วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ลิงไม่กลัว

แค่คนตายหนึ่งคนบ่นไปได้
มันต้องใช้ชดกรรมทำไว้นี่
ช่างจาบจ้วงดวงใจไยปรานี
ตายเสียทีดีแล้วแนวเนียนๆ

แต่พอย้อนนึกดูอดสูนัก
เป็นชนักปักลงตรงคงต้องเขียน
ไม่สามารถพิสูจน์ได้ใครนั่งเทียน
ถือบังเหียนอัปยศอดสูจัง

ไม่สามารถบอกได้ว่าใครส่ง
เพียงแค่คงเป็นคนนี้จึงจับขัง
เบอร์ไม่ตรงไม่เป็นไรไม่อินัง
และไม่ฟังคำขอพอกันที

ก็อีมี่ อีแม่แปลไม่ออก
เพราะเขาบอกตรงกันมันบัดสี
หาคนช่วยอธิบายให้ฟังที
ว่าอีมี่ซ้ำได้ก็ไม่แคร์

จะเชือดไก่ให้ลิงได้หวั่นไหว
จำใส่ใจไม่ทำซ้ำทำเป็นแถ
แล้วความตายทำใจให้ผันแปร
ที่แน่ๆตอนนี้ลิงไม่กลัว

ลิงทั้งหลายนึกได้ไม่ถูกต้อง
ต่างก็ร้องระงมถ่มไปทั่ว
ไก่ตัวเดียวไม่พอล่อร้อยตัว
คนมันชั่วคงต้องฆ่า อีกห้าร้อย

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

จะหาคนทำ..ต้องดูใครได้ประโยชน์

มาอีกแล้วขบวนการป้ายสี กล่าวหาคุณทักษิณอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดเมื่อไม่กี่วันก่อน
ตอนแรกก็ยังไม่พูดเรื่องนี้ จนคนเขาลือกันไปทั่วว่ามีพรรคๆหนึ่งอยู่เบื้องหลัง
เขาจับผิดกันวุ่นวาย เรียกกันเกลื่อนว่า"พรรคระเบิดบ้านระเบิดเมือง"

เท่านั้นแหละถึงกับนั่งไม่ติด ไม่คิดว่าคนจะเชื่อไปเช่นนั้น แล้วที่เขาเชื่อกัน
มันก็มีเหตุชวนสงสัย ตั้งแต่คนขี้ขลาดอย่างอภิสิทธิ์ ทำไมแล่นไปถึงที่เกิดเหตูรวดเร็วทันใจ
อย่างกับเป็นคนกดระเบิดเอง จะว่าแค่สร้างภาพก็ไม่น่าเชื่อ เพราะสมัยเป็นรัฐบาล ไม่กล้า
โผล่หัวไปที่ไหนเลย รอรับรายงานอยู่แต่ในห้องแอร์ แต่พอเป็นฝ่ายค้าน ขยันเกินเหตุ เร็วเกินไป

เลยมียุทธการปล่อยภาพออกมาว่านายกฯทักษิณ โอบกอดหัวหน้ากลุ่มพูโล เพื่อป้ายสีว่า
นายกฯทักษิณนั่นแหละเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการระเบิดในครั้งนี้

โธ่ถังกาละมังเอ๋ย ก็คงมีแต่คนที่นิยมแมลงสาบเท่านั้นที่เชื่อ(โชคดีหน่อยที่มีไม่มาก
อ้าวถ้ามีมากพอป่านนี้พรรคปชป.ก็ชนะเลือกตั้งไปแล้วละสิ)

ต้องลองกลับไปดูทฤษฎีที่ว่า "ใครได้ประโยชน์คนนั้นทำ" ถ้าคุณทักษิณอยู่เบื้องหลังระเบิดจริง
มาดูกันว่าคุณทักษิณจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง

เอาเป็นว่าระเบิดครั้งนี้ทำลายความเชื่อมั่นของคนในประเทศ และนอกประเทศไปมากพอสมควร
ทั้งการปกครอง การท่องเที่ยว ฯลฯ แล้วตอนนี้ใครเป็นรัฐบาล ก็พรรคเพื่อไทย นำโดยนายกฯยิ่งลักษณ์
น้องสาวแท้ๆของตน ระเบิดสั่นสะเทือนรัฐบาลน้องสาว เขาจะไปทำทำไม

ดูๆไปแล้ว คุณทักษิณไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่เกิดระเบิดในครั้งนี้เลย
จะเป็นประโยชน์ก็เห็นจะเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ได้เรื่องเอามาถล่มพรรครัฐบาลเท่านั้นเอง
อ้อ อีกพวกก็เป็นพวกค้ายา ค้าของเถื่อนทางภาคใต้ (ซึ่งใครๆก็รู้ว่าใครคุม) แล้วก็ทหาร
ที่ได้ประโยชน์จากการของบเพิ่มเติม

พอมองด้วยทฤษฎีนี้ก็จะเห็นว่า คุณทักษิณไม่ได้ประโยชน์อะไร ไอ้คน ไอ้พรรคที่ได้ประโยชน์
นั่นแหละทำ อย่ามาทำเป็น" เกลื่อนหัวลบกลบหัวแตก" ป้ายสีคนอื่นอยู่เลย

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

หนังที่ถูกแบน

เพิ่งได้อ่านคำแถลงของคนสร้างหนังที่ถูกแบน ได้อ่านกันหรือยังคะ
ถ้ายังนำมาฝาก http://www.shakespearemustdie.com/search?updated-max=2012-04-03T03%3A54%...

ลองอ่านดูเถอะค่ะ แล้วจะได้รู้สึกว่าแบนเสียน่ะดีแล้ว เพราะถึงไม่แบนได้ออกฉาย
ก็จะต้องขาดทุนเพราะไม่มีคนไปดูอยู่ดี

จริงอยู่หนังสร้างจากการตีความของผู้กำกับ แต่หากผู้กำกับสร้างศิลปะด้วยอติ
ก็ยากที่คนอีกฝั่งจะรับได้

ผู้กำกับออกตัวว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากความสะเทือนใจที่เห็นภาพ คนถูกฟาดด้วยเก้าอี้เมื่อ2519
แต่กลับมาสะเทือนใจกับตึกที่ถูกเผาในยุคนี้แทน

ช่างไม่รู้เลยหรือว่า ทั้งสองเหตุการณ์และอีกหลายเหตุการณ์ พล็อตเรื่องเดิมๆ
เปลี่ยนแต่ตัวละคร และฉาก คงธีมของเรื่องไว้อย่างเดิม

พร่ำพรรณนาว่าอาจถูกแบน อาจไม่ได้ฉาย ถูกรังแก หนังยังไม่ได้ดู
แต่อ่านจากคำแถลงเอาเถอะค่ะ เขาเปลือยตัวตนให้เห็นชัดเจน

อยากแนะนำว่าถูกแบนห้ามฉาย ควรดิ้นรนเอาไปฉายในช่องควายสีฟ้า
แฟนขับคงตรึม แล้วอย่าลืมจัดแถลงข่าว โอดโอยว่าถูกรังแกนา
แล้วเดินสายไปโอดตามรายการด้วยว่ารัฐบาลนี้กลั่นแกล้ง

หนังจะทำเงินต้องสร้างให้ถูกใจคนดู เมื่อคิดว่าเสื้อแดงนิยมความรุนแรง
ถึงฉายได้คงไม่มีใครดู ไม่รู้หรือว่าปัจจุบัน คนไทยส่วนใหญ่เขาสีแดง

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

ความเกลียด...ทำลายทุกอย่าง

ความเกลียดนี่มันร้ายแรงจริงๆนะคะ เกิดขึ้นในใจใคร คนนั้นจะทุรนทุราย
รุ่มร้อน กินไม่ได้นอนไม่หลับ กระส่ายกระสับ ลุกเหินเดินนั่งก็ไม่สบาย

เราไม่รู้ว่าต้นเหตุของความเกลียด เกิดจากอะไร แต่พอมันเกิดขึ้น มันจะฝังตัวอยู่ในจิตใจ
ทำให้เกิดอาการ หน้ามืด ตามัว ผิดหูผิดตาไปหมด เอาแต่จ้องจับผิด

เมื่อมีความเกลียด กระไออุบาทว์ของความเกลียด จะพวยพุ่งออกมา
เริ่มจากตาก่อน แล้วแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทีนี้ก็พร้อมที่จะส่งออก
ไปทำร้ายทำลายคนอื่น แต่ช้าก่อน ก่อนที่มันจะออกจากร่างไป
มันได้ทำลายร่างกาย อวัยวะภายในของเจ้าตัวคนที่เกิดอาการเกลียด
ไปเรียบร้อยแล้ว ไม่เชื่อเวลาที่คุณรู้สึกโกรธหรือเกลียดปุ๊บ ลองหยิบ
กระจกขึ้นส่องหน้าคุณดู แล้วจะพบว่ามันน่าเกลียดน่ากลัวกว่าคนที่คุณเกลียด
มากมายนัก

ความเกลียด อาจเป็นส่วนหนึ่งของความกลัว ปนๆกันอยู่ อาจเริ่มจากกลัวก่อน
หรือไม่ก็เกลียดก่อน แต่สองอารมณ์นี่ มักจะเกี่ยวข้องกัน บางครั้งเรากลัว
ตุ๊กแก ค่าที่เคยฟังมาแต่เด็ก ว่าหากตุ๊กแกกระโดดเกาะใคร จะเหนียวหนึบติดอยู่
อย่างนั้นไม่มีทางหลุด ต้องกินน้ำสามโอ่ง กินขี้สามไหอะไรไปโน่น
เราเลยกลัวตุ๊กแก กันจับจิตจับใจ พอกลัวมากๆก็พาลเกลียด ขนาดได้ยิน
แต่เสียงร้อง ยังไม่ทันเห็นตัว ก็เกิดอาการรังเกียจขยะแขยงเสียแล้ว
และก็กลายเป็นเกลียดชังตุ๊กแกไปในที่สุด

ย้อนกลับมาการเมือง อาการทุรนทุรายของคนไม่ชอบนายกฯปู
ที่มักจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งทุกครั้งที่ได้ยินได้เห็นข่าวนายกฯ
ปากก็ว่าเกลี๊ยดเกลียด แต่กลับไม่ละวาง คอยเฝ้าสังเกตสังกา
กันทุกกระเบียดนิ้ว เห็นอะไรเป็นได้จับมาด่าทอ (เผลอๆ พวกนี้
จ้องมองนายกฯของเรามากกว่าพวกเราที่เลือกเข้ามาอีก)

ก็คนมันรัก เห็นอะไรก็น่ารักไปหมด ข้อผิดพลาดก็มักจะไม่ค่อยเห็น
ความรักมันดีตรงนี้แหละค่ะ คือทำให้เราสบายใจ ไม่โกรธไม่เกลียด
อมยิ้มได้ทุกครั้งที่เห็นภาพ ได้ยินข่าว หน้าตาก็ไม่บึ้งตึง ใบหน้า
เกลี่ยไปด้วยรอยยิ้มทุกวัน

โชคดีที่ทีประเทศนี้ เช้าตื่นขึ้นมาออกไปเดินถนน เจอแต่คนหน้ายิ้มแย้มแต้มความสุข
แม้ของจะแพง ฝนจะแล้ง น้ำจะมา เราก็ยังยิ้มได้ โชคดีจริงๆที่จำนวนคนยิ้มมีมากกว่า
ประเทศเลยดูสวยงาม ผิดกับคนกลุ่มน้อยที่ทำสีหน้าปั้นยาก บูดบึ้งอยู่เป็นนิจ

ด้วยความรักที่มีในใจ ทำให้เราอภัยได้ อย่ามัวไปต่อล้อต่อเถียงด่าทอกับพวกชนกลุ่มน้อยเลยค่ะ
อีกไม่นานมันก็จะตายหายสูญไปเอง เพราะถูกความเกลียดเผาผลาญทั้งร่างกายและจิตใจ

วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

จบมาจากโรงเรียนนายร้อย

ได้อ่านข่าวที่บังสนธิไปให้สัมภาษณ์ รายการข่าวจริงสปริงนิวส์ แล้วมันหงุดหงิดพิลึก
ตัดมาเฉพาะช่วงที่ทำให้อารมณ์เสียนะคะ

ตกลงความจริงที่ พล.อ.เปรมฝากให้พูดคืออะไร พล.อ.สนธิกล่าวว่า ไม่ทราบ
ต้องถาม พล.ต.สนั่นว่า พล.อ.เปรมสั่งอะไรมา ที่น่าตกใจวันนี้คือคำถามนี้ถามผมมา 6-7 ปี แล้ว
แต่วันนี้พล.ต.สนั่น ซึ่งจบมาจากโรงเรียนนายร้อยเอาคำถามนี้มาถามตนเพราะอะไร
ที่จริงคนเป็นทหารอย่างเราเจอคำถามนี้ก็ช็อค เซอร์ไพรส์ ว่าคำถามนี้เกิดมาจากอะไร
ใครเป็นคนสั่งให้ท่านมาถาม และสำคัญที่ในภาวะที่เรากำลังจะปรองดองกันนี้ คำถามนี้ควรจะมีหรือไม่

มันแปลว่าอะไรกัน แค่คำถามง่ายๆ ก็ในเมื่อจะปรองดอง ก็ต้องรู้รากของปัญหา ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า
รากเหง้าของปัญหาความแตกแยกของประเทศนี้ มาจากการยึดอำนาจเมื่อ19 กันยา 49
ถ้าไม่รู้ว่าใครเป็นต้นตอ จะแก้ปัญหาได้อย่างไร เสธ.หนั่นก็เลยถามดู

บังตอบปัญหานี้ทันทีว่า"ถึงตายก็ตอบไม่ได้" พอได้มีเวลากลับไปคิดทบทวน
จึงได้คิดออกว่าพลาดไปถนัดใจ ถึงกับออกมาสารภาพว่า ช็อค เซอร์ไพรซ์
ที่ได้ยินคำถาม เลยตอบไปอย่างนั้น แต่บังก็ยังเป็นบังที่มีเนื้อสมองน้อย
เพราะขนาดคิดแล้ว ออกมาแก้ตัวใหม่ กลับยิ่งตอกย้ำคำตอบ

การขุดขึ้นมาต่อว่าว่า จบมาจากโรงเรียนนายร้อย ต้องรู้ดีว่าอะไรควรถาม
อะไรไม่ควรถามอย่างนั้นหรือ หรือที่โรงเรียนนายร้อยเขาสอนว่าการทำปฏิวัติเป็นเรื่องปกติ
หรือเพราะนักเรียนนายร้อยทุกคนรู้ดีว่าใครเป็นคนมีอำนาจสั่งปฏิวัติ
ยิ่งตอบก็ยิ่งแย่ กลายเป็น"ลิงแก้แห" "วัวพันหลัก" ไปไหนไม่พ้นสักที

ไม่ต้องตอบ ไม่ต้องอธิบายแล้วล่ะบัง พวกเรารู้คำตอบหมดแล้ว ไอ้ที่เคยค้างคาใจ
ขัดแย้งในตัวเอง ว่าไม่น่าใช่ มันก็กระจ่างชัดแล้วในวันนี้ ยิ่งบังอธิบายมาก ยิ่งแย่นะบัง
ชักเป็นห่วงความปลอดภัยของบังจังเลย

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ขออนุญาตแปะ เพราะอ่านแล้วถูกใจเหลือหลาย

เป็นประชารัฐ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 13 ฉบับที่ 3253 ประจำวัน พุธ ที่ 21 มีนาคม 2012
โดย อัคนี คคนัมพร

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ใครที่มีหน้าที่แก้ไขปัญหา และกำลังทำหน้าที่แก้ไขปัญหาของประเทศอยู่ในขณะนี้ ถ้าปฏิเสธความมีอยู่และการดำรงอยู่อย่างสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คนนั้นจะไม่มีวันทำงานสำเร็จ

พรรคประชาธิปัตย์พยายามพูดเสมอว่าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ

นั่นคือวาทะดูถูก กระแนะกระแหน

แต่แก่นแท้ของมันคือ พรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณไม่พ้น

ก้าวข้ามไม่พ้น พ.ต.ท.ทักษิณนั้นเป็นเรื่องควรได้รับความเห็นใจ เพราะเหตุว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีธรรมชาติยิ่งใหญ่เกินกว่าพวกคนเหล่านั้นจะข้ามพ้นได้

ธีรยุทธ บุญมี พูดถึงการเมืองไทย และพูดถึงบุคคลสำคัญในการเมืองไทย เขาให้น้ำหนักไปที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และคนที่สามเขาพูดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

แน่นอนผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามนี้ย่อมมีนิสัยใจคอและบุคลิกลักษณะแตกต่างกัน แต่เมื่อพูดถึงผู้นำทางการเมืองไทยคงหลีกไม่พ้นที่จะแลเห็นคนทั้งสามชัดเจน ในขณะที่ผู้นำคนอื่นๆยืนอยู่ในเงาสลัว

พรรคประชาธิปัตย์ค่อนข้างจะมีสายตาแหลมคมกว่าพรรคอื่น พวกเขาเห็นภัยจากคู่ต่อสู้ของเขาคนนี้ตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2544 เขาคิดกำจัดด้วยการยื่นให้สอบสวนคดีซุกหุ้น เป็นการตัดไฟต้นลม แต่ พ.ต.ท.ทักษิณรอดมาได้ และมีโอกาสขยายพืชพันธุ์ประชาธิปไตยลงในระดับรากหญ้า

เพียงระยะเวลา 4 ปี พืชพันธุ์นี้เติบโตงอกงาม และทำท่าเหมือนกับว่าจะลุกลามขึ้นเต็มพื้นที่ประเทศ ไม่เหลือพื้นที่ไว้ให้พืชพันธุ์ชนิดอื่นได้หยั่งรากอยู่อาศัย

โครงการกำจัด พ.ต.ท.ทักษิณจึงเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของคนหลายฝ่ายดังที่เราทราบกันดี

แต่การคิดกำจัด พ.ต.ท.ทักษิณออกจากการเมืองด้วยวิธีการประชาธิปไตย คือใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม-ธรรมดาเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น พวกเขาจึงเลือกใช้วิธีพิเศษ

1.คือลอบสังหาร

2.คือการยึดอำนาจโดยใช้กำลังทหาร

คนเหล่านี้เป็นคนมีสมอง มีสติปัญญา และมีประสบการณ์ พวกเขาพากันคิดว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณตายไปเสียคนหนึ่งประเทศก็จะสงบเรียบร้อย อยู่ในอุ้งมือพวกเขาต่อไป

เขาลืมคำพูดของเหมา เจ๋อ ตุง ที่เคยบอก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่ากับคอมมิวนิสต์นั้นจงอย่าฆ่า เพราะถ้าตายคอมมิวนิสต์จะเป็นวีรบุรุษ คอมมิวนิสต์ชอบเป็นวีรบุรุษ

กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นต่างกันที่เขาไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ แต่เหมือนกันตรงที่การรุมกำจัดเขายิ่งทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษ

การไม่มีตัวตนอยู่ในประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ 5 ปี ยิ่งทำให้ประเทศมีปัญหาพัลวันพัลเก

การปรองดองโดยแสร้งทำเป็นแลไม่เห็น พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้

ยิ่งปฏิเสธเขาก็ยิ่งเติบโตและยิ่งใหญ่ขึ้นทุกที

ใครมีหน้าที่แก้ปัญหานี้จะคิดอ่านกันอย่างไรก็ขอให้รีบทำเถิด

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทหารยันไม่ว่างทำปฏิวัติ

พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์วันก่อน (โลกวันนี้)
เนื้อข่าวคือมีไอ้เสื้อกากออกมาบอกว่าจะมีปฏิวัติอีกแน่นอน
ผู้สื่อข่าวก็ต้องวิ่งกันวุ่น ไปถามคนต่างๆนาๆ เพื่อฟังความคิดเห็น

แน่นอน ไอ้ฆาตกรเด็กจะทำอะไรไปได้มากไปกว่า ต้องเห็นด้วย
เพราะไอ้เสื้อกาก ออกมาถล่มพรรคคู่แข่ง(แทนตัวเอง)
แต่ยังดีที่ไม่ได้บอกเห็นด้วยกับเรื่องที่จะมีปฏิวัติ (เพราะงวดนี้
ดูท่าว่าถึงเขาปฏิวัติกันจริงๆ ส้มก็คงไม่มาหล่นแถวๆพรรค)
เพราะผลงานเป็นที่ประจักษ์ อุตส่าห์อุ้มยัดลงเก้าอี้ ให้เวลา
เป็นไม้เป็นมืออยู่สองปีกว่า ทำงานหมาไม่รับประทาน
แทนที่จะได้ดอกไม้ กลับกลายเป็นก้อนอิฐ เขวี้ยงใส่พรรคไม่พอ
ยังกระเด็นกระดอนเข้าไปยังกองทัพจนรับมือแทบไม่ทัน

โชคดีมากู้ชื่อได้ตอนออกไปช่วยน้ำท่วม แต่พอมีคนโยนเผือกร้อน
มาให้รับอีก เลยต้องแก้ตัวกันอีกรอบ ล่าสุด รองโฆษกทบ. พ.อ.วินธัย
สุวารี ออกมาบอกว่า ทหารมีภารกิจหลายเรื่อง งานหนักๆทั้งสิ้น
อันเป็นเหตุให้นสพ.ไปพาดหัวว่า "ไม่ว่าง" ไม่มีเวลาพอทำปฏิวัติ

ประเทศเนี้ยมันแปลกตรงนี้แหละ ประกาศปาวๆว่าเป็นประชาธิปไตย
จัดการเลือกตั้ง แต่รับผลการเลือกตั้งไม่ได้ พอพวกตัวไม่ได้เป็น
รัฐบาล ต่างพากันออกมาถล่ม ไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้ เอาเถอะ เรายินดีรับฟัง
ถ้าการตำหนิติว่ามันเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ติเพื่อก่อ

แต่ที่ไหนได้ เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง ก็หยิบยกจับมาเป็นประเด็น
ทำความระคายเคืองเขาไม่ได้ เพราะเขาก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน
แก้ปัญหาบ้านเมืองไปเรื่อย เลยต้องหาตัวช่วย เรียกร้องให้ทหารออกมาปฏิวัติ
ทหารไทยก็จริงๆ แทนที่จะยืดอกตอบไปตรงๆว่า ในประเทศที่
ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ไม่มีทหารคนไหนจะทำปฏิวัติได้
ดั๊นตอบว่า มีภารกิจเยอะแยะ ไม่ว่างทำ

แปลว่าอะไร แปลว่า ถ้าฝนแล้ง หมดหน้านา ว่างๆก็จะทำอีกหรือไง
เมื่อไหร่ทหารไทยจะกล้าพูดตรงๆให้ประชาชนอุ่นใจได้สักทีว่า
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในระบอบรัฐสภา ทหารไม่มีหน้าที่ที่จะเข้าไปจัดการ
มันยากนักหรือไง(วะ)ที่จะออกมาพูดแบบนั้น