วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คืนรอยยิ้ม

จัดรายการต่างๆมามากมาย เชิญชวนให้ยิ้มให้กันหลังการฆ่า
แล้วชวนต่อให้กอดกัน(แอบเอามีดปักหลังกันหรือเปล่าไม่ทราบ)
จนแทบจะเชิญชวนให้อึ๊บกันอยู่รอมร่อชาวบ้านก็ยังยิ้มไม่ออกสักที
มิหนำซ้ำยังพยายามไปรื้อฟื้น ไปชูป้ายไปส่งเสียงว่า"ที่นี่มีคนตาย"
ใส่ชุดแดงไปผูกผ้าแดงอีก

รัฐบวมนำโดยคนปัญญาอ่อนนึกไม่ออกสักทีว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุด
ไม่รู้ว่าใคร ช่วยคิดไอเดียให้ โดยจัดตำรวจตั้ง2-300นายไปยืนล้อมป้าย
เอาไว้ ห้ามเข้าไปผูกผ้าแดงเด็ดขาด จับคนส่งเสียงดังไปปรับก็แล้ว
ยังไม่สำเร็จ ตกดึกก็ยังเข้าไปผูกให้ปรากฎภาพในตอนเช้าอีก

อย่ากระนั้นเลย ขั้นต่อไป เรายกหีบหนี เอ๊ยยกป้ายหนีดีกว่า แค่นั้น
ยังไม่พอ ยังส่งจ่าแก่ๆอ้วนๆที่วิ่งตามผู้ร้ายไม่ไหวแล้ว มายืนเฝ้าเสาไว้
เพราะคาดว่าอย่างไรเสีย เสาคงไม่วิ่งหนีไปไหน ไม่ต้องเปลืองแรงวิ่งไล่

ภาพข่าวที่ปรากฎไปทั่วโลก ไม่น่าเชื่อ เกิดผลสัมฤทธิ์ เชิงสัญญลักษณ์
อย่างไม่เคยเกิดมาก่อน อุตส่าห์เชิญชวนให้ยิ้มมาร่วมสองเดือน ก็มีคราวนี้แหละ
ที่ไม่ว่าใครเห็นภาพข่าวเข้า เป็นต้องอมยิ้ม (เอาน่า จะยิ้มแบบสมเพชก็เถอะ)
ก็ต้องถือว่าทำให้คนยิ้มได้จริงๆแหละ เสียแต่เป็นยิ้มที่ดูถูกดูแคลนการแก้ปัญหา
ของไอ้พวกบ้าและโง่นี่จริงๆ

ประเทศนี้เวลามันเดินไม่เท่ากัน

เผอิญไปเจอข่าวนี้เข้า 3เดือนศาลรธน.ชี้ชะตาถอดถอน12ส.ส.ปชป.



ทีมกฎหมายพรรคประ ชาธิปัตย์เผยล่าสุดได้รับข้อกล่าวหาคดี 12 ส.ส. ถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญแล้ว เปิดไต่สวนนัดแรก 23 ก.ค. นี้ คาดไม่เกิน 3 เดือนรู้ผล โวยเพื่อไทยสร้างกระแสกดดันศาลสร้างภาพเรื่อง 2 มาตรฐาน หวังบีบให้ตัดสินยุบพรรคเหมือนที่ทำได้ผลมาแล้วกับ กกต.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค แถลงถึงความคืบหน้าคดี 12 ส.ส. ของพรรคถูกฟ้องถือหุ้นขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. ว่า ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งคำให้การของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวกมาให้แล้ว เพื่อให้ ส.ส. ที่ถูกกล่าวหาทำหนังสือแก้ข้อกล่าวหาส่งไปให้ศาลภายในวันที่ 19 ก.ค. นี้ ก่อนเวลา 16.30 น. และได้นัดไต่สวนคดีเป็นวันแรกในวันที่ 23 ก.ค. โดยจะทำการไต่สวนต่อเนื่องทุกวันศุกร์ คาดว่าจะใช้เวลา 3 เดือนในการไต่สวนก่อนตัดสินคดี

นายวิรัตน์กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีกระบวนการแทรกแซงการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การให้สัมภาษณ์ของนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นาย จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่ออกมาพูดจาในเชิงกดดันข่มขู่ให้ศาลเกิดความหวาดกลัว ซึ่งเป็นการกระทำในลักษณะเดียวกับที่เคยกดดัน กกต. ให้ส่งผลเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำได้ผลมาแล้ว
ถามจริ๊ง เวลาพูดออกมาเนี่ย เคยอายไหม ใครๆเขาก็รู้เขาก็เห็นว่าใครกันแน่ที่มีอิทธิพลพอที่จะแทรกแซงและกดดัน

"มีการพูดโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงในหลายเรื่อง เช่น กรณีของนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรีของพรรค เรื่องไปรับเอกสารจากเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือกรณีของนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นกลางจนต้องถอนตัวออกจากการพิจารณาคดียุบพรรคไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีความพยายามสร้างเรื่องว่าการยุบพรรคประชาธิปัตย์เป็นเรื่อง ยาก เพราะมีผู้มีอำนาจหลายคนหนุนหลังอยู่ เพื่อสื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีความเป็นกลาง ถือเป็นการจงใจบิดเบือนเพื่อสร้างแรงกดดันและทำกันอย่างเป็นขบวนการ โดยมีเป้าหมายเพื่อบีบให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินใจยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ เพราะถ้าไม่ยุบจะถูกมองว่าศาลมี 2 มาตรฐาน ไม่เป็นกลาง" นายวิรัตน์กล่าว

คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนเป็นผู้ใหญ่มากพอ คงไม่หวั่นไหวกับแรงกดดันข่มขู่ แต่เรื่องความรู้สึกอาจจะมีกันบ้าง เช่น กรณีของนายวสันต์ที่ถอนตัวออกจากการพิจารณาไป ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นผลดีกับพรรคประชาธิปัตย์ และหวังว่ารัฐบาลจะเข้าไปสร้างหลักประกันด้านความปลอดภัยให้กับตุลาการและ เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกคน

โธ่ถังกาละมังเอ๋ย กว่าจะสรุปสำนวนออกมาได้ ยังส่งไปให้นายอภิชาต(ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเขาพวกใคร) ยังต้องรอไปอีก3เดือน โอ้โห ทำไมเวลาที่จะพิจารณาตัดสินคนของพรรคนี้มันเดินล่าช้ากว่าคดีของพรรคอื่นๆ ว้า นอกจากใช้คนละมาตรฐานยังใช้นาฬิกาคนละเรือนอีกด้วยหรือไง

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ไทยไม่ได้ลืมเลือนปัญหาเรื่องเขาพระวิหารนะคะ

เดี๋ยวจะหาว่ารัฐบวมนี้สนใจแต่ปัญหาการล่าแพะและแม่มด
เรื่องเขาพระวิหารก็ยังสนใจอยู่มาก เพราะได้ข่าวว่า

"นายมารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกฯแถลงเมื่อ
วันที่13กค.ว่าที่ประชุมครม.อนุมัติงบกลาง 10 ล้านบาทให้กระทรวงทรัพย์ฯ
นำทีมโดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมต. พร้อมคณะ 15คน เดินทางเข้าร่วมประชุม
มรดกโลกสมันสัญจรครั้งที่34 ที่ประเทศบราซิล"

ข่าวย่อๆเอามาจากมติชนสุดสัปดาห์ ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้จะไปเสนอว่ากัมพูชา
ควรชลอการเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาท จนกว่าข้อพิพาทเขตแดน
จะแล้วเสร็จ

นายสุวิทย์กล่าวว่า"จนวันนี้ยังไม่ได้ยินว่าจะมีวาระเขาพระวิหารเข้าสู่ ที่ประชุม"
อ้าว แล้วเฉือยกขโยงกันไปตั้ง15คนเล่าทั่น ไอ้ที่ไปกันตั้ง15คนน่ะ ไปทำไม
รู้จักเทคโนโลยี่สมัยใหม่บ้างไหม เดี๋ยวนี้เขาเอาซีดีไปแผ่นเดียว ก็น่าจะอธิบาย
ได้หมดแล้ว ขนไปทำไมกันมิทราบ ใช้งบประมาณแพงเหลือหลาย ไปแค่
1อาทิตย์ เบิกเงินไปตั้ง10ล้าน ประเทศรวยมากหรือไง

เออถ้ามันจำเป็นก็แล้วไปเถอะ นี่อะไร หัวข้อก็ยังไม่มี ดั๊นยกขโยงบินกันไปเป็นฝูง
หรือมันจำเป็นต้องพากันไปท่องเที่ยวหลังจากเครียดในการทำงาน
หรือไม่ก็ เครียดต้องหลบหน้านักข่าว เผื่อเขาถามเรื่องการฆาตกรรมหมู่!

ชวนไปดูซอนต๊อกอีกรอบ

หนังซีรี่ย์เกาหลีน่ะค่ะ จริงๆหนังเกาหลีไม่ว่าจะเป็นหนังร่วมยุค หรือหนังพีเรียด
ดูแล้วก็ให้สงสัยว่าว่าเอาพล้อตไปจากเมืองไทยหรืออย่างไร ทำไมมันเหมือน
กันจัง ถ้าเป็นหนังร่วมสมัย การโกง เจ้าพ่อมาเฟียก็เหมือนกันเด๊ะๆ

ยิ่งหนังพีเรียดยิ่งเหมือนอย่างกับเรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่อง"ซอนต๊อก"เนี่ย
โอ้โห อื้อฮืม มันถอดแบบกันมาเลยเนี่ย

หนังดีดูสนุก สอนใจได้ โดยเฉพาะบทสนทนา ไม่รู้ใครลอกใคร มันเหมือนกันเป๊ะ
มีการออก"กฎความมั่นคง"เสียด้วย มิหนำซ้ำ ยังห้ามชุมนุมเกิน 5คน แล้วภาพ
ตำรวจนอกเครื่องแบบอุ้มประชาชน ก็ทำได้ใกล้เคียงในหนังมาก เสียงประชาชนที่ถูกจับ
ก็ถามอย่างเดียวกันเปี๊ยบว่า "ทำผิดอะไร ถึงต้องมาจับ" ข้อหาก็คือชุมนุมกันเกิน5คน
เหอๆ ก็เขามาคนเดียว เจอกันก็เลยคุยกัน วิจารณ์เสียงดังไปหน่อย แม่งจับไปแล้ว
ที่เล่านี่ เป็นภาพที่เกิดในหนังนะคะ ไม่ใช่จากที่เกิดขึ้นจริงเมื่อวานนี้ที่ราชประสงค์

อ้อ แล้วหนังมันมีการตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาด้วยนะคะ หน่วยงานนี้น่ะ มีอำนาจล้นฟ้า
จะเรียกตัวใครไปสอบก็ทำได้ ไม่เกี่ยงว่าจะมีตำแหน่งใหญ่โตสักเพียงใด ถ้าไม่พอใจ
เรียกไปสอบได้ แอบล่อไปล่อมายัดข้อหาปลอมๆก็ได้ แล้วค่อยไปหาหลักฐาน
เอาทีหลัง อู๊ยดูไป งงไปว่าใครลอกใครกันหว่า

หรือคนเลวมันก็เหมือนกันทั่วโลก เพียงแต่ว่าพอโลกมันเปลี่ยนไป ไอ้พล้อตเดิมๆ
มันเลยดูไม่ค่อยขลัง หากมันเหมือนกันมาก ก็แสดงว่าประเทศนี้ยังไม่มีการพัฒนา
ไปเลย หนังเกาหลีเป็นหนังย้อนยุคแท้ๆ กลับมาตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันของเราได้

อ้อ ประโยคเด็ด ที่เขาว่า แม้แต่ในเกาหลียังถือว่าเป็นประโยคทองของหนังคือ
"ผู้ใดครองใจคนได้ ผู้นั้นครองประเทศได้" อยากตะโกนให้ดังๆเผื่อได้ยินกันทั่วๆ
จะได้หาวิธีมาครองใจคนให้ได้ก่อน (แล้วอย่าไปเหมาว่าการบังคับได้จะเป็น
การครองใจได้นะเจ้าคะ)

แก้ตัว

คนเราเวลาทำผิดก็ต้องแก้ตัว หากไม่ผิดจะต้องแก้ตัวทำไม
การแก้ตัวที่เห็นโดยทั่วไปก็เช่น เวลามีนัดแล้วมาสาย
ผิดไหมผิดแน่ๆ แต่ข้อแก้ตัวที่สุดคลาสสิคก็คือ"รถมันติด"
แน่นอนในกทม. รถมันติดจริง แต่ในความเป็นจริง การมาสาย
มันอาจจะเกิดจากการตื่นสาย แต่ใครจะกล้าไปรับผิดเช่นนั้น

มาดูปฏิบัติการฆ่าคนกลางถนน จากคนที่เรียกตัวเองว่า"ทหารไทย"
มาดูกันว่า เขาแก้ตัวกันว่าอย่างไร จากหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์
(ประจำวันที่16-22กค.2553)

"เราเลือกยิงนะครับ ไม่ใช่ยิงดะ หรือยิงมั่วไปหมด หรือยิงไปยิ้มไปสนุกมือ
มันมือ ถ้าทหารที่ทำอย่างนั้นได้ ไม่ใช่ทหารไทยแล้ว เราเลือกยิงเฉพาะ
คนที่มีอาวุธ และคนที่เราคิดว่าใช่เท่านั้น"

"ในเมื่อพวกนั้นมีอาวุธจะยิงเรา เราก็ต้องยิงใช่ไหมครับ เราไม่มีทางเลือก"

ฟังคำแก้ตัวแล้ว เกิดอาการผะอืดผะอม เหลือที่จะทนได้ ยิงคนตาย
เกลื่อนถนน ภาพที่ปรากฎ ไม่เห็นมีคนตายคนใดมีอาวุธตกอยู่ข้างกาย
แล้วคนเหล่านั้นกลายเป็นคนที่

ใช่

ไปได้อย่างไร
คนที่อยู่ในชุดอาสากู้ชีพ เป็นผู้หญิง เป็นเด็กหนุ่ม กลายเป็นเป้าหมาย
ไปได้อย่างไร สำลีและผ้าก๊อซเป็นอาวุธหรือไร อีกยังมีนักข่าว ที่คง
มีอาวุธร้ายแรงคือกล้องทั้งบันทึกภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว
คนเหล่านี้หรือเป็นคนที่มีอาวุธที่พร้อมจะยิงเข้าใส่ทหาร

ภาพวิดีโอคลิ้ปที่เผยแพร่ไปทั่วโลก ที่ทหารเดินหน้ายิงไม่ยั้ง ส่องยิง
ยิงซ้ำทั้งๆที่หัวหน้าหน่วยบอก"ล้มแล้ว อย่าซ้ำ" ก็ยังกดยิงตามไปอีก
เหล่านี้จะมาแก้ตัวว่าเลือกยิง มันฟังไม่ขึ้นจริงๆ ภาพที่ยิงคนข้างหลัง
ขณะที่กำลังวิ่งหนีกันกระเจิง เป็นภาพการยิงที่ผ่านการกลั่นกรอง
ผ่านคำสั่งที่มีการพิจารณามาแล้วอย่างดีอย่างนั้นหรือ

การแก้ตัวว่า"พวกเราไม่ได้มีความสุขหรอกนะ หลังการปฏิบัติการ
ที่ราชประสงค์ มันเหมือนชนะ แต่ไม่ใช่ เพราะเราไม่ได้ไปรบกับเขมร
ลาว พม่า แต่เป็นคนไทยด้วยกันเอง มันเป็นหน้าที่ มันเป็นคำสั่ง"

พวกคุณเป็นคนไทยที่สมัครเข้ามารับใช้

ชาติ

ไม่ใช่หรือ แล้วนี่คุณออกมาปฏิบัติงานเข่นฆ่าคนไทยด้วยกันเอง
เพียงเพื่อจะรักษาอำนาจ รักษาเก้าอี้ ของคนกลุ่มหนึ่งที่มี
ความขัดแย้งทางการเมือง มีความเห็นไม่ตรงกัน มันถูกหรือ

คุณเองก็รู้ว่ามันผิด ไม่อย่างนั้นจะออกมาแก้ตัวว่า"พวกเราไม่ได้มีความสุข
หรอกนะ ...ทุกวันนี้ ก็ไม่ได้มีความสุขนะครับ จะกินจะนอน ก็นึกถึงภาพเหล่านั้นตลอด
แต่ก็ต้องทำใจว่า เราจำเป็น เราทำหน้าที่ ไม่อย่างนั้นใจเราจะไม่สบาย
จะอยู่ไม่ได้ หลายคนรู้สึกเหมือนกัน"

คำแก้ตัวนี้ เก็บเอาไว้ไปแก้ตัวกับศาลระหว่างประเทศแล้วกัน ถ้ามันเกิด
ขึ้นจริงไม่ได้ ก็เตรียมเอาไว้ไปแก้ตัวกับยมบาลเถอะ เพราะในฐานะคนไทย
รับไม่ได้กับคำแก้ตัวนี้ แม้ไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ภาพคนถูกยิง
เกลื่อนถนน ก็ตามมาหลอกหลอนจิตใจอยู่จนทุกวันนี้ คนเหล่านั้น
ไม่ได้เป็นญาติพีน้อง แต่เขาเป็นคนไทย เป็นเพื่อนร่วมชาติ
จะให้ทำใจลืมแล้วหันกลับมายิ้มให้คนที่ฆ่า และสั่งฆ่า
ทำไม่ได้ และหากทำได้ฉันก็คงไม่ใช่

คน

จะไปอธิบายว่าอะไร

ป้าปากเกร็ด's picture

อ่านข่าวนี้ แล้วก็งงน่ะค่ะ ลองอ่านดูนะคะ

"

ส่งทหารลุยทั่วอีสาน9,660คนมุ่ง สลายแนวร่วมคนเสื้อแดง

วันที่ 13 ก.ค. 2553 ที่โรงแรมราชพฤกษ์แกรนด์โฮเทล จังหวัดนครราชสีมา กองทัพภาคที่ 2
จัดฝึกอบรมขยายผลชุดวิทยากรกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการสู้วิกฤตเศรษฐกิจด้วย
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2553 ครั้งที่ 9 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากพื้นที่ 10 จังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานที่เป็นพลเรือน ทหาร ตำรวจ จำนวน 350 คน

วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมก็เพื่อให้ชุดวิทยากรที่ขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2
ได้รับทราบสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่และแนวทางการปฏิบัติ งาน
องค์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทักษะการเป็นวิทยากรการเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 (กอ.รมน. ภาค 2)
กล่าวว่า การฝึกอบรมครั้งนี้แบ่งเป็น 2 รุ่น รวม 700 คน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นพลเรือน ทหาร ตำรวจ
ในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคอีสานทั้งหมด โดยจะเสร็จสิ้นการฝึกอบรมรุ่นที่ 2 ในวันที่ 17 ก.ค.
และจะเริ่มลงพื้นที่ปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. เป็นต้นไป จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 ก.ย.

สำหรับจุดประสงค์ในการส่งวิทยากรลงพื้นที่มี 5 เรื่อง ประกอบด้วย
1.ช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ตามวิถี ไทย
บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2.เสริมสร้างความเข้าใจ ความรักสามัคคี ความปรองดองตามนโยบายรัฐบาล
รวมทั้งร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีด้วยการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระ มหากษัตริย์

3.รณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยมีความศรัทธาและยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

4.รณรงค์เสริมสร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการสร้างความ ปรองดองของคนในชาติ
และส่งเสริมให้สังคมไทยเกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน
บนพื้นฐานของความหลากหลายทางความคิดตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

และ

5.สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของทหารใน
การรักษาความสงบเรียบร้อยต่อกรณีการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา

"อีสานมี 322 อำเภอ วิทยากรของเราจะไปในทุกอำเภอ ใช้วิทยากร 30 คนต่อ 1 อำเภอ
แบ่งการทำงานออกเป็น 5 ชุด ชุดละ 6 คน กระจายไปตามตำบลต่างๆ ซึ่งการดำเนินงาน
ตามโครงการครั้งนี้จะใช้วิทยากรทั้งหมดประมาณ 9,660 คน" แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามโครงการสู้วิกฤตเศรษฐกิจด้วยปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังการรัฐประหาร เมื่อเดือน ก.ย. 2549
โดยใช้งบประมาณในแต่ละปีกว่า 1,000 ล้านบาท เน้นหนักในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ
และภาคกลาง ซึ่งเป็นโครงการที่ถูกมองว่าทำเพื่อสลายแนวร่วมคนเสื้อแดง"

จากข้อ4 อ่านแล้วอยากจะร้องกรี๊ดๆ ใครไปใช้กำลังกับพวกแก หนังสะติ๊กยิงไป
ยังไม่เคยโดยแม้แต่หัว แต่แกยิงเอาๆ เอาสไนเปอร์ส่องหัวทีละคน แล้วยังส่งคน
ไปกล่อมว่าอย่าใช้ความรุนแรงต่อกัน อายน่ะรู้จักไหม หน้าด้าน นึกว่ามีแต่นายกฯ
ที่หน้าด้าน ไอ้ทหารมันก็หน้าด้านพอกัน

ยิ่งมาเจอข้อ5 ฉันน่ะบ้าไปเลย กระสุนก็กระสุนจริง คนตายคนเจ็บก็คนจริงๆ
แต่หาคนจริงรับไม่ได้ว่าตัวทำ ดันจะส่งคนเข้าไปชี้แจง จะต้องชี้แจงว่าอะไรกันอีก
จะไปบอกว่าอะไร ที่พี่น้องเพื่อนฝูงเขาถูกยิงเกลื่อนถนน จะไปบอกว่าเกิด
เพราะอะไร จะบอกว่าพวกนั้นดันเดินไปเจอกระสุนเองรึไง

แหมไม่อยากคิด เสียเงินเสียทองไปมากมาย เพียงเพื่อออกไปโกหกประชาชน
เกิด เขาไม่อยากฟัง ฟังไม่รู้เรื่อง เกิดเหตุการณ์เหมือนสามจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ จะเกิดอะไรขึ้น ที่ภาคใต้ก็ทำอย่างนี้ไม่ใช่หรือ ส่งคนเข้าไปพล่าม
เรื่องที่มันไม่จริง เรื่องที่เขาไม่อยากฟัง ออกแนวข่มขู่ แล้วเป็นไงล่ะ ถูกกุดหัวไปเท่าไหร่แล้ว

ในขณะนี้ สิ่งที่ทำได้ เยียวยาได้ดีที่สุดคือ ไอ้รัฐบาลมือเปื้อนเลือดต้องยุบสภา
ให้สิทธิ์ประชาชนเขาเลือกใหม่ ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำไปไม่ผิดกลัวอะไร หากคน
เขาเห็นด้วยกับการฆ่าคนเป็นผักปลา ก็ลองดู ไม่เสียหาย ประหยัดกว่าการตั้งคระกรรมการ
5-6 (คำสุภาพของคำว่าห่า-เหว)ขึ้นมาศึกษาแน่นอน

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทำอย่างไรให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก

ใครๆก็รู้พระอาทิตย์ไม่เคยขึ้นทางทิศตะวันตก
ไม่อย่างนั้นเราจะเรียกทิศที่พระอาทิตย์ขึ้นมา
ว่า"ทิศตะวันออก" คือ เป็นทิศที่ตะวัน(พระอาทิตย์)
โผล่เหนือขอบฟ้าขึ้นมา

แล้วทำอย่างไร จึงจะทำให้พระอาทิตย์เปลี่ยนทิศ
ในการขึ้น ไม่ต้องทางทิศตะวันตกก็ได้ เอาเป็นว่าทิศ
อื่นๆที่ไม่ใช่ทิศตะวันออกก็แล้วกัน

บางท่านอาจบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง ไม่ว่าจะใช้
วิธีทางวิทยาศาสตร์ ที่เก่งกาจเพียงใดก็ไม่มีทาง
พระอาทิตย์อย่างไรก็ต้องขึ้นทางทิศตะวันออก

แต่มันเป็นไปได้ค่ะ แล้วง่ายดายอย่างกับพลิกฝ่ามือ
กล่าวคือ แค่เปลี่ยนชื่อทิศ ก็เท่านั้นเอง คนอ่านมาถึงตรงนี้
เริ่มส่งเสียงขึ้นมาว่า"บ้า" ไม่บ้าหรอกค่ะ

อะไรในโลกนี้ก็เป็นการสมมุติทั้งสิ้น เราไปสมมุติ หรือ
เรียกชื่อทิศนั้นๆว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนกับชื่ออื่นๆนั่นแหละ
หากเปลี่ยนความคิดเสีย ทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่าย

ไม่ว่าความเชื่ออะไร เรียกอย่างไร ก็เปลี่ยนแปลงได้ทั้งสิ้น
หากพร้อมจะเปลี่ยน อย่าไปยึดติด อย่าไปคิดว่าเพราะ
มันเคยเป็นอย่างนี้ เขาเชื่อกันอย่างนี้ ก็ต้องเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้หมด หากพร้อมจะเปลี่ยน