วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ด้วยจำเลยเคยดำรงตำแหน่งสูงสุดฝ่ายบริหาร

อยากให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้งแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตั้งรัฐบาลแล้วดำเนินคดีกับ
คนที่สั่งให้เอาทหารและยุทโธปกรณ์ ออกมาเข่นฆ่าประชาชน (ก็ไอ้มาร์กกะพวกนั้นแหละ)

อยากรู้ว่าหากศาลตัดสินว่าผิดจริง แล้วจะยกข้ออ้างว่า"เนื่องจากจำเลยเคยดำรงตำแหน่ง
สูงสุดฝ่ายบริหาร เคยทำการกู้มามากมาย การสร้างภาพก็ทำได้ดีเยี่ยม จึงตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต
แต่ด้วยเหตุดังกล่าว จึงให้รอลงอาญาเอาไว้เป็นเวลา 4ปี"(อ๊าว ก็เผื่อมันจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัยหน้า
จะได้มีโอกาสกลับมาสั่งการอีกไง้)

อยากได้ยินมุขนี้จังเลย จะได้เห็นกันไปเลยชัดๆว่าสานกระบุงสานตะกร้า ตามที่เขาบอกหรือเปล่า

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สวัสดีค่ะ

ขณะนี้คุณมีหนี้บัตรเครดิต ธนาคาร...... ฟังรายละเอียด กด 10

จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย คุณถูกระงับบัญชีจากทุกธนาคาร ฟังรายละเอียด กด 10

แล้วอื่นๆอีกมากมาย คงเคยได้รับกันนะคะ เสียงโทรศัพท์กวนประสาทเหล่านี้
หากเป็นคนมีสติ หยุดคิดสักนิด อาจจะรีบวางหู ก็กรูไม่เคยมีบัตรเครดิตธนาคารนั้น หรือบางคนอาจไม่เคยมีสักธนาคารเลยนี่หว่า

ส่วนอันที่สองอาจตกใจบ้าง แต่ก็กลับมาคิดได้ บ้าป่าว ธนาคารชาติ ทำหอกอะไร เรื่องบัญชีของชาวบ้าน ก็จะทำให้ไม่หลงกลไอ้พวกหลอกลวงเหล่านี้

แต่สังเกตไหมคะว่าทำไมเสียงโทรศัพท์เหล่านี้ จึงมีมากขึ้นในระยะนี้ คิดเอาง่ายๆ ก็เพราะคนมีปัญหาเรื่องเงินมากในยุคนี้ (ก็แหมผู้บริหาร มันเก่งขนาด)
หรืออาจเป็นเพราะยุคนี้ผู้บริหารมันชอบหลอกลวง ไอ้มิจฉาชีพเลยเห็นเป็นตัวอย่าง ออกหากินโดยการโกหกตอหลดตอแหล อย่างไม่เกรงฟ้า-ดิน

เบื่อไหมคะ หากเบื่อถูกหลอก อย่าไปกดนะคะเบอร์ 10

อยากมีชีวิตที่ดีกว่า อยากมีอนาคตที่สดใส
วันที่ 3 กค. ออกจากบ้านไป เข้าคูหา กาเบอร์ 1 เท่านั้นค่ะ

มานับหนึ่งกันใหม่ดีกว่า

เห็นมันพูดกันจังว่าเลือกเพื่อไทย ต้องมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่
แล้วการเริ่มนับหนึ่ง มันเสียหายอย่างไรล่ะ ทุกอย่างก็ต้องมีการเริ่มต้นทั้งสิ้น
ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหารุมเร้า การเดินหน้าต่อไป ทั้งๆที่เห็นกันไปทั่วว่า
ทางข้างหน้าไม่ใช่แค่เพียงทางทุรกันดาร หากแต่เป็นหุุบเหวที่แสนน่ากลัว
แล้วยังจะตั้งหน้าตั้งตาให้มันพาเดินต่อจนตกเหวตายไปหมดกันทั้งประเทศหรืออย่างไร

ปัญหาของประเทศมีมาตั้งแต่การทำรัฐประหารเมื่อ19 กันยา 2549. ซึ่งหากไม่หน้ามืด
ตามัวจนเกินไป ก็ย่อมต้องเห็นว่าเป็นอย่างนั้น ปัญหาที่เกิดเริ่มมาจากทำรัฐประหารโค่นคุณทักษิณลง
แค่นั้นยังไม่พอยังตามล้างตามเช็ดทุกเม็ดทุกตอน จนระบบระเบียบที่มีมาแต่ในอดีตถูกทำลายจนหมดสิ้น

เพียงแค่คิดจะขจัดคนที่ชนะเลือกตั้งมาอย่างถล่มทลายคนที่ทำประโยชน์ให้ประเทศอย่างเอนกอนันต์
โดยทำร้ายทำลายโดยหวังเพียงให้คนทั้งประเทศเชื่อตามและเกลียดชังใช้ทุกวิธี ใช้ทุกกระบวนท่าทุกทบวงกรม
จนเสียหายยับเยินจนประชาชนหมดสิ้นศรัทธาในทุกระบบ. กว่า5ปีแล้ว ก็ยังทำไม่สำเร็จ คนที่เคยรักก็ไม่เคย
แม้แต่คนเดียวจะหลงเชื่อการใส่ร้ายป้ายสีนั้น ยังกลับรักและสงสารมากขึ้น

เห็นได้จากการตอบรับนโยบายของพรรคเพื่อไทย และการกางแขนโอบกอดน้องสาวของคุณทักษิณ
ยิ่งโหมกระพือว่าหากเลือกเพื่อไทย คุณทักษิณจะกลับมาของฝ่ายตรงกันข้าม ยิ่งทำให้เป็นเสมือน
โฆษณาย้ำใหคนเกิดความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่าหากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง การกลับมาของ
คุณทักษิณก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงที่รุมเร้าอยู่ในประเทศนี้จะได้ถูกขจัดปัดเป่าไปเสียที อย่างนี้แล้วจะไม่ยอมนับหนึ่ง
กันอีกหรือคะ จะยอมหลับหูหลับตาให้มันพาเดินลงเหวไปทำไม หากยอมให้มันพาเดินต่อปัญหาก็ไม่จบสิ้น
ความยุติธรรมก็จะถูกทำลายจนไม่เหลือซาก

มานับหนึ่งกันเถอะค่ะ เลือกเพื่อไทยเบอร์1ทั้งคนทั้งพรรค แล้วเริ่มต้นสร้างความสุขให้คืนกลับมาอีกครั้ง

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ช่วยกัน

เพื่อนโทร.มาเล่าให้ฟัง ว่า เมื่อเช้า ได้ยินคนขนขยะเขาคุยกัน
คนหนึ่งบอกอีกคนหนึ่งว่า "เฮ้ย ถ้ากาเบอร์ 10นะ เมิงได้กินไข่ฟองละ 10บาทแน่"

เออหนอ ประชาธิปไตยกินได้จริงๆ คนที่เหมือนไม่มีความรู้ ไม่มีเศรษฐานะ
คนรากหญ้าที่ไอ้พวกเวรบอกไม่ควรมีสิทธิ์เลือกผู้แทน นัยว่า ยังโง่ ยังไม่รู้เรื่อง
ยังเลือกไม่เป็น แต่จากที่เขาคุยกัน อย่างน้อยก็แสดงว่า เขาเข้าใจ เขารู้ดีว่า
หากเลือกผู้บริหารผิด บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร สภาพ ข้าวยากหมากแพง
ความเป็นอยู่ที่ลำบาก แค่นี้แหละที่เขาเห็น

ไอ้ที่จะไปจบมาจากเมืองนอกเมืองนา ภาษาอังกฤษ ฟุ้งฝอยกระจาย ก็ไม่สามารถช่วยให้เขา
มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ มีปัญญาแค่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ล้มตายด้วยกองกำลังทหาร
ก็ต้องมาตายเพราะสภาวะยากแค้น

ก็นี่แหละประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่สวยงาม ที่ประชาชนเป็นใหญ่มีสิทธิ์เลือกผู้บริหารเองได้
เขาเรียนรู้ว่าใครกันที่ทำให้เดือดร้อน ใครกันที่ดีแต่พูด แต่ปัญหาประเทศยังรุมเร้า

อย่ากระนั้นเลย เรามาช่วยกันหาเสียงให้พรรคเบอร์10 ตามที่คนขนขยะเขาบอกดีกว่า
"อยากกินไข่ ฟองละ 10บาท ต้องเลือกเบอร์ 10นะพี่น้อง"

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ทำเพื่อคนคนเดียว

วาทกรรมแมลงสาบ ที่พยายามบอกประชาชนว่าพรรคเพื่อไทย กระทำการทุกอย่างเพื่อพตท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อมีการพูดถึงการนิรโทษกรรม

อันที่จริง ในฐานะคนรักคุณทักษิณ ก็ยังไม่เห็นว่าคุณทักษิณทำผิดอะไร ถึงขั้นต้องขอนิรโทษกรรม เพราะส่วนใหญ่ การนิรโทษกรรมมักถูกนำไปใช้ ในกรณีที่ทำผิดร้ายแรง มีตัวอย่างให้เห็นในอดีต เช่น เมื่อทำการรัฐประหารทุกครั้ง ก็ต้องมีการนิรโทษกรรมผู้ที่ทำการ ทั้งๆที่มีความผิดร้ายแรงขึ้งขั้นก่อการกบฎ มีโทษถึงประหารชีวิต แต่ก็ได้ออกพรก.นิรโทษกรรมตามมา ไม่เช่นนั้นได้ถูกตัดหัวขั้วแห้งไปไม่รู้กี่ราย(เพราะประเทศนี้ ทหารมีหน้าที่หลักคือทำรัฐประหาร...หรือไม่จริง?)

ดังนั้นการออกมาใส่ร้ายป้ายสีว่า พรรคเพื่อไทยมีความคิดจะนิรโทษกรรม จึงถูกนำไปใช้ เพื่อให้ประชาชน(ที่ยังเกลียดคุณทักษิณ) เห็นว่า พรรคเพื่อไทยต้องการฟอกตัวให้คุณทักษิณ แต่ดังที่บอก คุณทักษิณทำผิดชั่วร้ายอะไรหรือมีความผิดสถานเดียวที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นการเมือง) ตัดสินจำคุก 2ปี ฐานไปเซนชื่อรับรองการประมูลซื้อที่ดินของภรรยา ซึ่งผลสุดท้าย คนซื้อไม่ผิด คนขายก็ไม่ผิด แต่คดียังติดตัวคุณทักษิณ

หากจะให้พูดไป การตัดสินครั้งนี้ มันถูกต้องชอบธรรมหรือไม่คงไม่ต้องพูดถึง เพราะฆ่าคนตายยังได้รับการรอลงอาญา ปล่อยตัวไปเพียงเพราะอ้างว่าผู้กระทำความผิด เป็นคนที่สามารถทำประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้ แล้วคุณทักษิณ ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเป็นสมัยที่ 2 ทำความดีความชอบให้ประเทศมากขนาดไหน ไม่ต้องพูดถึง ไม่อย่างนั้นคนจะยังรัก ยังศรัทธาอยู่จนถึงวันนี้หรือ ความผิดพลาดที่แค่ไปเซ็นชื่อรับรองการเป็นภรรยา มันจะร้ายแรงอะไรหนักหนา ความเสียหายต่อรัฐก็ไม่มี

แต่ก็ตัดสินไปเพียงเพื่อจะขจัดคุณทักษิณออกไปจากแวดวงการเมือง(ซึ่ง ใครๆก็รู้ดูออก) เป็นชนักปักหลังอยู่ตลอดไป เพราะไม่ว่าอย่างไร คุณทักษิณก็จะมีคดีนี้ติดตัวไปจนไม่สามารถกลับเข้ามาทางการเมืองได้อีก เพราะมีกำหนดไว้ว่า หากนักการเมืองใดต้องคดีถูกตัดสินจำคุก(โดยไม่มีการรอลงอาญา) ย่อมหมดสิทธิ์ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เรื่องแค่นี่แหละที่ทำให้ศาลถึงกับต้องตัดสินให้จำคุก ทั้งๆที่สามารถนำความดีความชอบมาผ่อนปรนในการตัดสินได้ แต่ก็ไม่ทำ กะให้จบสิ้นกันไป
หากไม่มีการนิรโทษกรรมทางการเมือง ก็ยากที่จะนำคุณทักษิณกลับมาได้
เท่าที่คิดเอาเอง คำ ว่านิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย ก็คงเพียงยกโทษให้แก่คดีทุกคดีที่เกิดจากการรัฐประหารเสียละมากกว่า หาใช่นิรโทษกรรมผู้เข่นฆ่าประชาชนไม่

ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงเดือดร้อนมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นรัฐบาลในสมัยที่เกิดการเข่นฆ่าประชาชน ทำอย่างไรก็ไม่มีทางหลุดจากข้อกล่าวหา จึงออกมาตีปี๊บด่า ทั้งๆที่หากมีการนิรโทษกรรมในเหตุการณ์ ปี 52-53จริง คนที่ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ ก็คือปชป. แต่มันคงรู้แกวว่านิรโทษกรรมที่จะเกิดไม่ได้นับรวมไปถึงเหตุการณ์เข่นฆ่า ประชาชน เลยต้องออกมาเต้นแร้งเต้นกา

เมื่อคิดได้ว่า หากจะมีการนิรโทษกรรมจริง ให้จัดให้มีเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากการรัฐประหารในปี 2549 แค่นี้ก็พอแล้ว และทำไมจะทำไม่ได้ เพราะพวกคนดี ๆ น่ารักนนี่ก็ยังถึงขนาดเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ(ฉบับหัวคูณ)
ในมาตรา309เลยด้วยซ้ำ ว่าการใดที่มันเคยทำ และจะทำต่อไปในอนาคตให้ พ้นผิดหมด เอากันถึงขนาดนี้ ยังจะให้คนเขายอมได้อย่างนั้นหรือ

หากการนิรโทษกรรมที่จะเกิดขึ้น มีจริง เพียงเพื่อนคนคนเดียวคือคุณทักษิณ ชินวัตร แล้วมันจะเป็นอย่าง ก็คนคนเดียวนี่แหละที่แก้ปัญหาชาติได้ ที่ทำให้ไทยเจริญทัดเทียมอนารยประเทศ มีที่ยืนอย่างสง่างามในเวทีโลก

การทำเพื่อคนคนเดียว ที่มีคุณูนุประการกับชาติ มันผิดตรงไหนวะ ..อยากรู้

เมื่อวานก็ไปสวนลุมมา


พรรคเพื่อไทย ปราศรัยใหญ่ ในกทม. จะไม่ไปให้กำลังใจได้อย่างไร

รวบรวมสมัครพรรคพวกได้ 4คน นัดเจอกันที่บ้านเพื่อนแถวลาดพร้าว
เพื่อนขับรถไปจอดที่"จอดแล้วจร"ที่ลาดพร้าวใกล้ๆบ้านนั่นแหละค่ะ
นั่งรถใต้ดินไป ลงที่สวนลุม โอ้โห ดีจริงๆ เพราะโผล่ออกมาปุ๊บ ก็เจอ
ข้างๆเวทีเลย

ไปถึงสัก 5โมงกว่าๆ เจอคุณมิ่งขวัญกำลังปราศรัยอยู่ มองไปทางเวที
คนแน่นมากๆ คงยากที่จะ เบียดเข้าไปฟังได้ เลยมองๆทางสนามด้านนอก
เขามีจอมอนิเตอร์ พื้นที่ยังเหลือ เลือกที่นั่งได้เหมาะเจาะหลังจอเลยล่ะค่ะ
ตอนยังไม่มืด มองจอไม่ชัด แต่พอมืดก็เห็นชัดเจนดี

ตอนแรกกะว่าจะไปแค่เพิ่มจำนวนนับ แต่พอฟังคุณเฉลิม แล้วต่อด้วยคุณณัฐวุฒิ
แล้วคุณยิ่งลักษณ์ก็มา จะไม่ให้ฟังจนจบได้อย่างไร พอคุณยิ่งลักษณ์มา ปราศรัยจบก็ปิดเวที
เลยได้ดูจนจบ คนมาก ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส เดินทางกลับด้วยรถใต้ดินเหมือนเดิม
ในรถเจอคนที่กลับจากฟังการปราศรัยเหมือนกัน แม้ไม่ได้ทัก แต่ก็ยิ้มให้กัน
มาเสียเส้นตรงที่มีเด็กในที่นั่งข้างๆมากับพ่อ-แม่ ส่งเสียง งอแง โวยวายตลอด
ต้องข่มใจ พ่อแม่ก็ไม่ยักดุว่า ปล่อยให้รบกวนคนทั้งขบวน แรกๆก็ดูน่าเอ็นดู
แต่ชักดังขึ้นทุกที จนคนในรถชักจะมองหน้ากัน โชคดี เขาลงไปก่อน เพื่อนที่ไปด้วย
บอกว่าน่าจะหันไปบอกเด็กที่กำลังส่งเสียงและไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนตัวพ่อว่า
"ป้าเชียร์ประธิปัตย์นะหนู" เผื่อพ่อ-แม่ มันจะรีบอุดปากลูกในทันที ฮา

มีเรื่องเล่าแค่นี้ล่ะค่ะ ชื่นใจ ได้ไปฟังการปราศรียหาเสียงเป็นครั้งแรก
สมัยคุณทักษิณ,คุณสมัครก็ไม่เคยไป แต่ครั้งนี้ ไม่ไปไม่ได้ เพราะต้องไปเชียร์
นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเมืองไทย

มีรูปมาโชว์เล็กน้อยค่ะ


วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เขา....ผู้ซึ่งไม่เคยชนะ


จะใครเสียอีก ถ้าไม่ใช่ไอ้มะม่วงจำบ่ม พอดีนึกขึ้นได้ว่าไอ้นี่มันไม่เคยแม้แต่สักครั้งที่จะทำการใดสำเร็จจนได้ชูมือว่าเป็นผู้ชนะ

มาจะเล่าให้ฟัง นึกขึ้นได้ก็เมื่อไอ้กระบือสกประจำกายเห่าออกมา
เมื่อยี้ห้อยร้อยยี่สิบ ทำตัวเป็นคนที่หยั่งรู้ดินรู้ฟ้า ออกมาฟันธงขาดๆว่า
คุณยิ่งลักษณ์ไม่มีทางที่จะได้ขึ้นครองตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดแม้จะ
ชนะเลือกตั้งก็ตาม แล้วไอ้หมีต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค
กระบือสกเห่า (เฮ้อชื่อเป็นควายดั๊นเห่าเป็นหมา)ว่า ในพรรคเอี้ยที่อยู่
มานานหอกเสียบปีกว่าๆ ไม่มีธรรมเนียมนี้ โดยลืมไปว่า หัวหน้าพรรคคนก่อน
นายบัญญัติ ก็ได้ทำไว้ให้เป็นบรรทัดฐาน แล้ว โดยการลาออก จาการเป็นหัวหน้าพรรค
เมื่อพ่ายแพ้การเลือกตั้ง (ซึ่งเป็นประเพณีที่ดี เพราะการพ่ายแพ้ในการนำเลือกตั้ง
ย่อมแสดงให้เห็นว่าไร้ความสามารถ สมควรต้องรับผิดชอบ หลีกทางให้คนอื่นที่มีความสามารถ
มีวิสัยทัศน์นำพาพรรคไปให้สู่ชัยชนะต่อไป)

พอนึกถึงตอนนี้ได้ มันก็แว้บเข้ามาว่า เอ แล้วไอ้"มะม่วงจำบ่ม"นี่มันขึ้นมา
เป็นหัวหน้าพรรคได้อย่างไร คงจำกันได้ว่าไอ้พรรคเปรตนี่ พยายามเหลือเกินที่จะกล่าวอ้างว่า
เป็นสถาบันการเมือง อันทรงคุณค่า อยู่มานาน มีวัตรปฏิบัติงดงาม แม้หัวหน้าพรรคก็ยังต้องได้รับการโหวต
ผ่านการแข่งขันมา จึงจะได้เป็นหัวหน้าพรรค พรรคเป็นของกลาง ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
ตระกูลใดตระกูลหนึ่งนะเว้ยเฮ้ย(สงสัยต้องเชิญไปอ่านประวัติของพรรคนี้อีกที เพื่อเข้าใจว่าตั้งมาได้อย่างไร
แล้วใครเป็นเจ้าของพรรคตัวจริง)

เอ้าย้อนกลับมาใหม่ วันที่ไอ้ชวน(หัวหน้าพรรคกระยาจกตัวจริง) จะลงจากตำแหน่ง
จะวางตัวให้ไอ้หมีเลยก็ดูจะไม่เก๋ เลยเปิดให้มีการแข่งขันชิงตำแหน่ง ซึ่งในครั้งนั้นพรรคก็เกือบแตกไปทีหนึ่งแล้ว
ก็มีผู้แข่งสองราย จำได้ไหมคะ มีไอ้ไม้ผลัดใบอะไรเนี่ยแหละกับผู้เฒ่านามบัญญัติ ลงชิตำแหน่งกัน อะฮ้าผลหรือคะ
ไอ้ละอ่อนก็แพ้ไปตามระเบียบ (ก็ใครเขาจะไไปเอา ผลงานไม่มี ความดีไม่ปรากฎ ดีแต่พูด แล้วมีฟันเกเท่านั้นเอง)

นายบัญญัติ ก็ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค นำศึกเลือกตั้ง ซึ่งก็แพ้ ขอโทษ ครั้งนั้น
ใช้สโลแกนว่า "ทวงคืนประเทศไทย" เพราะคุณทักษิณเป็นนายกฯมาครบวาระ 4ปีเต็ม
ผลการทวงคืนก็ออกมาว่ารัฐบาลนำโดยคุณทักษิณ ได้ 377ที่นั่ง ส่วนผู้มาขอทวงคืน
ได้รับการยืนยันจากประชาชนไปว่าไม่ให้โว้ย ได้ไปเพียง 96เสียงแล้วคุณบัญญัติก็ลาออกจาการเป็นหัวหน้าพรรค
(เพราะมั่นใจเต็มที่ ประกาศก่อนการเลือกตั้งว่า หากนำพรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้งจะขอลาออก)เนี่ยเห็นไหมล่ะ ปากไวไปหน่อย เลยต้องออก

แล้วไอ้หมีก็กระโดดขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค คงยังไม่ลืมว่า มันไม่ได้ชนะการแข่งขันชิงหัวหน้าพรรคนะคะ ได้มาเพราะโชคช่วยแท้ๆ เพราะดันมีคนมีสปิริต รักษาสัญญา รักษาคำพูด

พอไอ้หมีมานำพรรคก็แสดงผลงานดีเลิศ ประกาศบอยคอตการเลือกตั้งซะงั้น ทั้งๆที่ประกาศว่า เป็นประชาธิปไตย แต่ไม่ลงเลือกตั้ง
ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยนำพาพรรคชนะการเลือกตั้งเลย พ่ายแพ้แท้ๆ แต่ดันไม่ยอม ดิ้นเร่าๆจะเอาเก้าอี้ ทั้งๆที่แพ้ไปกว่าครึ่งร้อย (65 ที่นั่ง)
ไม่ได้ฉิวเฉียดแต่ประการใดแต่ด้วยความหน้าด้าน หน้าทน ไม่รู้จักอับอาย จึงได้เข้ามาเป็นนายกฯด้วยวิธีพิศดาร เล่าลือกันไปทั่วโลก

ดังนั้นกระทู้วันนี้จึงขอมาสะกิดเตือนให้ทราบว่า ไอ้หมีไม่เคยชนะการคัดเลือกใดๆเลย เมื่อใดที่แพ้ก็ไม่ยอมแพ้
มันจะทำทุกวิถีทางที่จะต้องเอาให้ได้ เหมือนเด็กสมาธิสั้นทั่วๆไป ที่มักไม่สามารถเป็นคนมีเหตุผล ยอมรับอย่างมีตรรกะไม่ได้
ขอเพียงอยากได้ เมื่อไม่ได้ ก็จะดิ้นทุรนทุราย ร้องไห้อยู่กลางห้าง จนพ่อแม่ อับอายผู้คนที่จ้องมอง
เลยต้องตัดบทด้วยการซื้อของที่อยากได้ประเคนให้ เพียงเพื่อให้มันหยุดร้อง

แต่ขอเตือนพ่อแม่ของไอ้หมีว่า งวดนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อนนะเว้ยเฮ้ย
เก้าอี้นายกฯครั้งนี้ต้องมาจากฉันทามติของประชาชนโว้ย ไอ้ที่จะยกให้กันง่ายๆ ไม่มีทาง!