะหากจะพูดเรื่องนี้ ก็น่าจะเอา
ความคิดของคนอื่นมานำเสนอบ้าง

นี่อะไรความคิดของคนเดิม เนื้อหาก็เดิมๆ เสียดายป้าไม่ได้ทนฟังจนจบ
เขาอาจนำเสนอความคิดของคนอื่นบ้างก็เป็นได้ ที่มาเล่าให้คุณยะลาฯฟังเป็นพิเศษ
เพราะเห็นคุณยะลาฯคงตะขิดตะขวงใจในเรื่องนี้อยู่มาก จนถึงขั้นมาตั้ง
กระทู้บอกเหตุผลในการไม่ลงชื่อ แต่ป้าอยากให้ลองคิดใหม่

ป้าว่าเรื่องนี้มันมีผลทางจิตวิทยามากกว่า อย่าไปหวังผลในทางปฏิบัติเลยค่ะ
ยิ่งเขาออกมาชี้แจงห้ามปรามยิ่งแปลก เป็นเสมือนการตอกย้ำ ป้าถึงได้ว่า
ไอ้บ้าพวกนี้ไม่โง่ก็บ้า ทำอะไรโง่ซ้ำซาก

ลองคิดดูนะคะ ถ้าเผอิญประชาชนส่วนหนึ่งของประเทศไม่สนใจกิจกรรมของเสื้อแดง
คงไม่มีใครทราบเรื่องการถวายฎีกานี้ แต่การเอามาตอกย้ำ ซ้ำไปซ้ำมา มันต้องเกิด
ความสนใจขึ้นมาบ้างแหละค่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนที่เกลียดคุณทักษิณเขาก็ยังคง
เกลียดอยู่นั่นแหละค่ะ การตอกย้ำไม่ได้ทำให้เกลียดมากขึ้นหรอกค่ะ

แต่ที่น่าสนใจคือคนที่เฉยๆ ทำกันแบบนี้บ่อยๆ คนมันต้องรำคาญบ้างแหละน่า
เผลอๆอาจรำคาญจนอยากทำอะไรแผลงๆก็เป็นได้ จริงไหมคะ

ไม่มุ่งหวังให้ข้อเขียนนี้เปลี่ยนใจคุณยะลาฯ แต่หวังเพียงให้คุณยะลาฯ
ลองคิดดูอีกสักครั้ง ว่าถ้ามันจะไม่ได้ผล เขาดิ้นกันทำไม แต่แม้ไม่อาจ
ฝ่าดงตีนของพวกมันเข้าไปถวายได้ แต่การนี้ก็นับว่าสำเร็จไปเกินที่คาดหมายแล้ว
ทุกสายตาหันมาจับจ้อง หนึ่งเสียงของคุณยะลาฯอาจทำให้คนบางคน
ดิ้นทุรนทุรายมากยิ่งขึ้น ไม่ดีหรือคะ

จริงๆป้ามีเหตุผลลับสุดยอดอยู่อีกข้อที่ตัดสินใจเซ็น แต่ไม่สะดวกที่จะเปิด
เผยในบอร์ดสาธารณะนะคะ แต่รับรองเหตุผลนี้ อาจทำให้คนที่ไม่อยากเซ็นชื่อขอร้อง
หันมาช่วยเซ็นจนถึงขั้นอาจไปชักชวนคนให้มาร่วมเซ็นด้วยซ้ำ

เรื่องของช้าง

ID # 819975 - โพสต์เมื่อ : 2009-07-21 21:18:25 _ ปิดข้อความ ex-link แก้ไข


แต่วันนี้จะไม่พูดเรื่องของช้างเป็นเชือกๆหรอกค่ะ แต่จะพูดถึงชิ้นส่วน
ที่ได้มาจากช้าง เรื่องใหญ่ที่ปล่อยให้ผ่านไปคงไม่ได้ แม้จะทำเป็นเฉยๆ
กันไม่รู้ร้อนรู้หนาว เลยขออาสาคุ้ยอีกที ดูซิว่าจะหน้าด้านหน้าทนไปอีก
นานเท่าใด

เรื่องงาช้าง ที่นายโสภณ ซารัมย์เขามอบให้
นาโย้ก เมื่อวันไปเหยียบบุรีรัมย์ งาช้างหนึ่งคู่ยาวประมาณเมตรเศษ
ที่ไปรับมาแล้วถ่ายรูปโชว์ ยิ้มแป้นแร้น เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่
เสียดายขี้เกียจคุ้ยรูปมาแสดงให้ดู

เรื่องนี้มีคุณ1111ไปตั้งกระทู้ไว้เมื่อวันที่ 14 กค.ในหัวข้อกระทู้ว่า
"มาร์คคืนงาช้าง"โสภณ"หวั่นขัดกม.ป.ป.ช.มูลค่าเกิน3พัน"
ป้าไปตอบกระทู้ไว้แล้วในวันนั้นว่าคืนไม่ทันแล้วล่ะค่ะ รับไปแล้วก็เท่ากับความผิดสำเร็จ
(ตามภาษากฎหมาย) หากคืนได้ ขโมยก็ไม่ผิดสิคะ
เพราะเกิดเจ้าทุกข์จับได้ แล้วบอกว่าไม่เอาก็ได้ เอาคืนไป
คุณตำรวจเขาไม่เล่นด้วยนะคะ

อ้อ แต่ลืมไป นี่เป็นนาโย้กหน้าด้าน ทำผิดก็แก้ตัวว่าไม่ได้ทำ
นับประสาอะไร เรื่องใหญ่กว่านี้ยังพลิกลิ้นได้ เรื่องแค่นี้ทำได้
สบายมาก

อ้อ ลืมไป งาช้างใหญ่ขนาดนั้น ตีราคาเองไม่ได้หรือคะ
อ้อโง่นี่นา แล้วขอโทษ งาช้างน่ะ เป็นของต้องห้ามนะคะ
ตามกม. ห้ามมีไว้ในครอบครอง ซื้อขาย จำหน่าย จ่ายแจก
เอามาเซ่นนาโย้กก็ไม่ได้นะคะ

เอหรือเป็นแผนให้นาโย้กซวย เขาว่าของอย่างนี้ บุญบารมี
ไม่ถึงรับไว้ อาจถึงคาด แล้วไปรับมาน่ะ ไม่รู้กม.หรือไง
ของอย่างนี้แค่กม.พื้นๆยังไม่รู้(มิน่าไม่รู้ว่ากม.ว่าไว้ว่าชายไทย
ต้องไปผ่านการเกณฑ์ทหาร)

นี่ๆ ไปเปิดเจอ เขาประกาศขาย

ขายงาช้างคู่
งาช้างคู่ยาว 1.2 ม. ขาย 500,000 บาท



อันที่ได้มาเห็นว่ายาวประมาน1เมตร ราคาคงไม่หนีไปจากนี้เท่าไหร่
ถามจริงๆเถอะ มองแล้วไม่รู้หรือว่ามันเกิน 3,000บาทแน่ๆ

ไม่ใช่เขาควายนะ เขาควายสวยๆก็เป็นหมื่นแล้วมั้ง นี่ถ้าคุณจตุพรเขา
ไปโวยขึ้นมาก่อน กะจะคืนไหมเนี่ย

อ้อแล้วพระสมเด็จน่ะ ใครๆเขารู้ว่าราคาขนาดไหน นี่ฉันไปหาดูนะ
ให้เช่าบูชาพระสมเด็จวัดเกศไชโย 7 ชั้นนิยม
พระ สมเดชวัดเกศไชโย 7 ชั้นนิยม 1,700,000บาท รักษ์เดิมๆ
ไม่เคยผ่านการล้างเหมาะสำหรับคนชอบสภาพเดิมๆตำหนิทุกจุดดูง่าย
สบายตาขอดูภาพเพิ่มเติมได้ทางMail



แปลกจังแฮะ รมต.ร่วมรัฐบาล ทำไมชอบให้ของแพงกับนายกฯ
มันน่าสงสัยหยอกเมื่อไหร่ หรือเป็นการติดสินบนหรือซื้อตำแหน่ง
ดูของแต่ละชิ้นที่ให้กัน มันพิลึกแฮะบอกตรงๆ


แล้วอย่างนี้จะปล่อยให้เรื่องเงียบไป แล้วบอกว่าคืนไปแล้วได้หรือคะ
ไปเจอคอลัมน์ในโลกวันนี้ เมื่อวันศุกร์ เขาก็พูด ถึงเรื่องนี้ถึงสองที่

คอลัมน์
เป็นประชารัฐ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 10 ฉบับที่ 2587 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 17 กรกฏาคม 2009
โดย อัคนี คคนัมพร

ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น


ทำไปทำมา ปลาใหญ่กำลังจะตายน้ำตื้น

คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่นแหละครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน

นัก เรียนนอก ออกซ์ฟอร์ด หน้าใส ปัญญาดี ฝีปากเด่น ตกหลุมพราง “เนรวิน” ถิ่นบุรีรัมย์เข้าจังเบอร์ คล้ายต้องมนต์ดำเมืองเขมร

หลง ดีใจได้ปลื้มที่เนรวินอุ้มเข้าสะเอวกระเตงไปแถลงพื้นที่อีสานได้ ลบคำสบประมาทของนักการเมืองทั้งปวง แต่แล้วก็พลาดไปติดบ่วง “ความประจบสอพลอ” ของรัฐมนตรีในรัฐบาลตัวเอง บวกกับความเผลอไผลเคลิบเคลิ้มในบุญบารมี ปลื้มปีติรับเอาของกำนัลมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ไปหลายแสน

งาช้างครับ งาช้างแท้ๆ

งาช้างประจำตระกูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสียด้วย คู่หนึ่งราคาหลายแสนบาท

ผู้ สื่อข่าวไร้สำนักเขารายงานว่า ในการมอบของกำนัลกันครั้งนี้ ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ได้กล่าวสุนทรพจน์หวานจับใจ (ประมาณว่ารัฐมนตรีต่างประเทศกษิต ภิรมย์ ที่ใช้ลิ้นทูตยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคลของประเทศไทยได้อายไปเลย)

รัฐมนตรี คมนาคมโสภณกล่าวว่า งาช้างนี้เป็นสมบัติประจำตระกูล ตกทอดมาแต่บรรพบุรุษซึ่งเคยเลี้ยงช้าง เป็นของมีค่าที่หวงแหนหนักหนา แต่การที่นายกรัฐมนตรีให้เกียรติเสี่ยงภัย (จากคนเสื้อแดง) มาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน นับเป็นเกียรติและเป็นสิริมงคลอย่างสูง ไม่มีสิ่งใดจะเป็นเครื่องตอบแทน จึงขอมอบงาช้างประจำตระกูลคู่นี้ให้

เรื่อง มันจะไพเราะเพราะพริ้งกว่านี้เพียงใดเกินสติปัญญาที่ผู้เขียนจะบรรยายได้ จึงขอสรุปว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็รับเอาของกำนัลนั้นกลับกรุงเทพฯด้วยความสุขเปี่ยมล้นหัวใจ

สิทธิกา ริยะ ท่านว่าคนเราเมื่อถึงกาลแห่งความวิบัติ พุทธิปัญญาก็ดับไปเสีย นายอภิสิทธิ์ลืมไปว่าคนที่มีตำแหน่งทางการเมืองนั้น ประกาศของ ป.ป.ช. เขาห้ามไว้ว่า จะรับของกำนัลมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาทมิได้

ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดต้องโดนปรับอาบัติขั้นปาราชิก คือหลุดจากตำแหน่งทันที

คราว นี้แหละครับที่ผู้เขียนบอกว่าปลาใหญ่ตายน้ำตื้น เพราะเหตุว่าคนเสื้อแดงจะกล่าวหาด้วยเรื่องราวใดๆ นายอภิสิทธิ์ก็ทำเป็นเฉยเสีย เป็นต้นว่า กล่าวหาว่าตั้งรัฐบาลนอกครรลองประชาธิปไตยก็เฉยเสีย กล่าวหาว่าตั้งรัฐบาลแล้วไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐ ธรรมนูญก็เฉยเสีย กล่าวหาว่าหนีการเกณฑ์ทหารและใช้เอกสารราชการปลอมก็เฉยเสีย ทำท่าเหมือนกับว่าจะอยู่ในตำแหน่งไปได้โดยไม่มีใครสามารถทำอะไรให้ระคายผิว

แต่แล้ววันดีคืนดีก็รับของกำนัลกันง่ายๆกลางหมู่คนที่อ้างว่ามีเกียรติสูง มีความน่าเชื่อถือทางศีลธรรมและจริยธรรม

นั่นเท่ากับเป็นการทำผิดต่อหน้าพยานบุคคลผู้มีเกียรติจำนวนมาก และความผิดก็สำเร็จแล้ว

เรื่องมันง่ายๆอย่างนี้แหละครับท่านผู้อ่าน

ปัญหามันอยู่ที่ว่า ป.ป.ช. ผู้มีหน้าที่ที่จะต้องจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้จะว่าอย่างไร

จะปกป้องกันต่อไปตามระบอบ 2 มาตรฐาน

หรือว่าจะตรงไปตรงมาสักครั้งหนึ่งพอให้คนเห็นว่า ป.ป.ช. ยังมีความใฝ่ดีอยู่บ้างเหมือนกัน อันนี้สุดแท้แต่จะเลือกเดิน

ป.ล. สำหรับนายโสภณ ซารัมย์ นั้นมีปัญหาว่างาช้างอันเป็นทรัพย์สินมีค่านั้นมิได้แจ้งไว้ในบัญชี ทรัพย์สินที่แจ้งไว้ต่อ ป.ป.ช. แต่อย่างใด

จึงมีความผิดฐานซุกทรัพย์สินอันมีค่า ต้องอาบัติปาราชิกเหมือนกัน

อะไรมันจะซวยขนาดนี้ละวุ้ย


และในอีกคอลลัมน์
คอลัมน์
ยิ่งเกายิ่งคัน
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 10 ฉบับที่ 2587 ประจำวัน ศุกร์ ที่ 17 กรกฏาคม 2009
โดย ด๊อกเตอร์ทอง

หวัดกับช้างอาจคว่ำรัฐบาลอภิสิทธิ์

ส่วน กรณีงาช้าง "ล้ำค่า" ของขวัญแทนใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่หยิบยื่นให้นายกรัฐมนตรีต้อง ถือเป็น "ความผิดสำเร็จ" อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในสังคมโลกจะไปอธิบายให้ใครฟังก็คงฟังไม่ขึ้น เนื่องด้วยงาช้างเป็นของต้องห้ามต้องกำกับ ใครมีไว้ในครอบครองอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายยังเสี่ยงต่อคุกตะราง แม้ทางรัฐมนตรีผู้เป็นเจ้าของจะอ้างว่าได้มาจากช้างที่เคยเลี้ยงดูอยู่ก็ตาม

เมื่อ นายกรัฐมนตรีเต็มใจรับแต่จะมาอ้างในภายหลังว่าตรวจสอบเสร็จถึงได้รู้ว่าเกิน สามพันบาท ฟังดูก็อดขำไม่ได้ เพราะแค่เศษเสี้ยวเล็กๆของงาช้างแท้ๆ นำมาทำเป็นตะเกียบอย่างที่ผู้มีอันจะกินนิยมใช้สำหรับรับประทานอาหารหรือ ทดสอบพิษต่างๆ คู่หนึ่งยังปาเข้าไปเป็นหมื่นบาท นายกรัฐมนตรีผู้ฉลาดลึกล้ำจะไม่ทราบถึงราคาค่างวดของงาช้างขนาดใหญ่เรียว งามอย่างที่รับมาเชียวหรือ

ยิ่งถ้าไปพิจารณาเอามาตรฐานหรือจารีต วัฒนธรรมทางการเมืองของประเทศศิวิไลซ์อื่นๆ แค่อดีต ส.ส.อังกฤษบางคนรับ “น้ำใจ” ที่มีคนหยิบยื่นมาเล็กๆน้อยๆให้ไปพักผ่อนบนเรือสำราญและบ้านพักตากอากาศ ถึงที่สุดก็อยู่ไม่ได้ หรืออย่างล่าสุดที่คนอย่างประธานสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษต้องลาออกไปก่อนหมด วาระ ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเขา ก็มีที่มาของปัญหาจากการคิดเอาเองว่าการนำเงินสนับสนุนของรัฐซึ่งเป็นเงิน ภาษีอากรของประชาชนไปใช้จ่ายในเรื่องที่จริงๆก็ถือว่า "มีสิทธิ" แต่เมื่อถามคำว่า "เหมาะสมหรือไม่" คนเหล่านี้ไม่ดื้อดึงและพร้อมใจกันทิ้งเก้าอี้หรือวางมือเดินออกไปอย่างไม่ ต้องให้มีใครมาเรียกร้องขับไล่

เรื่องนี้อาจกลายเป็น "การสะดุดขาตัวเอง" หรือไม่ก็ต้องเรียกว่า "ล้มเพราะคนกันเองผลักให้ล้ม" ก็ว่าได้ ส่วนจะเป็นกรณีไหนคงต้องวัดใจกันหลายฝ่าย เพราะในขณะนี้ทางกลุ่มคนเสื้อแดงที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลได้ยื่น เรื่องให้ทาง ป.ป.ช. ทำการสอบสวนชี้มูลความผิดเป็นที่เรียบร้อย ส่วนผลจะออกมาเช่นไรคงต้องสุดแต่กระบวนการยุติธรรมจะเห็นเป็นการสมควร


อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปนะคะ

สุริยคราสงวดนี้นาโย้กรอดไป

ID # 819653 - โพสต์เมื่อ : 2009-07-20 17:07:11 _ ปิดข้อความ ex-link แก้ไข


ตามที่คุณเรืองยศ จันทรคิรี แห่งคอลลัมน์ คิดเหนือข่าวเธอว่าไว้

ยัง มีอีกบางมุมของการพยากรณ์ที่โหรไม่ค่อยกล้าฟัน ธง คือเรื่องของการสูญเสียบุคคลระดับสูงหรือผู้ใหญ่ในบ้านเมือง พวกเขาลังเลว่าจะหมายถึงคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไหม? เพราะก้ำกึ่งกันอยู่ หากตีความแปรผลความหมายทางดวงดาวว่าท่านเป็นเด็ก ตีความยังงี้อาจพ้นเคราะห์ไป เพราะไม่มีโหรคนใดพยากรณ์ว่าจะเกิดรายการสูญเสียของเด็กหรือทารกระดับผู้นำ เด็กชั้นสูง หรือผู้ปกครองที่เป็นเด็ก?


แต่น่าอายนะคะ รอดอย่างที่ว่า อิ๊อิ๊


แถมหน้าปกโลกวันสุขที่ผ่านมา เพราะเข้ากั๊นเข้ากันกับกระทู้
ยังเล่นตุ๊กตาอยู่เลยค่ะ