ประกาศผ่านสื่อ ฟังชัดเจนว่า ไม่ได้สังกัดพรรคพลังประชาชน
จนปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค เป็นเพียงทางพรรคมาคุย
กันและว่าจะสนับสนุน แค่นั้น
แค่นั้นก็จบกัน ไหงพูดอย่างนั้น กลัวอะไรหรือ เชื่อจริงๆหรือว่า
กทม. พลังประชาชนขายไม่ได้ ไม่เชื่อใช่ไหมว่าคะแนนเลือกตั้ง
กทม.ที่ผ่านมา แมลงสาบโกงเต็มรูปแบบ ไม่เชื่อใช่ไหมว่า
คนกรุงเทพฯเยอะแยะ เขาเลือกพลังประชาชน
แต่ผลเลือกตั้งออกมาแย้งกับเอ็กสิตโพล์
พูดอย่างนี้ คิดว่าคะแนนจะดีขึ้นหรือไง ไม่มีสิทธิ์เลือก แต่บอกตามตรง
ว่าฟังแล้วไม่สบายใจเลย ไม่รู้เลยหรือว่า คนที่เลือกแมลงสาบ
อย่างไรเขาก็ไม่เลือกคนอื่น ถึงจะออกตัวว่าไม่เกี่ยวกับพปช.
เขาก็ไม่กลับใจมาเลือก แต่การประกาศว่าไม่เกี่ยวข้องกับพรรค
คะแนนของคนที่เขาตั้งใจเชียร์พปช. ก็คงไม่ได้
หรือรู้ว่าอย่างไรก็ไม่ได้จึงพูดออกตัวอย่างนี้ ถ้าไม่ได้จะได้โทษว่าเพราะ
พรรคเป็นเหตุให้ความนิยมน้อยลงไป คุณเข้าใจผิดแล้ว คุณคงไม่รู้ว่า
คนที่ไม่ชอบคุณสมัครตั้งเยอะแยะ โกรธแค้นคุณสมัคร แต่พอรู้ว่าคุณสมัคร
มาถือธงให้พรรคพลังประชาชน หลายคนกลืนเลือด ยอมเจ็บ ยอมเลือก
พปช. เลือกทั้งๆที่ไม่ชอบคุณสมัคร แต่เลือกเพราะเทใจเลือกพรรคไปแล้ว
เป็นใครก็เลือกอยู่แล้ว
คุณเคยรู้ความจริงข้อนี้ไหม เป็นห่วงจริงๆ
เมื่อคืนออกNBT ก็ยังยืนยันว่า ศุกร์นี้ที่สนามหลวงเหมือนเดิม
พร้อมยืนยัน เหมือนเดิมว่าสมัครในนามอิสระ (เอ หรือเพื่อไม่ให้
มีปัญหา เมื่อมีกการถูกยุบพรรคสิ้นปีมังคะ)
ไม่รู้สิ เมื่อได้ยินครั้งแรกมันสะเทือนใจ แต่ถ้าเป็นเพราะเรื่อง
เลี่ยงการถูกยุบพรรค ก็โอเคค่ะ เพราะหากคุณประภัสร์เป็นผู้
สมัครในนามพรรค หากพรรคถูกถุบ อาจมีปัญหา ในการตีความ
อีกมังคะ เพราะจะดำรงตำแหน่งอยู่ได้หรือไม่
เอาเถอะค่ะ เสียดายถ้าไม่ได้เป็นคนสมัครในนามพรรค
แต่ถ้าพรรคสนับสนุน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคตล่ะก็
พอทำใจได้ค่ะ
เอาเป็นว่ายังเชียร์ เบอร์ 10 ประภัสร์ จงสงวน ให้ได้เป็น
ผู้ว่ากทม.นะคะ
วันอาทิตย์ เข้าคูหา กาเบอร์ 10เท่านั้นค่ะ เมือคืนในรายการ
ของเวปคนไทย เขามีสโลแกนใหม่นะคะ ชอบชูวิทย์ กาเบอร์ 10
รักชูวิทย์ กาเบอร์ 10 เชียร์ชูวิทย์ ก็ต้องกาเบอร์ 10 อยู่ดี
สังเกตนะคะ ขนาดวันอาทิตย์ ยังไม่บอกเลยว่าวันที่เท่าไหร่
จำไว้อย่างเดียวว่า
ผู้ว่า กทม. ต้องเบอร์ 10 เท่านั้น
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2551
วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ท่านนายกฯสมชายโปรดทราบ
ถึงท่านจะเป็นน้องเขยคุณทักษิณ เราก็ไม่ได้รักใคร่อะไรคุณนักหนา
คุณเองก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน มาตั้งแต่ต้น ดังนั้น
พวกเราที่เลือกพรรคพลังประชาชนก็ไม่เคยคิดว่าจะได้คุณมาเป็นนายกฯ
พวกเรารู้แน่แก่ใจว่าคุณสมัครเท่านั้นที่จะมาเป็นนายกฯ เป็นนายกฯ
ที่ไม่ค้อมหัวให้กับอำนาจที่มองไม่เห็น จนในที่สุดต้องหลุดจากวงจรไป
คุณสมชายเองก็น่าทราบว่าที่เข้ามาเพราะอุบัติเหตุทางการเมือง
เพราะหาก คุณสมัครไม่ไป คุณสมชายคงห่างไกลเก้าอี้นายกฯพอสมควร
เพราะไม่แน่ว่าถ้าพลังประชาชนเปิดตัวคุณเป็นหัวหน้าพรรค ก็ไม่แน่ว่า
จำนวนเสียงสส.ที่ได้มาจะมากเท่านี้ ต้องยอมรับว่าที่พลังประชาชนชนะ
เลือกตั้งเป็นเพราะมาจากส่วนหนึ่งของความนิยมในตัวคุณสมัคร
ดังนั้นจึงใคร่จะขอกราบเรียนท่านว่า ท่านควรทำตัวให้เป็นที่น่านิยมของ
ประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชาชนมากกว่าที่จะทำตัวให้เป็นที่น่านิยม
ของเหล่าอำมาตย์ที่ไม่ได้เลือกท่านเข้ามา การเข้าพบเหงาสี่ศอกก็เอา
ล่ะ แม้ไม่ชอบนัก แต่ก็พอทำใจได้ เพราะถือเสียว่าคนแก่ แต่การที่จะเข้า
พบ อานันท์ ชวน หรือไปคุยกับกบฎ มันเกินที่จะเข้าใจและทำใจได้แล้วนะท่าน
มันชักจะเกินเลยไปเสียแล้ว ถ้าท่านคิดว่าถ้าไม่เข้าไปซูฮกคนพวกนี้ท่านจะทำงาน
ลำบาก ท่านยุบสภา หรือลาออกเสียเถอะ เพราะหน้าที่ท่านที่เข้ามารับตำแหน่ง
ก็คือ เข้ามาสานต่อการแก้รัฐธรรมนูญ ตามที่พวกเราคาดหวัง
เพราะไม่ว่าจะแก้หรือไม่แก้ ไอ้พวกกบฎมันก็บอกแล้วว่ามันไม่หยุด
แล้วท่านมัวกลัวอะไร ท่านจะมัวเดินสายหาเสียงทำไมไม่ทราบ
รีบทำภาระหน้าที่ของท่าน ให้ลุล่วงก่อนถูกยุบพรรคจะดีกว่า
หวังว่าท่านคงไม่หวังที่จะไปประจบเอาใจ เพื่ออยู่ในตำแหน่งนานๆหรอกนะ
เพราะอย่างไรเสียธงก็ปักไปแล้วว่ายุบพรรคแน่ การมัวมาเสียเวลากับเรื่อง
ไม่เป็นเรื่องอย่างนี้ นอกจากจะเสียเวลาเปล่าแล้ว ยังจะเสียเสียงสนับสนุน
ของประชาชนที่มีต่อพรรคด้วย พวกเรารู้ดีว่าท่านไม่มีความทะเยอทะยาน
ทางการเมือง ครั้งหน้าท่านก็อาจจะไม่ลงมาเกลือกกลั้วอีก ดังนั้นอย่าลืม
โอกาสนี้จึงเป็นโอกาสเดียวที่จะสร้างชื่อ ให้คนได้จดจำ อย่าทำตัวให้คน
เขาก่นด่าไปจนตาย และขุดขึ้นมาด่าตลอดเวลาเลย
โดยความเคารพอย่างสูง
คุณเองก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน มาตั้งแต่ต้น ดังนั้น
พวกเราที่เลือกพรรคพลังประชาชนก็ไม่เคยคิดว่าจะได้คุณมาเป็นนายกฯ
พวกเรารู้แน่แก่ใจว่าคุณสมัครเท่านั้นที่จะมาเป็นนายกฯ เป็นนายกฯ
ที่ไม่ค้อมหัวให้กับอำนาจที่มองไม่เห็น จนในที่สุดต้องหลุดจากวงจรไป
คุณสมชายเองก็น่าทราบว่าที่เข้ามาเพราะอุบัติเหตุทางการเมือง
เพราะหาก คุณสมัครไม่ไป คุณสมชายคงห่างไกลเก้าอี้นายกฯพอสมควร
เพราะไม่แน่ว่าถ้าพลังประชาชนเปิดตัวคุณเป็นหัวหน้าพรรค ก็ไม่แน่ว่า
จำนวนเสียงสส.ที่ได้มาจะมากเท่านี้ ต้องยอมรับว่าที่พลังประชาชนชนะ
เลือกตั้งเป็นเพราะมาจากส่วนหนึ่งของความนิยมในตัวคุณสมัคร
ดังนั้นจึงใคร่จะขอกราบเรียนท่านว่า ท่านควรทำตัวให้เป็นที่น่านิยมของ
ประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชาชนมากกว่าที่จะทำตัวให้เป็นที่น่านิยม
ของเหล่าอำมาตย์ที่ไม่ได้เลือกท่านเข้ามา การเข้าพบเหงาสี่ศอกก็เอา
ล่ะ แม้ไม่ชอบนัก แต่ก็พอทำใจได้ เพราะถือเสียว่าคนแก่ แต่การที่จะเข้า
พบ อานันท์ ชวน หรือไปคุยกับกบฎ มันเกินที่จะเข้าใจและทำใจได้แล้วนะท่าน
มันชักจะเกินเลยไปเสียแล้ว ถ้าท่านคิดว่าถ้าไม่เข้าไปซูฮกคนพวกนี้ท่านจะทำงาน
ลำบาก ท่านยุบสภา หรือลาออกเสียเถอะ เพราะหน้าที่ท่านที่เข้ามารับตำแหน่ง
ก็คือ เข้ามาสานต่อการแก้รัฐธรรมนูญ ตามที่พวกเราคาดหวัง
เพราะไม่ว่าจะแก้หรือไม่แก้ ไอ้พวกกบฎมันก็บอกแล้วว่ามันไม่หยุด
แล้วท่านมัวกลัวอะไร ท่านจะมัวเดินสายหาเสียงทำไมไม่ทราบ
รีบทำภาระหน้าที่ของท่าน ให้ลุล่วงก่อนถูกยุบพรรคจะดีกว่า
หวังว่าท่านคงไม่หวังที่จะไปประจบเอาใจ เพื่ออยู่ในตำแหน่งนานๆหรอกนะ
เพราะอย่างไรเสียธงก็ปักไปแล้วว่ายุบพรรคแน่ การมัวมาเสียเวลากับเรื่อง
ไม่เป็นเรื่องอย่างนี้ นอกจากจะเสียเวลาเปล่าแล้ว ยังจะเสียเสียงสนับสนุน
ของประชาชนที่มีต่อพรรคด้วย พวกเรารู้ดีว่าท่านไม่มีความทะเยอทะยาน
ทางการเมือง ครั้งหน้าท่านก็อาจจะไม่ลงมาเกลือกกลั้วอีก ดังนั้นอย่าลืม
โอกาสนี้จึงเป็นโอกาสเดียวที่จะสร้างชื่อ ให้คนได้จดจำ อย่าทำตัวให้คน
เขาก่นด่าไปจนตาย และขุดขึ้นมาด่าตลอดเวลาเลย
โดยความเคารพอย่างสูง
วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551
คนแก่...ก็คงเหงา
ID # 724736 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-01 19:36:45 _ ปิดข้อความ แก้ไข
จะใครเสียอีกล่ะคะ ถ้าไม่ใช่เจ้าเหงาสี่ศอก ตั้งตัวเป็นเสาหลักของบ้านเมือง
ใครไม่เข้าพบ ก็จะโกรธ กระฟัดกระเฟียด แต่ถ้าทำอ่อนๆยอมๆเสียบ้าง
ถือเสียว่าคนแกก็คงเหงา ไปพบเสียหน่อย จะเป็นไรไป คิดเสียว่าไปเยี่ยม
คนแก่ที่บ้านบางแค ก็น่าจะสบายใจขึ้น
ถือเสียว่านายกฯสมชายสร้างบารมี ไปโปรดสัตว์ผู้ยาก ก็เท่านั้นเอง
ก็ดูสิคะข่าวสั้นเข้ามือถือว่า"ป๋าเปรมอารมณ์ดี ส่งนายกฯกลับ หลัง
เสร็จสิ้นหารือสมชาย เผยแค่แนะบริหารงาน" โธ่ถุย คนแก่ สมัย
ทำงานก็ไม่เห็นจะเก่งฉกาจอะไร แค่นจะมาแนะนำ
อยากจะโกรธ แต่ก็สงสาร คิดได้ว่าปล่อยมันไปเถอะ แค่หวังอยากให้
คนเขาเห็นความสำคัญ ไม่เดือดร้อนอะไรนักหนา เข้าพบเสียก็ดี จะได้
รู้ว่าที่อยู่เบื้องหลังม้อบน่ะจริงไหม ถ้ายังไม่มีอะไรดีขึ้น ก็จะได้รู้กันว่า
เอามันไม่อยู่แล้ว
ขออย่างเดียวอย่าให้จิ๋วไปยอมพวกกบฎก็แล้วกัน มันไม่เกี่ยวกัน
จะใครเสียอีกล่ะคะ ถ้าไม่ใช่เจ้าเหงาสี่ศอก ตั้งตัวเป็นเสาหลักของบ้านเมือง
ใครไม่เข้าพบ ก็จะโกรธ กระฟัดกระเฟียด แต่ถ้าทำอ่อนๆยอมๆเสียบ้าง
ถือเสียว่าคนแกก็คงเหงา ไปพบเสียหน่อย จะเป็นไรไป คิดเสียว่าไปเยี่ยม
คนแก่ที่บ้านบางแค ก็น่าจะสบายใจขึ้น
ถือเสียว่านายกฯสมชายสร้างบารมี ไปโปรดสัตว์ผู้ยาก ก็เท่านั้นเอง
ก็ดูสิคะข่าวสั้นเข้ามือถือว่า"ป๋าเปรมอารมณ์ดี ส่งนายกฯกลับ หลัง
เสร็จสิ้นหารือสมชาย เผยแค่แนะบริหารงาน" โธ่ถุย คนแก่ สมัย
ทำงานก็ไม่เห็นจะเก่งฉกาจอะไร แค่นจะมาแนะนำ
อยากจะโกรธ แต่ก็สงสาร คิดได้ว่าปล่อยมันไปเถอะ แค่หวังอยากให้
คนเขาเห็นความสำคัญ ไม่เดือดร้อนอะไรนักหนา เข้าพบเสียก็ดี จะได้
รู้ว่าที่อยู่เบื้องหลังม้อบน่ะจริงไหม ถ้ายังไม่มีอะไรดีขึ้น ก็จะได้รู้กันว่า
เอามันไม่อยู่แล้ว
ขออย่างเดียวอย่าให้จิ๋วไปยอมพวกกบฎก็แล้วกัน มันไม่เกี่ยวกัน
อ่านข้อเขียนนี้ดูสิคะ
ID # 724731 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-01 19:24:56 _ ปิดข้อความ แก้ไข
ไปเที่ยวห้องโน้นมา เจอข้อเขียนอันนี้ ของคุณนางฟ้ามหาโหด
จากเวปพันทิพ เห็นว่าน่าสนใจมากๆ เลยขออนุญาตเจ้าของข้อเขียน
นำมาให้อ่านกันค่ะ อ่านแล้วก็เหมือนจะสบายใจขึ้น แต่แล้วก็ต้องถอนใจ
อีกเฮือก เหนื่อยจริงๆค่ะ
เสธแดง....นักรบพระเจ้าตาก....น้ำผึ้งหยดเดียวที่จงใจหยดลงกลางสมรภูมิ
หลายท่านอาจคิดว่า..การที่ นายทหาร คมช รวมทั้งพรรคพวกหลายคน ที่เกษียนอายุราชการ ไปในวันที่ 30 กย นั้น...คือ จุดจบของ คมช...
อาจใช่ในทางเทคนิค...ที่ทหารที่เกษียณแล้ว จะหมดอำนาจจากกองทัพไป.
แต่ในทางปฏิบัติ..ยังไม่ใช่ทั้งหมด..
หากแต่ ลูกน้องที่ยังคงอยู่ในราชการ (ที่ฝักใฝ่ในทางเดียวกัน) ยังคงทำงานเป็นมือ เป็นเท้า ให้คนเหล่านี้อยู่..
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโยกย้ายนายทหาร ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา.... คนของฝ่ายทหารฝ่ายเผด็จการ ยังอยู่ในตำแหน่งอีกมาก...
( เพราะในขณะที่กำลังจะมีการต่อรองตำแหน่ง ทางการทหารนั้น...ได้เกิดมีกรณีการบุกยึดNBT.. เหตการณ์วุ่นวายมากมาย..อย่างที่เราทราบๆ กันดี
รัฐบาล คุณสมัครในขณะนั้น โดนกดดันมาก
จนหมดอำนาจการต่อรองการโยกย้ายทหาร กับ ฝ่ายทหารไปอย่างสิ้นเชิง...
จนทำให้ความตั้งใจของท่านนายกสมัคร ที่จะขยับเอา " ทหารอาชีพ" มาแทน "ทหารเผด็จการ" นั้น ทำไม่ได้ดังที่ต้องการ)
ดังนั้น แม้เราจะได้เห็น การเกษียณอายุราชการ ของ เหล่าทหารเผด็จการ หลายท่าน...แต่ ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุป..
จากนี้ไปอีก 1-2 เดือน ยังคงเป็นระยะที่ อึมครึม ต่อไป..
หลายท่านคิดว่า ทหารไม่กล้าออกมา ปฎิวัติ อีกแล้ว...
เพราะโดนอเมริกา ขู่ ไว้.....
ส่วนนึง ก็ ใช่.......แต่ ไม่ทั้งหมด..
1) ด้านกำลังพล... ทหารฝ่ายเผด็จการ มี กำลังพลในโดยรวมไม่น้อยกว่า และ/หรือ ใกล้เคียง กับกำลังพลของทหารอาชีพ ...โดยเฉพาะในระดับ ผบ.พัน
2) ด้านปัจจัยเงินทุน....ทหารฝ่ายเผด็จการ ได้มีคำสั่งให้โยกย้ายเงินจากงบบัญชีพัฒนามากผิดสังเกตุ มาเป็นเวลากว่า 5 เดือนแล้ว..
จาก ข่าวหลายกระแส ที่อ้างถึง ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ออกมาสำทับ ไม่ให้มีการปฎิวัติ นั้น....รวมทั้งหากแม้นว่า ทหารเผด็จการเหล่านี้ ปฏิวัติสำเร็จ...ก็อาจปกครองไม่ได้ ( เพราะประชาชนไม่ยอม และ จะออกมาต่อต้านนั้น).... ก็เป็นความจริง...
หากแต่ ...ทหารฝ่ายเผด็จการ ได้มองข้ามช๊อต ไปแล้ว..
เมื่อทหารฝ่ายเผด็จการ ออกมาทำการปฏิวัติ...ทหารอาชีพ (ทหารฝ่ายประชาธิปไตย) จะออกมาขัดขวาง....
.....หากทหารอาชีพ เป็น ฝ่ายชนะ....ก็จะมีกองกำลังในลักษณะกองโจร ออกมา ก่อกวนสร้างความวุ่นวายในพระนคร..
.....หากทหารฝ่ายเผด็จการชนะ....ประชาชน ก็จะออกมาทำการต่อต้านทหารเผด็จการ
ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหน....ก็เข้าทาง ทหารฝ่ายเผด็จการ ทั้งสิ้น...
เพราะ การปฎิวัติในครั้งนี้ (หากจะมีขึ้น)...จะไม่ได้มีจุดประสงค์หลัก เพื่อทำให้การปฎิวัติเป็นผลสำเร็จ...หรือ ปฏิวัติเพื่อการปกครอง แต่อย่างใด...
หากแต่การปฏิวัติในครั้งนี้ (หากจะมีขึ้น) ..จะเป็นการปฎิวัติ ที่เน้นความวุ่นวาย..
กล่าวคือ จะเป็นการปฎิวัติ เพื่อ ให้ประชาชนออกมาต่อต้าน...ยิ่งต่อต้านมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นไปตามแผน...
แผนที่จะให้กรุงเทพ มี ความวุ่นวาย...ไร้กฏเกณฑ์...
เพื่อเปิดทาง ให้ ....องคมนตรี กราบบังคมทูล ขอให้ทรงยุติความวุ่นวาย..
และ ขอนายกพระราชทาน... ขอรัฐบาลพระราชทาน
เพื่อมาสร้างการเมืองสมานฉันท์....สร้างความปรองดองแห่งชาติ...
และ รัฐบาลใหม่ นี้.... จะอยู่ " ไม่ต่ำกว่า 2 ปี อย่างแน่นอน "
1) เพราะการเป็นรัฐบาล จะช่วยเข้าพยุง เครือข่ายธุรกิจ ของฝ่ายอมาตย์ ที่กำลังเผชิญวิกฤติ อย่างหนัก...โดยเฉพาะ ธุรกิจสายธนาคารให้ทรงตัวอยู่ได้..
รวมทั้งธุรกิจ ในสายอื่นๆ ที่กรอบแห้ง มาอย่างหนัก...หลังจาก รัฐบาลทักษิณ ที่ไม่เคยอุ้ม ไม่เคยให้สิทธิพิเศษ...มากว่า5-6 ปี
2) เป็นรัฐบาล เพื่อสลายขุมกำลังฝ่ายประชาธิปไตย...
.Brain-washed โดย เป้าหมายหลัก อยู่ที่ คนอีสาน....
" เลิกรักทักษิณ เมื่อไหร่...ค่อยให้มี การเลือกตั้ง.."
----------------------------------------------------------
ข้าพเจ้า เข้าใจดี ว่า หลายท่านอึดอัดใจกับ ม๊อบกบฎ ในทำเนียบ
แต่อยากขอให้ท่านคิดให้ดี....
ทุกวันนี้ รัฐบาล ไม่ต้องไปทำอะไร...ม๊อบ ก็ฝ่อ และ ม๊อบกำลังพังทลาย ด้วยตัวมันเองแล้ว....
แต่ หาก มีเหตการณ์รุนแรงเกิดขึ้นกับ ม๊อบในขณะนี้...เท่ากับเป็นการส่งคะแนนสงสารให้ม๊อบ....ทำให้ม๊อปกบฎ ฟื้นคืนชีพ และกลับมามีกำลังมากขึ้น...
รวมทั้งอาจทำให้เกิดเหตการณ์เช่นที่ เขียนในข้างต้น...
----------------------------------------------------------
.... ทหารพระเจ้าตาก...โดยเสธแดง ที่กำลังทำการฝึกอยู่ที่สนามหลวงในขณะนี้...หากมีการนำกำลัง เข้าไป ปะทะกับ มีอบในทำเนียบ...
เราอาจได้ความสะใจ...ได้เห็นว่าเราเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ...
ได้ไล่พวกกบฎ ออกไป.....ได้ตึกในทำเนียบ คืนมา....
แต่มันจะสร้างความชอบธรรมให้ทหารฝ่ายเผด็จการ นำมาอ้างเพื่อทำการปฏิวัติ.....
ซึ่งจะทำให้เราต้องสูญเสียประชาธิปไตยไป...ในที่สุด
" ...... น้ำผึ้งหยดเดียว.....น้ำผึ้งที่ไม่ได้หยดเองโดยบังเอิญ.....หากแต่ได้มีการวางแผนตั้งใจหยด....เพื่อความสมบรูณ์แบบของแผน"
---------------------------------------------------
ฝ่าย อมาตย์นั้น ต้องการอย่างยิ่ง ที่จะเผด็จศึก ในเร็ววัน....เพราะเนื่องด้วย สถานการณ์ทางการเงิน และ สถานการณ์วิกฤติของธนาคารในเครือข่ายอมาตย์ ที่กำลังแย่ถึงขีดสุด......
( รวมทั้งยังมี สถานการณ์วิกฤติการเงินสหรัฐอเมริกา มาเป็นตัวช่วยเร่งความพังทลาย)
หากฝ่ายประชาธิปไตยไปเร่งเดินเกมเร็ว เดินเกมแรง......ก็เข้าเกมส์ที่ฝ่ายอมาตย์ต้องการ...ที่วางแผน "น้ำผึ้งหยดเดียว" ไว้
ทางที่เราควรทำคือ.....อดทน...
(ซึ่งเราก็อดทน กันมาตั้งนานแล้ว...จะอดทนกันอีกสักนิด จะเป็นไร...
ขายหน้าคนทั่วโลกจากการที่ ม๊อบ ยึดทำเนียบ.. ก็ขายหน้ามาเป็นเดือนแล้ว...
ช่วยกันยอมอดทนขายหน้าต่ออีกสักเดือน...เพื่อชัยชนะก็แล้วกัน...
มันไม่มีทางอื่นจริงๆ...เล่นเกมส์แรง ก็เข้าทางฝ่ายอมาตย์หมด)
ในขณะที่ ฝ่ายอมาตย์ ร้อนรน....เพราะไฟไหม้บ้าน...ไฟไหม้ก้น...
เรานั่งไขว้ห้าง...จิบเบียร์เย็นๆ....รอ จังหวะ ไม่ดีกว่าหรือ...
เพราะ ไฟไหม้บ้าน ไฟไหม้ก้น...ไม่นาน...เดี๋ยวก็รู้หมู่ รู้จ่า
ว่า ตายแน่...พังแน่ ต้องวิ่งมาขอความช่วยเหลือ ขอเจรจากับเราเอง..
ถึงตอนนั้นแหล่ะ....ที่อำนาจการต่อรอง จะมาอยู่ที่ฝ่ายเรา..
แต่หากเราหมดความอดทน...ไปทำการอันเป็น "น้ำผึ้งหยดเดียว" เข้าแผนเค้าที่วางไว้....ที่สุดนอกจากจะไม่เหลืออำนาจในการต่อรองแล้ว...
ประชาธิปไตย ก็จะไม่มีเหลือเลย...
ขอทุกท่านจงไตร่ตรองให้ดี....
ไปเที่ยวห้องโน้นมา เจอข้อเขียนอันนี้ ของคุณนางฟ้ามหาโหด
จากเวปพันทิพ เห็นว่าน่าสนใจมากๆ เลยขออนุญาตเจ้าของข้อเขียน
นำมาให้อ่านกันค่ะ อ่านแล้วก็เหมือนจะสบายใจขึ้น แต่แล้วก็ต้องถอนใจ
อีกเฮือก เหนื่อยจริงๆค่ะ
เสธแดง....นักรบพระเจ้าตาก....น้ำผึ้งหยดเดียวที่จงใจหยดลงกลางสมรภูมิ
หลายท่านอาจคิดว่า..การที่ นายทหาร คมช รวมทั้งพรรคพวกหลายคน ที่เกษียนอายุราชการ ไปในวันที่ 30 กย นั้น...คือ จุดจบของ คมช...
อาจใช่ในทางเทคนิค...ที่ทหารที่เกษียณแล้ว จะหมดอำนาจจากกองทัพไป.
แต่ในทางปฏิบัติ..ยังไม่ใช่ทั้งหมด..
หากแต่ ลูกน้องที่ยังคงอยู่ในราชการ (ที่ฝักใฝ่ในทางเดียวกัน) ยังคงทำงานเป็นมือ เป็นเท้า ให้คนเหล่านี้อยู่..
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโยกย้ายนายทหาร ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา.... คนของฝ่ายทหารฝ่ายเผด็จการ ยังอยู่ในตำแหน่งอีกมาก...
( เพราะในขณะที่กำลังจะมีการต่อรองตำแหน่ง ทางการทหารนั้น...ได้เกิดมีกรณีการบุกยึดNBT.. เหตการณ์วุ่นวายมากมาย..อย่างที่เราทราบๆ กันดี
รัฐบาล คุณสมัครในขณะนั้น โดนกดดันมาก
จนหมดอำนาจการต่อรองการโยกย้ายทหาร กับ ฝ่ายทหารไปอย่างสิ้นเชิง...
จนทำให้ความตั้งใจของท่านนายกสมัคร ที่จะขยับเอา " ทหารอาชีพ" มาแทน "ทหารเผด็จการ" นั้น ทำไม่ได้ดังที่ต้องการ)
ดังนั้น แม้เราจะได้เห็น การเกษียณอายุราชการ ของ เหล่าทหารเผด็จการ หลายท่าน...แต่ ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุป..
จากนี้ไปอีก 1-2 เดือน ยังคงเป็นระยะที่ อึมครึม ต่อไป..
หลายท่านคิดว่า ทหารไม่กล้าออกมา ปฎิวัติ อีกแล้ว...
เพราะโดนอเมริกา ขู่ ไว้.....
ส่วนนึง ก็ ใช่.......แต่ ไม่ทั้งหมด..
1) ด้านกำลังพล... ทหารฝ่ายเผด็จการ มี กำลังพลในโดยรวมไม่น้อยกว่า และ/หรือ ใกล้เคียง กับกำลังพลของทหารอาชีพ ...โดยเฉพาะในระดับ ผบ.พัน
2) ด้านปัจจัยเงินทุน....ทหารฝ่ายเผด็จการ ได้มีคำสั่งให้โยกย้ายเงินจากงบบัญชีพัฒนามากผิดสังเกตุ มาเป็นเวลากว่า 5 เดือนแล้ว..
จาก ข่าวหลายกระแส ที่อ้างถึง ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ออกมาสำทับ ไม่ให้มีการปฎิวัติ นั้น....รวมทั้งหากแม้นว่า ทหารเผด็จการเหล่านี้ ปฏิวัติสำเร็จ...ก็อาจปกครองไม่ได้ ( เพราะประชาชนไม่ยอม และ จะออกมาต่อต้านนั้น).... ก็เป็นความจริง...
หากแต่ ...ทหารฝ่ายเผด็จการ ได้มองข้ามช๊อต ไปแล้ว..
เมื่อทหารฝ่ายเผด็จการ ออกมาทำการปฏิวัติ...ทหารอาชีพ (ทหารฝ่ายประชาธิปไตย) จะออกมาขัดขวาง....
.....หากทหารอาชีพ เป็น ฝ่ายชนะ....ก็จะมีกองกำลังในลักษณะกองโจร ออกมา ก่อกวนสร้างความวุ่นวายในพระนคร..
.....หากทหารฝ่ายเผด็จการชนะ....ประชาชน ก็จะออกมาทำการต่อต้านทหารเผด็จการ
ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหน....ก็เข้าทาง ทหารฝ่ายเผด็จการ ทั้งสิ้น...
เพราะ การปฎิวัติในครั้งนี้ (หากจะมีขึ้น)...จะไม่ได้มีจุดประสงค์หลัก เพื่อทำให้การปฎิวัติเป็นผลสำเร็จ...หรือ ปฏิวัติเพื่อการปกครอง แต่อย่างใด...
หากแต่การปฏิวัติในครั้งนี้ (หากจะมีขึ้น) ..จะเป็นการปฎิวัติ ที่เน้นความวุ่นวาย..
กล่าวคือ จะเป็นการปฎิวัติ เพื่อ ให้ประชาชนออกมาต่อต้าน...ยิ่งต่อต้านมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นไปตามแผน...
แผนที่จะให้กรุงเทพ มี ความวุ่นวาย...ไร้กฏเกณฑ์...
เพื่อเปิดทาง ให้ ....องคมนตรี กราบบังคมทูล ขอให้ทรงยุติความวุ่นวาย..
และ ขอนายกพระราชทาน... ขอรัฐบาลพระราชทาน
เพื่อมาสร้างการเมืองสมานฉันท์....สร้างความปรองดองแห่งชาติ...
และ รัฐบาลใหม่ นี้.... จะอยู่ " ไม่ต่ำกว่า 2 ปี อย่างแน่นอน "
1) เพราะการเป็นรัฐบาล จะช่วยเข้าพยุง เครือข่ายธุรกิจ ของฝ่ายอมาตย์ ที่กำลังเผชิญวิกฤติ อย่างหนัก...โดยเฉพาะ ธุรกิจสายธนาคารให้ทรงตัวอยู่ได้..
รวมทั้งธุรกิจ ในสายอื่นๆ ที่กรอบแห้ง มาอย่างหนัก...หลังจาก รัฐบาลทักษิณ ที่ไม่เคยอุ้ม ไม่เคยให้สิทธิพิเศษ...มากว่า5-6 ปี
2) เป็นรัฐบาล เพื่อสลายขุมกำลังฝ่ายประชาธิปไตย...
.Brain-washed โดย เป้าหมายหลัก อยู่ที่ คนอีสาน....
" เลิกรักทักษิณ เมื่อไหร่...ค่อยให้มี การเลือกตั้ง.."
----------------------------------------------------------
ข้าพเจ้า เข้าใจดี ว่า หลายท่านอึดอัดใจกับ ม๊อบกบฎ ในทำเนียบ
แต่อยากขอให้ท่านคิดให้ดี....
ทุกวันนี้ รัฐบาล ไม่ต้องไปทำอะไร...ม๊อบ ก็ฝ่อ และ ม๊อบกำลังพังทลาย ด้วยตัวมันเองแล้ว....
แต่ หาก มีเหตการณ์รุนแรงเกิดขึ้นกับ ม๊อบในขณะนี้...เท่ากับเป็นการส่งคะแนนสงสารให้ม๊อบ....ทำให้ม๊อปกบฎ ฟื้นคืนชีพ และกลับมามีกำลังมากขึ้น...
รวมทั้งอาจทำให้เกิดเหตการณ์เช่นที่ เขียนในข้างต้น...
----------------------------------------------------------
.... ทหารพระเจ้าตาก...โดยเสธแดง ที่กำลังทำการฝึกอยู่ที่สนามหลวงในขณะนี้...หากมีการนำกำลัง เข้าไป ปะทะกับ มีอบในทำเนียบ...
เราอาจได้ความสะใจ...ได้เห็นว่าเราเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ...
ได้ไล่พวกกบฎ ออกไป.....ได้ตึกในทำเนียบ คืนมา....
แต่มันจะสร้างความชอบธรรมให้ทหารฝ่ายเผด็จการ นำมาอ้างเพื่อทำการปฏิวัติ.....
ซึ่งจะทำให้เราต้องสูญเสียประชาธิปไตยไป...ในที่สุด
" ...... น้ำผึ้งหยดเดียว.....น้ำผึ้งที่ไม่ได้หยดเองโดยบังเอิญ.....หากแต่ได้มีการวางแผนตั้งใจหยด....เพื่อความสมบรูณ์แบบของแผน"
---------------------------------------------------
ฝ่าย อมาตย์นั้น ต้องการอย่างยิ่ง ที่จะเผด็จศึก ในเร็ววัน....เพราะเนื่องด้วย สถานการณ์ทางการเงิน และ สถานการณ์วิกฤติของธนาคารในเครือข่ายอมาตย์ ที่กำลังแย่ถึงขีดสุด......
( รวมทั้งยังมี สถานการณ์วิกฤติการเงินสหรัฐอเมริกา มาเป็นตัวช่วยเร่งความพังทลาย)
หากฝ่ายประชาธิปไตยไปเร่งเดินเกมเร็ว เดินเกมแรง......ก็เข้าเกมส์ที่ฝ่ายอมาตย์ต้องการ...ที่วางแผน "น้ำผึ้งหยดเดียว" ไว้
ทางที่เราควรทำคือ.....อดทน...
(ซึ่งเราก็อดทน กันมาตั้งนานแล้ว...จะอดทนกันอีกสักนิด จะเป็นไร...
ขายหน้าคนทั่วโลกจากการที่ ม๊อบ ยึดทำเนียบ.. ก็ขายหน้ามาเป็นเดือนแล้ว...
ช่วยกันยอมอดทนขายหน้าต่ออีกสักเดือน...เพื่อชัยชนะก็แล้วกัน...
มันไม่มีทางอื่นจริงๆ...เล่นเกมส์แรง ก็เข้าทางฝ่ายอมาตย์หมด)
ในขณะที่ ฝ่ายอมาตย์ ร้อนรน....เพราะไฟไหม้บ้าน...ไฟไหม้ก้น...
เรานั่งไขว้ห้าง...จิบเบียร์เย็นๆ....รอ จังหวะ ไม่ดีกว่าหรือ...
เพราะ ไฟไหม้บ้าน ไฟไหม้ก้น...ไม่นาน...เดี๋ยวก็รู้หมู่ รู้จ่า
ว่า ตายแน่...พังแน่ ต้องวิ่งมาขอความช่วยเหลือ ขอเจรจากับเราเอง..
ถึงตอนนั้นแหล่ะ....ที่อำนาจการต่อรอง จะมาอยู่ที่ฝ่ายเรา..
แต่หากเราหมดความอดทน...ไปทำการอันเป็น "น้ำผึ้งหยดเดียว" เข้าแผนเค้าที่วางไว้....ที่สุดนอกจากจะไม่เหลืออำนาจในการต่อรองแล้ว...
ประชาธิปไตย ก็จะไม่มีเหลือเลย...
ขอทุกท่านจงไตร่ตรองให้ดี....
จะเลือกนายกโดยตรงไปทำไม
ID # 724646 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-01 10:56:33 _ ปิดข้อความ
พูดกันจังเรื่องเลือกนายกฯโดยตรง คำเสนอจากสนนท. หลายคนก็ออกมาขานรับ
แต่ประเทศไทยจะเลือกนายกฯโดยตรงได้อย่างไร ในเมื่อการปกครองของเราเป็น
แบบนี้ หากเราเลือกนายกฯโดยตรง แต่สส.เกิดไม่ได้มาจากพรรคเดียวกัน
มันจะบริหารประเทศไปได้อย่างไร ตราบใดที่เรายังใช้เสียงสส.สนับสนุนการทำงาน
การเลือกตั้งในสมัยท่านนายกฯทักษิณนั่นแหละคือการเลือกนายกโดยตรง เรารู้
ว่าหัวหน้าพรรคที่ได้เสียงข้างมาก จะต้องมาดำรงตำแหน่งนายกฯ
เราเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ให้ได้เสียงข้างมาก เพื่อหัวหน้าพรรคจะได้เป็นนายกฯ
คุณทักษิณถึงได้จัดบัญชีปาร์ตี้ลิสต์(สส.ระบบบัญชีรายชื่อ) ไม่เพียงแต่เลือกนายกฯ
เรายังเลือกครม.ได้ด้วยซ้ำ เพราะดูได้จากรายชื่อสส.แบบบัญชีรายชื่อ
หากพรรคการเมืองเลือกรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ดี ก็น่าสนใจมากกว่า
พรรคที่ไปพยายามเอาชื่อใครต่อใครมาก็ไม่รู้ เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณ
เพียงเพื่อจะเอาใจนักวิชาการบางคนที่อยากเป็นสส.แต่ไม่อยากลงไปเหนื่อย
กับการเดินหาเสียง หวังเพียงว่า หากพรรคได้เสียงมากพอ ตนจะได้ติดบัญชี
ไปกับเขาด้วย
การเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นชัดอยู่แล้วว่า ประชาชนเลือกนายกฯเอง
ถามกันจริงๆว่า เมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา(23 ธค. 50) มีใครไม่รู้บ้างว่า
ถ้าเลือก พลังประชาชน เราจะมีนายกฯชื่อสมัคร หรือเลือกประชาธิปัตย์
แล้วจะได้นายกฯหนีทหาร(ด้วยเล่ห์)เช่นอภิสิทธิ์ หรือเลือกชาติไทย
จะไม่ได้บรรหาร ไม่มี๊ ทุกคนรู้ ทุกคนเลือก ผลการเลือกตั้งจึงสะท้อนออกมา
ว่าเขาไม่อยากได้อภิสิทธิ์หรือบรรหารเป็นนายกฯ
สมมุติว่าหากเราลากลู่ถูกังไปจนมีการเลือกนายกฯได้โดยตรง
แล้วเกิดการโกงกันได้ ก็คิดดูสิ แค่เลือกเป็นพรรคยังพยายามโกงกันสุดฤทธิ์
แต่มันยากที่จะโกงยกแก๊งค์ เอาเข้ามาทั้งยวง แต่ถ้าคนเดียวคงไม่ยากนัก
กระมัง แล้วเกิดได้มาโด่เด่ พรรคไม่ได้เสียงข้างมาก อะไรจะเกิดขึ้น
ไม่เละเป็นโจ๊กหรือ จะไม่เกิด ฝ่ายค้านถาวรที่เฝ้าแต่เห็นไม่ดีไปกับนายกฯหรือ
จึงเห็นว่าการที่สนนท. เสนอขึ้นมานั้น เป็นเพียงต้องการจะตีขนดหางของใคร
บางคนเท่านั้นเอง เพราะสังเกตดูจากข้อเสนอแต่ละข้อ กะให้ช้อควงการไปเลย
ทำได้ไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชนจริงๆ
ที่อยากเห็น ที่อยากให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ไอ้นักวิชาการมีหรือจะกล้าเสนอ
เพราะส่วนใหญ่ยังรับราชการอยู่ กินเงินเดือนหลวง หากคิดเสนออะไรที่มันตื่นเต้น
ขนาดนี้ ก็กลัวจะกระทบหม้อข้าวของตนเอง
สนนท. เป็นแค่นิสิตนักศึกษา คิดอย่างไร เสนออย่างนั้น ตำแหน่ง เก้าอี้
ยังไม่มี จึงคิดได้อย่างอิสระ ไม่เชื่อลองดูอีกทีว่าเขาเสนออะไร
1. การปฏิรูปการเมือง โดยสนับสนุนให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงจากประชาชน ยกเลิกสมาชิกวุฒิสภา
2. การกระจายอำนาจ โดยยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาคที่เน้นการรวมศูนย์จากส่วนกลาง
3. ปฏิรูประบบศาล ลดอำนาจของศาลที่มีอยู่เดิม ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
4. ปฏิรูปกองทัพ ลดงบประมาณกองทัพ ย้ายค่ายทหารออกจากเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อใช้พื้นที่สร้างสวนสาธารณะและศูนย์ฝึกอาชีพ
5. ปฏิรูประบบภาษี ยกเลิกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บภาษีจากที่ดิน มรดกในอัตราก้าวหน้า เพื่อนำมาสร้างรัฐสวัสดิการ
6. รัฐสวัสดิการ ปฏิรูปที่ดินการรวมศูนย์โดยแบ่งที่ทำกินให้คนที่ไม่มีที่ดินเพียงพอ
เป็นไงคะ ข้อเสนอ คงไม่ใช่แค่ขนดหาง แต่เป็นกล่องดวงใจเอาเลยทีเดียว
จึงพูดได้คำเดียวว่าช่างกล้านัก น้องทำได้เพราะยังเรียนอยู่
น้องทำถูกต้องตรงเวลาดีแท้ๆ หากไปเสนอเวลาอื่น อาจถูกก่นด่า
แต่เสนอมาตอนที่คนกำลังเบื่อสุดๆ เวลาที่คนกำลังหาทางไป
จัดการไอ้พวกกบฎ เขาเลยฮือฮากัน เพราะมันสะใจ ถูกใจจนต้องซู้ดปาก
เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลอยู่ที่การเลือกนายกฯโดยตรงเลยค่ะ
เอาแบบรธน.ปี 40นั่นแหละ มาแก้ไขส่วนบกพร่องเล็กน้อย
ไม่ช้าทำได้ทันที ไม่เสียเวลา มาเลือกตั้งสสร.อีก รัฐบาลมีสิทธิ์
เต็มที่อยู่แล้ว รีบทำเถอะ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ตอนนี้เป็นเวลา
เหมาะ เพราะฝ่านตรงข้ามถูกตุ๊ยท้องลงไปกองให้นับอยู่แล้ว
ถึงเวลาเผด็จศึก เอาชนะให้เด็ดขาดเสียที อย่ามัวหน่อมแน้ม
คนดูเขาเบื่อ เดี๋ยวก็โห่ไล่หรอก
พูดกันจังเรื่องเลือกนายกฯโดยตรง คำเสนอจากสนนท. หลายคนก็ออกมาขานรับ
แต่ประเทศไทยจะเลือกนายกฯโดยตรงได้อย่างไร ในเมื่อการปกครองของเราเป็น
แบบนี้ หากเราเลือกนายกฯโดยตรง แต่สส.เกิดไม่ได้มาจากพรรคเดียวกัน
มันจะบริหารประเทศไปได้อย่างไร ตราบใดที่เรายังใช้เสียงสส.สนับสนุนการทำงาน
การเลือกตั้งในสมัยท่านนายกฯทักษิณนั่นแหละคือการเลือกนายกโดยตรง เรารู้
ว่าหัวหน้าพรรคที่ได้เสียงข้างมาก จะต้องมาดำรงตำแหน่งนายกฯ
เราเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ให้ได้เสียงข้างมาก เพื่อหัวหน้าพรรคจะได้เป็นนายกฯ
คุณทักษิณถึงได้จัดบัญชีปาร์ตี้ลิสต์(สส.ระบบบัญชีรายชื่อ) ไม่เพียงแต่เลือกนายกฯ
เรายังเลือกครม.ได้ด้วยซ้ำ เพราะดูได้จากรายชื่อสส.แบบบัญชีรายชื่อ
หากพรรคการเมืองเลือกรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ดี ก็น่าสนใจมากกว่า
พรรคที่ไปพยายามเอาชื่อใครต่อใครมาก็ไม่รู้ เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณ
เพียงเพื่อจะเอาใจนักวิชาการบางคนที่อยากเป็นสส.แต่ไม่อยากลงไปเหนื่อย
กับการเดินหาเสียง หวังเพียงว่า หากพรรคได้เสียงมากพอ ตนจะได้ติดบัญชี
ไปกับเขาด้วย
การเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นชัดอยู่แล้วว่า ประชาชนเลือกนายกฯเอง
ถามกันจริงๆว่า เมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา(23 ธค. 50) มีใครไม่รู้บ้างว่า
ถ้าเลือก พลังประชาชน เราจะมีนายกฯชื่อสมัคร หรือเลือกประชาธิปัตย์
แล้วจะได้นายกฯหนีทหาร(ด้วยเล่ห์)เช่นอภิสิทธิ์ หรือเลือกชาติไทย
จะไม่ได้บรรหาร ไม่มี๊ ทุกคนรู้ ทุกคนเลือก ผลการเลือกตั้งจึงสะท้อนออกมา
ว่าเขาไม่อยากได้อภิสิทธิ์หรือบรรหารเป็นนายกฯ
สมมุติว่าหากเราลากลู่ถูกังไปจนมีการเลือกนายกฯได้โดยตรง
แล้วเกิดการโกงกันได้ ก็คิดดูสิ แค่เลือกเป็นพรรคยังพยายามโกงกันสุดฤทธิ์
แต่มันยากที่จะโกงยกแก๊งค์ เอาเข้ามาทั้งยวง แต่ถ้าคนเดียวคงไม่ยากนัก
กระมัง แล้วเกิดได้มาโด่เด่ พรรคไม่ได้เสียงข้างมาก อะไรจะเกิดขึ้น
ไม่เละเป็นโจ๊กหรือ จะไม่เกิด ฝ่ายค้านถาวรที่เฝ้าแต่เห็นไม่ดีไปกับนายกฯหรือ
จึงเห็นว่าการที่สนนท. เสนอขึ้นมานั้น เป็นเพียงต้องการจะตีขนดหางของใคร
บางคนเท่านั้นเอง เพราะสังเกตดูจากข้อเสนอแต่ละข้อ กะให้ช้อควงการไปเลย
ทำได้ไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชนจริงๆ
ที่อยากเห็น ที่อยากให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ไอ้นักวิชาการมีหรือจะกล้าเสนอ
เพราะส่วนใหญ่ยังรับราชการอยู่ กินเงินเดือนหลวง หากคิดเสนออะไรที่มันตื่นเต้น
ขนาดนี้ ก็กลัวจะกระทบหม้อข้าวของตนเอง
สนนท. เป็นแค่นิสิตนักศึกษา คิดอย่างไร เสนออย่างนั้น ตำแหน่ง เก้าอี้
ยังไม่มี จึงคิดได้อย่างอิสระ ไม่เชื่อลองดูอีกทีว่าเขาเสนออะไร
1. การปฏิรูปการเมือง โดยสนับสนุนให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงจากประชาชน ยกเลิกสมาชิกวุฒิสภา
2. การกระจายอำนาจ โดยยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาคที่เน้นการรวมศูนย์จากส่วนกลาง
3. ปฏิรูประบบศาล ลดอำนาจของศาลที่มีอยู่เดิม ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
4. ปฏิรูปกองทัพ ลดงบประมาณกองทัพ ย้ายค่ายทหารออกจากเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อใช้พื้นที่สร้างสวนสาธารณะและศูนย์ฝึกอาชีพ
5. ปฏิรูประบบภาษี ยกเลิกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บภาษีจากที่ดิน มรดกในอัตราก้าวหน้า เพื่อนำมาสร้างรัฐสวัสดิการ
6. รัฐสวัสดิการ ปฏิรูปที่ดินการรวมศูนย์โดยแบ่งที่ทำกินให้คนที่ไม่มีที่ดินเพียงพอ
เป็นไงคะ ข้อเสนอ คงไม่ใช่แค่ขนดหาง แต่เป็นกล่องดวงใจเอาเลยทีเดียว
จึงพูดได้คำเดียวว่าช่างกล้านัก น้องทำได้เพราะยังเรียนอยู่
น้องทำถูกต้องตรงเวลาดีแท้ๆ หากไปเสนอเวลาอื่น อาจถูกก่นด่า
แต่เสนอมาตอนที่คนกำลังเบื่อสุดๆ เวลาที่คนกำลังหาทางไป
จัดการไอ้พวกกบฎ เขาเลยฮือฮากัน เพราะมันสะใจ ถูกใจจนต้องซู้ดปาก
เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลอยู่ที่การเลือกนายกฯโดยตรงเลยค่ะ
เอาแบบรธน.ปี 40นั่นแหละ มาแก้ไขส่วนบกพร่องเล็กน้อย
ไม่ช้าทำได้ทันที ไม่เสียเวลา มาเลือกตั้งสสร.อีก รัฐบาลมีสิทธิ์
เต็มที่อยู่แล้ว รีบทำเถอะ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ตอนนี้เป็นเวลา
เหมาะ เพราะฝ่านตรงข้ามถูกตุ๊ยท้องลงไปกองให้นับอยู่แล้ว
ถึงเวลาเผด็จศึก เอาชนะให้เด็ดขาดเสียที อย่ามัวหน่อมแน้ม
คนดูเขาเบื่อ เดี๋ยวก็โห่ไล่หรอก
พญาไม้นี่คือเผด็จ ภูรีปฏิภาณ หรือเปล่าคะ
ID # 724372 - โพสต์เมื่อ : 2008-09-30 10:57:48 _ ปิดข้อความ
เคยได้ยินมาว่างั้น ถ้าใช่ เกิดอะไรขึ้น เข้าไปอ่านจากห้องโน้นมาสองวันแล้ว
มันแปลกๆ เพราะเท่าที่รู้ นายคนนี้เขาเป็นพวกพันธมิตรไม่ใช่หรือ
ไม่เชื่อลองอ่านดูสิคะ แปลกอย่างที่ป้าว่าหรือเปล่า
พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์
วันปลอดกฎหมาย
ถามกันมาว่า ..ที่นายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปแล้วมีคนมาชี้หน้าด่า..
ว่า ขายชาติหรืออะไรต่างๆ นั้นฝ่ายถูกด่าจะทำอะไรได้บ้างแน่นอนว่า..
การกล่าวหาว่าขายชาตินั้น เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทแน่นอน..
หากฝ่ายผู้ถูกด่าจะกล่าวหาและแจ้งให้ ดำเนินคดี
ก็ยังไม่รู้ว่า..ในคดีที่เป็นความส่วนตัวนี้..ก็ขึ้นอยู่ กับผู้เสียหาย
แต่ที่..แย่กว่านั้นก็คือ..การกระทำเช่นว่าเป็นการกระทำที่มี
การวางแผนไว้ก่อน..เพราะมีหลักฐานชี้ชัดว่าผู้ที่ไปกล่าวเท็จ
และหมิ่นประมาท นั้นล้วนแต่เป็นผู้อยู่ในแวดวงผู้สนับสนุนพันธมิตรฯ
มันก็เป็นเรื่องน่าหดหู่ ใจ..หดหู่ใจที่ประเทศของเรานั้น..มันเป็นไปได้
ถึงขนาดนี้เลยหรือ..กลุ่มแก๊ง ที่สามารถกระทำการเหยียบย่ำกฎหมาย
ได้ ทุกมาตรา..ใช้ทีวี วิทยุ และหน้าสิ่งพิมพ์โดยไม่หวาดหวั่นต่อตัวบทกฎหมาย..แถมยังท้าทายจะทำให้แผ่น ดินลุกเป็นไฟ หากใครเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งๆ
ที่ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า ทั้งๆ ที่มีอาญาติดตัว..ข้าราชการผู้มีหน้าที่
ต่าง..เหยียบย่ำมาตรา 157 แห่งกฎหมายอาญา.."ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่"
ผิดกันตั้งแต่ผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมาปัญหาอยู่ที่ว่า..ถ้าวิธีการชี้หน้าด่า
ยังปรากฏ อยู่ต่อไป..และอาจจะลามปามไปถึงรัฐมนตรีท่านอื่นๆ จะเป็นอย่างไร
อะไร..ทำให้พวกเขาสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ ในเมื่อทั้งมาตรา 2 เขียนไว้ว่า
บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญา และมาตรา 4 เน้นย้ำอีกครั้งว่า ผู้ใดกระทำ
ความผิดในราชอาณาจักรต้องรับโทษตามกฎหมายใคร..ทำให้พวกเขาสามารถ
อยู่เหนือกฎหมายได้..ในขณะที่คนอื่นๆ ต้องถูกติดตามนำตัวมาดำเนินคดีตาม
กฎหมาย ตามที่ศาลมีหมายให้ติดตาม
มาตรา 30 แห่งรัฐธรรมนูญ..ทั้ง 40 และ 50 มีข้อความตรงกันว่า
..บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
เท่าเทียมกัน
มาตรา 33 แห่งรัฐธรรมนูญ..สำแดงอีกว่า..การเข้าไปในเคหสถานโดย
ปราศจากความยินยอมของ ผู้ครอบครอง หรือการตรวจค้นเคหสถาน
จะกระทำมิได้แล้วอะไรเกิดขึ้นกับ..ทำเนียบรัฐบาลถึง วันนี้เราจะไปมี
กฎหมายกันทำไม..งดเว้นการใช้กฎหมายสัก 2-3 วัน..นิรโทษกรรมกันล่วงหน้า..1-2 ตุลาคม 2551 เป็นวันปลอดกฎหมายหลังจากนั้น
ประเทศไทยจะดีขึ้น
พญาไม้
ID # 1131688 - โพสต์เมื่อ : 2008-09-30 14:21:53 _ ปิดข้อความ
มันสงสัยน่ะค่ะ ไม่เห็นมีใครตอบ เว้นคุณรีเบล(ขอบคุณค่ะ)
เลยไปค้นเจอ ว่าที่แท้ตีกันแล้วนั่นเอง และก็อาจเป็นแบบที่
คุณรีเบลว่าจริงๆด้วย สมัยนี้ไว้ใจใครได้ซะที่ไหน จริงไหมคะ
ขอโทษทีค่ะ กะจะโพสท์ตั้งแต่เช้า พอดี เนตมันไม่เป็นใจ
กลับมาถึงได้โพสท์ ที่ไหนได้มีคนมาโพส?ืกันหลายท่านแล้ว
เอาเป็นว่าขอบคุณทุกท่านนะคะ ลองอ่านดูค่ะ
สงครามสื่อ'รุ่นขาใหญ่' พญาไม้'ปะทะ'สนธิลิ้มฯ ใครกันใช้อาชีพ'นสพ.' เที่ยวหากินเพื่อตัวเอง!
Friday, 08 February 2008
สงครามสื่อ "รุ่นใหญ่" ปะทุอีกรอบ คราวนี้ "สนธิลิ้มฯ" พุ่งเป้าตรงใส่ "พญาไม้-เผด็จ ภูรีปฏิภาณ" แห่ง "บางกอกทูเดย์"
ถึงขั้นปูดเป็นสายตรงทักษิณ ตัวกลางจัดตั้งรัฐบาลหมัก
จวกยับ "เหยียบเรือสองแคม" ไม่คิดถึงประเทศชาติ
เลยเจอสวนกลับทันควัน ด้วยข้อเขียนที่ทรงพลัง "คำโกหก
จะถูกประจานจากความจริงที่ฝังอยู่" ซัดกลับใครกันแน่
ที่เอาความเป็นนักนสพ.ไปกินในทิศทางที่ไม่ใช่
แฉกลับถึงขั้น "ประชัย" ถูกวางแผนให้ไปพบกับ "ทักษิณ"
ในงานศพของบุพการีตัวเอง
เรา "ไทยอินไซเดอร์" จึงขอนำ "ถ้อยคำ-เนื้อหา" ของทั้ง
"สนธิ ลิ้มทองกุล" และ "เผด็จ ภูรีปฏิภาณ" มา ให้รับทราบกัน
ทั้งสองด้าน เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย
และสุดท้ายจะเชื่อใครก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์และรอคอยกันเอง...
ค่ำวันที่ 6 ก.พ. 2551 ในรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ออกอากาศทาง "เอเอสทีวี" ดำเนินรายการโดยนายปานเทพ
พัวพงษ์พันธ์ และนางจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ ได้ออกมาเตือน
"ครม.สมัคร 1" ให้สนองพระบรมราโชวาท ทำงานเพื่อ 63
ล้านคน ไม่ใช่เพื่อคนบางคน หรือบางครอบครัว พร้อมจวกยับ
"หน้า 11 มติชน" นั่งเทียนวิเคราะห์พันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตยเครียด กลัวโดนเช็กบิล ทำให้ในเวลาต่อมา
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งเครือผู้จัดการ และอดีตแกนนำ
พันธมิตรฯ ต่อสายเข้ามาพูดคุย โดยยืนยันว่า ชีวิตทุกวันนี้มี
แต่ความสงบ และมีเนื้อหาช่วงหนึ่งที่น่าสนใจคือ
"ผม ทำนายถูกหมดทุกเรื่อง แล้วผมจะบอกให้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น รัฐบาลชุดนี้มันจะกัดกันเหมือนหมาภายในระยะเวลาไม่เกิน
3 เดือนนี้...ผมทำนายไว้ก่อนล่วงหน้าเลย มันจะแย่งกันทำมาหา
กิน เสร็จเรียบร้อยแล้วมันก็จะพยายามทางใครทางมัน
โดยคุณทักษิณ ก็พยายามที่จะใช้นอมินีของตัวเองสายตรง
ไม่ว่าจะเป็นหมอเลี้ยบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เป็นสายตรง
ของเขา พยายามเคลียร์ตัวเขาเองให้ได้ ผมก็รู้ทำไมผมจะไม่รู้
มีหนังสือพิมพ์บางคนทำงานให้คุณทักษิณมาตลอด อย่างคอลัมน์
ในบางกอกทูเดย์ คนเขียนคือคุณเผด็จ ภูรีปฏิภาณ ที่มีฉายาว่า
"พญาไม้" คุณเผด็จ เป็นมือของคุณทักษิณ บินไปอยู่กับคุณทักษิณ ที่ฮ่องกง รับงานคุณทักษิณมา มาเชื่อม
จริงๆ แล้วคุณเผด็จเป็นคนตั้งรัฐบาลชุดนี้ คุณเผด็จประสาน
คนโน้นประสานคนนี้ เสร็จเรียบร้อยคุณเผด็จก็ปล่อยข่าว
อย่าให้ผมพูดเลย ผมรู้อะไรมากกว่านี้ ผมจะบอกอะไรให้
อย่างนึงนะครับ คนพวกนี้สมัยที่ผมสู้กับคุณทักษิณ ก็เหยียบ
เรือทุกแคม คนพวกนี้จะเป็นคนซึ่งยึดถือผลประโยชน์ของตัวเอง
เป็นหลัก ไม่เคยคิดเรื่องของชาติบ้านเมืองเลย แม้แต่นิดเดียว
สนใจอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเองว่า กลุ่มตัวเองจะได้อะไร และคน
พวกนี้ก็อ้างความเป็นนักหนังสือพิมพ์นะครับ เดินสายพูดกับคนนู้น
บ้าง พูดกับคนนี้บ้าง คือ ไปสร้างภาพว่าตัวเองนี้แน่ ตัวเองเนี้ย
ไม่ได้แน่อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
เสียดาย แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน ทำให้จรรยาบรรณ
อาชีพนักหนังสือพิมพ์เนี้ยใช้ไม่ได้ ผมเฉยๆ คือเรื่องเนี้ย
คุณปานเทพแล้วจริงๆ ผมไม่อยากให้คุณเอาเรื่องพวกนี้มาพูด
แต่ว่าไหนๆ ก็พูดแล้ว ทำไมนะคุณปานเทพจำไม่ได้หรือ
สมัยที่เราสู้กับคุณทักษิณ ผมโดนใส่ร้ายป้ายสีมามากขนาดไหน
เพราะฉะนั้นแล้ว นสพ.บางกอกทูเดย์ เป็นนสพ. ซึ่งอยู่ภายใต้การนำ
และการบริหารของ คุณเผด็จ ภูรีปฏิภาน คุณไพวงษ์ เตชะณรงค์
คนพวกนี้เป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกัน ตอนนั้นที่เขายึดอำนาจมา
คนพวกนี้ก็ไปเกาะกับ พล.อ.วินัย ภัทรยกุล นะครับ ไปให้คำปรึกษา
อย่างนู้น อย่างนี้ พอวันนี้คมช. หมดอำนาจ ก่อนจะหมดอำนาจ
ก็ไปเกาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นะครับ วันนี้ก็เกาะอยู่กับ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มันไม่มีอะไรใหม่เลยในชีวิต คนพวกนี้
เมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา ที่ผมเคยรู้จัก
วันนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผม ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตคนพวกนี้
วันที่จะตายกันไปเนี้ย ถ้าเขาทบทวนย้อนหลังเนี้ย
เขาจะเสียดายเวลา เสียดายวิชาชีพ แล้วเสียดายบทบาทที่เขาเคยมีอยู่
ผมไม่อยากจะเรียกคนพวกนี้ว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์นะครับ
แต่ผมจะเรียนให้ท่านผู้ชมทราบแล้วก็ คุณแอน คุณปานเทพ ทราบ
ผมมีความสุขกับชีวิตผมมาก ผมมีความรู้สึกว่าถ้าผมวันพรุ่งนี้ ผมจะต้องตายไป ผมจะตายอย่างมีความสุขที่สุด
เพราะว่าผมได้เห็นสัจธรรม ว่าคนเราเนี้ยมันหนีพ้นกฎแห่งกรรมไม่เจอ
แล้วคนพวกนี้อีกไม่ นานก็จะหนีไม่พ้นกฎแห่งกรรม คอยดูซิครับ
พนันกับผมได้เลย คนเขาบอกภายใน 1 ปี ผมบอกว่าไม่ต้องถึง 1 ปี หรอก
ผมจะบอกให้รู้ว่าไม่เกิน 90 วันนี้ คอยดูก็แล้วกัน ไม่เกินพฤษภาคมนี้
ถ้าใครเคยคิดว่าผมทายอะไรแล้วถูกต้องนะ แล้วยังเชื่อนะ
ให้ จับตาดูดีๆ ผมเชื่อ ผมบวชเรียนมาแล้วครั้งนี้ ผมปฏิบัติธรรมมาอย่างหนัก ผมเชื่อในกฎแห่งกรรม กฎแห่งกรรมกำลังมาแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ"
นับเป็นการ "เปิดศึก" กับ "นักนสพ.รุ่นใหญ่" ของ "สนธิ ลิ้มทองกุล" อีกครั้ง
จนเป็นที่มาของบทความ "แด่ สนธิ ลิ้มทองกุล" ของนักเขียนที่ชื่อ "พญาไม้"
ที่ตีพิมพ์ในนสพ.บางกอกทูเดย์ วันเสาร์ที่ 9 ก.พ. 2551 หน้า 2 ในคอลัมน์ "พญาไม้ทูเดย์" ซึ่งวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 8 ก.พ. 2551
มีเนื้อหาแบบดุเด็ด-เผ็ดมันส์ตามสไตล์...ดังนี้
แด่ สนธิ ลิ้มทองกุล
สำหรับ คนเขียนหนังสือแล้ว..ทุกข้อเขียนจะถูกบันทึกถูกเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติ..
ว่ากันว่าข่าวทุกข่าว คอลัมน์ทุกคอลัมน์ จะถูกฝังไว้ที่นั่น..
ย้อนหลังกันไปได้ยาวนาน เกินกว่าชีวิตท่าน ชีวิตเรา
ดังนั้น..จึงไม่มีคำโกหกใดๆ จะยั่งยืนอยู่ได้..ในอาชีพนี้..ไม่มีคำโกหกใดๆ ที่พิสูจน์ไม่ได้ในอาชีพนี้
สนธิ ลิ้มทองกุล..นักโทษในระหว่างสู้คดีหมิ่นประมาท..ที่กำลังฎีกา..ได้กล่าวถึง..บางกอกทูเดย์และ "พญาไม้" ว่า
ทำ งานให้กับทักษิณ พูดว่า..เป็นคนตั้งรัฐบาลชุดนี้..กล่าวหาว่าคนพวกนี้จะเป็นคนซึ่งยึดถือผล ประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก ไม่เคยคิดเรื่องชาติบ้านเมืองเลย ฯลฯ
หอ สมุดแห่งชาติ..เปลี่ยนแปลงวันเวลาไม่ได้..คำโกหกมากมายจะถูกประจานจากความ เป็นจริงที่ฝังอยู่ในนั้น..พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จัดรัฐบาลที่บ้านสุโขทัยของ สนธิ ลิ้มทองกุล..
ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในงานศพของบุพการีสนธิ ลิ้มทองกุล..เกือบทุกวัน..ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ถูกวางแผนให้ไปพบกับ ทักษิณ ชินวัตร ในงานศพ..สนธิเล่าว่าทักษิณไปกินก๋วยเตี๋ยวบ้านเขา ฯลฯ
"ผมไม่อยากเรียกคนพวกนี้ว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์นะครับ" สนธิ..พูด..แต่ใครกันที่เอาความเป็นหนังสือพิมพ์ไปหากินในทิศทางที่ไม่ใช่..
ใครกำลังด่า พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร..เพราะไม่สัมฤทธิ์ในสิ่งที่ตนประสงค์
ผิด ด้วยหรือ..ที่นักหนังสือพิมพ์สักคน..จะไม่อดทนให้กับ..ความวุ่นวายไร้กติกา ที่จะพาบ้านเมืองไปสู่ความล่มจม..และใช้ความรู้จักประสานผู้คนเข้ามาหากัน เพื่อให้บ้านนี้เมืองนี้เดินไปในทิศทางที่ไม่ใช่ความวุ่นวาย
ผิดด้วยหรือ..ที่คนไทยสักคน..จะไปพูดถึงเหตุถึงผลกับคนการเมือง..จะช่วยลดความขัดแย้งแล้วหันหน้ากันมาสร้างความสมานฉันท์..
ถ้า ไม่ผิด..คนๆ นั้น..ก็คือคนที่ต่อสายหาบรรหาร ศิลปอาชา คนๆ นั้นให้ ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ กับ ทักษิณ ชินวัตร หรือ สมศักดิ์ เทพสุทิน เลิกแล้วต่อกัน..ถ้าการทำให้คนเกลียดกันหันมารักกัน ถ้าการทำให้คนที่ไม่เข้าใจกันหันมามองเหตุหาผล จนสามารถคบหาสมาคมกันต่อไปได้..
คนๆ นั้นก็คือผม..
และในความสำเร็จที่มากมายนั้น..มันก็ยังเป็นคนจน..และคงทนต่อการตรวจสอบในทุกรูปแบบในทุกกรณี
*พญาไม้*
อ่านจบ ถึงได้รู้ว่าฟัดกันเองอย่างนี้นี่เอง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น
อ่านแล้วจึงเห็นชัดว่าสนธิ ลิ้มทองกุล คาดเดาอะไรไม่เคยถูก
ที่บอกว่ารัฐบาลจะเจ๊งภายในสามเดือน เมื่อวันไม่เกิด เพื่อให้คำ
พูดของตนเองถูก มารดามันเลยจัดม้อบขึ้นมาป่วนเมืองไงคะ
ป่วนอยู่ตั้งนานก็ยังไม่สำเร็จทำทุกอย่างแล้ว จนได้ข้อหากบฎเป็นรางวัล เลยกลับไปคราวนี้ไม่รู้ว่าพ่อหรือแม่(หรือช่วยกันก็ไม่รู้)
จัดตุลาการมาให้ลุงหมักแทน แถมยังไปอ้างเป็นชัยชนะได้อีก
ที่เอาลุงหมักออกจากตำแหน่งได้
เคยได้ยินมาว่างั้น ถ้าใช่ เกิดอะไรขึ้น เข้าไปอ่านจากห้องโน้นมาสองวันแล้ว
มันแปลกๆ เพราะเท่าที่รู้ นายคนนี้เขาเป็นพวกพันธมิตรไม่ใช่หรือ
ไม่เชื่อลองอ่านดูสิคะ แปลกอย่างที่ป้าว่าหรือเปล่า
พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์
วันปลอดกฎหมาย
ถามกันมาว่า ..ที่นายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปแล้วมีคนมาชี้หน้าด่า..
ว่า ขายชาติหรืออะไรต่างๆ นั้นฝ่ายถูกด่าจะทำอะไรได้บ้างแน่นอนว่า..
การกล่าวหาว่าขายชาตินั้น เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทแน่นอน..
หากฝ่ายผู้ถูกด่าจะกล่าวหาและแจ้งให้ ดำเนินคดี
ก็ยังไม่รู้ว่า..ในคดีที่เป็นความส่วนตัวนี้..ก็ขึ้นอยู่ กับผู้เสียหาย
แต่ที่..แย่กว่านั้นก็คือ..การกระทำเช่นว่าเป็นการกระทำที่มี
การวางแผนไว้ก่อน..เพราะมีหลักฐานชี้ชัดว่าผู้ที่ไปกล่าวเท็จ
และหมิ่นประมาท นั้นล้วนแต่เป็นผู้อยู่ในแวดวงผู้สนับสนุนพันธมิตรฯ
มันก็เป็นเรื่องน่าหดหู่ ใจ..หดหู่ใจที่ประเทศของเรานั้น..มันเป็นไปได้
ถึงขนาดนี้เลยหรือ..กลุ่มแก๊ง ที่สามารถกระทำการเหยียบย่ำกฎหมาย
ได้ ทุกมาตรา..ใช้ทีวี วิทยุ และหน้าสิ่งพิมพ์โดยไม่หวาดหวั่นต่อตัวบทกฎหมาย..แถมยังท้าทายจะทำให้แผ่น ดินลุกเป็นไฟ หากใครเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งๆ
ที่ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า ทั้งๆ ที่มีอาญาติดตัว..ข้าราชการผู้มีหน้าที่
ต่าง..เหยียบย่ำมาตรา 157 แห่งกฎหมายอาญา.."ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่"
ผิดกันตั้งแต่ผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมาปัญหาอยู่ที่ว่า..ถ้าวิธีการชี้หน้าด่า
ยังปรากฏ อยู่ต่อไป..และอาจจะลามปามไปถึงรัฐมนตรีท่านอื่นๆ จะเป็นอย่างไร
อะไร..ทำให้พวกเขาสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ ในเมื่อทั้งมาตรา 2 เขียนไว้ว่า
บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญา และมาตรา 4 เน้นย้ำอีกครั้งว่า ผู้ใดกระทำ
ความผิดในราชอาณาจักรต้องรับโทษตามกฎหมายใคร..ทำให้พวกเขาสามารถ
อยู่เหนือกฎหมายได้..ในขณะที่คนอื่นๆ ต้องถูกติดตามนำตัวมาดำเนินคดีตาม
กฎหมาย ตามที่ศาลมีหมายให้ติดตาม
มาตรา 30 แห่งรัฐธรรมนูญ..ทั้ง 40 และ 50 มีข้อความตรงกันว่า
..บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
เท่าเทียมกัน
มาตรา 33 แห่งรัฐธรรมนูญ..สำแดงอีกว่า..การเข้าไปในเคหสถานโดย
ปราศจากความยินยอมของ ผู้ครอบครอง หรือการตรวจค้นเคหสถาน
จะกระทำมิได้แล้วอะไรเกิดขึ้นกับ..ทำเนียบรัฐบาลถึง วันนี้เราจะไปมี
กฎหมายกันทำไม..งดเว้นการใช้กฎหมายสัก 2-3 วัน..นิรโทษกรรมกันล่วงหน้า..1-2 ตุลาคม 2551 เป็นวันปลอดกฎหมายหลังจากนั้น
ประเทศไทยจะดีขึ้น
พญาไม้
ID # 1131688 - โพสต์เมื่อ : 2008-09-30 14:21:53 _ ปิดข้อความ
มันสงสัยน่ะค่ะ ไม่เห็นมีใครตอบ เว้นคุณรีเบล(ขอบคุณค่ะ)
เลยไปค้นเจอ ว่าที่แท้ตีกันแล้วนั่นเอง และก็อาจเป็นแบบที่
คุณรีเบลว่าจริงๆด้วย สมัยนี้ไว้ใจใครได้ซะที่ไหน จริงไหมคะ
ขอโทษทีค่ะ กะจะโพสท์ตั้งแต่เช้า พอดี เนตมันไม่เป็นใจ
กลับมาถึงได้โพสท์ ที่ไหนได้มีคนมาโพส?ืกันหลายท่านแล้ว
เอาเป็นว่าขอบคุณทุกท่านนะคะ ลองอ่านดูค่ะ
สงครามสื่อ'รุ่นขาใหญ่' พญาไม้'ปะทะ'สนธิลิ้มฯ ใครกันใช้อาชีพ'นสพ.' เที่ยวหากินเพื่อตัวเอง!
Friday, 08 February 2008
สงครามสื่อ "รุ่นใหญ่" ปะทุอีกรอบ คราวนี้ "สนธิลิ้มฯ" พุ่งเป้าตรงใส่ "พญาไม้-เผด็จ ภูรีปฏิภาณ" แห่ง "บางกอกทูเดย์"
ถึงขั้นปูดเป็นสายตรงทักษิณ ตัวกลางจัดตั้งรัฐบาลหมัก
จวกยับ "เหยียบเรือสองแคม" ไม่คิดถึงประเทศชาติ
เลยเจอสวนกลับทันควัน ด้วยข้อเขียนที่ทรงพลัง "คำโกหก
จะถูกประจานจากความจริงที่ฝังอยู่" ซัดกลับใครกันแน่
ที่เอาความเป็นนักนสพ.ไปกินในทิศทางที่ไม่ใช่
แฉกลับถึงขั้น "ประชัย" ถูกวางแผนให้ไปพบกับ "ทักษิณ"
ในงานศพของบุพการีตัวเอง
เรา "ไทยอินไซเดอร์" จึงขอนำ "ถ้อยคำ-เนื้อหา" ของทั้ง
"สนธิ ลิ้มทองกุล" และ "เผด็จ ภูรีปฏิภาณ" มา ให้รับทราบกัน
ทั้งสองด้าน เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย
และสุดท้ายจะเชื่อใครก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์และรอคอยกันเอง...
ค่ำวันที่ 6 ก.พ. 2551 ในรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ออกอากาศทาง "เอเอสทีวี" ดำเนินรายการโดยนายปานเทพ
พัวพงษ์พันธ์ และนางจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ ได้ออกมาเตือน
"ครม.สมัคร 1" ให้สนองพระบรมราโชวาท ทำงานเพื่อ 63
ล้านคน ไม่ใช่เพื่อคนบางคน หรือบางครอบครัว พร้อมจวกยับ
"หน้า 11 มติชน" นั่งเทียนวิเคราะห์พันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตยเครียด กลัวโดนเช็กบิล ทำให้ในเวลาต่อมา
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งเครือผู้จัดการ และอดีตแกนนำ
พันธมิตรฯ ต่อสายเข้ามาพูดคุย โดยยืนยันว่า ชีวิตทุกวันนี้มี
แต่ความสงบ และมีเนื้อหาช่วงหนึ่งที่น่าสนใจคือ
"ผม ทำนายถูกหมดทุกเรื่อง แล้วผมจะบอกให้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น รัฐบาลชุดนี้มันจะกัดกันเหมือนหมาภายในระยะเวลาไม่เกิน
3 เดือนนี้...ผมทำนายไว้ก่อนล่วงหน้าเลย มันจะแย่งกันทำมาหา
กิน เสร็จเรียบร้อยแล้วมันก็จะพยายามทางใครทางมัน
โดยคุณทักษิณ ก็พยายามที่จะใช้นอมินีของตัวเองสายตรง
ไม่ว่าจะเป็นหมอเลี้ยบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เป็นสายตรง
ของเขา พยายามเคลียร์ตัวเขาเองให้ได้ ผมก็รู้ทำไมผมจะไม่รู้
มีหนังสือพิมพ์บางคนทำงานให้คุณทักษิณมาตลอด อย่างคอลัมน์
ในบางกอกทูเดย์ คนเขียนคือคุณเผด็จ ภูรีปฏิภาณ ที่มีฉายาว่า
"พญาไม้" คุณเผด็จ เป็นมือของคุณทักษิณ บินไปอยู่กับคุณทักษิณ ที่ฮ่องกง รับงานคุณทักษิณมา มาเชื่อม
จริงๆ แล้วคุณเผด็จเป็นคนตั้งรัฐบาลชุดนี้ คุณเผด็จประสาน
คนโน้นประสานคนนี้ เสร็จเรียบร้อยคุณเผด็จก็ปล่อยข่าว
อย่าให้ผมพูดเลย ผมรู้อะไรมากกว่านี้ ผมจะบอกอะไรให้
อย่างนึงนะครับ คนพวกนี้สมัยที่ผมสู้กับคุณทักษิณ ก็เหยียบ
เรือทุกแคม คนพวกนี้จะเป็นคนซึ่งยึดถือผลประโยชน์ของตัวเอง
เป็นหลัก ไม่เคยคิดเรื่องของชาติบ้านเมืองเลย แม้แต่นิดเดียว
สนใจอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเองว่า กลุ่มตัวเองจะได้อะไร และคน
พวกนี้ก็อ้างความเป็นนักหนังสือพิมพ์นะครับ เดินสายพูดกับคนนู้น
บ้าง พูดกับคนนี้บ้าง คือ ไปสร้างภาพว่าตัวเองนี้แน่ ตัวเองเนี้ย
ไม่ได้แน่อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
เสียดาย แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน ทำให้จรรยาบรรณ
อาชีพนักหนังสือพิมพ์เนี้ยใช้ไม่ได้ ผมเฉยๆ คือเรื่องเนี้ย
คุณปานเทพแล้วจริงๆ ผมไม่อยากให้คุณเอาเรื่องพวกนี้มาพูด
แต่ว่าไหนๆ ก็พูดแล้ว ทำไมนะคุณปานเทพจำไม่ได้หรือ
สมัยที่เราสู้กับคุณทักษิณ ผมโดนใส่ร้ายป้ายสีมามากขนาดไหน
เพราะฉะนั้นแล้ว นสพ.บางกอกทูเดย์ เป็นนสพ. ซึ่งอยู่ภายใต้การนำ
และการบริหารของ คุณเผด็จ ภูรีปฏิภาน คุณไพวงษ์ เตชะณรงค์
คนพวกนี้เป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกัน ตอนนั้นที่เขายึดอำนาจมา
คนพวกนี้ก็ไปเกาะกับ พล.อ.วินัย ภัทรยกุล นะครับ ไปให้คำปรึกษา
อย่างนู้น อย่างนี้ พอวันนี้คมช. หมดอำนาจ ก่อนจะหมดอำนาจ
ก็ไปเกาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นะครับ วันนี้ก็เกาะอยู่กับ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มันไม่มีอะไรใหม่เลยในชีวิต คนพวกนี้
เมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา ที่ผมเคยรู้จัก
วันนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผม ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตคนพวกนี้
วันที่จะตายกันไปเนี้ย ถ้าเขาทบทวนย้อนหลังเนี้ย
เขาจะเสียดายเวลา เสียดายวิชาชีพ แล้วเสียดายบทบาทที่เขาเคยมีอยู่
ผมไม่อยากจะเรียกคนพวกนี้ว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์นะครับ
แต่ผมจะเรียนให้ท่านผู้ชมทราบแล้วก็ คุณแอน คุณปานเทพ ทราบ
ผมมีความสุขกับชีวิตผมมาก ผมมีความรู้สึกว่าถ้าผมวันพรุ่งนี้ ผมจะต้องตายไป ผมจะตายอย่างมีความสุขที่สุด
เพราะว่าผมได้เห็นสัจธรรม ว่าคนเราเนี้ยมันหนีพ้นกฎแห่งกรรมไม่เจอ
แล้วคนพวกนี้อีกไม่ นานก็จะหนีไม่พ้นกฎแห่งกรรม คอยดูซิครับ
พนันกับผมได้เลย คนเขาบอกภายใน 1 ปี ผมบอกว่าไม่ต้องถึง 1 ปี หรอก
ผมจะบอกให้รู้ว่าไม่เกิน 90 วันนี้ คอยดูก็แล้วกัน ไม่เกินพฤษภาคมนี้
ถ้าใครเคยคิดว่าผมทายอะไรแล้วถูกต้องนะ แล้วยังเชื่อนะ
ให้ จับตาดูดีๆ ผมเชื่อ ผมบวชเรียนมาแล้วครั้งนี้ ผมปฏิบัติธรรมมาอย่างหนัก ผมเชื่อในกฎแห่งกรรม กฎแห่งกรรมกำลังมาแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ"
นับเป็นการ "เปิดศึก" กับ "นักนสพ.รุ่นใหญ่" ของ "สนธิ ลิ้มทองกุล" อีกครั้ง
จนเป็นที่มาของบทความ "แด่ สนธิ ลิ้มทองกุล" ของนักเขียนที่ชื่อ "พญาไม้"
ที่ตีพิมพ์ในนสพ.บางกอกทูเดย์ วันเสาร์ที่ 9 ก.พ. 2551 หน้า 2 ในคอลัมน์ "พญาไม้ทูเดย์" ซึ่งวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 8 ก.พ. 2551
มีเนื้อหาแบบดุเด็ด-เผ็ดมันส์ตามสไตล์...ดังนี้
แด่ สนธิ ลิ้มทองกุล
สำหรับ คนเขียนหนังสือแล้ว..ทุกข้อเขียนจะถูกบันทึกถูกเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติ..
ว่ากันว่าข่าวทุกข่าว คอลัมน์ทุกคอลัมน์ จะถูกฝังไว้ที่นั่น..
ย้อนหลังกันไปได้ยาวนาน เกินกว่าชีวิตท่าน ชีวิตเรา
ดังนั้น..จึงไม่มีคำโกหกใดๆ จะยั่งยืนอยู่ได้..ในอาชีพนี้..ไม่มีคำโกหกใดๆ ที่พิสูจน์ไม่ได้ในอาชีพนี้
สนธิ ลิ้มทองกุล..นักโทษในระหว่างสู้คดีหมิ่นประมาท..ที่กำลังฎีกา..ได้กล่าวถึง..บางกอกทูเดย์และ "พญาไม้" ว่า
ทำ งานให้กับทักษิณ พูดว่า..เป็นคนตั้งรัฐบาลชุดนี้..กล่าวหาว่าคนพวกนี้จะเป็นคนซึ่งยึดถือผล ประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก ไม่เคยคิดเรื่องชาติบ้านเมืองเลย ฯลฯ
หอ สมุดแห่งชาติ..เปลี่ยนแปลงวันเวลาไม่ได้..คำโกหกมากมายจะถูกประจานจากความ เป็นจริงที่ฝังอยู่ในนั้น..พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จัดรัฐบาลที่บ้านสุโขทัยของ สนธิ ลิ้มทองกุล..
ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในงานศพของบุพการีสนธิ ลิ้มทองกุล..เกือบทุกวัน..ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ถูกวางแผนให้ไปพบกับ ทักษิณ ชินวัตร ในงานศพ..สนธิเล่าว่าทักษิณไปกินก๋วยเตี๋ยวบ้านเขา ฯลฯ
"ผมไม่อยากเรียกคนพวกนี้ว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์นะครับ" สนธิ..พูด..แต่ใครกันที่เอาความเป็นหนังสือพิมพ์ไปหากินในทิศทางที่ไม่ใช่..
ใครกำลังด่า พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร..เพราะไม่สัมฤทธิ์ในสิ่งที่ตนประสงค์
ผิด ด้วยหรือ..ที่นักหนังสือพิมพ์สักคน..จะไม่อดทนให้กับ..ความวุ่นวายไร้กติกา ที่จะพาบ้านเมืองไปสู่ความล่มจม..และใช้ความรู้จักประสานผู้คนเข้ามาหากัน เพื่อให้บ้านนี้เมืองนี้เดินไปในทิศทางที่ไม่ใช่ความวุ่นวาย
ผิดด้วยหรือ..ที่คนไทยสักคน..จะไปพูดถึงเหตุถึงผลกับคนการเมือง..จะช่วยลดความขัดแย้งแล้วหันหน้ากันมาสร้างความสมานฉันท์..
ถ้า ไม่ผิด..คนๆ นั้น..ก็คือคนที่ต่อสายหาบรรหาร ศิลปอาชา คนๆ นั้นให้ ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ กับ ทักษิณ ชินวัตร หรือ สมศักดิ์ เทพสุทิน เลิกแล้วต่อกัน..ถ้าการทำให้คนเกลียดกันหันมารักกัน ถ้าการทำให้คนที่ไม่เข้าใจกันหันมามองเหตุหาผล จนสามารถคบหาสมาคมกันต่อไปได้..
คนๆ นั้นก็คือผม..
และในความสำเร็จที่มากมายนั้น..มันก็ยังเป็นคนจน..และคงทนต่อการตรวจสอบในทุกรูปแบบในทุกกรณี
*พญาไม้*
อ่านจบ ถึงได้รู้ว่าฟัดกันเองอย่างนี้นี่เอง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น
อ่านแล้วจึงเห็นชัดว่าสนธิ ลิ้มทองกุล คาดเดาอะไรไม่เคยถูก
ที่บอกว่ารัฐบาลจะเจ๊งภายในสามเดือน เมื่อวันไม่เกิด เพื่อให้คำ
พูดของตนเองถูก มารดามันเลยจัดม้อบขึ้นมาป่วนเมืองไงคะ
ป่วนอยู่ตั้งนานก็ยังไม่สำเร็จทำทุกอย่างแล้ว จนได้ข้อหากบฎเป็นรางวัล เลยกลับไปคราวนี้ไม่รู้ว่าพ่อหรือแม่(หรือช่วยกันก็ไม่รู้)
จัดตุลาการมาให้ลุงหมักแทน แถมยังไปอ้างเป็นชัยชนะได้อีก
ที่เอาลุงหมักออกจากตำแหน่งได้
หน้าที่ของ ส.ว.
ID # 724356 - โพสต์เมื่อ : 2008-09-30 10:02:30 _ ปิดข้อความ
หน้าที่ของ ส.ว. มีดังนี้
1. กลั่นกรองกฎหมาย
2. ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง
หรือชี้แจงปัญหาโดยไม่มีการลงมติ ฯลฯ
3. เลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง ดังนี้
-ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง
-ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
-ประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
-ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
-ประธานศาลปกครองสูงสุดและตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง
-ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตแห่งชาติ
-ประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
4. วุฒิสภามีหน้าที่พิจารณาและมีมติให้ถอดถอน
-นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด
-กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
-ผู้พิพากษาหรือตุลาการ พนักงานอัยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าออกจากตำแหน่งถ้ามีพฤติการณ์
ร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรม
หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
จากอำนาจหน้าที่ จะเห็นว่ามีล้นฟ้า
การให้อำนาจหน้าที่ของสว. มากมายเช่นนี้จึงน่าจะก่อให้เกิดปัญหา
ในการบริหารในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างมาก
เพราะจากการที่ปรากฎว่า มีสว.คนหนึ่งไม่ทำอะไรเลยนอกจากจ้องจับ
ผิด สส. นายกฯและคณะรัฐมนตรี และเป็นที่น่าสังเกตว่า จะคอยจ้อง
จับผิดแต่ในซีกของรัฐบาล จึงมองเป็นอื่นใดไม่ได้ นอกจากจ้องทำลาย
การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ต้องการป่วนบ้านเมือง
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าขณะนี้ปัญหาต่างๆที่รุมเร้าประเทศ ทั้งจาก
ภายในและภายนอก ก็ยากเกินกว่าที่มนุษ์ธรรมดาจะแก้ไขได้เพียง
ลำพังคนเดียว แต่ต้องระดมสุดยอดฝีมือ มาช่วยเหลือ สุมหัวกัน
หาทางออกให้ประเทศ
แต่จากรธน.ที่พิกลพิกาลฉบับนี้ จึงทำให้คนดีมีฝีมือไม่กล้า
ก้าวเข้ามาอาสา หรือแม้แต่เมื่อได้รับการทาบทาม ก็ต้องรีบปฏิเสธไป
เพราะอะไร หรือ ถ้าไม่ใช่เพราะ การที่ถูกจ้องจับผิด พร้อมกันนั้นยังมี
กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ที่คอยช่วยขย้ำ ซ้ำเติมอีกเป็นทอดๆ
การยื่นเรื่องถอดถอนนายกฯสมชาย ทั้งๆที่ยังไม่ได้แถลงนโยบาย
ต่อรัฐสภาเลย(หมายความว่ายังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้) มันสมควรหรือไม่
จะมองเป็นอื่นใดจะได้หรือ นอกจากจ้องล้มรัฐบาล จริงอยู่ กฎหมายต้อง
เป็นกฎหมาย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ากฎหมายต้องบังคับใช้กับทุกคน
ไม่เช่นนั้นคำพูดที่สวยหรู ที่ว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
ก็เป็นแต่เพียงลมที่ผ่านจากช่องก้นเท่านั้นเอง
รัฐบาลท่านสมัครเพิ่งจากไปด้วยข้อหาที่เขาหัวเราะกันทั้งโลก
เพิ่งอ่านข้อเขียนของอ.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัยเรื่อง"ผ่าคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญที่12/2551(กรณีการจัดรายการโทรทัศน์ของ
นายสมัคร สุนทรเวช) พบว่าการวินิจฉัยเต็มไปด้วยอคติ ทำไป
เพียงเพื่อหวังจะดึงคุณสมัครออกจากตำแหน่งเท่านั้นเอง
การที่มีสว.ผู้หนึ่งที่วันทั้งวันไม่ทำอะไรจ้องจับผิด หาข้อผิด
รัฐบาล เพียงเพื่อจะให้ล้มไป มันดีและน่าทำตรงไหน มันทำให้
ประเทศชาติฝ่าวิกฤตไปได้หรืออย่างไร รัฐบาลใหม่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน
ก็มาโดนตรวจสอบเสียแล้ว จะถือว่าเป็นการป้องกันไว้ก่อนอย่างนั้นหรือ
หรือต้องล้มไปให้หมดจนกว่าพวกของตัวจะได้มาคว้าตำแหน่งไป
หรือต้องรอให้ประเทศล่มสลายไป จนมีคนออกมาว่าทนไม่ไหวแล้ว
ซึ่งครั้งนี้อาจไม่ใช่ทหารอย่างที่หวัง แต่อาจเป็นประชาชนคนธรรมดานี่แหละ
ประชาชนคนหกสิบกว่าล้านคง คงทนไม่ไหวเข้าสักวันและคิดได้ว่ามันยุ่งยากนัก
ฆ่าล้างเผ่าพันธ์มันเลยดีกว่า อย่างมากคงไม่เกินล้านคน เพื่อความสงบสุขของ
คนอีกหกสิบล้าน มันก็คุ้มน่าลองเสี่ยงเหมือนกันนะคะ
ว่าจะไม่ท้อแท้แล้ว แต่มันดูสิ้นหวังกับประเทศนี้จริงๆค่ะ
หน้าที่ของ ส.ว. มีดังนี้
1. กลั่นกรองกฎหมาย
2. ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี หรือเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง
หรือชี้แจงปัญหาโดยไม่มีการลงมติ ฯลฯ
3. เลือก แต่งตั้ง ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง ดังนี้
-ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง
-ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
-ประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
-ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
-ประธานศาลปกครองสูงสุดและตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง
-ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตแห่งชาติ
-ประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
4. วุฒิสภามีหน้าที่พิจารณาและมีมติให้ถอดถอน
-นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด
-กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
-ผู้พิพากษาหรือตุลาการ พนักงานอัยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าออกจากตำแหน่งถ้ามีพฤติการณ์
ร่ำรวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรม
หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
จากอำนาจหน้าที่ จะเห็นว่ามีล้นฟ้า
การให้อำนาจหน้าที่ของสว. มากมายเช่นนี้จึงน่าจะก่อให้เกิดปัญหา
ในการบริหารในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างมาก
เพราะจากการที่ปรากฎว่า มีสว.คนหนึ่งไม่ทำอะไรเลยนอกจากจ้องจับ
ผิด สส. นายกฯและคณะรัฐมนตรี และเป็นที่น่าสังเกตว่า จะคอยจ้อง
จับผิดแต่ในซีกของรัฐบาล จึงมองเป็นอื่นใดไม่ได้ นอกจากจ้องทำลาย
การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ต้องการป่วนบ้านเมือง
เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าขณะนี้ปัญหาต่างๆที่รุมเร้าประเทศ ทั้งจาก
ภายในและภายนอก ก็ยากเกินกว่าที่มนุษ์ธรรมดาจะแก้ไขได้เพียง
ลำพังคนเดียว แต่ต้องระดมสุดยอดฝีมือ มาช่วยเหลือ สุมหัวกัน
หาทางออกให้ประเทศ
แต่จากรธน.ที่พิกลพิกาลฉบับนี้ จึงทำให้คนดีมีฝีมือไม่กล้า
ก้าวเข้ามาอาสา หรือแม้แต่เมื่อได้รับการทาบทาม ก็ต้องรีบปฏิเสธไป
เพราะอะไร หรือ ถ้าไม่ใช่เพราะ การที่ถูกจ้องจับผิด พร้อมกันนั้นยังมี
กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ที่คอยช่วยขย้ำ ซ้ำเติมอีกเป็นทอดๆ
การยื่นเรื่องถอดถอนนายกฯสมชาย ทั้งๆที่ยังไม่ได้แถลงนโยบาย
ต่อรัฐสภาเลย(หมายความว่ายังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้) มันสมควรหรือไม่
จะมองเป็นอื่นใดจะได้หรือ นอกจากจ้องล้มรัฐบาล จริงอยู่ กฎหมายต้อง
เป็นกฎหมาย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ากฎหมายต้องบังคับใช้กับทุกคน
ไม่เช่นนั้นคำพูดที่สวยหรู ที่ว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
ก็เป็นแต่เพียงลมที่ผ่านจากช่องก้นเท่านั้นเอง
รัฐบาลท่านสมัครเพิ่งจากไปด้วยข้อหาที่เขาหัวเราะกันทั้งโลก
เพิ่งอ่านข้อเขียนของอ.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัยเรื่อง"ผ่าคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญที่12/2551(กรณีการจัดรายการโทรทัศน์ของ
นายสมัคร สุนทรเวช) พบว่าการวินิจฉัยเต็มไปด้วยอคติ ทำไป
เพียงเพื่อหวังจะดึงคุณสมัครออกจากตำแหน่งเท่านั้นเอง
การที่มีสว.ผู้หนึ่งที่วันทั้งวันไม่ทำอะไรจ้องจับผิด หาข้อผิด
รัฐบาล เพียงเพื่อจะให้ล้มไป มันดีและน่าทำตรงไหน มันทำให้
ประเทศชาติฝ่าวิกฤตไปได้หรืออย่างไร รัฐบาลใหม่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน
ก็มาโดนตรวจสอบเสียแล้ว จะถือว่าเป็นการป้องกันไว้ก่อนอย่างนั้นหรือ
หรือต้องล้มไปให้หมดจนกว่าพวกของตัวจะได้มาคว้าตำแหน่งไป
หรือต้องรอให้ประเทศล่มสลายไป จนมีคนออกมาว่าทนไม่ไหวแล้ว
ซึ่งครั้งนี้อาจไม่ใช่ทหารอย่างที่หวัง แต่อาจเป็นประชาชนคนธรรมดานี่แหละ
ประชาชนคนหกสิบกว่าล้านคง คงทนไม่ไหวเข้าสักวันและคิดได้ว่ามันยุ่งยากนัก
ฆ่าล้างเผ่าพันธ์มันเลยดีกว่า อย่างมากคงไม่เกินล้านคน เพื่อความสงบสุขของ
คนอีกหกสิบล้าน มันก็คุ้มน่าลองเสี่ยงเหมือนกันนะคะ
ว่าจะไม่ท้อแท้แล้ว แต่มันดูสิ้นหวังกับประเทศนี้จริงๆค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)