วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อ่านเส้นทางการหนีของคุณกีร์...แล้วรักแกนนำจับใจ

นสพ.หลายฉบับลงเส้นทางการหนีของคุณอริสมันต์ ว่าเป็นยิ่งกว่าหนัง
พบว่าตลอดเส้นทางการหนีมีคนช่วยเหลือโดยตลอด ไม่ว่าจะทหารหรือ
ตำรวจ หรือแม้แต่ชาวบ้าน

ทำให้เกิดนึกรัก แกนนำที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำขณะนี้เป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ไม่ได้ตำหนิคนที่หนีไป ต่างคนต่างมีแนวทางการต่อสู้ของตัวเอง
แต่ที่นึกรักและสงสารแกนนำที่เข้ามอบตัวแล้วถูกขังลืมจนถึงทุกวันนี้

เพราะเชื่อว่าหากเขาเหล่านั้นจะหนีไปจากเวทีก็สามารถทำได้โดยง่าย
แต่เขาเลือกที่จะอยู่ แล้วบอกให้คนที่มาชุมนุมแยกย้ายกันกลับ ใครจะไปนึก
ว่ามันจะไม่หยุดยิง ไม่หยุดฆ่า ไล่ล่าไปจนถึงหน้าวัด จนทุกวันนี้ก็ยังไม่หยุด

รักกันไว้เถิดนะคะ เพราะขณะนี้ ก็มีแต่เพียงเราเท่านั้นเองที่ต้องยืนหยัด
ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง

หยุดตำหนิติว่า หยุดด่าทอกันเองเถอะค่ะ ไม่มีใครเขาเห็นใจหรือสงสารหรอก
มีแต่จะหัวเราะเยาะเอาเท่านั้นเอง
ขออภัยจริงๆค่ะ เดี๋ยวจะเป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บ ว่าจะปล่อยเลย
พอดีเน็ตที่บ้านก็พิการ เพิ่งจะมาลื่นไหลเอาตอนนี้ จะปล่อยให้ผ่านไป
ก็เห็นท่าจะไม่ดี เพราะคุณ"มาหาอะไร" เธอเล่นใส่เอาตรงๆหลายครั้ง
หลายหน

หรือป้าพอใจเห็นคนเสื้อแดงที่ป้าไม่ได้เคารพศรัทธาถูกกระทำ
และปกป้องคนที่ป้าเคารพศรัทธาสุดชีวิต


ชื่อคุณก็คงตอบตัวเองแล้วว่าคุณมาหาอะไร เอาเถอะค่ะ กลับไปอ่านดูอีกทีนะคะ
ว่าป้าพอใจที่ใครถูกกระทำ หรือปกป้องใครสุดชีวิต

หากว่าความพอใจที่เห็นใครถูกกระทำ ก็คงมีเพียงคนเดียวตอนนี้คือนายเมธี
ที่ถูกสับเละเป็นโจ๊ก อันนั้นป้ายอมรับว่าพอใจที่เขาถูกกระทำ เป็นเพราะการกระทำ
ของเขาเองที่ปรากฏชัด ไม่ต้องมีใครไปชี้นำ ไปชักชวน ทุกคน(หรือส่วนใหญ่
ก็เห็นว่ามันเป็นคนไม่ดี) ไม่ต้องล้วงลึกเอาว่าทรยศหักหลังหรือเปล่า แต่แค่เรื่อง
เอาผู้หญิงมานินทาต่อหน้าก็พิสูจน์ได้ล้วว่าไม่ดี

เรื่องการปกป้อง ก็ยอมรับว่าปกป้องอยู่สุดชีวิตอยู่คนเดียวคือคุณทักษิณ
แต่ก็เคยบอกหลายครั้งหลายหนว่าหากคุณทักษิณเปลี่ยนไป ความรู้สึก
ก็เปลี่ยนไปได้ จะไปยากอะไร ขนาดคนเคยรัก รักมากกว่ารักคุณทักษิณอีก
รักมานานกว่าอีก พอรู้ไส้ ยังตัดใจฉับ เลิกรักได้ในข้ามคืน

แต่ที่เขียนอยู่ทุกวันนี้ เพียงไม่อยากเห็นการสาวไส้ ให้กากิน คุณอาจจะรู้
อะไรลึกๆ ลึกจนคนอื่นไม่รู้ หน้าที่คุณคือเอามาบอกคนอื่น หากข้อมูลของ
คุณดูดีน่าเชื่อถือ คนเขาก็ต้องเชื่อคุณ ไม่เห็นต้องด่าทอ ไม่เห็นต้องด่ากระทบ
กันเองเลยไม่ใช่หรือคะ

ป้าน่ะ ไม่ได้ติดแกนนำหรอกค่ะ ขนาดเจอกันตัวเป็นๆ ยังไม่เคยไปขอถ่ายรูปด้วยเลย
ชอบเขานิยมเขาเพราะเขาทุ่มเทยอมเสียสละ คิดอยู่เสมอว่าหากให้ทำ ป้าคงทำไม่ได้
แล้วมันผิดด้วยหรือที่จะชื่นชมความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของเขาเหล่านั้น

เรื่องคุณวีระนี่ก็ได้ยินเขานินทาว่าร้ายมาตั้งต่เริ่มใหม่ๆด้วยซ้ำ แต่คิดว่านินทาก็คือนินทา
มันจะจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ แต่ตราบใดที่เขาทำหน้าที่ของเขาอยู่ แล้วยังไม่เห็นความเสียหาย
ก็ช่างเขาเป็นไร หากคุณมีข้อมูลว่าเขาทำให้เกิดความเสียหาย ก็นำเสนอมาสิคะ
แต่คนเขาจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ก็บอกแล้วไงว่าอย่าด่าทอพวกเดียวกัน การส่งเสริมกำลังใจซึ่งกันและกันไม่ดีกว่าหรือคะ
เรื่องนินทาว่าร้ายน่ะเพลาๆเสียเถิด เพราะ"คำนินทา" หากคนเชื่อก็อาจกลายเป็นจริง
แต่หากคนเขาไม่เชื่อ คนนินทานั่นหละจะเสียหายนะคะ

ที่แท้ มันก็คือผี

สืบเนื่องมาจากการจับกุมตัวแม่ค้าขายรองเท้าแตะที่มีภาพคล้ายหน้านายอภิสิทธิ์
และนายสุเทพ ตามที่เป็นข่าวดังไปแล้วนั้น

ไปพบว่าตำรวจได้จ้งข้อหาดังนี้ ร่วมกันจำหน่ายหรือทำให้แพร่หลาย
ซึ่งหนังสือ พิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์ หรือสิ่งอื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว
หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ในทั่วราชอาณาจักร ตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. 2548 และมาตรา 9 (3) ข้อ 2 ลงวันที่ 7 เม.ย. 2553


หรือข้อความที่ว่ามีคนตายที่ราชประสงค์ จะทำให้คนหวาดกลัว เอ ใครกันนะที่หวาดกลัว
มันเป็นความจริงที่ใครๆเขาก็รู้กันทั่วโลก

เอ หรือจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ที่อยุทธยาไม่ได้ประกาศพรก.
อยู่นี่นา ดังนั้นข้อนี้จึงไม่เข้าข่าย

จึงสรุปได้ว่า ตำหนวดเขาไม่อยากให้ขายรองเท้ารูปหน้าไอ้2ตัวนั่น เพราะอาจทำให้
ประชาชนตื่นกลัว แต่จะตื่นกลัวเพราะกลัวมันในฐานะฆาตกรก็คงไม่ใช่ เพราะถ้ากลัว
เขาคงไม่ออกมากัน ดังนั้น ประชาชนต้องกลัวเพราะมันเป็นผีร้ายนั่นเอง เป็นผีดูดเลือด
ดื่มกินชีวิตราษฎร ธรรมดาปกติเดี๋ยวนี้คนเขาไม่ดูข่าว ไม่อ่านนสพ. จึงไม่ค่อยเห็นหน้ามัน
เลยไม่ค่อยหวาดกลัว แต่พอมาทำเป็นรองเท้าแตะ ผู้คนจะเห็นได้ทุกวัน

คุณตำหนวดเธอเลยเป็นห่วงประชาชนน่ะค่ะ อย่าคิดมาก

จำชื่อเขาไว้ให้ดี พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล

ผบช.ภ.5 ยันภารกิจลอบสังหารคนสำคัญ

พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รักษาการแทน ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า จากการสอบสวน
พบว่า 1 ใน 11 คนร้ายที่ถูกจับกุมได้ที่เชียงใหม่ผ่านการฝึกใช้อาวุธมาเพื่อเป้าหมาย
บางอย่าง รวมถึงภารกิจลอบสังหารบุคคลสำคัญ อยู่ในขบวนการหมิ่นเบื้องสูงและ
เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหลายครั้งในกรุงเทพฯ ขณะนี้ตำรวจได้กันทั้ง 11 คนไว้เป็นพยาน
เพื่อสาวให้ถึงตัวผู้บงการ ซึ่งพบว่ายังมีหลายกลุ่มที่ผ่านการฝึกในลักษณะเดียวกันมาอีก
จำนวนมาก


อีกไม่นานจะมีข่าวดี เชื่อว่าจะสามารถจับผู้บงการได้และจะช่วยคลี่คลายคดี
เกี่ยวกับความมั่นคง กว่า 200 คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ
(ดีเอสไอ) ได้แน่
” พล.ต.ต.ชัยยะกล่าว


ถึงกับออกข่าวเอง ถึงกับบอกว่าอีกไม่นานจะมีข่าวดี แต่

ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ชี้ไม่เกี่ยวกับเสื้อแดง

ด้าน พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า
ทั้ง 11 คนไม่ได้ถูกจับกุมตัวเพราะเขายังไม่มีความผิด และไม่ได้เป็น
นักรบแดงอย่างที่เป็นข่าว


“มีคนมาแจ้งว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย ตำรวจก็ไปตรวจสอบและเชิญมา
พูดคุยเฉยๆ เรื่องนี้ยังต้องตรวจสอบอีก ยืนยันได้ว่าไม่เกี่ยวกับการเมือง
ไม่มีการควบคุมตัวหรือจับกุม เป็นเรื่องของการตรวจสอบ ไม่ใช่ชุดดำชุดแดงอะไร
ขณะนี้ทั้ง 11 คนยังอยู่ในความดูแลของตำรวจ” พล.ต.ต.สมหมายกล่าวและว่า
เรื่องนี้เจ้าของรีสอร์ตเป็นคนแจ้งให้ตำรวจไปตรวจสอบเอง เพราะเห็นผิดปรกติ
ที่มีคนมาเช่าบ้านราคาแพงอยู่กันหลายคน


แล้วในที่สุดก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่เป็นถึงรักษาการหมายความอาจได้เป็นผบช.ภ.5
พูดเสียอย่างนี้ เผอิญมันไปรับกับข้อมูลของไอ้ห้อยเข้า แต่เมื่อความจริงมันไม่ใช่
ไม่ทราบว่าตำรวจระดับสูงขนาดนี้จะรับผิดชอบอย่างไร

ประเทศนี้ ถ้าสนุกอยู่กับการสร้างข่าว ใส่สีตีไข่ กันอย่างนี้ มันจะสงบได้หรือ
ขนาดลูกน้องก็ออกมาพูด อีกอย่าง ส่วนฝั่งนักการเมืองมีทั้งประเภทรู้หลบเป็นปีก
รู้หลีกเป็นหาง กับที่เห่าทุกอย่างที่เคลื่อนไหว เชิญทัศนา

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ
ได้เดินทางเข้ามาทำงานตามปกติ เมื่อถามถึงข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชาย
ที่ถูกระบุว่า 11 นักรบแดงได้ที่รีสอร์ตแม่ออน อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ นายสุเทพ
กล่าวเพียงว่า เดี๋ยวให้คนที่เกี่ยวข้องเขาชี้แจง
เมื่อถามว่าตกลงมีการจับกุม
กลุ่มนักรบแดงได้จริงตามที่มีข่าวหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวย้ำว่า เดี๋ยวให้คนที่
เกี่ยวข้องชี้แจง ต่อข้อถามว่า ผบ.ตร.ได้รายงานเรื่องนี้ให้ทราบแล้วใช่หรือไม่
และจะเปิดแถลงข่าวในเวลาเท่า ไหร่ นายสุเทพ กล่าวว่า เดี๋ยวผมจะสั่งการให้เขาชี้แจง

ที่พรรคประชา ธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
กล่าวถึงการจับกุมนักรบแดง 11 คน ที่จ.เชียงใหม่ ว่า เป็นผลงานที่อธิบายต่อ
สังคมได้ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ มีการฝึกอาวุธ ซ่องสุมกำลังพล
และคิดลอบสังหารบุคคลสำคัญจริง แต่พรรคเพื่อไทยพยายามบิดเบือนว่ารัฐบาล
และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ออกมาประโคมข่าว
แต่เมื่อมี
การจับกุมครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะปกป้องคนเหล่านี้หรือไม่ ทั้งนี้ ตนอยากให้เจ้า
หน้าที่บ้านเมืองได้สืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป


ดูเอาเถิด ในที่สุด เรื่องจริงก็คือ ผญบ.พื้นที่"ดอยคู่ฟ้ารีสอร์ท"บอกกลุ่มคนที่ถูกจับไม่มีสิ่งผิดปกติ

เพียงต่วันเกิดเหตุ มีการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกัน จึงไปแจ้งตำรวจ
และยังกล่าวอีกว่า ที่บอกว่ามีคนได้ยินเสียงปืน
ขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดภายในรีสอร์ท น่าจะเป็นการใช้ปืนแก๊ปล่าสัตว์ของชาวบ้าน
ไม่ใช่การฝึกอาวุธของกลุ่มเสื้อดำหรือเสื้อแดงแต่อย่างใด


อย่างไรก็ตามอย่าลืมชื่อเขาคนนี้นะคะ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล
เพราะเห็นท่าจะไปโลดหากห้อยยังอยู่ ต่หากห้อยมีอันตกกระป๋องล่ะก็
คงได้เห็นกรรมตามสนอง

เกียรติตำรวจของไทย

จากข่าวนี้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ระบุว่ามีแกนนำ 5-6 คนเกี่ยวข้องกับกรณีระเบิดที่ผ่านมา

อย่างนี้ใครๆก็พูดได้จริงไหม แต่ตัวเป็นถึงผบ.ตร.จะเอาข่าวลือข่าวคิดเอง
มาประกาศออกสื่อได้ไง ชาวบ้านน่ะเขาก็พูดอีกอย่างว่าใครวางระเบิด เพียง
แต่เขาไม่มีตำแหน่งหน้าที่ เขาไม่มีสื่อในมือ แต่ไปๆมาๆมันสนั่นเมืองไปแล้ว

หากมีตำแหน่งที่ต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน แต่เอาข่าวที่คิดเองมาปล่อย
มันถูกอยู่หรือ เห็นพูดกันมาตั้งหลายทีแล้ว ว่ารู้ตัวคนทำ ทำไมไม่จับมาเสียที
เป็นตำรวจ รู้เบาะแส แต่ดีแต่ปล่อยข่าวเอาตัวรอดไปวันๆ มันถูกหรือไง

ตำรวจน่ะมีหน้าที่จับคนร้าย ขนาดไม่รู้ว่าใครทำยังต้องไปสืบไปเสาะจนจับได้
นี่อะไรออมาพูดโดยไม่จับก็แสดงว่ามันเป็นแค่คำพูด อย่างนี้ใครๆก็พูดได้ ไม่ต้อง
กินตำแหน่งใหญ่โต เสียเงินภาษีจ้างมาหรอก

เดี๋ยวก็ฟ้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เสียหรอก รู้แล้วเก็บไว้ทำพ่อหรือไง
หรือแกนนำที่ว่าเป็นพ่อเมิงจริงๆเลยได้แต่พล่าม จับไม่ได้งั้นสิ

ก็อย่างว่าแหละเนอะตำรวจไทย ออกหมายจับ"ชายไทยไม่ทราบชื่อ"แถมมี
รูปโชว์สื่อเป็นชายใส่หมวกกันน็อค ก็ยังเคยทำมาแล้วนี่นา แต่ไอ้ที่เห็นหน้าเห็นตา
ชัดเจนไม่ว่ากรณีทุบรถที่มหาดไทยปีก่อน หรือเผาห้างปีนี้ ยังไม่เห็นออกหมายจับสักที
เห็นทีต้องเปลี่ยนเนื้อเพลง "มาร์ชตำรวจ"แล้วมั้ง

แน้อ่านไปอ่านมาเจอข่าวนี้อีกด้วย พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่อธิบดี ดีเอสไอ ออกมาระบุว่า
จะเกิดเหตุระเบิดดังกล่าวถึงสิ้นปีนั้น ยืนยันว่า อาจมีขึ้นจริง แต่คงไม่นานถึงสิ้นปี


อุ๊ยต๊ายตายว้ายกรี๊ด ออกข่าวอย่างนี้ก้มีด้วย แล้วเงินภาษีที่จ่ายไปเป็นค่าจ้าง
ทำกันได้แค่นี้เองหรือ

อุแม่เจ้า รู้ว่าจะมีระเบิด แต่ไม่ต้องตกใจ คงมีไม่ยาวไปถึงสิ้นปี บ้าหรือเปล่าวะเนี่ย
แล้วทำไง จะปล่อยให้มันวางระเบิดกันตู๊มๆจนกว่าจะหมดระเบิดไปเองงั้นสิ

ขอด้วยคน

อุ๊ยเดี๋ยวจะไม่อินเทรนด์ เรื่องด่าชาวบ้านนี่ชอบอยู่แล้ว
จะอะไรเสียอีก ก็เรื่องผู้ชายกับผู้หญิง

ดาราหนุ่ม มีแววอนาคตไกล ถูกผู้หญิงออกมาแฉว่าเป็นพ่อ
ของลูกที่เธอคลอดออกมา ขณะนี้อายุก็สามเดือนแล้ว

อันที่จริงมันก็ไม่เกี่ยวกะปากท้องชาวบ้านหรอกนะคะ ใครจะทับใครจะท้อง
แต่เรื่องมันกินเนื้อที่ข่าวมาตั้งนานนับสิบวัน ทำเอาข่าวระเบิดและการเมือง
เงียบไปเลย

มีคนออกมาให้ข่าวกันอย่างโน้นอย่างนี้ ตอนแรก ก็ว่าผู้หญิงได้เปรียบ
มีคนเทใจไปเข้าข้างกันยกใหญ่ ข้างฝ่ายผู้ชายก็แทบไม่มีที่ยืน


กลายเป็นคนชั่ว คนเลวไปในพริบตา ไม่รู้ไม่สุมหัวกันอีท่าไหนกับนายจ้าง
วันนี้นายเงิน ก็เลยออกโรงมาแฉความเลวร้ายของผู้หญิง พูดง่ายๆ แกด่าว่า
สำส่อน นั่นแหละค่ะ

เอาล่ะค่ะ เรื่องมันก็เกิดไปแล้ว ใครจะเลวจะดีก็ถูกตัดสินไปกันแล้วโดยสังคม
แต่อยากจะเสนอแง่คิดมุมมองของป้าบ้าง (บอกแล้วเรื่องด่าชาวบ้านเนี่ย
งานถนัด)

ก่อนอื่นในฐานะผู้หญิง ขอด่าไอ้ผู้ชายที่ไปนอนกับผุ้หญิงจนเกิดเรื่องท้อง
แล้วไม่อยากรับ ก็เวลาไปนอนกับเขา ทำไมไม่คิดป้องกันตัว จะบอกว่า
อะไร สมัยนี้ ใครๆก็รู้วิธีคุมกำเนิด ก็ถ้าอยากสนุกโดยไม่รับผิดชอบ ก็ต้อง
ดูแลตัวเอง แต่จะเพราะชุ่ยหรือโง่ อันนี้ก็ไม่ทราบ เพราะปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว

ข้างฝ่ายผุ้หญิงก็เหมือนกัน หากรักจะเอาดีทางนี้ ก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง
หรือหากคิดจะจับผู้ชายสักคน ก็ต้องดูหน้าดูตามันให้ดีเสียก่อน ดูว่าถ้า
จับมันด้วยวิธีที่บอกว่าท้องแล้วมันจะยอมรับ ไม่ใช่ให้มันออกมาอ้อมๆแอ้มๆ
มิหนำซ้ำยังทำท่าจะไม่รับเอาเสียอีก

แล้วขอโทษที ไอ้นายจ้างที่เที่ยวได้ไปคุ้ยข่าว หาว่าเขาเป็นผู้หญิงไม่ดี
ต่างๆนาๆนั้น บอกได้คำเดียวว่าเสือกไม่เข้าเรื่อง เป็นแค่นายจ้าง ไม่ใช่พ่อ
ใช่แม่ ที่อบรมเลี้ยงดูเขามาเมื่อไหร่

เรื่องนี้ขอสรุปด่าผู้ชายแน่ๆ คุณไม่มีสิทธิ์ด่าว่าว่าผู้หญิงเขาไม่ดี ผู้หญิงเขา
คบคนมากหน้าหลายตา เลยสักนิด เพราะหากคุณเองก็รู้ถึงขนาดไม่แน่ใจว่า
ตัวเองเป็นพ่อหรือเปล่า แล้วคุณไปนอนกับเขาทำไม

คุณเองก็หวังจะเอาเขาฟรีๆนี่นา นึกว่าเขาง่ายให้เอาฟรี ก็ต้องจ่ายแพง
อย่างนี้แหละ เพราะหากคุณดีจริง คุณก็ต้องไม่ไปนอนกับผุ้หญิงที่มีแฟน
มากมายอยู่แล้วไม่ใช่หรือ เขาไม่ได้ปลุกปล้ำขืนใจสักหน่อย ยินยอมพร้อมใจ
ไปนอนกับเขาเองนี่นา

แล้วข้างฝ่ายผุ้หญิง หากจะจับใครสักคนก็ต้องอย่างนี้แหละ โง่ รักหน้าและชื่อเสียง
ของตัวมากกว่าศักดิ์สรีของคนอื่น แต่ทำใจเถอะ อย่างไรรายนี้ก็พลาดไปแล้วล่ะ
จำไว้เป็นบทเรียนแล้วกัน

จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

จากข่าวที่เมื่อวานนี้ “ดาว์พงษ์” นำทีมทหารและตำรวจชี้แจงคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์เดือน เม.ย.-พ.ค. ไล่ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นยืนยัน ศอฉ. ดำเนินการทุกอย่างในกรอบของกฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรง ระบุมีความพยายามบิดเบือนว่าการตายของ 91 ศพเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ทั้งที่ตายต่างกรรมต่างวาระกันในหลายพื้นที่ อ้างคนถูกยิงด้วยสไนเปอร์ล้วนอยู่ในพื้นที่ของผู้ชุมนุม เชื่อมีคนสวมรอยก่อเหตุหวังป้ายสีทหาร “สมชาย” พอใจคำชี้แจง ขอรายละเอียดเพิ่มอีกครั้งกลางเดือนหน้า มั่นใจทำรายงานสรุปเหตุการณ์เสนอนายกฯได้ในช่วงต้นปี 54 คิวต่อไปรับฟังข้อมูลจากคนเสื้อแดง

เอ่อ...อ่า ไอ้อิ๊บอ๋าย เมิงต้องไปตีความเรื่อง สไนเปอร์ก่อนหรือเปล่า ฮ้า

ก็มันเป็นอาวุธความเร็วสูงที่ใช้ยิงในระยะไกล ไม่ใช่หรือ ก็คนถูกยิง เขายืนอยู่ในฝั่ง
ผู้ชุมนุม ถึงใช้ยิงไง(ก็พวกเมิงมันหน้าตัวเมีย ขี้ขลาด มีหรือจะกล้าเดินเข้ามายิงจ่อหัวใกล้ๆ)
แล้วเมิงคิดว่าถ้าอยู่กันตัวต่อตัว เมิงจะใช้สไนเปอร์ไปทำไม จริงไหม

ส่วน “สมชาย” พอใจคำชี้แจงก็ไม่น่าแปลกใจหรอก
ก็เมิงมันพวกเดียวกัน ไม่พอใจได้ด้วยรึ

เชื่อมีคนสวมรอยก่อเหตุหวังป้ายสีทหาร โธ่ว้อย ก็บอกแล้วไง
เมิงยุบกองทัพเสียเถอะ ส่งทหารมาแทบจะหมดกองทัพ ยังปล่อยให้มีคนแฝงตัว
เข้าไปไล่ยิงชาวบ้านจนเขาไปออกข่าวกันทั่วโลก เห็นกันจะๆ แล้วพวกทะเหี้ย
เหล่านั้นปล่อยคนที่แฝงตัวเอาไว้ได้ไง ดูจากวิถีกระสุน มันก็แสดงว่ามาจากฝั่ง
พวกเมิง แล้วยังหน้าด้านมาแก้ตัวอีก

ระบุมีความพยายามบิดเบือนว่าการตายของ 91 ศพเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ทั้งหมด
ทั้งที่ตายต่างกรรมต่างวาระกันในหลายพื้นที่

ทำไมไม่ต่อด้วยล่ะว่าในแต่ละพื้นที่ที่มีคนตาย มีแต่ทะเหี้ยเต็มไปหมด
อย่างไรก็ตามเมิงก็ยอมรับแล้วล่ะสิว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ จะมารับบ้างไม่รับบ้าง
แล้วจะทำให้ความผิดลดลงหรือไง เมิงไม่รู้หรือการขโมยเงิน ไม่ว่าบาทเดียวหรือล้านนึง
มันก็คือขโมย

เอาสันดานที่เอี้ยชอบใช้พูดเล่นกันในวงเหล้าว่า "ทำผิดแล้วอย่ารับ หากต้องรับ
ก็รับแค่ครึ่งเดียว" มาใช้แบบโกหกเมียเมิง ไม่ได้นะโว้ย

ยิงก็คือยิง จะแก้ตัวว่ายิงไม่ถึง91ศพก็ไม่ได้ล้างมลทิลว่าเมิงไม่ได้ยิงนี่นา

มะมาปฏิบัติธรรมกัน

เห็นคุณหญิงหัวฟูเธอออกมาพูดในงานนี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์
ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงการนำหลักคำสอนของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ผ่านพ้นพิบัติ
ในงานเสวนา "ภัย...ใครพิบัติ" ที่จัดขึ้น ณ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์

พร้อมแนะนำว่าอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ไม่ฝืน
จะช่วยให้ผ่านพ้นพิบัติได้" ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าว


โอ้โฮดูเป็นคนเข้าใจธรรมะจังเลยนะคะ เสียอย่างเดียวเธอไม่รู้ว่าธรรมะที่พระพุทธองค์
ท่านสอนไว้เป็นหลักใหญ่ก่อนจะไปปฏิบัติธรรมข้ออื่นให้ลึกซึ้ง คือต้องถือศีล ๕ก่อน

อันว่าศีล ๕เนี่ยก็รู้ๆกันอยู่ มีข้อหนึ่งซึ่งคุณหญิงลองไปทบทวนดูว่าได้ปฏิบัติโดยเคร่งครัด
แล้วหรือยัง นั่นก็คือ มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

คุณหญิงไม่ลองไปทบทวนดูหน่อยหรือว่าตั้งแต่ดังมา มีชื่อเสียงแล้วนี่ คุณหญิงได้
ทำผิดศีลข้อนี้ไปกี่ครั้งแล้ว ผิดพลั้งไป ขอโทษยังพอให้อภัยได้ แต่นี่คุณหญิง
ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนคนเขาไม่เชื่อน้ำหน้าอีกแล้ว ยังกล้าจะมาสอนให้คนเข้าใจ
ธรรมะอีกหรือ เห็นคุณหญิงว่า ธรรมะ คือ ธรรมชาติ

หรือการพูดไม่จริงกลายเป็นธรรมชาติของคุณหญิงไปเสียแล้ว

นี่ก็อีกราย พระอาจารย์ไพศาล ท่านยกนิทานชาดก มาเทศน์ให้ฟัง
เนื่องในวันครบรอบโศกนาฏกรรมช้อคทั่วโลก 11กันยายน ท่านว่า
ทุกอย่างเกิดจากความโกรธ ดังนั้นควรละเสียซึ่งความโกรธ ก็สมแล้วที่คุณ"คำพกา"
เธอเขียนบทความเรื่อง"ไม่เถียงแต่ด่า" เพราะเทศน์กัณฑ์นี้ น่าจะไปเทศน์
ก่อนการเข่นฆ่า ผู้คนตายเกลื่อนเมือง น่าจะไปเทศน์ให้คนสั่งฆ่าได้มีสติก่อนสั่ง
จริงอยู่ ก็เข้าใจหรอกว่ามันคงโกรธแค้นพิลึก ที่ภัยมันใกล้ตัวมาทุกที ปล่อยไว้
เดี๋ยวก็ลามจนมอดไหม้ แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งปราบยิ่งทำให้เรื่องไม่จบ ไม่เชื่อลองไป
ดูคลิ้ปต่างๆของวันที่ 19 กย.53 ดูก็ได้

และในครั้งนั้น พระอาจารย์ท่านยกนิทานชาดก มาประกอบหลายเรื่องอยู่
แต่ที่ประทับใจสุดๆ ก็เรื่องที่จะยกมาให้อ่านกันนี่ล่ะค่ะลองอ่านดูนะคะ

ฤาษีขันติวาที เป็นนักบวชที่มีขันติธรรมอย่างสูงเป็นที่นับถือของคนทั่วไป
รวมทั้งพระมเหสีด้วย ทำให้พระราชาทรงอิจฉาต้องการล้างแค้น ด้วยการ
จับเอาฤาษีมาทดสอบด้วยการทรมานเพื่อดูขันติธรรม แม้ว่าถึงกับต้องตัดมือ
ตัดเท้า ตัดจมูก ตัดหู ฤาษีก็ไม่แสดงความโกรธ แต่กลับได้แต่แผ่เมตตาให้
กับพระราชา พร้อมกับกล่าวว่า"ขอพระราชา จงมีอายุยืน ขอจงแคล้วคลาดจากบาปกรรมที่ท่านกระทำนี้"


เอ้า พวกเรามาร่วมกันสวดบทแผ่เมตตา แล้วตะโกนโดยพร้อมเพรียงกันว่า

ขอจงแคล้วคลาดจากบาปกรรมที่ท่านกระทำนี้