วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

เหตุผลเดียวที่GT200มีประสิทธิภาพ

ป้าปากเกร็ด's picture

ไม่ว่าจะเป็นหมอหัวฟู หรือคณะนายทหารที่ออกมายืนยันว่าเครื่องมีประสิทธิภาพ
ใช้งานได้ผลดี ทั้งๆที่การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ก็บอกแล้วว่าทำงานไม่ได้ผล
คงเป็นเพราะคนเหล่านี้กลัวถูกสอบไปว่าสั่งดุ้นที่แย่กว่าสากกระเบือ(เพราะตำส้มตำ
น้ำพริก หรือแม้แต่ใช้เป็นอาวุธแพ่กระบาลสามี)มาได้อย่างไรด้วยราคาแพงๆ
โดยไม่มีการทดสอบ กลัวจะถูกสอบไปถึงความไม่โปร่งใสในราคาที่สั่งมาในแต่ละหน่วย นั่นเอง

เชื่อว่าในอีกไม่กี่วันกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งเครื่องอีกชนิดที่มีคุณสมบัติคล้ายกันแต่เรียกคนละชื่อ
ก็ต้องออกมายืนยันในสมรรถนะของไอ้เครื่องอัลฟ่าบ้าบอแน่นอน

คนเหล่านี้รักชาติกันจริงๆ ผลเสียที่เกิดกับชาติไม่สนใจ ตราบใดที่ตนเองไม่เดือดร้อน
ไม่ใช่แค่ถูกด่าว่าโง่ที่ถูกฝรั่งหลอก แต่ยังอาจต้องโดนข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวงอีกด้วย

เลวกว่าหมา

อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งร้อนตัว ไม่ได้ว่าใครนะคะ เพียงแต่ว่าเมื่อข่าว
ออกมาว่าไอ้แท่งหรรษาราคาล้านกว่า มีคุณสมบัติน้อยกว่าหมา
ตามที่ไอ้เด็กเวรแถเมื่อวานนี้

ก็ถ้ามันทำงานได้ด้อยกว่าหมา แล้วไปจัดซื้อมาทำไมตั้งเยอะตั้งแยะ
ผลการพิสูจน์ ออกมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันห่วย

หนอยแน่ ยังมีคนออกมาแถกันอีก เช่นรมว.กระทรวงยุติธรรม
ที่เกิดความสงสัยว่าว่าถ้าไม่ได้ผลจริงทำไมยังถูกตั้ง 4ครั้ง
จากการทดลอง20ครั้ง เฮ้อ

ส่วนหมอหัวฟูก็ว่าถึงไม่ได้ผลก็จะใช้งานต่อไป เพราะไม่กล้า
ยอมรับความเฉิ่มเบ๊อะของตนเองที่ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า"หมอก็ไม่รู้
ว่าทำไม แต่มันใช้ได้ผล" ก็เอาเถอะ ให้แกแถไป เพราะต่อไปนี้
คงหาคนเชื่อคำพูดของแกได้ยากเต็มที

เมื่อตรวจพบว่ามันทำงานไม่ได้ ไม่มีประสิทธิภาพตามที่เคยคุยไว้
เท่ากับเสียค่าโง่ หลงไปซื้อมาแบ่งกันรับประทานตั้งบานเบอะ
ไอ้เด็กเวรก็ดีแท้ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น รับว่าใช้ไม่ได้ แต่ไม่ห้ามใช้
เพียงแต่ระงับการสั่งซื้อใหม่ บ้ากันเข้าไป ก็รู้ทั้งรู้ว่าใช้ไม่ได้ จะให้
ดันทุรังใช้ไปทำไม ข่าวเขาว่า

"ไม่มีคำสั่งใช้เครื่องจีที 200ที่มีอยู่แล้ว แต่ต้องไปทำความเข้าใจ
ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น มูลค่าของเครื่องก็หลักล้าน เบื้องต้นคง
ให้ใช้ไปก่อน เพราะไม่มีเครื่องมือชนิดอื่นทดแทน แต่ต้องทำความ
เข้าใจเรื่องความเสี่ยง"

อ้าวเฮ้ย เว้ย ตกลงให้ใช้ต่อ แม้จะไม่ได้ผลเพราะมันแพงหรือไง
งงครับท่านประชาชนงง เหมือนซื้อของบูดราคาแพงมากิน ก็ต้อง
ทนกินต่อไป เพราะมันแพง และไม่มีอะไรกินแทนงั้นหรือ บ้ารึเปล่าว้า

อย่างนี้จะไม่ให้จ่าหัวกระทู้ว่าเลวกว่าหมาได้ไง (ก็แหมหมาน่ะมัน
กินไม่เลือก จะถูกจะแพง จะบูดจะเสีย อย่างไรมันก็กิน จริงไหม)

โอ้โอ๋

อ่านคอลัมน์ของพระพยอมในหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ฉบับวันนี้
พบว่าประเทศนี้มันบ้าไปแล้วจริงๆ เพราะท่านเล่าว่ามีคนสงสัยว่า
สำเนาเช็คที่นางกัลยาณี พรรณเชษฐ์สั่งจ่ายพลเอกเปรมนั้น หลุด
ออกมาจากพระพยอม โดยกล่าวหาว่าพระพยอมเป็นผู้นำมาให้คุณณัฐวุฒิ

มันบ้าไปแล้วแน่ๆ พระเจ้าก็ไม่มีการละเว้น ข้อสำคัญ เช็คที่สั่งจ่ายในนาม
คนอื่น ท่านจะมีสำเนาไว้ได้อย่างไร เห็นว่าเมื่อไม่เจอว่าสำเนาเช็คอยู่ที่ท่าน
(ก็แน่ล่ะ มันจะไปอยู่ที่ท่านได้อย่างไร เออถ้าเป็นเช็คที่พลเอกเปรมสั่ง
จ่ายให้พระพยอม หรือมูลนิธิวัดสวนแก้วก็ไปอย่าง) ก็นี่เขาแอบเอาให้กัน
แล้วอ้างว่าเอามาสร้างที่พักให้เด็กในวัดสวนแก้ว ก็มีนักข่าวเขาไปขอค้นใบ
อนุโมทนาอีกด้วย เฮ้อ ก็บอกแล้วว่าเขาจ่ายผ่านพลเอกเปรม ใบอนุโมทนา
ก็ต้องเป็นของพลเอกเปรมไม่ใช่หรือ จะมาแจกแจงให้กับคนที่บริจาคโดยที่ท่าน
ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้างได้อย่างไร

ท่านเล่าว่า การก่อสร้างทั้งหมดทางพลเอกเปรม ก็มาดำเนินการเองทั้งหมด
(สงสัยใช้ทหารช่างสร้างด้วยละมั้ง)คิดดู ค่าแรงก็ไม่เสีย(ก็ทหารช่างกินเงินเดือนจากภาษี)
เผลอๆค่าวัสดุก่อสร้างก็เบิกของหลวงเอาด้วยน่ะนา

ที่สำคัญคนเรานี่ก็แปลก คนอื่นทำผิด ไปเดือดร้อนพระสงฆ์องคเจ้าได้ไง
ต้องไปถามอีเปรมสิเพราะมันเป็นองคชาติ(อุ๊ย องคมนตรีต่างหาก)อยู่ไม่ใช่หรือ
ที่สำคัญเขาจ่ายในชื่อมัน ไม่ก็ต้องให้เอาใบอนุโมทนามาจากนางกัลยาณีนั่นแหละ
ไปกวนพระให้ค้นหาวุ่นวายทำไม บ้า!

ช่วยตอบคำถามนี้ดีกว่า

คุยกับคุณโนเนมเรื่องเช็ค จำนวน1.8ล้านสองฉบับที่ลงชื่อผู้รับเป็นพลเอกเปรม
แล้วคนสนิทออกมาแก้ตัวแทน โดยพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
กองทัพเรือและหัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี ซึ่งเป็นคนสนิทของ พล.อ.เปรม กล่าวว่า
เช็คที่แกนนำคนเสื้อแดงเอามาโชว์อาจเป็นเงินบริจาคให้มูลนิธิรัฐบุรุษเพื่อไปใช้ประโยชน์สาธารณะ
ยืนยันว่าตั้งแต่ติดตาม พล.อ.เปรมมาไม่เคยเห็น พล.อ.เปรมรับค่าตอบแทนจากเอกชนรายใด

อาจเป็นเงินบริจาคให้มูลนิธิรัฐบุรุษ

มาอีกแล้วคำว่าอาจจะ แสดงว่าคนพูดก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง
เอาเป็นว่าถ้าจริง มันไม่บ้าไปหน่อยหรือที่นักธุรกิจจะบริจาค
เงินให้มูลนิธิแล้วจ่ายในนามบุคคล เพราะรู้กันดีอยู่แล้วว่าการบริจาค
ของนักธุรกิจ มีจุดประสงค์เดียวคือ หวังผลในการลดหย่อนภาษี
อย่าไปเพ้อว่าเลื่อมใสศรัทธาในตัวมูลนิธิหรอก เพราะแค่ทำบุญทอดกฐิน
ทอดผ้าป่ายังต้องขอใบอนุโมทนาเพื่อมาลดหย่อนภาษีเลย

แต่การจ่ายเช็คไม่ถึงสองล้าน(เพื่อเลี่ยงการกรอกรายละเอียด)ก็แสดงให้เห็นว่า
มันพิลึกพิลั่น การจ่ายเช็คในนามบุคคล เอาไปหักภาษีไม่ได้แน่นอน
งั้นจ่ายเป็นค่าอะไร คิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากว่า น่าจะจ่ายเป็น
ค่าคุ้มครอง เวลาที่จ่าย ลงวันที่ก็คงจะเป็นการจ่ายเป็นรายไตรมาส
แน่นอน เรียกว่าหากหยุดจ่าย เดี๋ยวเดือดร้อน

ลองหาคำแก้ตัวที่ดีกว่านี้ดีกว่า ว่าทำไมนักธุรกิจ หากจะบริจาคเงินให้
มูลนิธิ ทำไมไม่สั่งจ่ายในนามมูลนิธิ จะได้ทั้งบุญและผลตอบแทน
ในการหักภาษีด้วย ทำไมไปจ่ายให้คนอย่างนั้น มันน่าสงสัย

ไม่ให้ตกยุค ขอนำเสนอฟอเวิร์ดเมล์บ้าง

หลังจากคิดมา 1 วัน พลันหูตาสว่างขึ้น เพราะคุณ Pom.com แท้ๆ

จากกระทู้ที่บอกว่าเสื้อแดงถูกหลอกจนฝังใจเรื่อง 2 มาตรฐาน ทำให้ผมใช้เวลาไตร่ตรองทั้งวัน
เพื่อความแน่ใจในความคิดว่า มัน 2 มาตรฐานจริงหรือเปล่า และก็ได้คำตอบเป็นที่ชัดเจนว่า ผมเข้าใจผิดมาตลอด

การยุบไทยรักไทย เป็นเพราะจ้างคนลงเลือกตั้ง
แต่ไม่ยุบประชาธิปัตย์ เป็นเพราะไม่ได้จ้างคนลงเลือกตั้ง แต่เป็นเพราะจ้างคนไม่ลงเลือกตั้งต่างหาก

การยึดทำเนียบ ขโมยของราชการ ขั้นตอนยังอยู่ในชั้นศาล
การกางเต๊นหน้าทำเนียบ เป็นการกีดขวางคนเดินเท้า จึงต้องรีบพิจารณา

การปิดสนามบิน ที่ยังไม่ดำเนินการมากกว่าที่เป็น เพราะว่าคนชุมนุมใส่เสื้อเหลือง
ส่วนเดือนเมษาฯ นั้่น ผิดเห็นๆ ก็เพราะไม่ได้ใส่เสื้อเหลืองไงล่ะ อย่างนี้จะเรียก 2 มาตรฐานได้ยังไง

กองทัพไม่ทำตาม พรบ.ฉุกเฉิน ในช่วงปิดสนามบิน นั่นเพราะว่ากองทัพเป็นกลาง
ส่วนเมษาฯปิดถนน ที่กองทัพต้องรีบจัดการ เพราะกองทัพเห็นว่าประชาชนจะเดือดร้อน

การปราบผู้ชุมนุมในวันที่ 7 ของเหล่าพันธมิตรฯ ตำรวจผิด เพราะใช้แก๊สน้ำตา
ส่วนการปราบผู้ชุมนุมตอนเมษาฯ นั่นเป็นเพราะทหารใช้เอ็ม 16 ไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตาสักหน่อย

คุณสมัครต้องออกจากตำแหน่งนายกฯ เพราะพจนานุกรมอธิบายคำว่าลูกจ้างอย่างชัดเจน
ส่วนคุณจรัล ถึงจะเป็นอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และมีรายการวิทยุ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนี่

ยุบพลังประชาชน เพราะพยานตั้ง 1 คน ยืนยันว่าถูกซื้อมา ผิดกฏหมายเลือกตั้งอย่างชัดเจน อย่างนี้ก็ต้องยุบอยู่แล้ว
ส่วน ปชป. ถึงหลักฐานจะมัดแน่นแค่ใหน ในเรื่อง 258 ล้าน แต่เป็นเพราะว่าสำนวนมากมายเหลือเกิน ต้องค่อยๆพิจารณา
เพื่อกันความผิดพลาด หรือรอจนกว่าจะไม่มีพรรคให้ยุบ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างไม่กี่ตัวอย่างที่ผ่านมาในช่วงหลายปี เพราะถ้าจะเขียนลงมาในนี้จนหมด อาจต้องพิมพ์กันจนกระทั่ง
แม้แต่คนอย่างนายอภิชาตก็อ่านไม่ไหว แต่ก็เพียงพอให้รู้แล้วว่า คุณ Pom.com พูดถูกในแง่ของไทยไม่ได้ 2 มาตรฐานเลย
มีเพียงมาตรฐานเดียวจริงๆ มาตรฐานที่ว่า "กรูทำอะไรผิดเสมอ ส่วนคุณทำอะไรถูกตลอด"

แต่ก็อยากชี้แจงให้คุณ Pom.com ได้ทราบความจริงว่า คนเสื้อแดงอย่างผม ไม่เคยเชื่อแกนนำในทุกเรื่อง
ไม่เคยผ่านการรดน้ำมนต์ และไม่เคยอาศัยมนต์ดำในการเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ทุกเรื่องต้องใช้ความคิด

ของตัวเองทั้งสิ้น อาศัยเหตุและผล อาศัยความจริงที่เป็นไปได้ โดยไม่อาศัยเหตุผลที่ไม่มีในตรรกวิทยาศาสตร์
มาเป็นข้อมูลในการพิจราณา ดังนั้นเรื่องใหนที่ผมคิดผิด ผมก็จะไม่โทษเหล่าแกนนำทั้งหลาย
จะโทษก็จะโทษแต่ตัวเองว่า "เราโง่เองนี่หว่า"

จากคุณ

: ทวดเอง

เวบพันติบ

กะจะอยู่ไปอีกนานเท่าใด(วะ)

ข่าวที่นายกอร์ปศักดิ์ออกมาบอกว่า"จะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี
ที่บ้านพักของนากรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นกล้องที่เคลื่อนย้ายได้
โดยตั้งงบประมาณในการติดตั้งไว้ที่ 900,000บาท เพื่อให้การดูแล
ความปลอดภัยผู้นำเป็นมาตรฐานสากล ส่วนพื้นที่รอบนอกโดยเฉพาะ
ตึกสูงจะขอความร่วมมือเจ้าของอาคารให้แจ้งชื่อบุคคลที่อาศัยอยู่
ในบ้านและเข้าออก ซึ่งจะมีการติดตั้งกล้องบริเวณตึกสูงเหล่านั้นด้วย
สำหรับทีมรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีที่เดิมมี 7 คน ยังไม่มี
การเปลี่ยนแปลงทีมที่ทำหน้าที่อยู่ แต่จะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเท่าตัว
เพื่อรองรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง"

เก้าแสนบาทนะครับพี่น้อง เงินภาษีทั้งนั้น การใช้เงินจำนวนมหาศาล
นี้เพียงเพื่อปกป้องนายกฯที่ไหนว่าคนรักกันทั้งบ้านทั้งเมือง มันสมควร
หรือ ไม่นับรวมค่าจ้างทีมปกป้องอีกเท่าตัว

การรักษาความปลอดภัยผุ้นำระดับสากลนั้นก็ถูกต้องอยู่แต่ขอโทษ
ไอ้ควาย เมิงไม่รู้หรือว่า ในระดับสากลน่ะเขาทำได้ เพราะผู้นำเขามีที่
พักเป็นหลักเป็นแหล่ง เช่นของอเมริกา ไม่ว่าใครเป็นประธานาธิบดี
เขาก็ต้องย้ายเข้าไปอยู่ในทำเนียบไวท์เฮ้าส์ ส่วนของอังกฤษ นายกฯ
เขาก็ย้ายไปอยู่บ้านเลขที่10 ถนนดาวน์นิ่ง จนเป็นที่รู้กัน ในพื้นที่นั้นๆ
จะรักษาความปลอดภัยอย่างไรก็ตามสะดวก เพราะเมื่อพ้นหน้าที่ไป
คนใหม่ก็ย้ายเข้ามาอยู่

ไม่ใช่แบบของไทยนี่เพ่ ที่ไม่ยอมย้ายไปอยู่(เพราะกลัวผี) กะจะอยู่
บ้านตัวเอง เอาความสะดวกสบายเข้าว่า แต่มันเดือดร้อนชาวบ้านนี่นา
เพราะนายกฯไทย อยู่ไม่นานแล้วก็ไป พอมีคนใหม่ก็ต้องย้ายหน่วยและ
อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยไปอย่างนั้นหรือ

แล้วนี่มันกะจะอยู่ที่นี่เป็นไอ้นายกฯเด็กเวรไปอีกนานเท่าไหร่ ถึงต้องลงทุน
กันขนาดนี้ ตั้งแต่มีนายกฯมาก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนกันขนาดนี้
ทำอะไรไว้ให้คนเขาเกลียดนักเกลียดหนาล่ะ ขนาดสมันท่านนายกฯ
สมัครที่ว่าไอ้เสื้อเหลืองเรืองอำนาจ เกลียดนักหนายังไม่ต้องป้องกันกันขนาดนี้
ทั้งๆที่ไอ้เสื้อเหลืองน่ะ ประวัติความถ่อย ชอบใช้ความรุนแรงน่ะ มากกว่า
พวกเสื้อแดงที่ยึดหลักสันติอหิงสาตั้งไม่รู้เท่าไหร่

แล้วจะมาปกป้องอะไรกันนักหนาขนาดนี้ เกรงใจคนเสียภาษีบ้างสิวะ

ไม่พูดเรื่องการเมืองสักวันนะคะ

เผอิญได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว
เพื่อนเขาเอาหนังสือพิมพ์ติดขึ้นเครื่องมาด้วย

นั่งเครื่องไม่มีอะไรทำก็เลยยืมหนังสือพิมพ์เขามาอ่าน
เจอเอาฉบับนี้ล่ะค่ะ Bangkok Post ฉบับsupplement
วันอาทิตย์ เปิดไปเจอ ไอ้ฝรั่งหัวโล้น ที่เห็นคนไทยเคยคลั่ง
กันจั๊ง มันเขียนคอลัมน์ Sanook ในหน้าสี่

พับผ่าเถอะ อ่านแล้วไม่สนุกเลยแฮะ เกิดอารมณ์พุ่งปรี๊ด
เกือบหมดสนุกเลยทีเดียว สารภาพว่ากว่าจะอ่านได้จนจบ
นานมากเลยนะคะ เพราะอ่านไปได้สักพารากราฟนึงต้องหยุด
มันโกรธ ต้องค่อยๆแอบมาอ่าน นี่ก็ยังไม่จบเลยค่ะ

เอาเป็นว่าเล่าเฉพาะเท่าที่อ่านแล้วกัน มันอารัมภบทว่า

Last week I attended the wedding in inner-city Bangkok
of a former staff member and her long-term boyfriend.
I should have been happy, but I wasn't.

ดูเอาเถิดค่ะแค่นี้อารมณ์ก็พุ่งปรี๊ด เอาวะทนอ่านอีกหน่อย

Anybody who has lived in Thailand long enough soon discovers
he or she is spending an inordinate amount of time attending
funerals of people you never met, and weddings of people you
did meet but fleetingly. Let's not talk about the former;
it's a beautiful Sunday morning so please, offer any opinions
about funerals to the person in bed next to you assuming that
person has enough English skills to carry on such a conversation.
Sometimes it's hard to discuss anything when the extent of your
lover's English is "You buy me TV, okay?"

ดูๆ ภาษาที่มันใช้ ทั้งดูถูก เหยียดหยามคนไทย ก็พวกแม่มึงเอาแต่กระหรี่เป็นเมียล่ะซี้
ถึงได้คุยกันไม่รู้เรื่อง มีอีกค่ะ แต่เห็นท่าจะทนอ่านต่อไปไม่ไหว หากใครสนใจ ตามไปอ่านเอาเอง
แล้วกันhttp://www.bangkokpost.com/life/education/32483/it-s-a-nice-day-for-a-white-wedding

ที่จะด่ามันวันนี้คือ ไอ้ฝรั่งขี้นก กเฬวรากพวกนี้ มีสิทธิ์อะไรมาด่าทอคนไทย
ที่สำคัญไอ้คนไทยก็เหลือเกินไปยกย่องเชิดชูมัน จริงอยู่คนไทยมีปัญหาแน่
แต่ก็เป็นปัญหาของเรา เราแก้ไขเองได้ มึงไม่ต้องมาด่าทอ ถ้าประเทศนี้มัน
เอี้ย มันเลว แล้วมึงมาอยู่ทำไม มาทำมาหาแดก เก็บเงินเข้ากระเป๋าทำไม

สงสัยอยู่กับหัวหน้าเอี้ยๆจนเคยตัว เกลียดนักเชียวไอ้พวกปากมอม
แน่จริงมึงกลับไปโน่นประเทศมึง แล้วดูซิว่าคนบ้านมึงเขาจะยกย่องเชิดชูมึง
บ้างหรือเปล่า วิพากษ์วิจารณ์ ได้ แต่ไม่ใช่ด้วยอคติอย่างนี้

กูไม่ใช่เมืองขึ้นมึงโว้ย ไปกลับไป ไอ้ขี้ครอก