หางโผล่ | |
| โพสต์โดย : ป้าปากเกร็ด | ID # 726608 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-07 12:02:59 _ ปิดข้อความ แก้ไข ยัยรสนาสว.กทม. ลุกขึ้นมาโวยวาย ก็นายกฯท่านกำลังแถลงนโยบาย จนจะจบอยู่แล้ว มันคงนึกได้ว่า ถ้าปล่อยให้แถลงจบ รัฐบาลก็จะมีสิทธิ์ อันชอบธรรม ที่จะบริหารประเทศต่อไป เลยลุกขึ้นโวยวาย ถูกคนในสภาโห่ไล่ว่าพันธมิตรออกไป อายไหมนั่น นี่แหละน้า สว.กทม. สะท้อนคนกรุงอย่างดี เลือกสว.ก็อย่างนี้ เลือกผู้ว่าก็อย่างนี้ แล้วคุยว่าเก่งกว่าฉลาดกว่าคนบ้านนอก ถุยส์ |
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2551
หางโผล่
ข่าวจาก sms
ข่าวจาก sms | |
| โพสต์โดย : ป้าปากเกร็ด | ID # 726555 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-07 11:03:23 _ ปิดข้อความ แก้ไข ส่งมาแค่นี้"ไม่ยึดมั่นระบบรัฐสภา! มติปชป.ไม่ร่วมประชุมอ้างรับไม่ได้ ตำรวจสลายม้อบ" ข่าวสั๊นสั้น แต่ครอบคลุมได้หมดจริงๆค่ะ เหอๆ ปชป.รับไม่ได้ ตร.สลายม้อบ แต่ม้อบยึดทำเนียบ บุกสถานที่ราชการ ล้อมรัฐสภา ปชป.รับได้ ก็ทำไม้ทำไม ไม่ลาออกให้หมด แล้วไปร่วมกับม้อบเสียเลย เจือกมากินเงิน เดือนสส.ทำไมวะ ถ้ากินเงินเดือนสส.แล้วไม่ทำหน้าที่ พวกเมิงออกไปเลย เสียดายเงินภาษีว่ะ อย่าเอาเปรียบประชาชนคนเสียภาษี กินเงินเดือนไม่ทำงาน หน้าด้าน!!!! |
ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ | |
| โพสต์โดย : ป้าปากเกร็ด | ID # 726397 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-07 07:49:44 _ ปิดข้อความ แก้ไข ที่จัดการให้รัฐบาลดำเนินการแถลงนโยบายได้ตามกำหนดการนะคะ แล้วก็ทำการสลายตอนเช้า ฟ้าแจ้งแล้ว ช่างภาพ ถ่ายภาพกันได้จะจะ ชัดเจน หากไปจัดการตอนดึกๆ เดี๋ยวจะหาว่างั้นว่างี้ ที่สำคัญคือสลายตอนเช้า พวกเราก็ตื่นมาทันดูกันนะคะ เพราะเมื่อคืน คาดว่าคงไม่มีใครเฝ้าดูสถานการณ์ทั้งคืนเป็นแน่ เพราะเข็ดที่เก้อมาหลายครั้ง แล้ว อดตาหลับขับตานอน แล้วไม่เห็นเกิดอะไรเลย มางวดนี้หลับสบาย ตื่นมา พอดีได้ยินข่าวดี เฮ้อ บ้านเมืองสงบเสียที เบื่อก็แต่สื่อเสี้ยมนะคะ ไอ้ยุทธ์ช่องสามสัมภาษณ์คุณวิทยา วิปรัฐบาล ถามว่าอย่างนี้ฝ่ายค้านจะเข้ามาประชุมไหม อ้าวเฮ้ย ก็เขาสลายการ ชุมนุมให้แล้วไง อุตส่าห์เปิดประตูให้ จะเอาอะไรมาเป็นข้ออ้างไม่เข้า ประชุมอีก ลองฝ่ายค้านไม่เข้าประชุมสิ เลือกตั้งงวดหน้า เผลอๆแม้แต่ ฝ่ายค้านก็จะไม่ได้เป็น ได้เป็นสต.กันบ้างแหละเฮ้ย มีหน้าที่ไม่ทำ ขอบคุณภาพประกอบจากโพสต์ทูเดย์ โดยคุณสาโรช เมฆโสภาวรรณกุล |
ต้องให้อดทนไปอีกนานเท่าไหร่
ID # 726298 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-06 22:31:19 _ ปิดข้อความ
มาปิดรัฐสภาอีกแล้ว ไอ้ทีวีNBT ก็ต้องไปสัมภาษณ์มันอยู่ได้ อะไรกันนักหนา
มันมีหน้าที่อะไร ถึงต้องออกมาป่วนเมือง รัฐบาลจะแถลงนโยบายก็ออกมาป่วน
ความอดทนเราจะมีไปเท่าไหร่ วิปรัฐบาลก็บอกแล้ว ว่าไม่เลื่อนการประชุม
ซึ่งก็ถูก ถ้าเราต้องยอมตามใจมัน ก็ยกประเทศให้มันไปก็แล้วกัน ยัยวรวีร์
ก็ตั้งคำถามกวนเหลือเกิน จะให้คุณวิทยา(วิปรัฐบาล)ไปเจรจากับพวกมัน
สะใจคำตอบจริงๆ ว่า"ผมไม่มีหน้าที่ไปเจรจา"
รถน้ำ แก็ซน้ำตา ตำรวจยังมีอยู่ไหมคะ หรือว่าใช้งานไม่ได้ การกระทำครั้งนี้
ก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าต้องการป่วนเมือง ไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบาย ซึ่งจะโยงไป
ถึงการปฏิบัติงานไม่ได้ น่าจะจับเสียให้หมด พร้อมตั้งข้อหากบฎซ้ำอีกสักชุด
ถามจริงๆ จะต้องรอให้ประชาชนออกไปจัดการกันเองหรืออย่างไร
ID # 1148697 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-06 22:47:09 _ ปิดข้อความ
เหนื่อยใจจริงๆค่ะ อ่อนปวกเปียกขนาดนี้ หาผู้กล้าแฉสักคนไม่ได้หรือไง ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ถึงได้ล่อมาสองรัฐบาลแล้ว ยังไม่กล้าปราบ อ้อ รัฐบาลนี้ยังสั่งงานไม่ได้มังคะ แล้วเราจะหวังพึ่งใครได้
คงอย่างที่บอกคือต้องออกไปจัดการกันเองเสียละกระมัง เบื่อโว้ย
แหมคุณอินฯก็ คราวนี้มันไม่ได้อยู่ทำเนียบแล้วนี่คะ
ถ้ายังสุมหัวกันอยู่ในนั้นก็ช่างเถอะ นี่มันเคลื่อนที่มา
รับแก็ซกันอีกแล้ว ป้าเป็นคนใจอ่อน เห็นใครอยากได้อะไร
ใจมันอยากจะจัดให้ไปเสียทุกที รัฐบาลน่ะสิคะ ใจร้ายมากๆ
เขาอยากได้แก็ซน้ำตาก็ไม่ให้ บางทีก็มาขอร้อง อยากได้
ลูกปืน ก็ยังใจจืดใจดำ เฮ้อ ถ้าป้าเป็นรัฐบาลนะคะ จัดไปให้
ตั้งแต่ชุมนุมกันแรกๆแล้ว บ้านเมืองจะได้สงบเสียที
มาปิดรัฐสภาอีกแล้ว ไอ้ทีวีNBT ก็ต้องไปสัมภาษณ์มันอยู่ได้ อะไรกันนักหนา
มันมีหน้าที่อะไร ถึงต้องออกมาป่วนเมือง รัฐบาลจะแถลงนโยบายก็ออกมาป่วน
ความอดทนเราจะมีไปเท่าไหร่ วิปรัฐบาลก็บอกแล้ว ว่าไม่เลื่อนการประชุม
ซึ่งก็ถูก ถ้าเราต้องยอมตามใจมัน ก็ยกประเทศให้มันไปก็แล้วกัน ยัยวรวีร์
ก็ตั้งคำถามกวนเหลือเกิน จะให้คุณวิทยา(วิปรัฐบาล)ไปเจรจากับพวกมัน
สะใจคำตอบจริงๆ ว่า"ผมไม่มีหน้าที่ไปเจรจา"
รถน้ำ แก็ซน้ำตา ตำรวจยังมีอยู่ไหมคะ หรือว่าใช้งานไม่ได้ การกระทำครั้งนี้
ก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าต้องการป่วนเมือง ไม่ให้รัฐบาลแถลงนโยบาย ซึ่งจะโยงไป
ถึงการปฏิบัติงานไม่ได้ น่าจะจับเสียให้หมด พร้อมตั้งข้อหากบฎซ้ำอีกสักชุด
ถามจริงๆ จะต้องรอให้ประชาชนออกไปจัดการกันเองหรืออย่างไร
ID # 1148697 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-06 22:47:09 _ ปิดข้อความ
เหนื่อยใจจริงๆค่ะ อ่อนปวกเปียกขนาดนี้ หาผู้กล้าแฉสักคนไม่ได้หรือไง ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ถึงได้ล่อมาสองรัฐบาลแล้ว ยังไม่กล้าปราบ อ้อ รัฐบาลนี้ยังสั่งงานไม่ได้มังคะ แล้วเราจะหวังพึ่งใครได้
คงอย่างที่บอกคือต้องออกไปจัดการกันเองเสียละกระมัง เบื่อโว้ย
แหมคุณอินฯก็ คราวนี้มันไม่ได้อยู่ทำเนียบแล้วนี่คะ
ถ้ายังสุมหัวกันอยู่ในนั้นก็ช่างเถอะ นี่มันเคลื่อนที่มา
รับแก็ซกันอีกแล้ว ป้าเป็นคนใจอ่อน เห็นใครอยากได้อะไร
ใจมันอยากจะจัดให้ไปเสียทุกที รัฐบาลน่ะสิคะ ใจร้ายมากๆ
เขาอยากได้แก็ซน้ำตาก็ไม่ให้ บางทีก็มาขอร้อง อยากได้
ลูกปืน ก็ยังใจจืดใจดำ เฮ้อ ถ้าป้าเป็นรัฐบาลนะคะ จัดไปให้
ตั้งแต่ชุมนุมกันแรกๆแล้ว บ้านเมืองจะได้สงบเสียที
"เจาะยาง" ยื้อปิดเกม?
ID # 726106 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-06 10:57:42 _ ปิดข้อความ
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมประเทศไทยมันถึงไม่เจริญ
ทัดเทียมอารยะประเทศอื่นๆเขาเสียที ก็เรามีคนคิดอย่างนี้ สะท้อนออกมา
ผ่านสื่อ ประเทศที่ทำอะไรตรงๆไม่เป็น มีกฎหมายก็พยายามเลี่ยง
มีการใช้กำลังภายใน มีการเล่นบทยื้อ ลับ ลวง พราง ที่สำคัญมีมาเฟีย
(เจ้าที่เจ้าทาง) เสียอีก มันจะไปต่างอะไรกับนักเลงโตที่คอยคุมบ่อน
คุมซ่องว้า ใครจะเข้ามาต้องไปคารวะก่อน ไม่งั้น เดี๋ยวแม่งส่งลูกน้อง
ออกมาป่วน ไม่ต้องทำมาหากินกิน ไม่ต้องทำงานกันเลยทีเดียว
แต่ฝรั่งเขาไม่คิดอย่างนั้น ยังไปกระแนะกระแหนเขาอีกว่ากอดกฎหมาย
แน่นเลย ทุเรศจริงๆ การจับกุมครั้งนี้ ไม่เห็นจะเสียอะไรเลย มีแต่ได้
ดีเสียอีก ฝรั่งและคนทั้งโลกเขาจะได้เห็นเสียทีว่ากฎหมายไทยศักดิ์สิทธิ์
แต่แค่นี้ก็อายเขาจะแย่ที่เขาไปลงว่าหลังจากมีหมายจับออกมาตั้งแต่
27 สิงหา อุแม่เจ้า หัวหางก็เห็นๆอยู่ แต่ไม่จับ รอเวลามากว่าเดือน
เฮ้อ "ประเทศสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง"
ส่วนของเดลินิวส์ นี่ยิ่งบ้าหนักเข้าไปอีก เสนอข้อคิดอย่างนี้นี่เอง
คนเขาถึงได้เลิกซื้อนสพ. ทุเรศเหลือจะกล่าว
"เจาะยาง" ยื้อปิดเกม? [6 ต.ค. 51 - 02:51]
แย่งซีน เล่นเอาข่าวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จืดไปเลย
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกตัว "มหาจำลอง" พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
แกนนำม็อบพันธมิตรฯ 1 ใน 9 ที่ถูกออกหมายจับข้อหากบฏ
คาหน่วยเลือกตั้ง หลังจากออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปใช้สิทธิ
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในหน่วยเลือกตั้งที่ 12 ภายในโรงเรียน
เศรษฐเสถียร ถนนพระราม 5 เขตดุสิต กรุงเทพฯ
ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจตระเวน
ชายแดนภาค 1 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่เคยควบคุมตัวนายไชยวัฒน์
สินสุวงศ์ 1 ใน 9 แกนนำม็อบพันธมิตรฯ ที่ถูกออก
หมายจับในข้อหาเดียวกัน และถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้
จับ "จำลอง" กลายเป็นไฮไลต์ประจำวัน
อย่างไรก็ตาม ฟังจาก พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1
ในฐานะรับผิดชอบพื้นที่โรงเรียนเศรษฐเสถียร รายงานเหตุการณ์นาทีสำคัญ
พล.ต.จำลองได้เข้ามาภายในบริเวณหน่วยเลือกตั้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำ
หน่วยได้แจ้งให้ผู้กำกับ สน.สามเสน นำหมายจับมา และ
พล.ต.จำลองทราบก่อนจับกุมตัวแต่โดยดี โดยไม่มีการขัดขืน
เหมือนเตรียมตัวมาถูกจับล่วงหน้า
และก็ทันทีทันใด ถัดจากนาทีล็อกตัว "มหาจำลอง" ไม่นาน
ความเคลื่อนไหวของม็อบพันธมิตรฯบนเวทีที่ทำเนียบรัฐบาล
ผู้ดำเนินรายการได้อ่านจดหมายลาของ "มหาจำลอง"
ด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น
ก่อนปลุกระดมให้แนวร่วมม็อบออกมาชุมนุม
บอกจุดที่รถบัสจะไปจอดรับ ขนคนตามต่างจังหวัด
แต่ที่พูดกันชัดกว่าใคร พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.รมน.
เพื่อนรักร่วมรุ่น จปร.7 ของ "มหาจำลอง" ได้อ่านไต๋ตรงๆเลยว่า
การจับกุม "มหาจำลอง" เป็นแผนระดมคน เนื่องจาก พล.ต.จำลอง
รู้ตัวอยู่แล้วว่า ถูกสะกดรอย และมีตัวอย่างนายไชยวัฒน์ ที่ถูกจับกุม
ไปก่อนหน้านี้
นี่แหละที่เอะใจ เกมของใคร
ที่แน่ๆถ้าเป็นการส่งซิกของฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องบอกว่า "บ้องตื้น" เอามากๆ
เพราะโดยรูปการณ์ก็อย่างที่หลายฝ่ายยังอิจฉาในความ "มือขึ้น"
ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เข้ามารับตำแหน่ง
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เอื้อให้
"ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เปิดบ้านสี่เสาฯให้เข้าเยี่ยมคารวะ ฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าที่เจ้าทาง
ตามติดมาด้วยการประชุมร่วม 4 ฝ่ายระหว่างนายกฯสมชาย
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา
และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน
มีมติร่วมกัน ปลดล็อกมาตรา 291
เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยช่องทางการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
ภาค 3 ระดมตัวแทนจากประชาชนทุกจังหวัด และทุกสาขาวิชาชีพ
เริ่มเห็นช่องผ่องวิกฤติการเมือง
อย่างน้อยจากหนทางตันๆ โอกาสก็เปิดช่องให้รัฐบาลหายใจ
อ่านกันตามเงื่อนเวลา กว่าจะกำหนดรูปแบบให้ลงล็อกลงตัว
ก่อนจะเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทุกกระบวนการต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายช็อต
รัฐบาลดึงจังหวะลากเกมยาวได้
ในขณะที่อีกทางหนึ่ง "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี
ก็กำลังพูดจาภาษาดอกไม้กับ "มหาจำลอง" ตามประสาน้องพี่ "ลูกป๋า"
รับมุกไต่บันไดลงจากหอคอย
เกมกำลังไหลเข้าทางแท้ๆ แล้วใครล่ะที่แอบเจาะยาง
ฝ่ายไหนกันแน่ ที่ไม่อยากให้เกมจบ
แต่ก็อีกนั่นแหละ ในมุมมองของสื่อต่างประเทศ สำนักข่าวเอพี
รายงานข่าวการจับกุมตัว "มหาจำลอง" ภายหลังจากเดินทางไปใช้
สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยบรรยายเนื้อข่าวว่า "มหาจำลอง"
ถือเป็นแกนนำคนที่ 2 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(People's Alliance for Democracy : PAD) ต่อจาก
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่ถูกตำรวจจับกุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
โดยถือเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
หลังจากที่มีการออกหมายจับ (arrest warrants)
แกนนำกลุ่ม PAD จำนวน 9 คน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม
ที่ผ่านมา ในข้อหากบฏ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
หลังจากเป็นแกนนำในการบุกยึดทำเนียบรัฐบาลไทย
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ รายงาน
แย่งซีน เล่นเอาข่าวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จืดไปเลย
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกตัว "มหาจำลอง" พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
แกนนำม็อบพันธมิตรฯ 1 ใน 9 ที่ถูกออกหมายจับข้อหากบฏ
คาหน่วยเลือกตั้ง หลังจากออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปใช้สิทธิ
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในหน่วยเลือกตั้งที่ 12 ภายในโรงเรียน
เศรษฐเสถียร ถนนพระราม 5 เขตดุสิต กรุงเทพฯ
ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจตระเวน
ชายแดนภาค 1 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่เคยควบคุมตัวนายไชยวัฒน์
สินสุวงศ์ 1 ใน 9 แกนนำม็อบพันธมิตรฯ ที่ถูกออก
หมายจับในข้อหาเดียวกัน และถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้
จับ "จำลอง" กลายเป็นไฮไลต์ประจำวัน
อย่างไรก็ตาม ฟังจาก พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1
ในฐานะรับผิดชอบพื้นที่โรงเรียนเศรษฐเสถียร รายงานเหตุการณ์นาทีสำคัญ
พล.ต.จำลองได้เข้ามาภายในบริเวณหน่วยเลือกตั้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำ
หน่วยได้แจ้งให้ผู้กำกับ สน.สามเสน นำหมายจับมา และ
นำเรียน
ให้พล.ต.จำลองทราบก่อนจับกุมตัวแต่โดยดี โดยไม่มีการขัดขืน
เหมือนเตรียมตัวมาถูกจับล่วงหน้า
และก็ทันทีทันใด ถัดจากนาทีล็อกตัว "มหาจำลอง" ไม่นาน
ความเคลื่อนไหวของม็อบพันธมิตรฯบนเวทีที่ทำเนียบรัฐบาล
ผู้ดำเนินรายการได้อ่านจดหมายลาของ "มหาจำลอง"
ด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น
ก่อนปลุกระดมให้แนวร่วมม็อบออกมาชุมนุม
บอกจุดที่รถบัสจะไปจอดรับ ขนคนตามต่างจังหวัด
แต่ที่พูดกันชัดกว่าใคร พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.รมน.
เพื่อนรักร่วมรุ่น จปร.7 ของ "มหาจำลอง" ได้อ่านไต๋ตรงๆเลยว่า
การจับกุม "มหาจำลอง" เป็นแผนระดมคน เนื่องจาก พล.ต.จำลอง
รู้ตัวอยู่แล้วว่า ถูกสะกดรอย และมีตัวอย่างนายไชยวัฒน์ ที่ถูกจับกุม
ไปก่อนหน้านี้
นี่แหละที่เอะใจ เกมของใคร
ที่แน่ๆถ้าเป็นการส่งซิกของฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องบอกว่า "บ้องตื้น" เอามากๆ
เพราะโดยรูปการณ์ก็อย่างที่หลายฝ่ายยังอิจฉาในความ "มือขึ้น"
ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เข้ามารับตำแหน่ง
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เอื้อให้
"ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เปิดบ้านสี่เสาฯให้เข้าเยี่ยมคารวะ ฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าที่เจ้าทาง
ตามติดมาด้วยการประชุมร่วม 4 ฝ่ายระหว่างนายกฯสมชาย
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา
และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน
มีมติร่วมกัน ปลดล็อกมาตรา 291
เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยช่องทางการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
ภาค 3 ระดมตัวแทนจากประชาชนทุกจังหวัด และทุกสาขาวิชาชีพ
เริ่มเห็นช่องผ่องวิกฤติการเมือง
อย่างน้อยจากหนทางตันๆ โอกาสก็เปิดช่องให้รัฐบาลหายใจ
อ่านกันตามเงื่อนเวลา กว่าจะกำหนดรูปแบบให้ลงล็อกลงตัว
ก่อนจะเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทุกกระบวนการต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายช็อต
รัฐบาลดึงจังหวะลากเกมยาวได้
ในขณะที่อีกทางหนึ่ง "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี
ก็กำลังพูดจาภาษาดอกไม้กับ "มหาจำลอง" ตามประสาน้องพี่ "ลูกป๋า"
รับมุกไต่บันไดลงจากหอคอย
เกมกำลังไหลเข้าทางแท้ๆ แล้วใครล่ะที่แอบเจาะยาง
ฝ่ายไหนกันแน่ ที่ไม่อยากให้เกมจบ
แต่ก็อีกนั่นแหละ ในมุมมองของสื่อต่างประเทศ สำนักข่าวเอพี
รายงานข่าวการจับกุมตัว "มหาจำลอง" ภายหลังจากเดินทางไปใช้
สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยบรรยายเนื้อข่าวว่า "มหาจำลอง"
ถือเป็นแกนนำคนที่ 2 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(People's Alliance for Democracy : PAD) ต่อจาก
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่ถูกตำรวจจับกุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
โดยถือเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
หลังจากที่มีการออกหมายจับ (arrest warrants)
แกนนำกลุ่ม PAD จำนวน 9 คน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม
ที่ผ่านมา ในข้อหากบฏ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
หลังจากเป็นแกนนำในการบุกยึดทำเนียบรัฐบาลไทย
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ฝรั่งยึดมุมของกฎหมายแน่นเลย.
ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ รายงาน
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมประเทศไทยมันถึงไม่เจริญ
ทัดเทียมอารยะประเทศอื่นๆเขาเสียที ก็เรามีคนคิดอย่างนี้ สะท้อนออกมา
ผ่านสื่อ ประเทศที่ทำอะไรตรงๆไม่เป็น มีกฎหมายก็พยายามเลี่ยง
มีการใช้กำลังภายใน มีการเล่นบทยื้อ ลับ ลวง พราง ที่สำคัญมีมาเฟีย
(เจ้าที่เจ้าทาง) เสียอีก มันจะไปต่างอะไรกับนักเลงโตที่คอยคุมบ่อน
คุมซ่องว้า ใครจะเข้ามาต้องไปคารวะก่อน ไม่งั้น เดี๋ยวแม่งส่งลูกน้อง
ออกมาป่วน ไม่ต้องทำมาหากินกิน ไม่ต้องทำงานกันเลยทีเดียว
แต่ฝรั่งเขาไม่คิดอย่างนั้น ยังไปกระแนะกระแหนเขาอีกว่ากอดกฎหมาย
แน่นเลย ทุเรศจริงๆ การจับกุมครั้งนี้ ไม่เห็นจะเสียอะไรเลย มีแต่ได้
ดีเสียอีก ฝรั่งและคนทั้งโลกเขาจะได้เห็นเสียทีว่ากฎหมายไทยศักดิ์สิทธิ์
แต่แค่นี้ก็อายเขาจะแย่ที่เขาไปลงว่าหลังจากมีหมายจับออกมาตั้งแต่
27 สิงหา อุแม่เจ้า หัวหางก็เห็นๆอยู่ แต่ไม่จับ รอเวลามากว่าเดือน
เฮ้อ "ประเทศสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง"
ส่วนของเดลินิวส์ นี่ยิ่งบ้าหนักเข้าไปอีก เสนอข้อคิดอย่างนี้นี่เอง
คนเขาถึงได้เลิกซื้อนสพ. ทุเรศเหลือจะกล่าว
คุยการเมือง : มรดกกรรม
ตอนแรกนึกว่า หลังจากได้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้มีบุคลิกสุภาพอ่อนโยนมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะทำให้บ้านเมืองสงบลงบ้าง
แต่พอถึงเวลาจริงแล้วกลับไม่ใช่ เดี๋ยวอ่อนเดี๋ยวแข็ง
ไม่คงเส้นคงวาเหมือนกับมี 2 บุคลิกในตัวคนเดียว
ก่อน หน้านี้ นายสมชาย ตัดสินใจเลื่อนการไหว้บรรพบุรุษของภรรยาที่ จ.เชียงใหม่ออกไป เพื่อกลับไปไปไหว้กระดูกบรรพบุรุษของตัวเองก่อนที่ จ.นครศรีธรรมราช ทำให้หลุดจากภาพการถูกครอบงำจากตระกูลชินวัตรได้บางส่วน
ต่อมาเมื่อขอเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ประธานองคมนตรี เพื่อขอคำแนะนำ ยิ่งตอกย้ำ
ให้เห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากนายสมัคร สุนทรเวช
ยิ่งมาเน้นการเจรจากับกลุ่มพันธมิตร
โดยส่ง พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ เพื่อนสนิท
ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เข้าไปเจรจากับกลุ่มพันธมิตร
ยิ่งมีแต่เสียงชื่นชม
ไม่จริงม้าง คนไม่เห็นด้วยเขาก็เยอะแยะ
ทั้งหมดข้างต้นนี้เป็น ภาพบวก ที่เป็นความหวังเดียวอันจะทำให้
ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ที่นิยม และกลุ่มที่เกลียดชัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หันหน้าเข้าหากันข้อนี้ก็ไม่จริงอีกแหละ ไม่รู้จริงหรือ ว่าการที่จะหันหน้าเข้าหากันน่ะ
ไม่มีทาง
จนกระทั่งตำรวจไปซุ่มจับนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่ม
พันธมิตรในรถยนต์ขณะจะผ่านด่านขึ้นทางด่วนตรงคลองประปา
เท่ากับปิดประตูการเจรจาให้กลุ่มพันธมิตรยอมออกจากทำเนียบ
ด้วยสันติวิธี
เท่านั้นไม่พอ เมื่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ทำหน้าที่ตามระบอบ
ประชาธิปไตยโดยไปลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แทนที่ตำรวจ
เฝ้าหน่วยเลือกตั้งจะเลี่ยงเดินไปเข้าห้องน้ำ เพื่อไม่ให้มีความผิด
ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ กลับโทรศัพท์ไปแจ้งผู้บังคับบัญชา จนกระทั่งมีการจับกุมตัวไปดำเนินคดีฐานเป็นกบฏต่อราชอาณาจักรโอ้โฮ ยืนยันหน่อยนะว่าที่เขียนออกมาเนี่ย ได้ผ่านสมองออกมาแล้ว
อันที่จริงถ้านายสมชาย เป็นผู้รอบรู้ทางด้านการเมืองและเข้าใจ
จิตวิทยามวลชน จะต้องสั่งกำชับไปยังผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้หลีกเลี่ยงการจับกุมแกนนำกลุ่มพันธมิตร
เอาเข้าไป สั่งให้จับผิดวุ้ย แต่สั่งไม่ให้จับไม่เป็นไร อย่าบอกนะว่าใช้สมองคิดแล้วถึงเขียนน่ะ เพราะจะเป็นชนวนเหตุทำให้เกิดความรุนแรง จนรัฐบาลกุมสภาพไว้ไม่อยู่
เพราะการปล่อยให้กลุ่มพันธมิตรชุมนุมไปเรื่อย ๆ
มีแต่จะทำให้กลุ่มพันธมิตรอ่อนแรง และขาดความชอบธรรม
ท้ายสุดก็จะพ่ายแพ้ในทางการเมือง เนื่องจากกระแสเศรษฐกิจ
ล่มสลายในสหรัฐฯ ที่ลามไปทั่วโลก จะทำให้คนชั้นกลางเปลี่ยน
ใจไม่ไปร่วมชุมนุม เพราะรู้สึกห่วงปากท้องและกิจการของตัวเอง
นายสมชาย คงไม่ได้หลับตานึกภาพอย่างต่อเนื่องและถามตัวเอง
ว่า หลังจากจับ พล.ต.จำลอง แล้วรัฐบาลควรจะทำอะไรต่อไปจน
กว่าการชุมนุมสิ้นสุด
เชื่อว่าไม่ได้คิดไว้ก่อน ถ้าคิดคงไม่ทำเช่นนี้ เพราะหากคิดได้
ก็จะต้องรีบให้ความเป็นธรรมกับแกนนำกลุ่มพันธมิตร โดยยื่นคำร้องให้ถอนหมายจับ เพื่อเปลี่ยนข้อหาจากกบฏให้มาเป็นการบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของทางราชการ
ฮั่น แน่ จับได้แระ พวกเดียวกันนี่หว่า บ้าป่าววะ นายกเพิกถอนหมายจับก็ได้วุ้ย เฮ้ย ศาลนะเว้ยเฮ้ย ขนาดนายกฯมาจากการเลือกตั้ง พ่อยังสอยลงมาแล้วเลย นี่นายกฯขัดตาทัพนะ จะมีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ เห็นที่สั่งศาลได้ก็มีคนเดียวแหละ แต่คราวนี้ คงขี้เกียจสั่งฮิ้วววววววววว
จากนั้นค่อยขอให้ศาลออกหมายจับอีกครั้งก็ไม่มีใครว่าอะไร
ประการสำคัญการออกหมายจับในข้อหาเป็นกบฏต่อราชอาณาจักรนั้น
เป็นผลงานของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช หากนายสมชาย
จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ไม่เสียหน้า มิหนำซ้ำยังจะเป็นการเอา
ชนะในทางการเมือง ครองใจผู้คน สะท้อนให้เห็นถึงภูมิหลังที่เคย
เป็นผู้พิพากษา ทำหน้าที่รักษาความยุติธรรมมาก่อน
อ้าว เฮ้ยเว้ย มันบ้าไปแล้วแน่ๆ ก็รู้ว่าเขาเคยเป็นผู้พิพากษา ก็เพราะเขาเคยเป็นผู้พิพากษาน่ะสิ เขาถึงได้รู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ โอ้โฮ โง่จริงนะเนี่ย
แต่ในเวลานี้แม้จะคิดได้ ก็คงทำเช่นนี้ไม่ได้ เพราะการจับกุม
พล.ต.จำลอง ทำให้กลไกระเบิดเวลาเริ่มนับหนึ่ง ไม่สามารถถอด
สลักได้ จนกว่าจะระเบิดตูมตามขึ้นมา
การดำเนินนโยบายกลับไปกลับมาของนายสมชาย ไม่ได้เกิดจาก
ความบกพร่องทางบุคลิกภาพหรือมี 2 บุคลิก แต่น่าจะเป็นผลมา
จากคำบงการของคนที่นั่งอยู่หลังฉาก จนไม่สามารถเป็นตัวของ
ตัวเอง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ในบางครั้ง เวรกรรม สามารถถ่ายผ่านสายสัมพันธ์ในครอบครัวในลักษณะของ "มรดกกรรม"ได้เหมือนกัน.เนี่ยๆ ถ้าไม่ลงในนสพ. นะ จะนึกว่า แมลงสาบเขียนหรือให้สัมภาษณ์เองเลยนะเนี่ย ถอดแบบกันออกมาเลย เขียนพูดบ้าบอไปตั้งยาว สรุปจบต้องแอบแขวะเขาทุกที
ดินสอโดม
ตอนแรกนึกว่า หลังจากได้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้มีบุคลิกสุภาพอ่อนโยนมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะทำให้บ้านเมืองสงบลงบ้าง
แต่พอถึงเวลาจริงแล้วกลับไม่ใช่ เดี๋ยวอ่อนเดี๋ยวแข็ง
ไม่คงเส้นคงวาเหมือนกับมี 2 บุคลิกในตัวคนเดียว
ก่อน หน้านี้ นายสมชาย ตัดสินใจเลื่อนการไหว้บรรพบุรุษของภรรยาที่ จ.เชียงใหม่ออกไป เพื่อกลับไปไปไหว้กระดูกบรรพบุรุษของตัวเองก่อนที่ จ.นครศรีธรรมราช ทำให้หลุดจากภาพการถูกครอบงำจากตระกูลชินวัตรได้บางส่วน
ต่อมาเมื่อขอเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ประธานองคมนตรี เพื่อขอคำแนะนำ ยิ่งตอกย้ำ
ให้เห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากนายสมัคร สุนทรเวช
ยิ่งมาเน้นการเจรจากับกลุ่มพันธมิตร
โดยส่ง พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ เพื่อนสนิท
ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เข้าไปเจรจากับกลุ่มพันธมิตร
ยิ่งมีแต่เสียงชื่นชม
ไม่จริงม้าง คนไม่เห็นด้วยเขาก็เยอะแยะ
ทั้งหมดข้างต้นนี้เป็น ภาพบวก ที่เป็นความหวังเดียวอันจะทำให้
ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ที่นิยม และกลุ่มที่เกลียดชัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หันหน้าเข้าหากันข้อนี้ก็ไม่จริงอีกแหละ ไม่รู้จริงหรือ ว่าการที่จะหันหน้าเข้าหากันน่ะ
ไม่มีทาง
จนกระทั่งตำรวจไปซุ่มจับนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่ม
พันธมิตรในรถยนต์ขณะจะผ่านด่านขึ้นทางด่วนตรงคลองประปา
เท่ากับปิดประตูการเจรจาให้กลุ่มพันธมิตรยอมออกจากทำเนียบ
ด้วยสันติวิธี
เท่านั้นไม่พอ เมื่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ทำหน้าที่ตามระบอบ
ประชาธิปไตยโดยไปลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แทนที่ตำรวจ
เฝ้าหน่วยเลือกตั้งจะเลี่ยงเดินไปเข้าห้องน้ำ เพื่อไม่ให้มีความผิด
ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ กลับโทรศัพท์ไปแจ้งผู้บังคับบัญชา จนกระทั่งมีการจับกุมตัวไปดำเนินคดีฐานเป็นกบฏต่อราชอาณาจักรโอ้โฮ ยืนยันหน่อยนะว่าที่เขียนออกมาเนี่ย ได้ผ่านสมองออกมาแล้ว
อันที่จริงถ้านายสมชาย เป็นผู้รอบรู้ทางด้านการเมืองและเข้าใจ
จิตวิทยามวลชน จะต้องสั่งกำชับไปยังผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้หลีกเลี่ยงการจับกุมแกนนำกลุ่มพันธมิตร
เอาเข้าไป สั่งให้จับผิดวุ้ย แต่สั่งไม่ให้จับไม่เป็นไร อย่าบอกนะว่าใช้สมองคิดแล้วถึงเขียนน่ะ เพราะจะเป็นชนวนเหตุทำให้เกิดความรุนแรง จนรัฐบาลกุมสภาพไว้ไม่อยู่
เพราะการปล่อยให้กลุ่มพันธมิตรชุมนุมไปเรื่อย ๆ
มีแต่จะทำให้กลุ่มพันธมิตรอ่อนแรง และขาดความชอบธรรม
ท้ายสุดก็จะพ่ายแพ้ในทางการเมือง เนื่องจากกระแสเศรษฐกิจ
ล่มสลายในสหรัฐฯ ที่ลามไปทั่วโลก จะทำให้คนชั้นกลางเปลี่ยน
ใจไม่ไปร่วมชุมนุม เพราะรู้สึกห่วงปากท้องและกิจการของตัวเอง
นายสมชาย คงไม่ได้หลับตานึกภาพอย่างต่อเนื่องและถามตัวเอง
ว่า หลังจากจับ พล.ต.จำลอง แล้วรัฐบาลควรจะทำอะไรต่อไปจน
กว่าการชุมนุมสิ้นสุด
เชื่อว่าไม่ได้คิดไว้ก่อน ถ้าคิดคงไม่ทำเช่นนี้ เพราะหากคิดได้
ก็จะต้องรีบให้ความเป็นธรรมกับแกนนำกลุ่มพันธมิตร โดยยื่นคำร้องให้ถอนหมายจับ เพื่อเปลี่ยนข้อหาจากกบฏให้มาเป็นการบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของทางราชการ
ฮั่น แน่ จับได้แระ พวกเดียวกันนี่หว่า บ้าป่าววะ นายกเพิกถอนหมายจับก็ได้วุ้ย เฮ้ย ศาลนะเว้ยเฮ้ย ขนาดนายกฯมาจากการเลือกตั้ง พ่อยังสอยลงมาแล้วเลย นี่นายกฯขัดตาทัพนะ จะมีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ เห็นที่สั่งศาลได้ก็มีคนเดียวแหละ แต่คราวนี้ คงขี้เกียจสั่งฮิ้วววววววววว
จากนั้นค่อยขอให้ศาลออกหมายจับอีกครั้งก็ไม่มีใครว่าอะไร
ประการสำคัญการออกหมายจับในข้อหาเป็นกบฏต่อราชอาณาจักรนั้น
เป็นผลงานของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช หากนายสมชาย
จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ไม่เสียหน้า มิหนำซ้ำยังจะเป็นการเอา
ชนะในทางการเมือง ครองใจผู้คน สะท้อนให้เห็นถึงภูมิหลังที่เคย
เป็นผู้พิพากษา ทำหน้าที่รักษาความยุติธรรมมาก่อน
อ้าว เฮ้ยเว้ย มันบ้าไปแล้วแน่ๆ ก็รู้ว่าเขาเคยเป็นผู้พิพากษา ก็เพราะเขาเคยเป็นผู้พิพากษาน่ะสิ เขาถึงได้รู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ โอ้โฮ โง่จริงนะเนี่ย
แต่ในเวลานี้แม้จะคิดได้ ก็คงทำเช่นนี้ไม่ได้ เพราะการจับกุม
พล.ต.จำลอง ทำให้กลไกระเบิดเวลาเริ่มนับหนึ่ง ไม่สามารถถอด
สลักได้ จนกว่าจะระเบิดตูมตามขึ้นมา
การดำเนินนโยบายกลับไปกลับมาของนายสมชาย ไม่ได้เกิดจาก
ความบกพร่องทางบุคลิกภาพหรือมี 2 บุคลิก แต่น่าจะเป็นผลมา
จากคำบงการของคนที่นั่งอยู่หลังฉาก จนไม่สามารถเป็นตัวของ
ตัวเอง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ในบางครั้ง เวรกรรม สามารถถ่ายผ่านสายสัมพันธ์ในครอบครัวในลักษณะของ "มรดกกรรม"ได้เหมือนกัน.เนี่ยๆ ถ้าไม่ลงในนสพ. นะ จะนึกว่า แมลงสาบเขียนหรือให้สัมภาษณ์เองเลยนะเนี่ย ถอดแบบกันออกมาเลย เขียนพูดบ้าบอไปตั้งยาว สรุปจบต้องแอบแขวะเขาทุกที
ดินสอโดม
เมื่อไส้เดือนเจอขี้เถ้า
ID # 725897 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-05 16:01:32 _ ปิดข้อความ
จะอะไรเสียอีก เมื่อจำลองเดินออกไปให้เขาจับ
จะได้ไปนอนสบายๆไม่หนวกหูสักทีในที่กักกัน
ที่ไม่ใช่ทำเนียบ มาดู ปฏิกิริยาไส้เดือนกัน
เริ่มแรกก็นี่เลย มา-รกเจ้าเก่าดิ้นเป็นเจ้าเข้า
ไม่รู้ไปหนักหัวหรือหางส่วนไหนของมันออกมาให้สัมภาษณ์ว่า
โอ้โอ๋มา-รก คิดก่อนพูดดีไหม เวลาที่ตำรวจไม่จับ
ไม่ทำกฎหมาย ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน แล้วการจับตามหมายจับนี่มันเดือดร้อน
อะไรนักหนา มันจะเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ตรงไหน หมายจับก็ออกมา
นานแล้ว จะลุยเข้าไปจับก็ว่าจะเกิดการปะทะ เสียเลือดเนื้อ เขารอจนได้
จังหวะ มา-รกเกี่ยวอะไรด้วย มา-รกไม่เคยรู้หรือว่าพวกนี้เขาโดนหมายจับ
คดีกบฎอยู่ หากกบฎไม่ใช่กบฎ เป็นเพียงคนที่มาเรียกร้อง ที่ไทำด้วยความสงบ
และปราศจากอาวุธ ไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย การบุกเข้าไปจับกุม จึงจะนับว่า
เป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ ไม่เข้าใจหรือ การเข้าจับกุมคนประท้วงธรรมดา
อย่างนั้นถึงจะเรียกว่ารัฐบาลเปิดศึก กับผู้ประท้วง แต่การจับกุมตามหมายจับ
นี่มันจะสร้างเงื่อนไขอย่างไรไม่ทราบ หากไม่จับสิ น่าจะถือว่า รัฐบาลรังแก
ประชาชน ที่มีความคิดทางการเมืองไม่เหมือนกัน
เฮ้อมา-รก เวลาพูดโดยไม่คิดเนี่ย มันดูทุเรศพิกล
นี่ก็อีกราย
จริงหรือจับตามหมายจับนี่มันจะร้อนด้วยเหตุไร ไม่เชื่อสิว่า
ไอ้พวกนี้มันเป็นกบฎ
ส่วนนี่ก็ลอกการบ้านกันมา
แต่รายนี้สับสนกว่าเล็กน้อย เดี๋ยวเห็นด้วยเดี๋ยวไม่เห็นด้วย
ส่วนโฆษก พรรคก็พูดไม่ต่างกัน คิดไปในทางเดียวกันหมด แต่หาข่าวคุณหมอ
ไม่เจอล่ะค่ะ เห็นแต่ในทีวีแว่บๆ หนังสือพิมพ์ก็ไม่ลง ทั้งๆที่แถลงในฐานะ
โฆษกพรรค เขายังไม่ลงให้เล้ย
จะอะไรเสียอีก เมื่อจำลองเดินออกไปให้เขาจับ
จะได้ไปนอนสบายๆไม่หนวกหูสักทีในที่กักกัน
ที่ไม่ใช่ทำเนียบ มาดู ปฏิกิริยาไส้เดือนกัน
เริ่มแรกก็นี่เลย มา-รกเจ้าเก่าดิ้นเป็นเจ้าเข้า
ไม่รู้ไปหนักหัวหรือหางส่วนไหนของมันออกมาให้สัมภาษณ์ว่า
วันนี้ (5 ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่โรงเรียนสวัสดีวิทยา แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา แสดงความเห็นถึงกรณีพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ถูกตำรวจับกุมตัว โดยเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองต่อจากนี้ และต้องการให้รัฐบาลโดยเฉพาะนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี แสดง ท่าทีที่ชัดเจนว่า จะเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ หรือใช้กฎหมายจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ กันแน่ เพราะการจับกุมถือว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ ขณะที่หลายฝ่ายพยายามสร้างความปรองดอง อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามนายกฯ ในการหารือ 4 ฝ่าย ในวันพรุ่งนี้ (6 ต.ค.) ด้วย
โอ้โอ๋มา-รก คิดก่อนพูดดีไหม เวลาที่ตำรวจไม่จับ
ไม่ทำกฎหมาย ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน แล้วการจับตามหมายจับนี่มันเดือดร้อน
อะไรนักหนา มันจะเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ตรงไหน หมายจับก็ออกมา
นานแล้ว จะลุยเข้าไปจับก็ว่าจะเกิดการปะทะ เสียเลือดเนื้อ เขารอจนได้
จังหวะ มา-รกเกี่ยวอะไรด้วย มา-รกไม่เคยรู้หรือว่าพวกนี้เขาโดนหมายจับ
คดีกบฎอยู่ หากกบฎไม่ใช่กบฎ เป็นเพียงคนที่มาเรียกร้อง ที่ไทำด้วยความสงบ
และปราศจากอาวุธ ไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย การบุกเข้าไปจับกุม จึงจะนับว่า
เป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ ไม่เข้าใจหรือ การเข้าจับกุมคนประท้วงธรรมดา
อย่างนั้นถึงจะเรียกว่ารัฐบาลเปิดศึก กับผู้ประท้วง แต่การจับกุมตามหมายจับ
นี่มันจะสร้างเงื่อนไขอย่างไรไม่ทราบ หากไม่จับสิ น่าจะถือว่า รัฐบาลรังแก
ประชาชน ที่มีความคิดทางการเมืองไม่เหมือนกัน
เฮ้อมา-รก เวลาพูดโดยไม่คิดเนี่ย มันดูทุเรศพิกล
นี่ก็อีกราย
'อานันท์'มองการจับ'จำลอง' อุณหภูมิการเมืองร้อนขึ้น
วันนี้ (5 ต.ค.) นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจับกุม
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ โดยมองว่า เป็นการจุดไฟ ทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนขึ้น
วันนี้ (5 ต.ค.) นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจับกุม
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ โดยมองว่า เป็นการจุดไฟ ทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนขึ้น
จริงหรือจับตามหมายจับนี่มันจะร้อนด้วยเหตุไร ไม่เชื่อสิว่า
ไอ้พวกนี้มันเป็นกบฎ
ส่วนนี่ก็ลอกการบ้านกันมา
'องอาจ' ข้องใจท่าทีรบ.-จับแกนนำพธม.
วันนี้ (5 ต.ค.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขณะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
ผู้ว่าฯกทม. เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ว่า เป็นการทำให้เกิดความสงสัยในแนวทางของรัฐบาลว่า จะใช้แนวทางใดกับพันธมิตรฯ
ระหว่าง จับกุมหรือเจรจา ซึ่งรัฐบาลจะต้องแสดงความจริงใจให้เห็นมากขึ้น และไม่ทำอะไรให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย หากต้องการที่จะบรรลุผลในการเจรจาเพื่อให้ประเทศสงบสุข ซึ่งตนยังมั่นใจแนวทางการเจรจาอยู่ว่า จะมีส่วนช่วยให้ปัญหาของชาติคลี่คลาย
ทั้งนี้ นายองอาจ กล่าวถึง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพล.ต.จำลองว่า
ในกรณีดังกล่าวเข้าใจได้ว่า เจ้าหน้าที่จะต้องจับกุมตามหมายจับ
เพราะเห็นซึ่งหน้า ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ในกรณีของ
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เชื่อว่าเป็นการติดตามจับกุมมากกว่า.
วันนี้ (5 ต.ค.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขณะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
ผู้ว่าฯกทม. เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ว่า เป็นการทำให้เกิดความสงสัยในแนวทางของรัฐบาลว่า จะใช้แนวทางใดกับพันธมิตรฯ
ระหว่าง จับกุมหรือเจรจา ซึ่งรัฐบาลจะต้องแสดงความจริงใจให้เห็นมากขึ้น และไม่ทำอะไรให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย หากต้องการที่จะบรรลุผลในการเจรจาเพื่อให้ประเทศสงบสุข ซึ่งตนยังมั่นใจแนวทางการเจรจาอยู่ว่า จะมีส่วนช่วยให้ปัญหาของชาติคลี่คลาย
ทั้งนี้ นายองอาจ กล่าวถึง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพล.ต.จำลองว่า
ในกรณีดังกล่าวเข้าใจได้ว่า เจ้าหน้าที่จะต้องจับกุมตามหมายจับ
เพราะเห็นซึ่งหน้า ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ในกรณีของ
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เชื่อว่าเป็นการติดตามจับกุมมากกว่า.
แต่รายนี้สับสนกว่าเล็กน้อย เดี๋ยวเห็นด้วยเดี๋ยวไม่เห็นด้วย
ส่วนโฆษก พรรคก็พูดไม่ต่างกัน คิดไปในทางเดียวกันหมด แต่หาข่าวคุณหมอ
ไม่เจอล่ะค่ะ เห็นแต่ในทีวีแว่บๆ หนังสือพิมพ์ก็ไม่ลง ทั้งๆที่แถลงในฐานะ
โฆษกพรรค เขายังไม่ลงให้เล้ย
| ID # 1145126 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-05 18:28:00 _ ปิดข้อความ นักข่าวไปถามนายกฯว่าสั่งให้ตำรวจจับจำลองหรือเปล่า ท่านนายกฯตอบว่าใครจะไปสั่งได้ แต่มา-รกพูดเหมือน กับว่านายกฯน่าจะสั่งให้ ตำรวจชลอการจับจนกว่าการ เจรจาจะสำเร็จ เอ แล้วตกลงมันจะเอาไงกันแน่หว่า สั่งให้จับทำไม่ได้ แต่สั่งไม่ให้จับทำได้หรือไงว้า เซ็ง | |
ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม
D # 725822 - โพสต์เมื่อ : 2008-10-05 11:50:40 _ ปิดข้อความ
ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใดก็ตาม ตัวเล็กตัวใหญ่ เบี้ยน้อยหอยเล็ก
อย่างไรก็ตาม การณ์ครั้งนี้ ถือว่ามันทำสำเร็จแล้ว นั่นคือ
ก็ให้เกิดความแตกแยกในหมู่ฝูงชน ทำให้คนไทยมองหน้า
กันไม่สนิทใจ ทำให้ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่เชื่อถืออะไรทั้งนั้น
ในประเทศนี้ ระส่ำระสายกันไปหมดทุกวงการ
คนไม่ไว้ใจรัฐบาล แค่นั้นยังไม่พอ ยังไม่ไว้ใจแม้แต่ระบบยุติธรรม
ไม่เว้นแม้แต่ ศาล ตำรวจ ทหาร คนไทยสิ้นศรัทธา เกิดความ
ระแวงสงสัยซึ่งกันและกัน ดูได้จากการจับกบฎ ซึ่งน่าจะเป็นที่น่ายินดี
ของคนทั้งประเทศ ที่ในที่สุด กฎหมายก็ยังอยู่ เหนือกฎหมู่
แต่การณ์หาเป็นเช่นนั้น ไม่มีใครสักคนที่ยินดีกับข่าวนี้ ต่างก็เกิด
ความระแวงสงสัย สงสัยทุกคนทุกฝ่าย เฝ้าแต่คิดว่าเป็นแผนการของใคร
แล้วจะเกิดอะไรต่อมา
นี่แหละสิ่งที่อันตรายที่สุด ตราบใดที่เราระแวงสงสัยกันเอง ไม่มีใคร
เชื่อฟังใคร ไม่มีใครเห็นด้วยกับใคร มันย่อมเกิดปัญหา แล้วทีนี้มันจะสงบ
ไปได้อย่างไร หรือนี่คือผลที่มันต้องการ เพื่อ แสดงตนเป็นพระเอกขี่ม้าขาว
หรือเพื่อเป็นพระเวชสันดร ที่สละได้แม้ลูกเมีย
แต่รอยร้าวลึกที่เกิดในใจคนไทยทุกวันนี้ มันคงยากที่จะเยียวยา มันคง
กัดกินความมั่นใจของคนไทยไปอีกนานแสนนาน รู้ทั้งรู้ว่าเศรษฐกิจจะ
เดินต่อไปได้อย่างมั่นคง ต้องอาศัยศรัทธา ความเชื่อมั่น หากขาดไป
เสียซึ่งความรู้สึกนี้ ใครจะกล้าลงทุน
ใคร่ขอถามว่าไอ้อีผู้ใดที่ลากประเทศมาถึงจุดนี้ แล้วคิดว่าจะเอาตัวรอดไปได้
คงต้องกลับไปคิดทบทวนดูใหม่ พระเอกขี่ม้าขาวในประเทศนี้ไม่มีอีกแล้ว
ทุกคนถูกป้ายสีจนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปทุกตัว ไม่ว่าใครขึ้นมา
ประชาชนก็จะระแวงสงสัย ว่าเป็นคนของใคร จะมาทำอะไร
ไม่มีใครเชื่อใจใครอีกต่อไปแล้ว
จึงอยากถามว่าคนเริ่มเกมส์นี้ แล้วดึงมาถึงวันนี้ คิดอะไรอยู่
ตั้งใจให้พังพินาศ หรือว่าเป็นเพียงคาดการณ์ผิด
แล้วมีปัญญาจะแก้ไขเยียวยาหรือไม่ หรือจะต้องล่มสลาย
หายไปจากแผนที่โลก หรือกลายเป็นเพียงสาขาของประเทศมหาอำนาจ
ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใดก็ตาม ตัวเล็กตัวใหญ่ เบี้ยน้อยหอยเล็ก
อย่างไรก็ตาม การณ์ครั้งนี้ ถือว่ามันทำสำเร็จแล้ว นั่นคือ
ก็ให้เกิดความแตกแยกในหมู่ฝูงชน ทำให้คนไทยมองหน้า
กันไม่สนิทใจ ทำให้ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่เชื่อถืออะไรทั้งนั้น
ในประเทศนี้ ระส่ำระสายกันไปหมดทุกวงการ
คนไม่ไว้ใจรัฐบาล แค่นั้นยังไม่พอ ยังไม่ไว้ใจแม้แต่ระบบยุติธรรม
ไม่เว้นแม้แต่ ศาล ตำรวจ ทหาร คนไทยสิ้นศรัทธา เกิดความ
ระแวงสงสัยซึ่งกันและกัน ดูได้จากการจับกบฎ ซึ่งน่าจะเป็นที่น่ายินดี
ของคนทั้งประเทศ ที่ในที่สุด กฎหมายก็ยังอยู่ เหนือกฎหมู่
แต่การณ์หาเป็นเช่นนั้น ไม่มีใครสักคนที่ยินดีกับข่าวนี้ ต่างก็เกิด
ความระแวงสงสัย สงสัยทุกคนทุกฝ่าย เฝ้าแต่คิดว่าเป็นแผนการของใคร
แล้วจะเกิดอะไรต่อมา
นี่แหละสิ่งที่อันตรายที่สุด ตราบใดที่เราระแวงสงสัยกันเอง ไม่มีใคร
เชื่อฟังใคร ไม่มีใครเห็นด้วยกับใคร มันย่อมเกิดปัญหา แล้วทีนี้มันจะสงบ
ไปได้อย่างไร หรือนี่คือผลที่มันต้องการ เพื่อ แสดงตนเป็นพระเอกขี่ม้าขาว
หรือเพื่อเป็นพระเวชสันดร ที่สละได้แม้ลูกเมีย
แต่รอยร้าวลึกที่เกิดในใจคนไทยทุกวันนี้ มันคงยากที่จะเยียวยา มันคง
กัดกินความมั่นใจของคนไทยไปอีกนานแสนนาน รู้ทั้งรู้ว่าเศรษฐกิจจะ
เดินต่อไปได้อย่างมั่นคง ต้องอาศัยศรัทธา ความเชื่อมั่น หากขาดไป
เสียซึ่งความรู้สึกนี้ ใครจะกล้าลงทุน
ใคร่ขอถามว่าไอ้อีผู้ใดที่ลากประเทศมาถึงจุดนี้ แล้วคิดว่าจะเอาตัวรอดไปได้
คงต้องกลับไปคิดทบทวนดูใหม่ พระเอกขี่ม้าขาวในประเทศนี้ไม่มีอีกแล้ว
ทุกคนถูกป้ายสีจนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปทุกตัว ไม่ว่าใครขึ้นมา
ประชาชนก็จะระแวงสงสัย ว่าเป็นคนของใคร จะมาทำอะไร
ไม่มีใครเชื่อใจใครอีกต่อไปแล้ว
จึงอยากถามว่าคนเริ่มเกมส์นี้ แล้วดึงมาถึงวันนี้ คิดอะไรอยู่
ตั้งใจให้พังพินาศ หรือว่าเป็นเพียงคาดการณ์ผิด
แล้วมีปัญญาจะแก้ไขเยียวยาหรือไม่ หรือจะต้องล่มสลาย
หายไปจากแผนที่โลก หรือกลายเป็นเพียงสาขาของประเทศมหาอำนาจ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)