วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

7 มกราป้าแปะขอเสนอข่าวของคนขี้ฮก

โพสต์เมื่อ : 2009-01-07 10:32:07


จะมีใคร้ ก็ไอ้รัฐบาลปล้นเขามาล่ะสิค่ะ วันๆไม่เห็นทำมาหากินอะไร
แถ-ลงข่าวโกหกพกลม หามูลความจริงไม่ได้ พอแถ-ลงไปแล้ว
ถูกจับได้ ก็ต้องมาแถ-ลงซ้ำอีก เพื่อปฏิเสธ ไม่ก็ แถอย่างเดียว
แล้วงานการจะได้ทำไหมเนี่ย เห็นคุณอินฯว่ายังแจกของขวัญ ของชำร่วย
ไม่เสร็จเลย แต่งานหลักของพรรคนี้อย่าลืม เลี้ยงแกะ โอ้แหมช่าง
น่าชื่นชมเสียจริง แล้วแกของพวกมันจะมีหญ้ากินไหมเนี่ย ก็ควายแถว
ทำเนียบกะสนามบินกินกันไปหมดแล้วน่ะสิ ผักชีก็ปลูกไม่ค่อยขึ้นด้วยสิ
ข่าวว่าผักชีที่เอามาปลูกก็ของปลอมอีกแหละ เฮ้อ

เทพเทือกเบรกตั้งที่ปรึกษา-เลขาฯ รมต. [7 ม.ค. 52 - 06:15]

เมื่อ เวลา 13.30 น. วันที่ 6 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภลักษณ์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. มีมติแต่งตั้งข้าราชการการเมืองหลายตำแหน่ง อาทิ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ นายสาวิตต์ โพธิวิหค นายกนก วงษ์ตระหง่าน

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน

ก็ ยังมีคดีความอยู่ไม่ใช่หรือ ที่ถึงขนาดต้องลาออกจากตำแหน่งน่ะ ทำไมชอบเอาคนมีตำหนิมาทำงานน้อ หรือกลัวพวกเราไม่มีที่ด่า ไม่ต้องห่วงหรอก แค่พรรคแกไปสนับสนุนผู้ก่อการร้าย พวกฉันก็มีเรื่องด่าแกได้ทุกวันอยู่แล้ว ไอ้พรรคเฮงซวย แผลทั้งตัว ตั้งแต่ตั้งพรรคมา ถ้าเส้นไม่ใหญ่จริงคงอยู่มาถึงวันนี้ไม่ได้เนอะ อายุงานพอๆกันเลย ที่สำคัญไม่เป็นประชาธิปไตยพอๆกันเสียด้วย ฮ่วย!และนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ เป็นที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรี นางพรรณี จารุสมบัติ (น้องสาวนายพินิจ จารุสมบัติ ผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน) เป็นเลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม นายธรรมรัตน์ หวั่งหลี เป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสุรกิจ ลิ้มสิทธิกูล เป็นเลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ น.ส.วาสนา ปรีดีวิจิตร เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ (เลขานุการนายชาติชาย พุคยาภรณ์ รมช.เกษตรฯ) นายธีระวัฒน์ ศิริวันสาณฑ์ เป็นที่ปรึกษา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายยุทธพล อังกินันทน์ เป็นเลขานุการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา



"ประวิตร" ดึงเพื่อนซี้นั่งหน้าห้อง



นาย ศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ยังได้แต่งตั้ง พล.อ.โสภณ ศีลพิพัฒน์ (อดีต เสธ.ทบ. ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.6 ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม) เป็นที่ปรึกษา รมว.กลาโหม พล.อ.นพดล อินทปัญญา (อดีตนายทหารฝ่าย เสธ. ผบ.ทบ./ตท.6) เป็น เลขานุการ รมว.กลาโหม น.ส.รสพิมล จิรเมธากร (น้องสาวนายไชยยศ จิรเมธากร รักษาการโฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน) เป็นเลขานุการ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร เป็นเลขานุการ รมว.คมนาคม นายสมศักดิ์ แต้เจริญวิริยะกุล เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม (เลขานุการนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม) นางดารณี เลศะวานิช เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม (เลขานุการนายเกื้อกูล ด่านวิจิตร รมช.คมนาคม) นายสมชาย สกุลสุรรัตน์ ที่ปรึกษา รมช.คลัง (นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์) นายเกษมสันต์ วีระกุล เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คลัง นางณารินี ตะล่อมสิน เป็นที่ปรึกษา รมช.คลัง (นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์) นายรัชดากรณ์ ทาระวรรณ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คลัง พล.ท.อธิยุทธ จุนทะสุต เป็นที่ปรึกษา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และนายฉัตร วิศวพลานนท์ เป็นเลขานุการ รมว.ไอซีที



"เทือก" เบรกตั้งที่ปรึกษา-เลขาฯ รมต.



ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น ที่ประชุม ครม.ได้ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษา และเลขานุการรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลเกือบครบทุกกระทรวง ยกเว้นแต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังไม่มีเสนอเข้าให้ที่ประชุมให้ความ เห็นชอบแม้แต่กระทรวงเดียว ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า สาเหตุที่ยังไม่มีการเสนอแต่งตั้งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีของพรรคประ ชาธิปัตย์ เนื่องจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ได้สั่งให้ชะลอเอาไว้ก่อนโดยให้รอไว้ให้ ผ่านการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ในวันที่ 11 ม.ค.ไปก่อนแล้วจึงค่อยให้เสนอเข้า ครม. เนื่องจากการพิจารณาจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวจะมีอยู่ถึง 30 ตำแหน่ง ซึ่งทางพรรคเองจะขอมีส่วนร่วมในการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะ สม และช่วยงานทางพรรค โดยมีบางคนที่มีคุณสมบัติแต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมอยู่ด้วยจึงต้องรอผล เลือกตั้งออกมาก่อนแล้ว จึงจะมาพิจารณาจัดสรรเกลี่ยให้ลงตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหากสอบได้ เป็น ส.ส.แล้วจะดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ ต้องแต่งตั้งคนใหม่เข้าไปแทนอีก



เหลวไหลบอยคอตประชุมอาเซียน



วัน เดียวกัน เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กรณีกลุ่มเสื้อแดงขู่จะปิดล้อมไม่ให้มีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียนซัมมิต) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือน ก.พ.ว่า ไม่หนักใจและจะไม่ย้ายการประชุมไปที่ จ.ภูเก็ต ยังประชุมที่ กทม.เหมือนเดิม ระหว่างนี้จะเจรจากับทางแกนนำเสื้อแดงไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่กลุ่มเสื้อแดงพยายามทำกิจกรรมที่เห็นว่าต้องทำรัฐบาลก็ พยายามแก้ปัญหา เมื่อถามว่ากลุ่มเสื้อแดงพยายามให้ สมาชิกอาเซียนบอยคอตการประชุมครั้งนี้ นายสุเทพตอบว่า ไม่คิดว่าจะมีใครทำให้สมาชิกอาเซียนบอยคอตการประชุมได้ เป็นเรื่องเหลวไหล ส่วนเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก เป็นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะดำเนินการด้วยตัวเอง ส่วนการอภิปรายนอกสภาของฝ่ายค้านนั้นฟังดูแล้วเฉยๆ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยระบุว่า รัฐบาล ลอกนโยบายพรรคเพื่อไทยถึง 99% นายสุเทพตอบว่า ไม่มีอะไรต้องโต้ตอบกัน ยืนยันสิ่งที่รัฐบาลทำเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่รู้สึกหวั่นใจหรือ
หนักใจ
ที่ไม่หนักใจเพราะมันจริง และไม่หวั่นแม้วันมามากก็เพราะเราหน้าด้าน ฮา



โต้ลิ้นรัวไม่เคยเสนอชื่อ "นาม"



นาย สุเทพยังกล่าวถึงกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอนายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธาน คตส. เป็นที่ปรึกษา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ว่ายืนยันไม่เป็นความจริง ไม่มีชื่อนายนามมาเป็นที่ปรึกษาฯ การที่พรรคจะส่งใครเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี ต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันหลายคน และทางพรรคยังไม่มีการเสนอชื่อเลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี ในส่วนของพรรคเข้าสู่ที่ประชุม ครม.



นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการตั้งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องต่างตอบแทน แต่เป็นการทำงานเป็นทีมเวิร์ก เน้นคนมีความรู้ความสามารถ ช่วยงานที่เป็นนโยบายของรัฐบาลได้ รัฐบาลนี้ตาบอดสีเป็นรัฐบาลของทุกคนไม่แบ่งแยกสี เหม่ๆ แต่ฉันว่าไม่ใช่แค่บอดสีละมั้ง มันคงบอกทั้งหูและตานั่นแหละ มีอย่างที่ไหน
คนที่เป็นผู้ก่อการร้ายก็ตั้งเข้ามาร่วมรัฐบาลได้
แม้ แต่คนในรัฐบาลชุดที่แล้วก็ให้มาช่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์ก็ให้ที่ปรึกษาหรืออดีตรัฐมนตรีรัฐบาลก่อน มาช่วยงานส่งเสริมตลาดส่งออกในประเทศจีนและภูมิภาคต่างๆ ใครมีความรู้ช่วยชาติได้ ดึงมาช่วยงานหมด ไม่แบ่งแยกว่าเป็นพวกใคร อ๊าวทำลิม ก็แกไปกว้านซื้อตัวเขามาร่วมรัฐบาลแก จะมาแถว่า
ไม่ได้ห่วงว่าจะเป็นพวกใคร ก็ตอนนี้น่ะมันกลายเป็นพวกแกแล้วไง เพราะถ้าไม่ใช่ใครเขาจะไปทำงานรับใช้โจรฮึ




"พีระพันธุ์" ยันถูกดักฟังโทรศัพท์จริง



ขณะ ที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรมให้สัมภาษณ์กรณีถูกดักฟังโทรศัพท์การสนทนาเรื่องการแต่งตั้ง เลขานุการและที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม ว่ามั่นใจมีการดักฟังโทรศัพท์จริง เพราะเป็นการสนทนาระหว่างตนและนายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เท่านั้น ไม่มีคนอื่นรู้เห็นด้วย แต่คนที่ดักฟังกลับรู้เรื่องทั้งหมดว่าพูดเรื่องอะไร แล้วจะแปลว่าอะไร ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ดักฟัง แต่สงสัยคนที่ครอบครองอุปกรณ์ดักฟังโทรศัพท์ ซึ่งมีหลายแห่งทั้งหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชนด้านโทรศัพท์มือถือ ขอยืนยันว่าจะจัดการเรื่องดักฟังโทรศัพท์แน่ ทั้งนี้ เรื่องการแต่งตั้งดังกล่าว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีส่วนรู้เห็นเลย เพราะ[color=#FF0000}ไม่ได้เชิญนายนามเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี แต่เชิญมาเป็นคณะทำงาน[/color] โปรดสังเกต คณะทำงานที่ว่าน่ะคือ คณะทำงานที่ปรึกษานะคะ
ดูเอาเถอะ สีข้างถลอก จนเลือดไม่ใช่แค่ออกซิบๆ แต่ไหลโกรกแล้วยังหน้าด้าน แค่เรียกผิดกันเนี่ยนะ
แก้ตัวว่าไม่ได้ตั้ง ถุ้ยส์!








ดีเอสไอปฏิเสธไม่ได้ดักฟังฮัลโหล



วัน เดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ระบุว่าถูกดักฟังโทรศัพท์กรณีโทรศัพท์ ทาบทามนายนาม ยิ้มแย้ม อดีต คตส. มาเป็นที่ปรึกษาว่า แม้ดีเอสไอจะเป็นหน่วยงานที่มีเครื่องมือในการดักฟังทางโทรศัพท์ แต่มีระเบียบหลักเกณฑ์วิธีการใช้งาน ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติต้องการใช้เครื่องมือดักฟัง ต้องทำหนังสือเสนอขออนุมัติใช้มายังอธิบดี หรือรองอธิบดี เพื่อส่งเรื่องไปยังอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ในการขออนุญาตให้ใช้เครื่องมือดักฟัง ได้สอบถาม พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ รองอธิบดีดีเอสไอ ที่ดูแลรับผิดชอบเครื่องมือดังกล่าว ทราบว่าตั้งแต่เดือน พ.ย. ไม่มีการใช้เครื่องมือดักฟังอย่างแน่นอน ในช่วงเวลาดังกล่าวดีเอสไอได้นำเครื่องมือไปอัพเดทฐานข้อมูล ซึ่งการดักฟังทางโทรศัพท์ไม่ใช่เพียงมีเครื่องมือตัวเดียวแล้วสามารถทำได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต่างๆ ซึ่งดีเอสไอก็ไม่เคยขอให้มาร่วมมือในการดักฟัง


ถ้ามีการดักฟังจริงก็เป็นข่าวดีนิ แสดงว่ามีคนไม่ชอบพวกแกที่ยังเป็นพวกฉันอยู่อีกน่ะสิ อิ๊อิ๊

จากข่าว เขาจะไปถลุงเงินกันแล้วนะคะ

โพสต์เมื่อ : 2009-01-06 19:41:43


"มาร์ค"จัดทัวร์ชี้แจงนานาชาติ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มั่นใจว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณ
จ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ลดความเชื่อมั่นประเทศไทยจะไม่มีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล
การที่นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค นำเรื่องนี้มาเปิดเผยเพราะต้องการชี้
ให้เห็นว่ามีขบวนการใดดำเนินการอยู่

"รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงต่อนานาชาติ ซึ่งในปลายเดือน มค.นี้ นายอภิสิทธิ์จะมี
กิจกรรมไปสร้างความเชื่อมั่นอยู่แล้ว"


โธ่ไอ้เลว สันดานไม่เคยเปลี่ยน ไอ้ที่ชอบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่
คนอื่นนี่น่ะ มันไม่เคยผิดไปจากที่เขาเคยด่าพรรคนี้กันมานานแสนนานเลยทีเดียว
ทำไมไม่บอกล่ะว่าจะไปที่ไหน ถ้าเป็นประเทศแถบอาเซี่ยนนี่น่ะ ท่านนายกฯสมัคร
ท่านก็เคยบอกแล้วว่าเป็นธรรมเนียมที่ต้องไป ไม่เห็นจะใช่เรื่องที่ว่าจะไปสร้างความ
มั่นจงมั่นใจอะไรเลย แต่ถ้าเป็นประเทศในแถบยุโรปหรืออเมริกาน่ะนะ ไม่ต้องเสนอ
หน้าไปหรอกเสียเวลาเปล่า เพราะตราบใดที่ยังไม่จัดการกับผู้ก่อการร้ายที่ยึดสนามบิน
จะเอาหน้าที่ไหนไปชี้แจงเขา ยิ่งต้องเอาไอ้ผู้ร้ายตัวจริงที่เฉือกบอกว่า การยึดสนามบิน
เป็นเรื่องสนุกมา อาหารดี ดนตรีไพเราะ ไปด้วยแล้วล่ะก็ อายเขาจนไม่รู้จะเอาหน้าไปมุดไว้ที่ไหน

ไม่ต้องไปโทษคนอื่นเขาหรอก ว่าทำร้ายทำลายประเทศ หันกลับมาดูตัวพวกแกเองเถอะ
ที่ถล่มชาติเสียยับเยิน ยังจะไปหน้าด้านชี้แจงอะไรเขาอีก จะไปบอกเขาว่าไง ว่าทักษิณ
มันเลว เลยต้องยึดสนามบินหรือไง เลือกตั้งไม่ชนะ เลยต้องปล้นตำแหน่งเขามาหรือไง
เกิดเขาถามว่าแล้วโหวตชนะเขามาได้ไง จะตอบเขาว่าไง ว่าอ๋อ เรื่องจิ๊บๆ ไอก็เอาเงิน
ฟาดหัวไอ้สส.ขายตัวมาล่ะสิ แล้วเกิดเขาถามต่อว่า อ้าวแล้วไม่ผิดหรือ
ประเทศยู ขนาดถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียง เอาเงินไปให้ชาวบ้านนิดหน่อยยังถูกยุบทั้งพรรคเลย
แล้วยูเอาเงินไปซื้อเสียงสส.นี่ไม่ผิดหรือ แค่นี้ก็ตายแล้วไอ้บ้ามาร์คเอ๊ย แล้วถ้าเขาถามต่อว่า
แล้วยูเอาเงินที่ไหนไปซื้อ ทีนี้ล่ะก็ยุ่งเข้าไปใหญ่ จะหาทางกลับบ้านถูกไหมล่ะเนี่ย

ฉันว่าพวกแกพยายามแก้ปัญหาภายในบ้านให้เรียบร้อยก่อนเถอะ แล้วค่อยมีหน้าไปโชว์ตัว
บ้านตัวเองยังจัดการไม่ได้เลย ดันจะไปชี้แจงอะไร หรือแกทำปฎิวัติมา ถึงต้องด้านหน้าไปแก้ตัว
ถุ้ย ทุเรศจริงๆ ปัญหากองอีกบานเบอะ เสือกจะออกไปโชว์ตัว เฮ้อ

ทศพิธราชธรรม

โพสต์เมื่อ : 2009-01-06 10:06:18 _ ปิดข้อความ ex-link แก้ไข


ธรรมของผู้นำประเทศ ไม่ใช่เฉพาะกษัตริย์นะคะ เดี๋ยวจะมาเถียงกันอย่างในสภาอีก

ทศพิธราชธรรม โดย นายทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา
ทศพิธราชธรรม เป็น หัวข้อธรรมะที่มีผู้สนใจกันมาก เพราะเป็นธรรมะของผู้ปกครองโดยทั่วไป มิได้ เจาะจงว่าต้องเป็นของพระมหากษัตริย์เท่านั้น ธรรมะในข้อนี้เป็นของที่ บัญญัติขึ้นก่อนสมัยพุทธกาล อาจกล่าวได้ว่าเป็นปรัชญาทางการเมืองการปกครองของโลกตะวันออก ที่วางกรอบปฏิบัติหรือธรรมนูญของผู้มีอำนาจปกครอง ต่อมานักปราชญ์ทางพุทธศาสนาได้รับเข้าไว้เป็นธรรมะในศาสนาของตน และผูกเป็นคาถาภาษาบาลี ดังนี้
ทานํ สีลํ ปริจฺจาคํ อาชฺชวํ มทฺทวํ ตปํ
อกฺโกธํ อวิหํ สญฺจ ขนฺติญฺจ อวิโรธนํ

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรมของพระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ซึ่งปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมปิฎก ได้ให้คำอธิบายดังนี้

"ราชธรรม ๑๐ หรือ ทศพิธราชธรรม (ธรรมของพระราชา, กิจวัตรที่พระเจ้าแผ่นดินควรประพฤติ, คุณธรรมของผู้ปกครองบ้านเมืองธรรมของนักปกครอง)
๑. ทาน (การให้ คือ สละทรัพย์สิ่งของบำรุงเลี้ยง ช่วยเหลือประชาราษฎร์ และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์)
๒. ศีล (ความประพฤติดีงาม คือสำรวมกายและวจีทวาร ประกอบแต่การสุจริตรักษากิตติคุณให้ควรเป็นตัวอย่าง และเป็นที่เคารพนับถือของประชาราษฎร์ มิให้มีข้อที่ใครจะดูแคลน)
๓. ปริจจาคะ (การบริจาค คือ เสียสละความสุขสำราญ ตลอดจนชีวิตของตนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง)
๔. อาชชวะ (ความซื่อตรง คือ ซื่อตรงทรงสัตย์ไร้มารยา ปฏิบัติภารกิจโดยสุจริต มีความจริงใจ ไม่หลอกลวงประชาชน)
๕. มัททวะ (ความอ่อนโยน คือ มีอัธยาศัย ไม่เย่อหยิ่ง หยาบคายกระด้างถือองค์ มีความงามสง่าเกิดแต่ท่วงทีกิริยาสุภาพนุ่มนวลละมุนละไม ให้ได้ความรักภักดีแต่มิขาดยำเกรง)
๖. ตปะ (ความทรงเดช คือ แผดเผากิเลสตัณหา มิให้เข้ามาครอบครองย่ำยีจิตระงับยับยั้งข่มใจได้ ไม่ยอมให้หลงใหลหมกมุ่นในความสุขสำราญและความปรนเปรอ มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอหรืออย่างสามัญ มุ่งมั่นแต่จะบำเพ็ญเพียรทำกิจให้บริบูรณ์)
๗. อักโกธะ (ความไม่โกรธ คือ ไม่เกรี้ยวกราด ลุอำนาจความโกรธจนเป็นเหตุให้วินิจฉัยความและกระทำการต่างๆ ผิดพลาดเสียธรรม มีเมตตาประจำใจไว้ระงับความเคืองขุ่นวินิจฉัยความและกระทำการด้วยจิตอันราบ เรียบเป็นตัวของตนเอง)
๘. อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน คือ ไม่บีบคั้นกดขี่ เช่น เก็บภาษีขูดรีด หรือเกณฑ์แรงงานเกินขนาด ไม่หลงระเริงอำนาจขาดความกรุณา หาเหตุเบียดเบียนลงโทษอาชญาแก่ประชาราษฎร์ผู้ใด เพราะอาศัยความอาฆาตเกลียดชัง)
๙. ขันติ (ความอดทน คือ อดทนต่องานที่ตรากตรำ ถึงจะลำบากกายน่าเหนื่อยหน่ายเพียงไรก็ ไม่ท้อลอย ถึงจะถูกยั่วถูกหยันด้วยคำเสียดสีถากถางอย่างใด ก็ไม่หมดกำลังใจ ไม่ยอมทิ้งกรณีย์ที่บำเพ็ญโดยชอบธรรม)
๑๐. อวิโรธนะ (ความไม่คลาดธรรม คือ วางองค์เป็นหลักหนักแน่นในธรรม คงที่ ไม่มีความ เอนเอียงหวั่นไหว เพราะถ้อยคำที่ดีร้ายลาภสักการะ หรืออิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ใดๆ สถิตมั่นในธรรม ทั้งส่วนยุติธรรมคือความเที่ยงธรรมก็ดี นิติธรรมคือระเบียบแบบแผนหลักการปกครอง ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามก็ดี ไม่ประพฤติให้เคลื่อนคลาดวิบัติไป)

มีที่น่าพิจารณาเป็นพิเศษ คือ ธรรมประการสุดท้าย อวิโรธนะ คำว่า วิโรธนะ ไทยมาทับศัพท์ว่า พิโรธ แปลว่า โกรธ บางคนแปล อวิโรธนะ ว่า ไม่โกรธ ก็จะไปตรงกับ อักโกธะ เป็นการซ้ำกันไป พจนานุกรมบาลี-อังกฤษฉบับของชิลเดอร์ ให้คำแปลว่า Conciliationหมายถึง ความโอนอ่อนผ่อนปรน การประสมประสานสร้างความสามัคคีกลมเกลียว ซึ่งอาจเป็นราช ธรรมที่สำคัญที่สุดในบรรดาทศพิธราชธรรมทั้ง ๑๐ ประการของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย เพราะหลักวิชาการทางรัฐศาสตร์ก็รับรองต้องกันว่า เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทรงเป็นกลางในทางการเมือง ไม่ทรงฝักใฝ่เป็นข้างเดียวกับพรรคการเมืองใดหรือบุคคลใดในทางการเมือง ดังนั้น คุณประโยชน์อันสำคัญที่สุดที่พระมหากษัตริย์จะทรงทำให้แก่ประเทศ ชาติ และเป็นเรื่องยากที่ผู้อื่นจะสามารถทำได้ คือ การประสมประสานสร้างความสามัคคีในชาติ เป็นธรรมดาที่ผลประโยชน์ทางการเมืองอาจทำให้เกิดความแตกแยกในระหว่างพรรคการ เมือง หรือการแก่งแย่งแข่งดีในระหว่างบุคคลสำคัญของชาติ แต่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของทุกพรรคทุกฝ่ายและเป็นที่เชื่อ มั่นได้ว่า ทรงยึดมั่นต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นใหญ่ ดังนั้น ทุกๆ ฝ่ายจึงยอมประนีประนอมข้อขัดแย้งต่างๆ ถวายพระองค์ได้

ธรรมอีกหมวดหนึ่งที่พระมหากษัตริย์ไทยจะต้องทรงยึดถือปฏิบัติ คือ จักรวรรดิวัตร ๑๒ ได้แก่
๑. อันโตชนัสมิง พลกายัสมิง สงเคราะห์ชนภายใน และพลกายกองทหาร
๒. ขัตติเยสุ สงเคราะห์กษัตริย์เมืองขึ้นทั้งหลาย
๓. อนุยันเตสุ สงเคราะห์เหล่าเชื้อพระวงศ์ข้าราชบริพาร
๔. พราหมณคหปติเกสุ คุ้มครองพราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย
๕. เนคมชานปเทสุ คุ้มครองชาวราษฎรพื้นเมืองทั้งหลาย
๖. สมณพราหมเณสุ คุ้มครองเหล่าพราหมณ์ที่เป็นสมณะ
๗. มิคปักขีสุ คุ้มครองเนื้อและนกที่มีไว้สืบพันธุ์
๘. อธัมมการปฏิกเขโป ห้ามปรามมิให้มีการประพฤติการอันผิดธรรม
๙. อธนานัง ธนานุปปทานัง ทำนุบำรุงผู้ขัดสนไร้ทรัพย์
๑๐. สมณพราหมเณ อุปสังกมิตวาปัญหาปุจฉนัง เข้าไปหาและสอบถามปัญหากับสมณพราหมณ์
๑๑. อธัมมราคัสส ปหานัง เว้นความกำหนัดในกามโดยอาการไม่เป็นธรรม
๑๒. วิสมโลภัสส ปหานัง เว้นโลภกล้าไม่เลือกควรไม่ควร

ส่วนคตินิยมที่ให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระธรรมิกราชนั้น จะเห็นได้จาก จกฺกวตฺติ สุตฺต ซึ่งอธิบายลักษณะแห่งพระจักรพรรดิ ดังนี้

"วัตร คือ หน้าที่ของพระจักรพรรดิจะต้องเป็นผู้นิยมนับถือธรรม เป็นผู้สนับสนุนธรรม จะต้องเอาพระทัยใส่คุ้มครองรักษาบรรดาผู้อาศัยอยู่ในแว่นแคว้นของพระองค์ คือ ผู้เป็นอันโตชน ผู้เป็นพลกาย ผู้เป็นขัตติย ผู้เป็นอนุยันตติดสอยห้อย ตาม ผู้เป็นพราหมณ์คหบดีผู้เป็นชาวบ้านชาวชนบท ผู้เป็นสมณพราหมณ์ตลอดจนสัตว์สี่ เท้าสองเท้า ต้องทรงสอดส่องมิให้มีการอธรรมเกิดขึ้นในแว่นแคว้นของพระองค์และเกื้อกูลคน จนด้วย
อนึ่ง เมื่อผู้มีศีลรู้จักสำรวมตน และปฏิบัติตนเพื่อความดีมาสู่พระองค์ และทูลถามถึงอะไรดีอะไรชั่ว อะไรผิดอะไรชอบ อะไรพึงทำอะไรพึงเว้น พระองค์จะต้องฟังเขาโดยตลอดแล้วห้ามปรามเขาอย่าให้ไปทางที่ชั่ว สนับสนุนให้เขาไปในทางที่ดี ดังนี้"

และมีธรรมอีกหัวข้อหนึ่ง ที่พระมหากษัตริย์จะต้องพึงปฏิบัติคือ ราชสังคหวัตถุ ๔ อันควรกล่าวไว้ให้สมบูรณ์ ได้แก่
๑. สัสสเมธะ (ความฉลาดในการบำรุงพืชพันธุ์ ธัญญาหาร ส่งเสริมการเกษตร)
๒. ปริสเมธะ (ความฉลาดในการบำรุงข้าราชการ รู้จักส่งเสริมคนดีมีความสามารถ)
๓. สัมมาปาสะ (ความรู้จักผูกผสานรวมใจประชาชนด้วยการส่งเสริมอาชีพ เช่น ให้คนจนกู้ยืมทุน ไปสร้างตัวในพาณิชยกรรมเป็นต้น)
๔. วาจาเปยยะ (ความมีวาจาอันดูดดื่มน้ำใจ น้ำคำควรดื่ม คือ รู้จักพูดรู้จักปราศรัยไพเราะ สุภาพนิ่มนวล ประกอบด้วยเหตุผล มีประโยชน์เป็นทางแห่งสามัคคี ทำให้เกิดความเข้าใจอันดีและความเชื่อถือ)

อำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสังคมไทยแต่โบราณมี ๒ มิติ คือ ทรงเป็นที่ตั้งของอำนาจสูงสุดของมนุษย์ในสังคมการเมืองส่วนอีกมติหนึ่งด้วย เหตุที่ทรงเป็นสมมติเทพ จึงทรงเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างอำนาจหรืออานุภาพของธรรม กับความเป็นไปของสังคมการเมืองของมนุษย์โดยส่วนรวม ดังที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยมีพระราชดำรัสว่าในเมืองไทยนี้ แม้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ก็โทษพระเจ้าแผ่นดิน พระราชจริยวัตรของพระมหากษัตริย์จึงเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงความเจริญหรือความ เสื่อมของสังคม การเมืองตามโลกทัศน์แบบไตรภูมิ ดังคัมภีร์ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา แต่งเมื่อพุทธศัก ราช ๒๓๔๕ บรรยายถึงสายสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนนี้ว่า

"ถ้าท้าวพระยาทั้งปวงไม่เป็นธรรม พระยาอุปราชแลเสนาบดีแลเศรษฐีทั้งปวงไม่เป็นธรรมแล้วไพร่ฟ้าประชากรชาวพระ นครแต่บรรดาที่อยู่ในเขตแคว้นสิ้นทั้งปวงนั้น ก็จะไม่เป็นธรรม ตลอดทั้งวังจังหวัดขอบขัณฑสีมา ฝ่ายเทพยดาที่พิทักษ์รักษามนุษย์ทั้งปวง ครั้นมนุษย์ไม่เป็นธรรมแล้ว ก็จะพลอยไม่เป็นธรรมไปด้วยสิ้น ... ครั้นเทพยดาและพรหมทั้งหลายไม่เป็นธรรมแล้ว พระจันทร์แลพระอาทิตย์ก็จะเวียนไปมิได้เสมอ ... ลมก็จะพัดวิปริต... ฝนก็จะไม่ตกชอบฤดู ... แผ่นดินนั้นก็จะหาโอชะบ่มิได้ ... อาหารสรรพสิ่งทั้งปางนั้นแต่ล้วนปราศจากโอชะไปสิ้นด้วยกัน ... สรรพว่านยาต่าง ๆ แต่บรรดาที่เป็นโอสถระงับโรคนั้นจะปราศจากโอชะสิ้นทุกสิ่งทุกประการ"

ดังนั้นจารีตประเพณีในสังคมไทยจึงเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการและจักรวรรดิวัตรจรรยา ๑๒ ประการ ของผู้ปกครองบ้านเมือง ใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษกหรือพระราชพิธีเฉลิมพระ ชนมพรรษา สมเด็จพระราชาคณะผู้ถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเศษกถา ก็จะต้องนำธรรมดังกล่าวมาอธิบายขยายความ

แสดง ถวายพระมหากษัตริย์อยู่เสมอการละเลยหรือหละหลวมในวัตรปฏิบัติเหล่านี้ จึงเชื่อกันว่า จะก่อให้เกิดความระส่ำระสายในโครงสร้างแห่งอำนาจทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง จนกระทั่งในที่สุดแล้ว อาจก่อให้เกิดความหายนะแก่สังคมมนุษย์หรือบ้านเมือง ได้

จึงมีเจ้านายหรือขุนนางผู้ใหญ่อ้างความชอบธรรมทำรัฐประหาร ตั้งตนเป็น พระมหากษัตริย์แทน

6มกรา ป้าแปะเสนอข่าวแปลก

โพสต์เมื่อ : 2009-01-06 08:28:42


รถปอ.ระเบิดวอด7คัน ขณะจอดรอซ่อมอยู่ในอู่ [6 ม.ค. 52 - 07:37]

เมื่อ ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (6 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้รถเมล์ปรับอากาศ (ปอ.) ร่วมบริการ ที่จอดอยู่ในบริเวณอู่ของบริษัท สหขนส่งธนบุรี จำกัด ถนนขุนเทียนชายทะเล 20 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิด เหตุ เจ้าหน้าที่พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถ ปอ. สีฟ้า สาย 171 ของบริษัท วังศกาญจน์กิจ จำกัด วิ่งระหว่างหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง-เคหะธนบุรี และรถ ปอ.สีฟ้า สาย 173 วิ่งระหว่าง เคหะธนบุรี -มีนบุรี และมีเสียงถังก๊าซเอ็นจีวี ที่ติดตั้งอยู่ภายในรถระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ๆ เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดและสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในที่สุด พบรถ ปอ.สาย 173 เสียหาย 4 คัน และสาย 171 เสียหาย 3 คัน

นางนัฐนันท์ ปิติทัญสวัสดิ์ อายุ 48 ปี ผู้จัดการอู่ดังกล่าว ให้การว่า หลังจากปิดอู่เมื่อเวลา 02.00 น.ของทุกวัน จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแล 1 คน และจะมีพนักงานขับรถ พนักงานเก็บค่าโดยสาร เข้ามาตอกบัตรทำงาน และเซ็นชื่อในเวลาประมาณ 04.00 น. ซึ่งก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า-ออก ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่บริเวณอู่ซ่อมรถด้านใน โดยพบว่าเสียงระเบิดเกิดขึ้นที่ห้องเครื่องภายในรถเมล์ที่จอดรอซ่อมอยู่ทั้ง 7 คัน และมีไฟลุกไหม้ขึ้น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

เบื้องต้น คาดว่าฝ่ายช่างน่าจะซ่อมเครื่องค้างไว้ ทำไฟฟ้าเกิดลัดวงจร ซึ่งจะต้องรอการพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง


เอ๋...มันจะเกี่ยวกะรถเช่า 4,000คันของพี่ห้อยเขาป่าวไม่รู้เนอะ
แต่สังเกตดูระยะนี้เกิดเหตรุนแรงบ่อยๆ เขาว่าเป็นเพราะอย่างนี้หรือเปล่าไม่ทราบ


"............................
คราทีนั้นฝูงสัตว์ทั้งหลาย จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น
ด้วยพระมหากษัตริย์มิได้ทรงทศพิธราชธรรม จึงเกิดเข็ญเป็นมหัศจรรย์สิบหกประการ
คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพศ อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ เกิดนิมิตรพิศดารทุกบ้านเมือง

พระคงคาจะแดงดั่งเลือดนก อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
ผีป่าก็จะวิ่งเข้าสิงเมือง ผีเมืองจะออกไปสู่ไพร
พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี พระกาฬกุลีจะเข้ามาเป็นไส้
พระธรณีจะตีอกไห้ อกพระกาฬจะไหม้อยู่เกรียมกรม
..................................."

ป้าแปะขอเสนอข่าวฮา

โพสต์เมื่อ : 2009-01-05 21:40:08


"เสธ.หนั่น" กุมขมับ 11 ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส่อขาดคุณสมบัติ กกต.สงสัยเขียนใบสมัครย้อนหลัง 16 ราย

เลือก ตั้งซ่อมวุ่น 16 คนส่อขาดคุณสมบัติ 11 ผู้สมัครชาติไทยฯอาการหนัก กกต.สงสัยเขียนใบสมัครย้อนหลังให้ครบ 90 วัน "เสธ.หนั่น" เผยประชาธิปัตย์ส่งแทนเขตที่มีปัญหาแล้ว รับอาจกระทบเก้าอี้ส.ส.พรรค



เผย16ผู้สมัครมีปัญหาคุณสมบัติ


นาง สดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง แถลงเมื่อวันที่ 5 มกราคม ถึงการเลือกตั้ง ส.ส. 26 เขต 29 คน ใน22 จังหวัด ในวันที่ 11 มกราคมว่า จากการตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้สมัครทั้งหมด 83 คน พบว่า มีผู้สมัครที่มีปัญหา 16 ราย โดยกรณี นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนา เขต 1 จ.อุทัยธานี กกต.เขตไม่ประกาศรับรองให้ลงสมัคร จึงได้ติดข้อความไว้ตรงรายชื่อว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่านายอดุลย์มีคุณสมบัติครบถ้วน คะแนนของผู้ที่ใช้สิทธิลงคะแนนให้นายอดุลย์ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า ก็จะถือว่าเป็นบัตรดี แต่หากศาลวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ บัตรเลือกตั้งดังกล่าวก็จะถือว่าเป็นโมฆะ


ชาติไทยพัฒนาสะอึกโดน11คน


นาย ปกครอง สุนทรสุทธิ์ รองเลขาธิการ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า สำหรับผู้สมัครที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ 16 ราย แบ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 11 คน ซึ่งทั้ง 2 พรรค ไม่พบชื่อในฐานข้อมูลพรรคการเมือง นอกจากนี้ ยังมีพรรคความหวังใหม่ 3 คน พบว่ามีชื่อเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนกัน ทั้งนี้ ในส่วนผู้สมัครของพรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 11 คน ที่ยังมีปัญหานั้น เพราะทางสำนักงาน กกต.ตรวจไม่พบรายชื่อของผู้สมัครในฐานข้อมูลของผู้สมัครนั้น เนื่องจากทางพรรคแจ้งข้อมูลเข้ามาทางกกต.ไม่ตรงกับวงรอบของไตรมาส ที่ทุกๆ3 เดือน กกต.จะมีการปรับฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง และในรอบไตรมาสปัจจุบัน ที่กกต.เพิ่งปรับฐานข้อมูลครั้งสุดท้ายคือวัน ที่ 7 มกราคม 2552 แต่ทางพรรคชาติไทยพัฒนากลับแจ้งรายชื่อพร้อมสำเนาใบสมัครไม่ตรงตามกำหนดตาม ข้อบังคับของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่บอกให้พรรคการเมือง หากรับสมัครสมาชิกพรรคในสัปดาห์ใดก็ตาม พรรคการเมืองนั้นจะต้องส่งสำเนาใบสมัครมาให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภาย ใน 7 วัน


สงสัยเขียนใบสมัครย้อนหลัง


"ทั้งนี้ ในใบสมัครสมาชิกพรรคของผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนาที่มีปัญหาใน 11 รายได้ลงวันที่สมัครสมาชิกพรรคไว้ในวันที่ 7 และ 8 ตุลาคม 2551 แต่ทางพรรคชาติไทยพัฒนากลับแจ้งมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองในวันที่ 15 ธันวาคม 2552 ซึ่งทาง กกต.ไม่ทราบว่าเป็นการเขียนใบสมัครย้อนหลังเพื่อให้สังกัดพรรคการเมืองครบ 90 วัน หรือไม่"นายปกครอง กล่าว


รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า กกต.ส่งหนังสือให้ทางพรรคชาติไทยพัฒนา มาชี้แจงโดยเร็วว่าเหตุใดทางพรรคจึงไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ทั้งนี้ กกต. ยังได้ส่งข้อมูลไปยัง ผอ.กต.เขต แล้วซึ่งหลังจากนี้ก็เป็นดุลพินิจของ ผอ.กต.เขตว่าจะอนุญาตให้ผู้สมัครสามารถลงสมัครเลือกตั้งได้หรือไม่ และทาง กกต. ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง ผอ.กต.ประจำเขต โดยใช้ถ้อยคำว่า "ทางสำนักงานกกต. จึงไม่อาจยืนยันได้ว่า ผู้สมัครผู้นั้นได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในวันที่ระบุไว้ท้ายใบ สมัครหรือไม่"


ขณะที่ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า การตรวจสอบว่าพรรคการเมือง ส่งผู้สมัครมีคุณสมบัติสังกัดพรรคครบ 90 วันก่อนวันสมัครเลือกตั้งตามที่กฏหมายกำหนดหรือไม่นั้น อยู่ที่ดุลพินิจของผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขต (ผอ.กต.เขต) นั้นๆเป็นหลัก ที่จะตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติลงสมัครได้หรือไม่ อีกทั้งฐานข้อมูลของกกต.ที่ใช้ในการตรวจสอบก็เป็นการสันนิษฐานเท่านั้น หากผู้สมัครรายใดไม่พอใจในเรื่องนี้ก็ยื่นคำร้องไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ได้ แต่ก็ต้องตรวจสอบประกอบกับทางพรรคการเมืองด้วย


"สนั่น"รับกระทบตัวเลขส.ส.พรรค


พล. ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า เรื่องที่ผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนา ที่จ.อุทัยธานี ขาดคุณสมบัติ ทางพรรคจะต้องอุทธรณ์ และฎีกากันต่อไป ส่วนที่คุณสมบัติยังไม่ครบอีกคือ นครปฐม สิงห์บุรี ปทุมธานีส่วนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งลงแทนไปแล้ว ยอมรับว่ากระทบต่อตัวเลขส.ส.ของพรรค ส่วนจะลามมาถึงเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ คงต้องแล้วแต่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล แต่อัตราส่วนยังเชื่อว่า อยู่ที่ 20 เสียง ซึ่งจะพอดีๆ กับอัตราส่วนรัฐมนตรี


มิน่าเห็นบอกมา-รกให้รีบซื้อสส.เพิ่มโดยด่วน เอ แล้ว เมื่อวานเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วไม่ใช่หรือ

หน้าด้าน...ชอบกุข่าวชาวบ้านจับได้ทุกที

โพสต์เมื่อ : 2009-01-05 18:59:47


ไอ้รัฐบาลบ้าเนี่ย ชอบสร้างแต่เรื่อง ให้สัมภาษณ์กันเป็นวรรคเป็นเวร
อ้างโน่นอ้างนี่ พอถูกจับได้ก็เงียบบ้าง แถบ้างไปตามเรื่องตามราว
อันที่จริงต้องว่าตามสันดานเดิม มีอย่างที่ไห ลองอ่านดูการให้สัมภาษณ์
เรื่องนี้ดูเป็นตัวอย่างแรก

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะพยายามเดินหน้าเจรจากับแกนนำกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ซึ่งได้มีการนัดหมายแล้ว ตนจะเดินทางไปพบด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็ได้ประสานไปยังบุคคลใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อขอเจรจาเช่นกัน โดยเห็นว่าหากจะกลับเข้าประเทศก็สามารถทำได้ แต่ต้องเข้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

เสร็จแล้วไอ้ขุนพลอยพยักก็ออกข่าวให้สัมภาษณ์ต่อ เป็นเรื่องเป็นราว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดว่า"ที่ผ่านมานายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ
พยายามพูดคุยกับพตท.ทักษิณ เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบ แต่ยังไม่สำเร็จแสดงให้เห็นอย่าง
ชัดเจนว่า พตท.ทักษิณยังพยายามดำเนินการทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของไทย
ในสายตาต่างชาติ และส่งผลกระทบต่การสร้างความสมานฉันท์ในประเทศอยู่"


เป็นถึงหมอ เป็นถึงโฆษกพรรคแต่โกหกไฟแล่บ เมื่อเขาออกมาแจ้งให้ทราบว่าไม่เคยมีการติดต่อ
กลับแถไปอีกเรื่อง หาว่าเขาไปจ้างบริษัทต่างชาติ ทำลายประเทศอีก คนเราเมื่อถูกจับได้ว่าโกหก
ก็ต้องหยุด ไม่ใช่พยายามเปลี่ยนเรื่องโกหกต่อไปอีก มันทุเรศ เป็นอย่างนี้กันทั้งพรรคเลย
แล้วจะไว้ใจให้บริหารประเทศได้อย่างไร คนโกหก มันก็ต้องโกหกอยู่วันยังค่ำ

ทีนี้ลองมาฟังผู้ถูกกล่าวหาเขาแถลงบ้าง


"หมอมิ้ง"จวกปชป.ป้ายสี"แพะการเมือง"ปั้นเรื่อง"ล็อบบี้ยิสต์"



นพ. พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวเมื่อเวลา 13.30 น. เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ห้องกำแพงเพชร 5 โรงแรมเซ็ลทารา แกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว ถึงกรณีที่น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหา น.พ.พรหมมินทร์ นายภูมิธรรม เวชชยชัย อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ซึ่งล้วนแต่เป็นคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับบริษัทในต่างประเทศเพื่อมุ่งทำลายความน่าเชื่อ ถือของประเทศไทย หรือล็อบบี้ยิสต์ โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานของสถาบันนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร อีกทั้งกระบวนการยุติธรรมว่า ตนได้หารือกับนายภูมิธรรม และนายพันศักดิ์ แล้ว ซึ่งทั้งหมดได้มอบหมายให้ตนมาเป็นตัวแทนในการชี้แจงทั้งหมด โดย


1. พรรคประชาธิปัตย์ ควรมุ่งแก้ไขปัญหาของชาติ และความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่ามุ่งกล่าวหา “แพะทางการเมือง” ด้วยการกล่าวร้ายว่าสาเหตุต่างๆ เกิดจากพ.ต.ท.ทักษิณหรือการล็อบบี้ของบริษัทใดๆในต่างประเทศ เพื่อโยนความผิดให้ผู้อื่นตามความถนัด ซึ่งไม่อาจะเป็นข้ออ้างเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาของรัฐบาล ซึ่งจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ถนัดเรื่องการกล่าวหาแพะทางการเมืองแล้วโยน ความผิดให้คนอื่นนั้นตนเคยได้ฟ้องร้องพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่ 1 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำเลยที่ 2 ตลอดจนถึงเลขาธิการพรรคและโฆษกพรรค ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาตัดสินวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นอกจากนี้นายภูมิธรรมก็เคยชนะคดีปฎิญญาฟินแลนด์มาแล้วด้วย



น. พ.พรหมมิมทร์ กล่าวว่า 2.เหตุการณ์ต่างๆทางการเมืองของประเทศไทยตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ต่อเนื่องจนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน แห่งชาติสุวรรณภูมิ ล้วนเป็นข่าวที่ตื่นเต้น น่าสนใจและกระทบต่อชาวต่างประเทศเป็นอันดับข่าวสำคัญต้นๆ ของโลก ซึ่งสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นของประเทศด้วยตัวของเหตุการณ์เอง โดยที่ไม่มีบริษัทล็อบบี้ใดในโลกทำได้ นอกเสียจากการกระทำของคณะผู้ก่อการรัฐประหาร ผู้ก่อการยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินสุวรรณภูมิ จึงเป็นหน้าที่สำคัญของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่าจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย ต่อการกระทำนั้นในวันที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ซึ่งสื่อต่างชาติคงจับตาไม่กระพริบกับการจัดการกับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ นายประพันธ์ คูณมี นายสำราญ รอดเพชร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่เป็นแกนนำ และผู้ร่วมปฏิบัติการคนสำคัญ



ส่วน 3.สื่อต่างประเทศยึดมั่นในเสรีภาพของสื่อมวลชนและหลักการประชาธิปไตย ที่เป็นส่วนหนึ่งของแบบอย่างสื่อมวลชนไทย จึงไม่มีใครไปกำหนด หรือบอกให้สื่อมวลชนที่มีมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือในสากล 4.ข้าพเจ้าไม่เกี่ยวข้องกับการจัดจ้างบริษัทต่างชาติ และไม่เชื่อว่ามีใครจ้างบริษัทเพื่อกระทำการตามที่ข้อกล่าวหาให้ร้าย ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์เองก็พร่ำกล่าวหาว่ารัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นโนมินีของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงทำให้ข้อกล่าวหาครั้งนี้ขัดแย้งกับข้อกล่าวหาเดิม เพราะคงไม่มีใครจัดจ้างคนมาทำลายรัฐบาลที่ตัวเองสนับสนุน และหากประโยคหลังถูกประโยคแรกก็ต้องผิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ถนัดแต่การกล่าวร้ายจนลืมตรวจสอบ ตรรกะความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายนและยุบพรรคไทยรักไทย พร้อมกับการตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ข้าพเจ้ามิได้เกี่ยวข้องหรือร่วมดำเนินกิจกรรมกับพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองใดๆ เลย



5.ที่ผ่านมาสังคมไทยมีความแตกแยก แตกสามัคคีเกิดขึ้น เนื่องจากการกล่าวหาและให้ร้ายผู้อื่นของคนบางกลุ่มโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือ ความจริงบางส่วน ผสมความเท็จหรือนิทานเผยแพร่ปลุกเร้าให้คนเกลียดชังจนถึงการปลุกเร้าให้คน เกลียดชังและทำร้ายกัน ซึ่งในสถานการณ์วิกฤติและมีความแตกยแก คนในสังคมต้อง “คิดเชิงบวกก่อน” จึงให้ “คิดรักก่อน หลีกเลี่ยงการคิดชัง” “คิดสร้างสรรค์ก่อน หลีกเลี่ยงการคิดทำลายล้างกัน” ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์มีหน้าที่ต้องนำคนไทยแก้ปัญหา มากกว่าสร้างปัญหาเสียเอง และหากน.พ.บุรณัชย์ ยังไม่ถนัดทำงานด้านสร้างสรรค์ หรือไม่มีแบบอย่าง ตนและ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ในฐานะที่ได้รับการอบรมศึกษาในวิชาชีพแพทย์เหมือนกันยินดีเป็นผู้แนะนำ



น. พ.พรหมมินทร์ กล่าวว่า สำหรับตนคงจะไม่ดำเนินการฟ้องร้องพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากมีคดีเก่าที่เคยฟ้องร้องไว้อยู่แล้ว ซึ่งจะสามารถชี้ให้เห็นความจริงทุกอย่าง และตนคิดว่าการทำความเข้าใจเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย คนทั่วโลกวิจารณ์กันระงมและออกมาเป็นชุดๆ จึงไม่จำเป็นต้องไปว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ใดๆ ซึ่งตนไม่เห็นมีสื่อมวลชนประเทศไหนแม้แต่ฉบับเดียวจะชื่นชมเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้สื่อต่างประเทศพาดพิงสถาบันเบื้องสูงประเทศไทยบ่อยครั้ง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะสอดคล้องกับกรณีบริษัทล็อบบี้ยิสต์ นพ.พรหมมินทร์ กล่าวว่า สถาบันหลักของชาติ คือชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ นั้นอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มีใครกล้าฝืนความรู้สึกของคนไทย ข้อกล่าวหานั้นเป็นแบบฮาร์ฟทรูต คือพูดข้างบนนิดหนึ่งแล้วมาหยอดข้างล่างมาผูกกัน ซึ่งสังเกตได้จากการให้สัมภาษณ์ที่เป็นการทำลายคน



“ ผมไม่ได้ติดต่อกับพ.ต.ท.ทักษิณ มาเกือบ 2 เดือนแล้วมั้ง เมื่อก่อนก็มีโอกาสพูดคุยภามไถ่กัน แต่ 2 เดือนที่ผ่านมาไม่มีโอกาสพูดคุยถามไถ่ และยังไม่ได้อวยพรปีใหม่เลย แล้วท่านอยู่ที่ไหนผมยังไม่รู้เลย ซึ่งก็ไม่ทราบว่าทำไมคนเหล่านั้นถึงเลือกที่จะกล่าวหาพวกผม หรืออาจจะเป็นเพราะเป็นพวกซ้ายเก่า จึงกล่าวหาเพื่อให้เรื่องดูน่าเชื่อถือ” น.พ.พรหมมินทร์ กล่าว


ยังๆไม่พอ ไอ้เทพเมือกยังปฏิเสธอีกว่าไม่รู้เรื่องฟังมาจากสื่ออีกที
เมื่อ ถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยเรื่องบริษัทล๊อบบี้ยีสต์ เหมือนไปโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณก่อน อาจทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ปิดประตูเจรจา นายสุเทพกล่าวว่า จริงๆ ตนเพิ่งรู้เรื่องดังกล่าวพร้อมกับสื่อ รู้จากสื่อ ตนยังไม่ได้ไปตรวจสอบด้วยซ้ำไป ก็ต้องคุยกับคนที่เปิดเผย


เป็นรองนายกฯคุยใหญ่คุยโตว่าจะไปคุยกับเขา โฆษก พรรคตัวเองออกมาใส่ความเขาเหยงๆ
เฉือกบอกไม่รู้เรื่อง

เรื่องลอบสังหารก็ทีแล้ว อกกมาให้สัมภาษณ์กันทุกตัว ในที่สุดก็เหลว กุข่าวสร้างเรื่องกัน
ขึ้นมาเองทั้งนั้น นี่ก็ข่าวล่าสุด จะตบรางวัลกัน เอานายนามยิ้มแย้ม มารับตำแหน่ง
พอเรื่องแดงขึ้นมา ปัดกันให้วุ่นอีกแล้วครับท่าน

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวตั้งนายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่า ยืนยันว่าไม่มีการแต่งตั้งตามข่าว เพราะหากมีการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จะต้องมีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม เรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งทางการเมืองนั้น ต้องดูคุณสมบัติ ผลงาน และความเหมาะสม


ส่วนรายนี้ก็อ้างไปโน่นเลย ดักฟังโทรศัพท์ ทุเรศหนักเข้าไปอีก

นาย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ถึงกรณีการทาบทามนายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหารแก่รัฐ (คตส.) เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีเงินประจำ และรถประจำตำแหน่ง ว่า ไม่ทราบว่า ข่าวเรื่องนี้ออกมาจากที่ไหน แต่แนวแทางการทำงานส่วนตัวจะตั้งคณะทำงานหลายหน่วย ประมาณ 7-8 ชุด เพื่อช่วยงานด้านต่างๆ ของกระทรวง แต่ยอมรับว่าได้โทรศัพท์ ทาบทามนายนามมาเป็นคณะทำงาน ไม่ใช่ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี และที่ยืนยันยังไม่ได้คุยกันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องดังกล่าวเลย

"ผมอยากบอกว่า นี่เป็นเพียงความพยายามของผมที่จะทดสอบว่า การสื่อสารทางโทรศัพท์ของผม และผมเชื่อว่า มีฟังการสื่อสารทางโทรศัพท์ของผม แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนดักฟัง สิ่งนี้เป็นการทดสอบของผม และเผอิญเรื่องที่ผมพูดคงเป็นเรื่องที่เขาสนใจ เลยนำไปโยงกัน ผมทดลองการดักฟังโทรศัพท์มาตั้งแต่ผมรับตำแหน่ง ที่ผ่านมามันคงไม่ประทับใจแต่เรื่องนี้ประทับใจเลยปล่อยออกมา" นายพีระพันธุ์ กล่าว


แล้วก็ต่อด้วยข่าวนี้ อ่านแล้วให้กระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก ลองทัศนาดูค่ะ

ปชป.ปูนบำเหน็จ"นาม ยิ้มแย้ม"นั่งกุนซือ รมว.ยธ.


รายงาน ข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 6 มกราคม จะมีนำรายชื่อที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีบางส่วนเข้าสู่ที่ประชุมครม. เพื่อพิจารณา อาทิ นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เป็นรองเลขานุการนายกรัฐมนตรี (นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี), น.พ.พิทักษ์ ฐานบัญชา อดีตผู้สมัครส.ส.เขต 5 กทม. เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายวิทยา แก้วภราดัย), นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายวิฑูรย์ นามบุตร), นายก้องศักดิ์ ยอดมณี เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายกรณ์ จาติกวณิชย์), นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ลูกเขยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนาย นาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม(นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค)


ข่าวแจ้งว่า ในส่วนของรัฐมนตรีหน้าใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน จะมีผู้บริหารพรรคโดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนคัดสรรบุคคลที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรี ซึ่งมีหลายคนที่เมื่อถูกเสนอชื่อในที่ประชุม ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากบรรดารัฐมนตรี อาทิ นายประพันธ์ คูณมี นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ และนายสำราญ รอดเพชร อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพราะรัฐมนตรีหลายคนหวั่นว่า จะมีภาพของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา เช่น เดียวกับการ เชิญนายนาม ยิ้มแย้ม เข้ามาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรนีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ถูกแกนนำพรรคหลายคนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะแกนนำพรรคหลายคนหวั่นว่าจะกลายเป็นเป้าถูกโจมตีจากฝั่งตรงข้าม ที่สำคัญก่อนหน้านี้นายนาม เคยถูกกล่าวหาว่าพยายามช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์จากการทำสำนวนคดียุบพรรค ไทยรักไทย และคดีรถดับเพลิง ที่มีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตกเป็นจำเลย


โอ้โห ยืดยาวนะคะ แต่น่าสนใจอย่างยิ่ง ขอขอบคุณที่อ่านมาจนบรรทัดสุดท้ายค่ะ

ขอฝากบทความจากไทยรัฐมาให้อ่านเพิ่มเติมค่ะ เผื่อจะเข้าใจสันดานพรรคนี้ดีขึ้น

ประทับตรา 'ตัวโกง' [6 ม.ค. 52 - 03:15]
ถึงตอนนี้ให้มันรู้กันซะว่า "ดาวพระศุกร์" ภาคของประชาธิปัตย์ ไม่ได้นุ่มนิ่ม เชื่องช้า

แสนดีเหมือนในละครน้ำเน่า

กว่า ที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จะเยื้องย่างออกมาปฏิเสธ เพิ่งโทรศัพท์คุยกับอดีตนายกฯทักษิณเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันว่า "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ยังไม่ได้ติดต่อไป

และไม่เคยรับทราบว่าติดต่อผ่านคนใกล้ชิดด้วย

กว่า ที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จะตั้งหลักแถลงข่าว จี้ให้ "เทพเทือก" หยุดปั่นกระแสต่อสายเจรจา "นายใหญ่" สร้างข่าวให้สังคมเห็นว่า อดีตนายกฯทักษิณอยู่เบื้องหลังม็อบเสื้อแดง

อัดรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สร้างฉากสมานฉันท์เพื่อสร้างภาพให้ตัวเอง

เดินแต้มตามไม่ทัน

โดย เกมที่โดนเซียนยี่ห้อประชาธิปัตย์ทิ้งห่างหลายช่วงตัว เครือข่าย "นายใหญ่" หลงเข้าโปรแกรมที่นายกฯอภิสิทธิ์ เล่นบท “ดาวพระศุกร์” ออดอ้อน วิงวอนให้ "ทักษิณ" เห็นแก่บ้านเมือง

ต่อมาก็เป็นช็อตเซอร์ไพรส์ปีใหม่ นายกฯอภิสิทธิ์กับ "เทพเทือก" ช่วยกันประโคมข่าวพยายามต่อสายอดีตนายกฯทักษิณเพื่อเจรจาสงบศึก เจรจาขอให้หยุดความเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายในประเทศ

ประชาธิปัตย์ชิงเล่นบท "ตัวดี" ยัดบท "ตัวร้าย" ให้อดีตนายกฯทักษิณ

ตีกินนิ่มๆไปแล้ว

และล่าสุดก็เป็นฉาก "ประทับความชั่วร้าย" นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งโต๊ะแถลงอย่างเป็นการเป็นงาน

แฉแผน "โลกล้อมประเทศไทย"

กล่าว หาอดีตนายกฯทักษิณจ้างล็อบบี้ยิสต์ต่างชาติแพร่ข่าวสารโจมตีรัฐบาล กระบวนการยุติธรรม ไปยันสถาบัน โดยผ่านคนใกล้ชิด 3 รายคือ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และนายภูมิธรรม เวชชยชัย

โยนถ่านร้อนๆเข้าใส่

แล้วก็เป็นนายกฯอภิสิทธิ์ที่เล่นบทเข้ม ประกาศเสียงแข็ง ยอมไม่ได้ที่อดีตนายกฯทักษิณจ้างล็อบบี้ยิสต์ทำร้ายสถาบัน และประเทศชาติ

โดยอารมณ์ของคอละครน้ำเน่าพอจับทางกันได้ เบื้องหลังฉาวๆของตัวโกงทยอยโดนแฉ ความจริงที่ซ่อนอยู่เริ่มปรากฏ

"ตัวร้าย" ใกล้ตายตอนจบ

" นายใหญ่" เจอบท "ดาวพระศุกร์" ภาคประชาธิปัตย์ ยัดบทร้ายประทับตรา "ตัวโกง" ให้เนียนๆ เล่นเอาเซียนการตลาดยี่ห้อ "ทักษิณ" ที่ว่าแน่ๆ

เปิดตำราแก้เกมไม่ทันก็แล้วกัน

และ ก็เป็นอะไรที่หวังผลได้หลายช็อต กับยุทธศาสตร์ยัดบทร้ายให้ "นายใหญ่" ชี้เป้าให้สังคมเห็นกันเป็นนัยว่า อยู่เบื้องหลังเกมป่วนประเทศไทย ตีปี๊บ "ทักษิณ" จ้างล็อบบี้ยิสต์ฝรั่งโจมตีรัฐบาล กระบวนการยุติธรรม และสถาบัน

ลูบหลังแล้วตบหัว "ทักษิณ" ตีกินโบนัสปีใหม่กันสบายใจ

เกม นี้ยังได้จังหวะเบนเป้าสนใจ เบียดแย่งพื้นที่หน้าหนังสือพิมพ์จากคิวที่ฝ่ายค้านเปิดเวทีซักฟอกนอกสภา โดยเฉพาะกับคำถามร้อนๆ 9 ข้อ ของ "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย

1. จะดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่ 2. จะให้สิทธิการชุมนุมของคนเสื้อแดง เหมือนคนเสื้อเหลืองหรือไม่ 3. ยอมรับหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมมือกับพันธมิตรฯ ส่งนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ไปขึ้นเวทีม็อบพันธมิตรฯ 4. ขอให้พิสูจน์ว่า น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ เสียชีวิตที่ไหน เพราะทราบว่าไม่ได้เสียชีวิตที่หน้ารัฐสภา แต่เป็นที่หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล

5. พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือสารวัตรจ๊าบ เสียชีวิตในรถเชโรกี แพทย์หญิงจากโรงพยาบาลรามาได้ชันสูตรศพแล้วว่าเสียชีวิตเพราะระเบิดในรถ ตรงนี้ต้องพิสูจน์ว่า จริงหรือไม่ 6. ถ้าไม่เป็นความจริงรัฐบาลจะต้องปูนบำเหน็จให้เป็นวีรบุรุษ วีรสตรี

7. คดีบุกรุกที่ดินเขากระโดง และที่ดินสตึก อยู่ระหว่างการสอบสวน คดียังไม่เสร็จสิ้น รัฐบาลจะต้องพิสูจน์เรื่องนี้ว่าผิดหรือไม่ ถ้าไม่ผิดต้องแถลงให้สังคมรู้ แต่ถ้าผิดต้องดำเนินคดี 8. บริษัทแอร์พอร์ตลิงค์ ดำเนินการโดยบริษัทชิโนไทย ที่เป็นของ รมว.มหาดไทย เคยขอเงิน 455 ล้านบาท สมัยที่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล แต่ไม่อนุมัติ วันนี้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯจะให้หรือไม่

9. นายอภิสิทธิ์อย่าไปตอบโต้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เรื่องการหนีทหาร อย่าอิดออดสำออยว่าคดีขาดอายุความ ส่วนกรณีที่เข้ารับราชการแล้วได้รับพระราชทานยศร้อยโทนั้น เหตุใดนายอภิสิทธิ์จึงไม่ใช้ยศนำหน้าชื่อ การไม่ใช้หมายความว่าอย่างไร เพราะในวงการทหาร ตำรวจ การทำอย่างนี้จะถูกกล่าวหาทันทีว่าขาดความจงรักภักดีอย่างแน่นอน

ถ้าปล่อยให้ถามดังๆ ประชาธิปัตย์เคลียร์ลำบาก.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน


มิน่าเลยต้องสร้างข่าวมากลบข่าวเหม็นๆที่กระทบตัวเอง

ป้าแปะขอเสนอบทความจากเดลินิวส์

โพสต์เมื่อ : 2009-01-05 11:41:40

คุยการเมือง : ความเปราะบาง

ไม่ ต้องให้โหรทำนายว่าอยู่ได้แค่ 3 เดือน ถ้าใครติดตามการเมืองมาโดยตลอด 3 ปี ก็พอจะคาดเดาได้ว่า รัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่สั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับความเปราะบางใน 3 ปัจจัย

ประการแรก ปัจจัยการครองใจผู้คน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประสบความสำเร็จในการครองใจพวก รากหญ้า ด้วยการเอาเงินภาษีไปหว่านแบบลดแลกแจกแถม แต่ในเวลานี้ประชาชนต้องการความสงบ สร้างบรรยากาศเกื้อหนุนการทำมาค้าขาย ต่อสู้กับความวิบัติทางเศรษฐกิจ

แต่ดูเหมือน คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกุนซือ ยังไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของประชาชน จึงไปเล่นกับข่าว การขู่ลอบสังหาร

จริง อยู่ข่าวการลอบสังหารอาจจะทำให้เกิดคะแนนสงสาร แค่ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าจะเป็นจริง ซ้ำร้ายจะไปเป็นภาพซ้อนเงาให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเคยเกิดอาการหวาดระแวงในทำนองนี้มาก่อน

อย่าลืมว่า ถ้ายังสนุกกับการพูดถึงข่าวการลอบสังหารนายกรัฐมนตรีบ่อย ๆ จะทำให้คนไทยรู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกว่าบ้านเมืองไม่สงบ ท้ายสุดก็จะไม่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้สามารถทำให้บ้านเมืองสงบได้ เพราะแม้แต่นายกรัฐมนตรีเองก็ยังไม่ปลอดภัย

หรือหลุดไปถึงหูพวกฝรั่ง เมื่อได้ยินก็จะพากันคิดไปว่า ประเทศไทยยังไม่มีความสงบ ไม่อยากมาท่องเที่ยว ซ้ำเติมให้เศรษฐกิจย่อยยับหนักมากขึ้นไปอีก

ไม่ ว่านายกรัฐมนตรีจะถูกขู่จริงหรือไม่ก็ตาม หากบรรดาลิ่วล้อที่พอจะมีสติปัญญาเหลืออยู่บ้าง จะต้องช่วยกันเก็บเงียบ แล้วสั่งให้ตำรวจสืบหาต้นตอเพื่อดำเนินคดี เพื่อรักษาบรรยากาศและขวัญกำลังใจของประชาชน

หากคันปากคันมือเหมือนพวกเด็กชอบเล่นไม้ขีดไฟ เกิดลุกไหม้ขึ้นมาแล้วดับกันไม่ได้ ท้ายสุดผลร้ายก็จะวกกลับมาเล่นงานรัฐบาลเอง

ประการ ต่อมา เสียงสนับสนุนรัฐบาลปริ่มน้ำ จนอดีตผู้จัดการรัฐบาลอย่าง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ต้องเอ่ยปากเตือนให้คุณอภิสิทธิ์ ต้องหาทางดูด ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยให้มาอยู่ข้างรัฐบาลสัก 30 คนเป็นอย่างต่ำ

คนที่ มีประสบการณ์โชกโชนอย่าง พล.ต.สนั่น ย่อมเล็งเห็นว่า ไม่ช้าไม่นาน พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.เพิ่มจากการเลือกตั้งซ่อมแทน ส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนและพรรคชาติไทยซึ่งถูกตัดสิทธิไป

หาก พรรคเพื่อไทยสามารถกวาด ส.ส.ได้ 20 คน ก็จะทำให้เสียงที่แตกต่างกันอยู่ประมาณ 37 เสียง ค่อยขยับแคบเข้ามา ซึ่งมีผลกระทบอย่างแรงต่อเสถียรภาพรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญอีก ไม่กี่วันข้างหน้า

ถ้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะ ก็จะทำให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ไม่สามารถใช้สิทธิในการโหวตคะแนนให้กับรัฐบาล
เผลอ ๆ ฝ่ายรัฐบาลจะเพลี่ยงพล้ำฝ่ายค้านในสภาได้ง่าย ๆ

ประการสุดท้าย ความสมัครสมานสามัคคีของพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำรัฐบาลน่าจะเกิดปัญหาขึ้นในเร็ว ๆ นี้

โดย เฉพาะอย่างยิ่งโครงการเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 4,000 คัน ซึ่งอาจทำให้เกิดตัวเลขได้เสียประมาณ 4,000 ล้านบาท จึงเชื่อว่า คุณอภิสิทธิ์ คงจะไม่ยอมให้ผ่านการพิจารณาของ ครม.ไปง่าย ๆ และอาจเกิดความขัดแย้งตามมาอย่างรุนแรง

ทั้งหมดทั้งปวงจาก 3 ประการข้างต้น ล้วนเป็นแต้มเป็นแต้มตาย หากแก้ไม่สำเร็จ อย่าว่าแต่ 3 เดือนเลย จะได้อยู่รอให้ผู้รับเหมาปูหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าเสร็จหรือไม่ ยังไม่มีเซียนคนไหนกล้าฟันธงเลย.

ดินสอโดม