วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ปรองดองไม่ได้
คำว่า"ปรองดอง"ที่พ่นออกมาจากปากของฆาตกรกับ
การ"สมานฉันท์"ในวันก่อนที่พ่นออกมาจากคนยึดอำนาจ
ก็ดูเหมือนไม่ต่างกัน กล่าวคือ ขณะที่พล่ามคำพูดนี้ออกมา
ในความเป็นจริง มันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
คำว่าสมานฉันท์ ชื่อก็บอกว่าต้องสมานกัน ไม่ต่างอะไรกับ
การปรองดอง คือต้องมีความเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย
เหมือนคู่มวย จะชกกันก็ต้องมีการเปรียบเทียบมวย คือต่าง
ฝ่ายต่างต้องสูสีกัน การเอานักชกรุ่นเฮฟวี่เวทขึ้นไปจับมือ
กับนักชกรุ่นไลท์ฟายเวท ก็เห็นที่จะเป็นไปได้ยาก
เอ๊ะแต่นี่ไม่ได้จัดให้ชกกัน เพียงแต่หวังว่าสองฝั่งที่ไม่ลงรอยกัน
มาจับมือกัน เพื่อยุติการห้ำหั่น ต่อสู่กัน ไม่ว่าทางกายภาพหรือ
มโนคติ อันดับแรก ที่ต้องมีคือต่างต้องมีความเท่าเทียมกัน ยืนอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน
จึงจะพูดกันรู้เรื่อง คิดต่างกัน แต่อยู่ร่วมกันได้ ฟังเหตุผลของแต่ละฝ่ายได้
อนิจจาการณ์ในขณะนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งมีด้ามปืน
และกฎหมาที่ตราขึ้นมาเอง เพื่อเอาผิดอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วอย่างนี้
มันจะปรองดองกันได้อย่างไร
เอาปืนกดหัวไว้ แล้วยื่นมืออกมาให้จับ พล่ามว่าเรามาดีกันนะ
ลืมเรื่องที่แล้วๆมาให้หมด ไม่ว่าจะตายไปเกือบร้อย บาดเจ็บไป
เกือบสองพัน และถูกคุมขังอีกไม่รู้เท่าไหร่ มันจะทำได้อย่างไร
ขอบอกว่าเห็นท่าจะปรองดองกันยาก เพราะเผอิญมือของอีกฝั่งไม่ว่างที่จะ
ยื่นออกไปให้จับ เพราะถูกมัดมือไพล่หลังเสียแล้ว มิหนำซ้ำยังถูกปิดตาเสียอีก
มันเลยมองไม่เห็นว่ามือที่ยื่นออกมาให้จับมันอยู่ที่ใด
ภาพประกอบ
แล้วอย่างนี้จะให้จับมือเลิกแล้วต่อกันได้ไง จริงไหม
จะเอามือที่ไหนไปจับเล่า
ตากูก็ถูกปิดไม่เห็นเงา
แล้วจะเอามือที่ไหนไปจับมึง"
กูคือไพร่
กูเป็นไพร่ใครก็รู้กูเป็นไพร่
กูเป็นไพร่ใครก็รู้กูเป็นไพร่
มึงก็ไม่แตกต่างอย่างที่เห็น
ต่างเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างที่เป็น
ขี้ก็เหม็นเหมือนกันไม่ผันแปร
ไม่มีใคร ไพร่ เจ้า ต้องเน่าเหม็น
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายไม่ตอแหล
ไม่วันนี้ก็วันพรุ่งด่าวดิ้นแด
ต่อให้แม่หรือพ่อก็พอกัน
ไม่มีใครค้ำฟ้าท้าชีวิต
ถูกลิขิตมาให้ตายไม่แปรผัน
อยู่ที่เพียงใช้ชีวิตแต่ละวัน
จะสร้างสรรค์หรือทำลายลองคิดดู
ทุกบทบาททุกตอนไว้สอนสั่ง
แล้วจงชั่งความชั่วดีที่เลิศหรู
หมดชาตินี้ชาติหน้าจะอุ้มชู
จึงต้องรู้เมื่อจะทำกรรมนานา
ไม่ว่าไพร่ นาย เจ้า ทุกเหล่าโลก
ไม่พ้นโศกสืบสิ้นสุดดินฟ้า
ทั้งกรรมดีกรรมชั่วติดตัวมา
สิ้นชีวาโลกนี้ที่เอาไป
กูคือไพร่ใครก็รู้กูคือไพร่
กูทำใจได้แล้วไม่สงสัย
มีแต่มึงเท่านั้นต้องทำใจ
อย่าฝันใฝ่เป็นเจ้าทุกชาติเลย
ศ.อ.ฉ.
"ศูนย์อำนวยการฉุกคิดแห่งประเทศไทย" อันนี้ป้าตั้งขึ้นเองแหละค่ะ
ขอชักชวนให้คนไทยหัดรู้จักคิด ไม่ใช่เสพย์แต่สื่อจากรัฐบาล
แล้วหลงเชื่องมงาย ลองหัดคิด แล้วจะรู้ว่ามันจริงตามที่เขาว่า
หรือเปล่า คนไทยส่วนใหญ่ ไม่ค่อยอ่านที่สำคัญไม่ค่อยคิด
เขาใส่อะไรมาให้ก็ได้แต่รับอย่างเดียว รับแล้วก็เชื่อตาม
ต่อไปนี้รบกวนหัดเป็น"ชาวสวน" เมื่อใครพูดอะไรก็ช่วยกันสวนให้เขา
ได้หยุดคิดกันบ้าง เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น เช่นว่า มีคนพูดว่าการชุมนุมของเสื้อแดง
ทำให้เศรษบกิจย่อยยับ เผลอๆกลับไปคิดว่ามันร้ายแรงกว่าการยึดสนามบินอีก
ผ่านมาไม่ถึง 2ปี คนลืมไปว่าเกิดอะไรขึ้น กลับไปหลงงมงายว่าการชุมนุม
ทำให้เศรษฐกิจพังทลาย การท่องเที่ยวทรุด คนไม่มาเที่ยว ซึ่งก็ไม่จริงเลย
คนเขาไม่มาเที่ยวเพราะเขาเกรงพรก.ฉุกเฉินมากกว่า เขาเห็นการฆ่าอย่างทารุณมากกว่า
เขาไม่แน่ใจว่าประเทศนี้มันปลอดภัยแค่ไหนที่จะมาท่องเที่ยว รัฐบาลออกข่าวว่ามีผู้ก่อ
การร้ายต่างหากที่เขากลัว ที่ไหนๆในโลกก็มีการชุมนุม แต่การปราบปรามด้วยการฆ่ามีไม่กี่แห่ง
ในโลกนี้ โชคร้ายที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น ทั้งๆที่ประกาศ
กับชาวโลกว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ความจริงปฏิบัติการเยี่ยงเผด็จการ
รบกวนช่วยกันพูด หมดยุคเงียบแล้วค่ะ ต้องหัดพูด หัดบอกให้เขาฉุกใจคิดกันบ้าง
อย่าทำเงียบอีกต่อไป อย่าให้เขาคิดว่าคนในประเทศนี้เห็นดีเห็นงามกับการฆ่า
เพื่อที่ว่าเมื่อได้ฟังความคิดด้าน เขาอาจจะคิดเองได้ หากยังคิดไม่เป็น
คงต้องปล่อยไปเพราะคนที่ฟังแล้วไม่คิด เชื่อทันที คงจะเหมาะกับการปกครอง
ที่เป็นอยู่
การปฏิรูปประเทศไทยคือการทำให้คนรู้จักคิด ไม่ใช่เชื่อที่ได้ฟังมาโดยทันที
Conspiracy Theories
ว่าด้วย"ทฤษฎีสมคบคิด" มองบ้านเมืองขณะนี้แล้วคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย
เพราะเกี่ยวข้องกับคนหลายฝ่าย ต่างร่วมมือกันสร้างภาพนี้ให้เกิดขึ้นใน
ประเทศไทย
ภาพที่ดูเหมือนสงบเรียบร้อย เพราะรัฐยึดพื้นที่ทางการค้าคืนได้ด้วยกำลังทหาร
ทำไมจึงมองเป็นการสมคบคิดกัน ที่ต้องเห็นเป็นอย่างนั้น เพราะหากทหารไม่
ร่วมมือด้วย การปราบปรามคงทำไม่สำเร็จ เพราะจำนวนทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์
ที่ใช้ในครั้งนี้ มากมายมหาศาล (คาดว่าคงจะมากกว่าครั้งใดๆที่เคยเกิดมา)
เริ่มตั้งแต่การเอาท...หน้าอุบาทว์มาพล่ามบ่นออกสื่อแทบตลอดเวลา
ทั้งๆที่เมื่อแรกเริ่มหัวฝ่ายทหารเคยพล่ามว่า"การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง"
แต่ในที่สุดก็เอากะเขาด้วย อันนี้น่าสนใจ ว่าทำไม ท...จึงยอมเปลืองตัวมากขนาดนี้
หากไม่ใช่เพราะท...เองก็กำลังถูกลุกไล่ให้ไปจนมุมในที่สุด
ไม่ว่าจะเรื่องทุจริตในการจัดซื้อ ไหนจะเรือเหาะ ไหนจะจีที200
ไหนจะรถเกราะล้อหุ้มยาง ที่มีการเปิดโปงว่ามีการทุจริตกัน
อย่างมโหฬาร เมื่อเรื่องจวนตัวแล้ว ปล่อยให้การเมืองจัดการกันเอง
ในที่สุดก็คงจะมาฟัดเอากองทัพเข้าจนได้ ไหนยังจะเรื่องตีกันเอง
ในกองทัพ เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปให้คนรู้มากๆเข้า กองทัพอันทรงเกียรติ
ก็จะไม่เหลือน้ำยาให้เชื่อถืออีกต่อไป เผลอๆหากคนมองว่ากองทัพ
ก็ไม่ต่างอะไรกับกรงหมา ที่กัดกันเองเพื่อแย่งกันเป็นจ่าฝูงเท่านั้นเอง
ด้วยเหตุนี้กระมัง ท...เลยยอมออกหน้าเข้าปราบปรามประชาชน
แล้วก็สำเร็จเสียด้วย ข่าวคราวการทุจริตเงียบหายไปจากสื่อ
ซึ่งเป็นในทำนองเดียวกับกระทรวงยุติธรรมที่ล่องบจีทีเข้าไปจนหลังแอ่น
เลยต้องส่งหัวฟูออกมาเป็นตัวช่วยสุดฤทธิ์ เผลอได้ไงเกิดรัฐบาลพ่ายแพ้
ศึกครั้งนี้รับรองติดคุกกันหัวโตแทนหัวฟู
เมื่อสมคบคิดกันก็เลยต้องทำให้สุดๆ วางแผนมาอย่างดี เพื่อสร้าง
ความชอบธรรมในการปราบ การเผาจึงเกิดขึ้น ถามว่าเมื่อมีการชุมนุม
มีการเผาไหม ต้องตอบว่ามีแน่นอนแต่ขอโทษ ไม่ใช่ในประเทศไทย
ในฝรั่งเศส เผากันอยู่ตั้งหลายวัน ปล้นสดมภ์ร้านค้ากันเอิกเริก
ทางการฝรั่งเศสไม่ยักจะหมายหัวว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
มาพูดถึงการเผา ก็ต้องพูดถึงทฤษฎี"ใครได้ประโยชน์คนนั้นทำ"
เสื้อแดงจะได้อะไรจากการเผา นอกจากจะมีคนอ้างว่าทำเพื่อความ
สะใจ ก็อาจเป็นได้ แต่มันก็แปลก ถูกท...ล้อมมาพร้อมอาวุธ
ยังมีการเผาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ดูแลขนาดไม่ให้คนเข้าไปดับได้
หากมองเรื่องผลประโยชน์ ก็จะเห็นว่ามีแต่รัฐบาลเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการเผา
เพราะหลังจากการเผาเกิดขึ้น เสื้อแดงก็หมดความชอบธรรมในการชุมนุม
ลงในทันที เมื่อแรกคนอาจเห็นว่าการยึดราชประสงค์มันน่ารำคาญ แต่ก็เอาเถอะพอรับได้
แต่พอเกิดการเผาขึ้น คนเริ่มเห็นว่าไอ้พวกนี้มันร้ายนี่นา แล้วเริ่มเห็นใจรัฐบาล
ขึ้นมาทันที โดยลืมคิดไปว่าเขาชุมนุมกันมาตั้งนาน ถูกไล่ยิงตายไปกว่า
20ศพ ก็ยังไม่มีการเผา รับบาลกำลังจะเพลี่ยงพล้ำเนื่องจากการฆ่าคน
แต่พอเกิดการเผาขึ้น คนเริ่มเห็นว่าการปราบอย่างรุนแรงจำเป็นเพราะไอ้พวกนี้
มันเผาบ้านเผาเมือง โดยลืมนึกไปว่าการเผามันเกิดทีหลังการไล่ยิงเข้ามา
ขณะนั้นคนเริ่มเสียชีวิตมากแล้ว แต่พอเผา คนกลับเห็นว่าชีวิตคนมันสำคัญ
น้อยกว่าตึก ไม่มีใครพูดถึงจำนวนคนตาย(ทั้งๆที่บางคนไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม)
กลับไปเห็นว่าเพราะเผาบ้านเผาเมือง(ที่เกิดทีหลัง)มันจำเป็นต้องฆ่า
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นจึงเห็นได้ว่ามันสมคบคิดกันสร้างสถานการณ์
เพื่อเอาตัวรอดจากความผิดที่ก่อไว้ มองผลประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวกเป็นสำคัญ